(0)(0)
ขุนแผนสุดแรง






รายงานผลโหวต

จากรูปพระแท้ 0% [0]
จากรูปพระแท้แต่ข้อมูลไม่ถูกต้อง     0% [0]
จากรูปพระเก๊ 0% [0]
พระดูยากจากรูป 0% [0]

จำนวน โหวต





ชื่อพระเครื่อง ขุนแผนสุดแรง
รายละเอียด 🎉🎉🎉ขออนุญาตเปิดให้บูชาครับ🤟🤟🤟



🔊🔊🔊รับประกันแท้ทุกองค์ครับ🔊🔊🔊



📢📢📢จัดส่ง EMS หรือเฟรช ทุกรายการทุกราคาครับ จะแจ้งหมายเลขพัสดุให้กับทุกท่านครับ📞📞📞



📦📦📦วัตถุมงคลทุกชิ้นถ่ายจากของจริงไม่มีการตัดต่อภาพหรือแต่งภาพครับ จัดส่งตามภาพทุกชิ้นครับ📡📡📡



🎤🎤🎤ข้อมูลส่วนบุคคลจัดส่งให้ทาง Messenger ☎️☎️☎️



🔦🔦🔦จัดส่งทุกวันก่อนเวลา 18.00 น.



🖌️🖌️🖌️ ขุนแผนหลวงตาขวัญหรือหลวงพ่อขวัญ สายเดียวกับ หลวงพ่อเต๋ หลวงพ่อแย้ม พุทธคุณด้านเมตตา มหานิยม โชคลาภดีนักค่ะ ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมดูนะคะเพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ หลวงตาขวัญบวชราวปี 2490 หลังจากบวชแล้วได้จำพรรษาที่วัดสามง่าม และในพรรษาแรกท่านก็ได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อเต๋ให้เข้าป่าไปหาดินโป่งเพื่อมาสร้างกุมารทองรุ่นแรก ท่านได้เดินทางเข้าป่าเมืองกาญจน์กับเพือนพระด้วยกันสามคน ต้องผจญกับเจ้าถ้ำที่ไม่ยอมให้ดินโป่ง ท่านมีชีวิตรอดได้อย่างไรและนำดินโป่งกลับมาได้อย่างไร ถ้ามีโอกาสแวะไปที่วัดสามง่าม ลองไปคุยกับหลวงตาดูครับ หลวงตาแกอายุ ได้ 80 เศษ แข็งแรง หูยังดีครับ คุยสนุก เป็นกันเอง ผมยอมรับว่าแกเก่งครับ ไม่เป็นรองหลวงพ่อแย้ม ท่านทำได้ทุกอย่าง กุมารทองแกก็ทำได้ แต่แกไม่ยอมทำ แกบอกว่ามาอาศัยเค้าอยู่ไม่อยากทำแข่งกับเค้า ก่อนย้ายมาจำพรรษาที่วัดสามง่ามแกอยู่ที่ จ.พิษณุโลก พิธีพุทธาภิเษกที่ทางวัดสามง่ามจัดขึ้นทุกครั้ง จะต้องนิมนต์มาด้วยทุกครั้งไป จากภาพเป็นพิธีพุทธาภิเษกราว 3ปีก่อน มีคนบอกผมว่าน้ำมนต์หน้าหลวงตาหมุนวนได้ ในช่วงราวปี 2490 - 2494 ที่หลวงตาจำพรรษาที่วัดสามง่าม ได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อเต๋ให้ทำการจารยันต์ตะกรุดสามห่วง แกเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนใครมาเช่าตะกรุดสามห่วงหลวงพ่อเต๋ เมื่อเช่าแล้วจะต้องมาลองยิงทีหลังวัดทุกคน ในช่วงปี 90 เขตอ.ดอนตูม จะเป็นที่กบดานของเสือหลายคน ส่วนมากจะหาเวลาปลอดคนมาให้หลวงพ่อเต๋สักให้ เสือผาด ทับสายทองก็ไม่เว้น เมือเสือผาดมาหาหลวงพ่อเต๋ในช่วงเวลาโพล้เพล้ วันหนึ่งในช่วงปี 90เศษ เพือให้หลวงพ่อเต๋เมตตาสักยันต์ให้ แต่หลวงพ่อเต๋ไม่ได้สักให้ ท่านได้เรียกให้หลวงตาขวัญเป็นคนสักยันต์ให้เสือผาดเสร็จแล้วแกก็จะเป่า่ให้ แสดงว่าหลวงพ่อเต๋ให้ความไว้วางใจท่านมาก ท่านเล่าให้ฟ้งว่าในช่วงนั้น วัดสามง่ามถึงแม้จะอยูไกล แต่มีพระมาบวชปีหนึ่งหลายสิบคน ในช่วงที่แกจำพรรษาอยู่วัดสามง่ามมีพระจำพรรษา ไม่ต่ำกว่า 80คน แบ่งเป็นคณะไม่ต่ำกว่า 4คณะ หลวงพ่อแย้มก็จำพรรษาอยู่ที่วัดสามง่ามในช่วงนั้น แต่หลวงพ่อแย้มอ่านหนังสือไม่ออก เลยไม่เป็นกิจจลักษณะอะไรมากนัก จนแกตั้งใจจะบวชไม่สึกจึงได้มาหัดเรียนหนังสือตอนจำพรรษาที่วัดสามง่ามนั่นเอง จวบจนเมื่อหลวงพ่อมีอายุได้ 80ปี หนังสือมหาโพธิ์นำประวัติของท่านไปลง ชื่อเสียงหลวงพ่อแย้มจึงเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น หลวงตาขวัญบอกว่าวัดสามง่ามไม่ได้สร้างเพราะหลวงพ่อเต๋ แต่แกเองเป็นคนสร้างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ ศาลา กุฏิ แกเป็นคนเลื่อยไม้เองทั้งนั้น พอสร้างเสนาสนะต่างๆเสร็จหลวงพ่อเต๋จึงให้หลวงตาสึกได้ สำหรับเรื่องลูกศิษย์หลวงพ่อเต๋เท่าที่ผมทราบจริงๆ จากปากหลวงปู่แย้มท่านมีไม่กี่องค์ครับ เช่น



1. หลวงปู่แย้ม วัดสามง่าม



2. หลวงปู่มา วัดป่าสันติวิเวก จ.ร้อยเอ็ด (มีรูปท่านกับหลวงปู่แย้มติดอยู่ที่กุฎิฝั่งประตูกระจากบานเลื่อนด้านวิหารหลวงพ่อเต๋)



3. หลวงพ่อเสือ วัดสามง่าม (มรณภาพแล้ว)



4. หลวงพ่อแกละ วัดลำลูกบัว (มรณภาพแล้ว)



ท่านเหล่านี้คือชื่อที่ผมได้ยินจากปากหลวงปู่แย้มท่านโดยตรง.. ส่วนที่เราได้ยินว่ามีพระสงฆ์หรือฆราวาสที่ใด บอกว่าเป็นลูกศิษย์เรียนกับหลวงพ่อเต๋นั้น ผมขอไม่วิจารณ์ใดๆ ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ เพราะในความเป็นจริง หากมีการเรียนวิชาใดวิชาหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นคาถาหรือวิชาเล็กน้อยเพียงใดก็ถือว่าเป็นครูอาจารย์ลูกศิษย์กันแล้ว ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาแต่ที่ผมอยากให้มองลึกลงไปคือ..กลุ่มลูกศิษย์เหล่านั้น ได้เรียนวิชาที่ตนบอกว่าได้เรียนกับหลวงพ่อเต๋ท่านจริงๆหรือเปล่า? ผมเคยเห็นพระสงฆ์และฆราวาสที่เคยลงหนังสือพระต่างๆอ้างว่าเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเต๋ ได้เรียนวิชานั้นวิชานี้มา ซึ่งบอกตรงๆว่าเท่าที่เห็นด้วยตาไม่จริงเลย เพราะผมได้เจอท่านๆเหล่านั้นตามพิธีการงานต่างๆ พร้อมๆกับหลวงปู่แย้มหลายครั้ง บางองค์บางคนยังไม่รู้จักหลวงปู่แย้มท่านด้วยซ้ำ แล้วถามว่ามาเรียนวิชากับหลวงพ่อเต๋ท่านตอนไหน นานแค่ไหนกันถึงไม่เคยเห็นไม่รู้จักหลวงปู่แย้มท่าน ทั้งๆที่ท่านก็อยู่กับหลวงพ่อเต๋ท่านตลอด ก็ฝากให้คิดและไตร่ตรองให้ดีๆครับ อย่าเชื่อในสิ่งที่ได้ยินมามากจนเกินไป หากเรามีข้อสงสัยไม่แน่ใจเรื่องใดที่เกี่ยวกับหลวงพ่อเต๋.. เรามีพระสงฆ์องค์หนึ่งที่ใกล้ชิดหลวงพ่อเต๋ท่านมากที่สุดก็คือหลวงปู่แย้มท่าน...ถามท่านซิครับ แล้วเราๆทั้งหลายก็จะได้คำตอบที่เราอยากรู้..!! อีกเรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง.. ปัจจุบันนี้ก็มีกลุ่มคนภายนอกวัดที่มาขอเรียนวิชากับหลวงปู่แย้มท่านทั้งพระสงฆ์และฆราวาส.. ซึ่งหลวงปู่แย้มท่านก็สอนให้เท่าที่ให้ได้ ยกเว้นเรื่องกุมารทองครับ.. และการสอนวิชาของหลวงปู่คือการเอาตำราให้ไปศึกษาเองครับ ให้ไปคัดลอกไปจดเอง ไปเรียนรู้เอาเองครับ หลวงปู่ท่านจะไม่บอกเคล็ดใจความหลักครับ เพราะท่านให้ไปศึกษาเอาเอง อีกเรื่องหนึ่งที่น่าแปลกคือ ตลอดหลายๆปีที่ผ่านมาผมเห็นลูกศิษย์หลวงปู่ท่านหลายองค์ ที่ผมเข้าใจว่าท่านเหล่านั้นเป็นลูกศิษย์หลวงปู่แย้มท่าน เพราะเห็นมาขอเรียนวิชามาขอตำราต่างๆ... แต่เชื่อไหมครับว่า หลวงปู่แย้มท่านไม่เคยบอกว่าพวกเค้าเหล่านั้นเป็นลูกศิษย์ท่านเลย..??? ผมเคยถามหลวงปู่แย้มท่านทำนองว่า ..



"หลวงปู่ครับ.. เค้า(เหล่านั้น) บอกว่าเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ เคยเรียนวิชากับหลวงปู่นี่ครับ ผมก็เคยเห็นหลวงปู่ให้ตำราไปจดบ้าง



หลวงปู่แย้ม : "เฮ้ยยย..ไม่ใช่หรอก (ท่านส่ายหน้าปฏิเสธ)"



"อ้าววว.. ก็เห็นเค้าบอกใครๆแบบนี้น่ะครับ"



หลวงปู่แย้ม : "(ท่านยังคงส่ายหน้าปฎิเสธ)"



ก็ฝากให้คิดกันดีๆน๊ะครับ.. ช่วงนี้กระแสเรื่องกุมารค่อนข้างแรงมาก บางวัดก็เกาะกระแสตรงนี้ด้วย.. ทั้งนี้ผมไม่ได้ว่าๆวัดอื่นว่าเลียนแบบหรือเกาะกระแสหลวงปู่แย้มท่าน เพราะผมเชื่อว่า กุมารทองมีหลายสาย หลายตำรา หลายคุณสมบัติมากมาย เช่น สายเทพ สายพราย สายเหนือ สายอีสาน สายใต้ .. ขึ้นอยู่กับครูบาอาจารย์แต่ละสาย เพียงแต่หากเกาะกระแสโดยการอ้างหรือบอกว่าเป็นลูกศิษย์ใครโดยไม่เป็นความจริง .. อันนี้ผมก็คงรับไม่ได้ครับ แต่ก็อย่างที่หลวงปู่แย้มท่านคอยบอกคอยสอนผมเสมอว่า.... "ของอย่างนี้ต้องรู้เอง..ให้ใครมาบอกไม่ได้หรอก" หลวงตาขวัญท่านเคยเป็นทหารไปรบในสงครามไทย-ญี่ปุ่นช่วงหนึ่งแล้ว ก็มาบวชอยู่กับหลวงพ่อเต๋ท่านครับ และหลวงตาท่านก็เคยไปเป็นเจ้าอาวาสวัดหนึ่งที่ พิษณุโลก แต่ท่านก็ขอกลับมาที่วัดสามง่าม เนื่องจากท่านมีปัญหาเรื่องสุขภาพและลูกหลานท่านก็อยากให้ท่านกลับมาจำที่วัดสามง่ามครับ



ทุกวันนี้หลวงปู่แย้มท่านจะให้หลวงตาขวัญท่านช่วยเจิมเมตตาและเจิมกุมารให้ครับ เพราะหลวงปู่แย้มท่านรับแขกไม่ไหวจริงๆ ในชีวิตของเสือผาด แม้จะเป็นที่กล่าวขวัญและยำเกรงของผู้คนรวมไปถึงตำรวจ แต่หลังจากสิ้นหลวงพ่อรุ่ง เสือผาดถูกตามล่าตัว จนอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง แต่เสือผาดเองก็ยังแอบไปหาเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของเมืองนครปฐม หลายต่อหลายองค์ ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม และหลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม ในปี พ.ศ. 2493 เศษ เสือผาดได้มากบดานแถววัดสามง่าม และได้แอบมาหาหลวงพ่อเต๋ เพื่อให้หลวงพ่อเต๋สักให้ แต่เป็นยามพลบค่ำหลวงพ่อเต๋ไม่สะดวก จึงให้ลูกศิษย์ของท่านองค์นึงมาสักให้เสือผาด โดยที่หลวงพ่อเต๋ จะทำการประสิทธิเมให้หลังจากที่ทำการสักยันต์เสร็จแล้ว และในปัจจุบันนี้ลูกศิษย์หลวงพ่อเต๋องค์นั้น ได้กลับมาจำพรรษาที่วัดสามง่ามพระองค์นั้นคือ “หลวงตาขวัญ ”
ราคาเปิดประมูล 999 บาท
ราคาปัจจุบัน -- ยังไม่มีผู้เสนอราคา --
เพิ่มขึ้นครั้งละ 100 บาท
วันเปิดประมูล อ. - 21 เม.ย. 2569 - 11:40:31 น.
วันปิดประมูล ศ. - 01 พ.ค. 2569 - 11:40:31 น. (เหลือเวลา 3 วัน 1 ชั่วโมง 34 นาที)
ผู้ตั้งประมูล Vipupak (998)(1)


(0)
 
ราคาปัจจุบัน :     999 บาท
เพิ่มขึ้นครั้งละ :     100 บาท

!!! ท่านต้อง login เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถร่วมประมูลได้ !!!


 
(0)
  ประวัติการเสนอราคา
 
-- ยังไม่มีผู้เสนอราคา --


www1
Copyright ©G-PRA.COM