(0)
(0)
หลวงปู่จันทร์ ปญฺญาณนฺโท วัดตึกจุม จังหวัดกำปงชนัง ประเทศกัมพูชา อริยสงฆ์เหนือโลก
รายงานผลโหวต
จากรูปพระแท้
0%
[0]
จากรูปพระแท้แต่ข้อมูลไม่ถูกต้อง
0%
[0]
จากรูปพระเก๊
0%
[0]
พระดูยากจากรูป
0%
[0]
จำนวน
โหวต
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ผู้โหวตจะต้องโหวตพระแท้หรือเก๊พร้อมทั้งเหตุผลในการโหวตแท้เก๊เท่านั้น
ห้ามสมาชิกแสดงว่าคิดเห็นอื่นๆ
มิฉะนั้นท่านจะถูกพิจารณาตามกฏกติกาการโหวต
จากรูปพระแท้
จากรูปพระแท้แต่ข้อมูลไม่ถูกต้อง
จากรูปพระเก๊
พระดูยากจากรูป
ความคิดเห็น :
กรุณารอสักครู่...
ชื่อพระเครื่อง
หลวงปู่จันทร์ ปญฺญาณนฺโท วัดตึกจุม จังหวัดกำปงชนัง ประเทศกัมพูชา อริยสงฆ์เหนือโลก
รายละเอียด
พระอริยสงฆ์สองแผ่นดินผู้มีเมตตาอภิญญามากบารมีอายุ๑๐๘ ปี พรรษา ๘๘ วัดตึกจุม จังหวัดกำปงชนัง ประเทศกัมพูชา
หลวงปู่จันทร์ ปญฺญาณนฺโท ท่านเป็นชาวเขมรโดยกำเนิด ท่านบวชตั้งแต่อายุ 10 ปี ได้เดินทาง มาเรียน และศึกษาพระไตรปิฎก ที่ประเทศไทย จนในเวลาต่อมาท่านศึกษาจนจบ และสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ในประเทศไทย
หลังจากที่ท่านศึกษาจนจบแล้ว ท่านก็กลับไปจำวัดอยู่ในประเทศเขมรบ้านของท่าน ท่านอยู่ประเทศเขมร ได้ไม่กี่ปี ท่านก็เกิดความเบื่อหน่ายในสังคม บ้านเมืองของท่าน จึงปลีกตัวไปเดินธุดงค์อยู่ตามป่าตามเขา เมื่อท่านไปอยู่ตามป่าตามเขาท่านก็บอกว่าท่านได้พบเห็นสิ่งสิ่งแปลกประหลาดมหัศจรรย์มากมาย ที่ท่านไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นและพบเจอบนโลกใบนี้
จากนั้นต่อมา ท่านก็เริ่มศึกษาเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ โดยการนั่งวิปัสสนากรรมฐานภาวนา ทำให้ท่านได้พบกับ ฤาษี ชีปะขาว ดาบสพระผู้ทรงอภิญญาน ที่มีอายุนับเป็นพันปี ที่ได้ถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆให้แก่หลวงปู่ จนล่วงรู้วิชาลึกลับต่างๆตลอดมา
จากนั้น ครูบาอาจารย์ของท่าน ก็บอกท่านว่า ในประเทศเขมร จะเกิดเรื่องวุ่นวายภายในประเทศ ให้หลวงปู่จันทร์ลี้ภัยไปอยู่ประเทศไทยไปอยู่กับ สหายที่เคยศึกษาวิชาร่วมกัน ซึ่งต่อมา ในประเทศเขมรได้เกิดเหตุการณต่างๆ ขึ้นมากมาย ตามคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์ของท่าน
ท่านจึงได้เดินทางเข้ามาอยู่ จำวัดกับเพื่อนท่านที่เคยเรียนเปรียญธรรม มาด้วยกัน แถวๆ ภาคใต้ก่อน แล้วต่อมาท่านจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯมาอยู่กับหลวงพ่อสรินที่ วัดเชิงหวาย ซึ่งเป็นวัดที่ท่าน เคยจำพรรษาสมัยเมื่อครั้งที่ท่านมาศึกษาเปรียญธรรม อยู่ได้ไม่กี่ปี ท่านก็พบกับสหาย ที่เคยเดินธุดงค์ และศึกษาวิชาในป่าในเขาร่วมกัน นั่นก็คือ หลวงปู่สาย วัดตะเคียนราม อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ หลวงปู่สายจึงชวนมาอยู่ที่วัดของท่าน
โดยที่ท่าน ขอหลวงปู่สาย จำวัดปฏิบัติธรรมกรรมฐาน อยู่ในโบสถ์วัดตะเคียนราม หลังจากนั้นท่านก็อยู่แต่ในโบสถ์วัดตะเคียนรามนานถึง 30 ปี การอยู่ในโบสถ์ของท่านท่านจะนั่งภาวนา ไม่ได้ออกไปไหนถ้าออกไปก็จะไปภาวนา อยู่ที่ป่าช้า ท่านจะออกไปภาวนาเมื่อทำวัตรเย็นเสร็จ เวลาประมาณ ตี 3 กว่าๆ เช้าก็จะกลับมาวัด ท่านทำแบบนี้นานถึง 30 ปีโดยไม่ขาดสักวัน หลวงปู่จันทร์ เคยเล่าให้ฟังมาเล่าสู่ลูกศิษย์ลูกหาหลวงปู่ ได้สดับรับฟัง
นอกจากโบสถ์วัดตะเคียนราม ก็มีป่าช้าที่หลวงปู่ชอบไปนั่งภาวนา สมัยที่ท่านอยู่วัดตะเคียนราม หลวงปู่ว่านั่งภาวนาได้ประมาณเดือนหนึ่งเกิดปรากฏเห็นผู้ชายใส่ชุดขาวห่มขาวมากราบท่าน หลวงปู่เลยถามว่า ไปยังไงมายังไง ชายชุดขาวบอกหลวงปู่ว่ามากราบลาหลวงปู่ ผมขอขอบพระคุณหลวงปู่มากครับ ที่หลวงปู่ภาวนาแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลทำให้ผมหลุดพ้นได้ไปผุดไปเกิด ผมไม่มีอะไรตอบแทนผมมีตำราโบราณที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ มาถวายหลวงปู่ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าเป็นตำราอะไรแล้วแต่หลวงปู่จะพิจารณาครับ แล้วชายคนนั้นก็กราบลาหลวงปู่เดินหายไปในพุ่มไม้
เมื่อหลวงปู่ได้รับตําราที่ชายชุดขาวถวายแล้ว ท่านก็ลุกขึ้นไปกลางแจ้งแล้วลองเปิดอ่านดู หลวงปู่ว่ากำลังจะอ้าปากอ่านตำราเล่มนั้น เสียงสายฟ้าฟาดดังลั่นทั่วทั้งป่าช้า ฟ้าผ่าคัมภีร์เล่มนั้นที่อยู่ในมือหลวงปู่ คัมภีร์เล่มนั้นไฟก็ลุกไหม้ในมือหลวงปู่ จนหลวงปู่โยนคำภีร์ทิ้ง แล้วไฟก็ไหม้คัมภีร์เล่มนั้นจนหมดต่อหน้าต่อตาหลวงปู่
หลวงปู่ท่านก็เดินกลับวัดด้วยความสงสัย พอท่านมาถึงโบสถ์ท่านก็นั่งภาวนาว่าเป็นเพราะอะไร ท่านก็ได้รับคำตอบจากครูบาอาจารย์ ว่าคัมภีร์เล่มนั้นเป็นคัมภีร์มนต์ดำ และครูบาอาจารย์ก็แนะนำท่านว่าท่านมีมากพอแล้ว สิ่งที่ท่านศึกษาร่ำเรียนมานั้นก็มีแต่สุดยอด ประเสริฐแล้วไม่จำเป็นต้องเสาะแสวงหาอีกแล้ว กิจวัตร ที่ท่านปฏิบัติทุกวันนี้ก็ประเสริฐมากแล้วการสวดมนต์ภาวนา กรรมฐานสมาธิ เมื่อได้รับคำชี้แนะจากครูบาอาจารย์แบบนี้ท่านก็หมดข้อสงสัย
เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงจากคนเฒ่าคนแก่
ขอนำเสนอเรื่องแปลกๆ ที่คนเฒ่าคนแก่ คุณหญิงคุณนาย ในประเทศเขมรพูดถึงหลวงปู่จันทร์ ว่าหลวงปู่จันทร์เป็นพระที่หลงยุค เพราะคนที่รู้จักหลวงปู่จันทร์ส่วนมากจะเป็นคนแก่อายุ 80 - 90 ขึ้นไป แต่หนุ่มสาวเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยรู้จักท่าน เพิ่งมารู้จักท่านเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง เพราะสมัยแต่ก่อนหลวงปู่จันทร์ท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นพระนักปราชญ์ เป็นพระนักปฏิบัติ พระผู้มีเวทมนต์อาคม หมอยารักษาช่วยชีวิตคน เป็นที่โด่งดังไปทั่วประเทศเขมร
ต่อมาประเทศเขมรเกิดสงครามกลางเมือง คือในสมัยเขมรแดง คนในประเทศเขมรแตกแยกหลบหนีกระจัดกระจายเอาตัวรอดมาอยู่ทางประเทศไทยบ้างและไปอยู่ประเทศฝรั่งบ้าง ซึ่งหลวงปู่ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่เขมรแดงจับตามอง เพราะท่านคอยช่วยชาวบ้านที่ถูกเขมรแดงรังแก ท่านเคยเล่าให้ฟังว่าท่านออกไปบิณฑบาตร ทหารเขมรแดงก็เอาลูกปืนใส่บาตรท่านบ้าง เอาลูกระเบิดใส่บาตรท่านบ้าง จนเป็นเรื่องปกติ มีอยู่ครั้งหนึ่งระดับหัวหน้าของเขมรแดง เข้าไปบอกหลวงปู่ในโบสถ์ว่า มีทางเลือกให้ท่านอยู่ 2 ทาง หนึ่งให้ท่านสึกแล้วจะหาเมียให้ ทางที่สองให้ท่านออกไปจากวัดนี้แล้วหาที่อยู่ใหม่หรือออกไปจากประเทศเขมร ท่านบอกว่าเราน่ะไม่กลัวมันหรอก แต่ไอ้เรื่องที่กลัวก็คือการที่ให้เราสึกแล้วให้เอาเมียนี้สิ เป็นเรื่องที่เราทำไม่ได้เพราะเราเคยพูดในสมัยออกบวชใหม่ไว้ว่าจะมอบกายถวายชีวิตให้พระพุทธศาสนา
ท่านจำใจเลยต้องลี้ภัยมาอยู่ที่ประเทศไทย นานถึง 50 ปี โดยที่ท่านจะเก็บตัวอยู่แต่ในโบสถ์ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน ถ้าท่านออกจากโบสถ์ท่านก็จะออกไปบำเพ็ญเพียรภาวนาในป่าช้าช่วงค่ำ ช่วงเช้าท่านก็กลับวัด
ต่อมามีบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่แตกแยกเมื่อสมัยเขมรแดงได้เสาะแสวงหาหลวงปู่เป็นเวลาหลายปี คือ ลูกๆของคุณหญิงคุณนายที่เป็นศิษย์หลวงปู่ในสมัยก่อน ที่หลบหนีไปอยู่ประเทศฝรั่งเศส เที่ยวเสาะแสวงหาหลวงปู่จันทร์ เพราะได้รับคำสั่งเสียงจากพ่อแม่ว่า มีพระอริยสงฆ์รูปหนึ่งท่านเก่งมาก เรามีอยู่มีกินได้ทุกวันนี้ก็เพราะบารมีของท่านช่วยในสมัยแต่ก่อน ชีวิตหนึ่งเกิดมาต้องไปกราบท่านให้จงได้ ลูกของคุณหญิงคุณนายก็เที่ยวตามหาตามคำสั่งเสียของคุณพ่อคุณแม่ ก็คิดนึกในใจว่าท่านยังมีชีวิตอยู่เหรอนี่ก็เวลาผ่านมานานมากแล้วตั้งแต่เรายังไม่เกิดด้วยซ้ำ เลยอธิษฐานว่าถ้ามีบุญก็ขอให้ได้เจอพระอริยสงฆ์รูปนี้ด้วยเทอญ ตามหาไปเรื่อยมา จึงได้พบท่านที่วัดตะเคียนราม ลูกศิษย์คุณหญิงคุณนายก็พากันขนลุกซู่เมื่อได้เห็นท่านทุกคนแทบไม่เชื่อในสายตาของตัวเอง ว่าหลวงปู่ท่านยังมีชีวิตอยู่ตำนานที่พ่อแม่เล่าให้ฟังยังมีชีวิตอยู่ แล้วก็ปวารณาตัว เป็นลูกศิษย์ท่านเหมือนดั่งพ่อแม่ที่เคยทำในสมัยแต่ก่อน ท่านคือพระในตำนานของเมืองเขมร ที่ปู่ย่าตายายเล่าให้ลูกหลานได้ฟัง ว่าสมัยแต่ก่อนยังมีพระอริยสงฆ์ คือหลวงปู่จันทร์ ปัญญานันโท เป็นปราชญ์ของเขมรเป็นผู้มีเวทมนต์คาถา เป็นหมอยา คอยช่วยเหลือชาวบ้านที่ตกทุกข์ได้ยาก
ต่อมาเมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองสงบท่านก็ประสงค์ที่จะกลับบ้านเกิดของท่าน เมื่อท่านไปถึงบ้านเกิดเราบรรดาคนเฒ่าแก่ก็ตกใจเมื่อได้เห็นท่าน ไม่นึกเลยว่าชาตินี้จะได้เห็นท่านอีก พากันร้องไห้ยินดีกันทั้งหมู่บ้าน ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าพระอริยสงฆ์หลวงปู่จันทร์ท่านยังมีชีวิตอยู่และกลับมาเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลานเมืองเขมรได้เคารพบูชาอีก หลังจากที่ท่านหายไปเป็นเวลานานกว่า 50 ปี เพราะในขณะที่หลวงปู่ออกจากประเทศเขมร ลี้ภัยมาอยู่ประเทศไทยท่านก็แก่มากแล้ว ขนาดหลานของท่านที่คอยรับใช้หลวงปู่อยู่ทุกวันนี้ ยังอายุ 80 ปีแล้ว คนเขมรเรียกหลวงปู่ว่าพระอริยสงฆ์ ผู้เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ วัยรุ่นหนุ่มสาวจะรู้จักหลวงปู่ ก็เพราะปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังถึงอภินิหารของหลวงปู่ ไม่นึกไม่ฝันว่าตำนานที่ปูย่าตายายเล่าให้ฟังนั้นท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจึงได้รับฉายาว่าพระอริยสงฆ์ผู้หลงยุค ที่ยังดำรงธาตุขันธ์อยู่
เรื่องแปลกมหัศจรรย์ ที่เล่าลือกันเรื่อยมา ของชาวบ้านแถวนั้นก็คือ เห็นมีคนมารับมาส่งหลวงปู่ อยู่ตลอด ทั้งๆที่ท่านไปคนเดียวมาคนเดียว บางครั้งชาวบ้านแถวๆนั้น เห็นท่านกำลังเดินออกจากวัด ชาวบ้านก็ขี่รถมอเตอร์ไซด์ออกมาก่อน พอไปถึงไร่ กลับเห็นหลวงปู่เดินเข้าป่าช้าก่อนแล้ว ชาวบ้านที่บวชตอนที่ทันท่านอยู่วัดตะเคียนราม บอกว่าบางทีก็ไม่เห็นท่านนอนเห็นแต่ท่านนั่งภาวนา บางทีก็เห็นท่านเป็นเหมือนคนหนุ่ม บางทีจะเห็นท่านเป็นคนแก่ เห็นท่านนั่งอยู่ในโบสถ์แท้ๆ พอเดินออกจากโบสถ์ดันเห็นท่านเดินอยู่อีกที่หนึ่ง
ขอยกเอาเรื่องเล่าของคุณตาพา เกี่ยวกับเรื่องอภินิหารหลวงปู่จันทร์
- คุณตาแกได้เล่าเรื่องอภินิหารหลวงปู่จันทร์ ที่แกได้เห็นกับตาแกเลย แกว่าสมัยก่อนบ้านถูกโจรลักควายไป 8 - 9ตัว แกว่าไม่รู้ว่าโจรลักขโมยไปเวลาไหน แกตื่นมาราวเที่ยงคืนมาเข้าห้องน้ำ ปรากฏว่าไม่เห็นควายในคอก แกเลยตกใจมาก ร้องเรียกให้ชาวบ้านมาช่วยกันหา ช่วยกันตามรอยควายที่ถูกโจรลักไป หายังไงก็ไม่เจอ แกเลยนึกถึงหลวงปู่จันทร์เลยรีบวิ่งมาที่วัดตะเคียนราม มาหาหลวงปู่จันทร์ เพราะแก่เป็นลูกศิษย์ลูกหาที่คอยอุปัฏฐากหลวงปู่จันทร์มาตลอด แก่ก็ตะโกนเรียกหลวงปู่จันทร์ หลวงปู่จันทร์ก็ตะโกนออกมาว่าใครมาหาอะไรดึกดึกดื่นๆแล้ว ตาพาเลยว่าผมเองครับ ผมแย่แล้วๆ หลวงปู่ควายของผมหายหมดเลย แล้วหลวงปู่ก็เปิดประตูให้เข้าไปในโบสถ์ แล้วหลวงปู่จันทร์ก็บอกว่านึกว่าเรื่องอะไร นึกว่ามีใครเป็นอะไร แค่ควายถูกโจรลักไป มาตอนเช้าก็ได้หรอก ตาพาเลยว่ามาตอนเช้าไม่ได้หรอกหลวงปู่ เพราะไม่รู้ว่าโจรมันลักไปตอนใน ตั้งแต่หัวค่ำหรือเปล่า ปานนี้ไม่ใช่มันไปถึงไหนถึงไหนแล้วละมั้งหลวงปู่ หลวงปู่จันทร์ท่านเลยว่าใจเย็นๆใจเย็นๆ เอาอย่างนี้ รอยควายที่ถูกลักไปยังอยู่ไหม ตาพาเลยว่ายังมีอยู่คับ อย่างงั้นแก่หาเอากะลามะพร้าวครอบรอยเท้าควายไว้ ไปทำตามที่ฉันบอกเดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง ตาพาเลยกลับไปบ้านทำตามที่หลวงปู่บอก นำกะลามะพร้าวไปครอบรอยเท้าควายตามที่หลวงปู่บอก
พอมาถึงบ้านตาพาก็หากะลามะพร้าวครอบรอยเท้าควายตามที่ที่หลวงปู่บอก แล้วพากันนั่งดูไปแบบงงๆอยู่หน้าคอกควาย เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พอใกล้จะสว่าง เหมือนจะได้ยินเสียงควาย กลุ่มโจร 5 คน ได้จูงควายทั้ง 8-9 ตัว มาคืนตาพาด้วยความมึนงงไม่รู้สึกตัว ขนาดคนที่นั่งผิงไฟอยู่ด้วยกันหลายคนก็งงกันไปหมด แล้วก็มีคนพูดออกมาว่ามึงมาลักของผิดคนแล้ว มึงรู้มัยว่าตาพาศิษย์หลวงปู่จันทร์มึงได้เจอดีกันทุกคน แกว่าจะจับให้ตำรวจ แต่หลวงปู่ว่าปล่อยมันไปเถอะมันคงไม่กล้าทำอีกแล้ว
หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน เคยกล่าวว่า หลวงปู่ท่านนี้เป็นพระที่เก่งในการปฏิบัติ เป็นที่รักของเหล่าบรรดาเทวดาอารักษ์ ฤาษี ดาบส มีเหล่าบรรดาเทวดาอารักษ์ คอยรับใช้ .น่ากราบไหว้ยิ่งนัก
นั่นอาจเป็นที่มาของคำร่ำลือ ของสิ่งแปลกประหลาดมหัศจรรย์ ที่ผู้คนต่างพบเจอ และสัมผัสได้กับพระสองแผ่นดิน พระผู้มีเมตตา อภิญญามากบารมี
วัตถุมงคล : ที่ลูกศิษย์สร้างมีจำนวนน้อยท่านได้ปลุกเสกเดี่ยวให้อย่างดีมากผู้คนที่ได้ไปล้วนมีโชคลาภร่ำรวยค้าขายดีการงานหน้าที่รุ่งเรืองกิจการห้างร้านก้าวหน้าและประสบการณ์อีกมากมาย หลวงปู่จันทร์ท่านรู้ ท่านเห็นในสิ่งที่ผ่านมาและกาลเวลาข้างหน้าวัตถุมงคลของๆท่านที่เสกไว้ต่อไปจะได้ตามหากันทั่วแผ่นดิน
ราคาเปิดประมูล
280 บาท
ราคาปัจจุบัน
-- ยังไม่มีผู้เสนอราคา --
เพิ่มขึ้นครั้งละ
20 บาท
วันเปิดประมูล
จ. - 16 มี.ค. 2569 - 11:41:00 น.
วันปิดประมูล
พฤ. - 26 มี.ค. 2569 - 11:41:00 น. (เหลือเวลา 9 วัน 20 ชั่วโมง 1 นาที)
ผู้ตั้งประมูล
kungsadal
(
2.7K
)
(0)
ข้อมูลเพิ่มเติม 1
จ. - 16 มี.ค. 2569 - 11:42:15 น.
ชุดกรรมการ
ข้อมูลเพิ่มเติม 2
จ. - 16 มี.ค. 2569 - 11:42:43 น.
.
ราคาปัจจุบัน :
280 บาท
เพิ่มขึ้นครั้งละ :
20 บาท
!!! ท่านต้อง login เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถร่วมประมูลได้ !!!
(0)
ประวัติการเสนอราคา
-- ยังไม่มีผู้เสนอราคา --
www1
Copyright ©G-PRA.COM