(0)(0)
รูปถ่ายขนาดห้อยคอ "ขรัวตาอินเทวดา" ยุคต้น ก่อนปี ๒๕๐๐ ผิวปรอทเต็มรูป สวยสมบูรณ์ เลี่ยมเก่าโบราณ พร้อมใช้บูชา >> แบ่งปัน เคาะเดียว!!!








รายงานผลโหวต

จากรูปพระแท้ 0% [0]
จากรูปพระแท้แต่ข้อมูลไม่ถูกต้อง     0% [0]
จากรูปพระเก๊ 0% [0]
พระดูยากจากรูป 0% [0]

จำนวน โหวต





ชื่อพระเครื่อง รูปถ่ายขนาดห้อยคอ "ขรัวตาอินเทวดา" ยุคต้น ก่อนปี ๒๕๐๐ ผิวปรอทเต็มรูป สวยสมบูรณ์ เลี่ยมเก่าโบราณ พร้อมใช้บูชา >> แบ่งปัน เคาะเดียว!!!
รายละเอียด ** เล่าตำนานครูอาจารย์ของหลวงพ่อสุพจน์ จันทูปโม **
( ฟังเป็นนิทานนะครับ )
>> เรื่องหนึ่งในหนังสือนิทานวชิรญาณ (สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร พิมพ์ พ.ศ.2555) ชื่อเรื่อง "#นายอินเทวดา"
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
>> เล่ากันมานาน...ชายแก่ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่ามีวิชาขลัง เรียกกันว่า "#ขรัวอิน" นั้น เดิมทีบวชเป็นพระ มีชื่อเสียงเลื่องลือว่า "เสกก้านพลูเป็นเงินเฟื้อง ให้ศิษย์เอาไปซื้อสิ่งของเล็กๆน้อยๆ อะไรๆก็ได้" แต่หากเป็นของราคามากก็ว่ากันอีกว่า "#ขรัวออกปากใคร_คนถูกขอก็จะยกให้ขรัวอินทันที_แต่เมื่อให้ไปแล้ว_ภายหลังก็มักจะแปลกใจว่าให้ไปทำไม"

>> ชื่อเสียงที่ส่อไปทางในไม่ดี ผิดสมณวิสัย ขรัวอินก็สึกจากพระ แต่ก็ยังเกะกะสำแดงวิชาอยู่เรื่อยไป เรื่องเล่าของขรัวอินมีมาก เช่น...

1) วันหนึ่ง ขรัวอินแกไปยืมเงินจากเพื่อนบ้านมา 15 บาท วันที่ 4 ขรัวอินแกก็เอาเงินไปคืน เจ้าของเงินแกก็เก็บเงินใส่ถุง ถึงเวลาเปิดถุงหยิบเงิน กลับพบว่ามีแต่"ข้าวตอก 15 ดอก"

2) วันหนึ่ง ขรัวอินไปซื้อผ้าที่เสาชิงช้า เจ้าของร้านบอกราคาแพง ขรัวต่อราคาไม่ได้ ก็หยิบผ้าผืนต่อมา บอกว่า “ผ้าผืนนี้ขาด” เจ้าของร้านแม้แปลกใจ แต่ขายให้ขรัวอินไปในราคาถูกๆ

>> ขรัวอินใช้วิชาไปซื้อผ้าราคาถูกจากร้าน อื่นๆ ได้ไปหลายร้อยผืน เอาไปขายทำกำไรเพลิน พ่อค้ารู้ตัวกลัว ไม่ยอมให้ขรัวอินเข้าร้าน

>> จนถึงร้านหนึ่ง ขรัวอินเล่นบทใหม่ เมื่อไม่ขายก็ไม่ว่า ถ้าเช่นนั้นขอผ้าเนื้อดีให้ข้าฟรีๆสักสองผืน เรื่องก็เข้าอีหรอบเก่า พ่อค้าก็ยื่นผ้าให้ขรัวอินไป ชื่อเสียงยิ่งเลื่องลือไป ขรัวอินไม่มีใครคบ แต่คนไม่ที่อยากคบ พอขรัวอินเดินมา ก็มักชวนกินข้าว อิ่มแล้วก็ยังให้ยืมเงิน พอตั้งหลักนึกได้ วิ่งตามไปทวงเงิน ไม่ได้เงินกลับไม่ว่ายังเปลื้องผ้าขาวม้าให้ขรัวอินไปอีกผืน

3) ขรัวอินนั่งเรือไปกับศิษย์ จอดเรือกินข้าวเช้า ขันตกน้ำ ขรัวอินให้ศิษย์เอาปูนหมายกราบเรือไว้ แล้วก็ล่องเรือไปต่อ จนถึงเวลาหยุดกินข้าวเย็น ขรัวอินก็ให้ศิษย์งมขัน พอศิษย์ล้วงมือลงในน้ำ ก็ได้ขันติดมือขึ้นมาจริงๆ

>> เรื่องของขรัวอินยังมีอีก แต่ไม่เคยมีเรื่องไหนที่ขรัวอินจะโด่งดังเท่ากับเรื่อง...
4) #งานฉลองเจดีย์ทรายวัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆังฯ)

>> ขณะทึ่ผู้คนกำลังสนุกกับละคร ขรัวอินก็ตะโกนว่า “มัวบ้าละครกันทำไม ไปดูเทวดานางฟ้าบนสวรรค์ไม่ดีกว่าหรือ?” ผู้คนแตกตื่น ละครถึงกับหยุดเล่น เถียงกันพักใหญ่จะขึ้นสวรรค์ทั้งเป็นได้ไง?...

>> สุดท้าย ขรัวอินก็ถูกท้าให้ปีนขึ้นสวรรค์เป็นตัวอย่าง ขรัวอินก็ออกปากขอผ้า ได้มาหลายสิบผืน เอามาม้วนเป็นก้อนกลม แล้วขว้างขึ้นฟ้า เกิดเหตุอัศจรรย์ #ผ้าค้างบนฟ้า

>> ขรัวอินบอกว่า เทวดาฉุดชายผ้าไว้ ว่าแล้ว ขรัวอินก็ฉวยชายผ้าปีนขึ้นไปหาเทวดา แล้วก็หายตัวไป ทิ้งให้เจ้าของผ้าหลายคน ให้แหงนคอรอ นานทีเดียวกว่าจะมีผู้รู้บอกว่า... "จะรอขรัวอินอยู่ทำไม ป่านนี้แกเอาผ้าไปจำนำหมดแล้ว"

>> ตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านก็เติมชื่อให้ใหม่ เป็น...#ขรัวอินเทวดา

>> นิทานเรื่องนี้ ลงตีพิมพ์ครั้งแรกใน #หนังสือพิมพ์วชิรญาณ ปีพ.ศ. 2427-2448 ร้อยกว่าปีที่แล้ว

************************************************************
"ขรัวตาอินเทวดา"//"หลวงพ่ออิน อินทญาโน"
>> ผู้มากด้วยปาฏิหาริย์และอิทธิฤทธิ์แห่งเมืองนครเขื่อนขันธุ์ "ขรัวตาอิน" ท่านนี้ เก่งมาก แต่มีปฏิปทาแปลกๆอยู่หลายอย่าง เช่น...
1) ปีนไปปิณฑบาตรบนต้นไม้ ได้ทั้งข้าวทิพย์และดอกไม้ทิพย์จากเทวดา
2) ยืนอยู่บนทางมะพร้าว, ยืนอยู่บนใบกล้วย ได้อย่างอัศจรรย์
3) นั่งทางในเห็นสมบัติใต้ดิน ขุดขึ้นมาได้ทั้งพระพุทธรูป,พระฤาษีโบราณและของเก่าต่างๆ
4) ทำปรอทเป็น"มหาเบา" กันไข้ป่า, กันคุณไสยมนต์ดำต่างๆ
5) ย่นระยะทาง และมีจิตล่วงรู้เห็นการต่างๆ ดูทางในได้อย่างแม่นยำยิ่งนัก
6) มีปฏิภาณไหวพริบ แสดงอรรถธรรมแปลกประหลาดพิสดาร
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
** หมายเหตุส่งท้าย **
>> รูปถ่ายสมัยตอนที่ท่านยังเป็นฆราวาส ถ่ายในช่วงก่อนปี 2500 ในตอนที่ท่านไปขอเรียน "วิชชาธรรมกาย" กับ "หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ" ในวันนั้น ศิษย์ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ทุกๆคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างพากันเรียกท่านว่า "ตาอินขอทาน" ข้อมูลเพิ่มเติม >> https://www.facebook.com/share/p/18Vn389FBi/

>> ต่อมา ได้มีการนำรูป"ตาอินเทวดา" สมัยตอนที่เป็นฆราวาส นำมาให้ท่านปลุกเสกเดี่ยว และพบว่ามีพุทธคุณทั้งมหาอุด, คงกระพันชาตรี, แคล้วคลาด, เป็นเมตตามหานิยม, มหาโชค-มหาลาภ, ขอความสำเร็จได้ทุกอย่าง อานุภาพของรูปถ่ายของท่านว่ากันถึง"ครอบจักรวาล" เลยทีเดียว
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
** เปิดให้บูชา **
>> รูปถ่ายขนาดห้อยคอ"ตาอินเทวดา" ยุคต้น ก่อนปี 2500 ผิวปรอทเต็มรูป สวยสมบูรณ์ เลี่ยมเก่าโบราณ พร้อมห้อยบูชา

** รับประกันพระแท้ตลอดชีพ **
** รับประกันตามกฎของเวปทุกประการ **

************************************************************
ราคาเปิดประมูล 469 บาท
ราคาปัจจุบัน -- ยังไม่มีผู้เสนอราคา --
เพิ่มขึ้นครั้งละ 30 บาท
วันเปิดประมูล พฤ. - 30 เม.ย. 2569 - 17:00:57 น.
วันปิดประมูล อา. - 10 พ.ค. 2569 - 17:00:57 น. (เหลือเวลา 9 วัน 20 ชั่วโมง 42 นาที)
ผู้ตั้งประมูล pattamaphong (2.3K)(2)


(0)
ข้อมูลเพิ่มเติม 1 พฤ. - 30 เม.ย. 2569 - 17:03:46 น.



** ตำนานครูอาจารย์ของหลวงพ่อสุพจน์ตอนที่3**
** บารมีหลวงพ่อสด_วัดปากน้ำ **
** หลวงพ่อสดสอนวิชาให้นักสิทธื์หรือเซียน **
** สอนวิชชาธรรมกายให้ตาอินเทวดา **

>> ในสมัยก่อน (ก่อนปี พ.ศ.๒๕๐๐) จะมีพวกนักสิทธิ์ (ภาษาจีนเรียก “เซียน”) ที่เก่งกล้าในวิทยาคมมาก และจะทำตัวเหมือนคนสติไม่ดีตระเวนไปทั่ว แต่เมื่อจำเป็นจะแสดงฤทธิ์อันมหัศจรรย์ขึ้นมาเหมือนอย่างเช่น...

"หลวงพ่ออิน (เทวดา) วัดราษฎร์รังสรรค์" เมื่อตอนเป็นฆราวาส ท่านแต่งตัวกะเร้อกะรัง แต่ทางด้านพลังจิตหรือการแสดงฤทธิ์ของท่านเป็นที่เลื่องลือของคนพระประแดง

>> ซึ่งในสมัยที่ "หลวงพ่อสด จันทสโร" แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ มีชื่อเสียงและกิตติคุณไพศาล ด้วยเป็นผู้ค้นพบ "วิชชาธรรมกาย" และได้เผยแผ่วิชชานี้จนมีพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา พากันมาขอเรียนวิชชาธรรมกายนี้จนแน่นขนัดบริเวณวัดทุกเมื่อเชื่อวัน อีกทั้งมีศิษย์ที่เป็นโยมอุปัฏฐากวัด ทั้งที่เป็นข้าราชการระดับสูง ทั้งขุนทหาร ตำรวจ และข้าราชการศาลยุติธรรม เจ้าสัว มหาเศรษฐี ตลอดจนผู้มีหน้ามีตาในวงสังคมชั้นสูงอีกจำนวนมากพากันมากราบฝากตัวเป็นศิษย์ ทำให้วัดปากน้ำ ณ เวลานั้นจึงคราคร่ำไปด้วยผู้คนราวกับวัดมีงานรื่นเริงอยู่ตลอดเวลา

>> วันหนึ่ง เมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำฉันเพลเสร็จและบอกกรรมฐานให้กับผู้ต้องการขึ้นวิชชาธรรมกายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่ท่านรับแขก คือ "สงเคราะห์ญาติโยม"

>> เมื่อหลวงพ่อท่านนั่งอยู่ ณ ที่ใด ที่นั้นย่อมเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งที่เป็นโยมวัด โยมอุปัฏฐาก แขกผู้มาเยือน ตลอดจนชาวบ้าน พากันเบียดเสียดเพื่อรอชมบารมีท่านไม่ห่างตา

>> ที่เชิงบันไดขึ้นศาลาใหญ่ ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านนั่งรับแขกอยู่นั้น มีชายชราผู้หนึ่งเนื้อตัวสกปรกมอมแมม ผมเผ้ารุงรัง ใส่หมวกผ้าใบเก่า เสื้อผ้าล้วนแล้วแต่นุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าขาดๆ ปะปุรอบตัว ปากแดงด้วยเลอะคราบหมาก ลักษณะท่าทางเสื้อผ้าเหมือนขอทานไม่มีผิดเพี้ยน กำลังแหวกคนขอทางเพื่อขึ้นไปกราบหลวงพ่อวัดปากน้ำ

>> เมื่อชายขอทานเดินผ่านหน้าใคร หญิงชายคนชรารวมทั้งเด็กเล็กเด็กโต ต่างพากันรีบหลีกเป็นช่องให้ เพราะรังเกียจและกลัวความสกปรกจะมาพาลติดตัว

>> แต่แปลกที่ชายชราขอทานผู้นี้กลับไม่มีกลิ่นตัวเหม็นสาบเหม็นสางเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าชายชราอิ่มเอิบ ยิ้มย่องผ่องใส แววตาฉายแววประหลาดลึกซึ้ง

>> ชายหนุ่มหลายคนที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยรีบกางมือห้ามไม่ให้ขึ้นไปบนศาลา “คนบ้า! ไปเสียให้พ้นๆ” บ้างก็ว่า “ถ้าปล่อยให้เข้าพบหลวงพ่อแล้วเกิดคุ้มคลั่งจะว่าอย่างไร ไม่น่าไว้ใจ” แต่ชายชรากลับแสดงอาการนอบน้อมยกมือไหว้ขอเข้าพบหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลายคนชี้ชวนกันดูพลางพูดว่า “ดูซิ! บารมีของหลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ท่านดีจริง แม้แต่คนบ้าก็ยังดั้นด้นมากราบท่านเลย”

>> คนแก่หลายคนสงสารขอให้เจ้าหน้าที่วัดช่วยหลีกทางให้ชายขอทานนี้ได้เข้าพบหลวงพ่อวัดปากน้ำสมดังความตั้งใจ

>> สายตาทุกคู่บนศาลาการเปรียญวัดปากน้ำภาษีเจริญวันนั้น พากันจ้องมองชายขอทานคนนี้เป็นตาเดียว มีแต่หลวงพ่อสดวัดปากน้ำเท่านั้นที่ยิ้มที่มุมปาก

>> เมื่อชายขอทานชรามาอยู่ตรงหน้าหลวงพ่อสดวัดปากน้ำแล้วก็ก้มลงกราบงามๆ ๓ ที พอเงยหน้าขึ้นก็บอกกับหลวงพ่อว่า...
“ผมชื่ออิน มาขอเรียนวิชชาธรรมกายด้วยคน”

>> หลวงพ่อวัดปากน้ำรินน้ำชาส่งให้พร้อมกับบอกว่า “อินเอ๊ย! จะมัวซ่อนร่างอยู่ทำไม จงทำร่างให้ปรากฏตามความจริงให้ถูกต้องเสียเถิด คนเขาจะได้รู้ตามความเป็นจริงเสียที”

>> ตาอินอมยิ้มและสอบถามหลวงพ่อสดถึงวิชชาธรรมกาย ซึ่งท่านก็ตอบข้อสงสัยให้จนเสร็จสิ้น

ถ้าใครเคยฝึก"วิชชาธรรมกายชั้นสูง" ก็จะรู้ว่า
>> #คำถามของขอทานอิน กับ #คำตอบของหลวงพ่อสดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นข้ออรรถข้อธรรมในวิปัสสนาชั้นสูงทั้งสิ้น แสดงให้เห็นถึงภูมิรู้ของผู้ถามและแสดงให้เห็นภูมิธรรมของผู้ตอบอย่างชัดเจนที่สุดว่าต่างก็เป็นนักวิปัสสนาชั้นยอดด้วยกันทั้งคู่

>> บ่ายคล้อย ตาอินเสร็จสิ้นคำถาม ได้กราบลาหลวงพ่อสดกลับบ้านที่พระประแดง ตอนนั้นศิษย์รุ่นเก่าที่เข้าถึงธรรมกายของหลวงพ่อสดพากันยกมือไหว้คุณตาอินกันทุกคน

>> และถ้าจะมีใครเดินตามขอทานอินหรือตาอินหรือคุณตาอินไปเพื่อซักถามประวัติ ความสนใจในวิปัสสนาและอภิญญาจิตของตาอินแล้วล่ะก็ เขาก็จะได้รู้ว่า...

>> "ตาอิน"ผู้นี้ อีกไม่ช้าไม่นานก็จะมีคนรู้จักในนาม"หลวงพ่ออิน(เทวดา)" หรือ "หลวงพ่ออิน (ตาทิพย์) แห่งวัดใหม่ตาอินทร์" // "วัดราษฎร์รังสรรค์" ต.บางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ #ผู้ที่มรณภาพแล้วร่างกายไม่เน่าไม่เปื่อย_และเป็นพระอภิญญาจารย์ผู้มีฤทธิ์ดุจดั่งพระอรหันต์จี้กง

>> "หลวงพ่ออิน"ท่านมีอภินิหารมากมาย ผู้เข้ามาหาท่านถ้ามีความลับอะไรปิดบังอยู่ท่านมักจะพูดตรงๆ อย่างเช่น...

กรณี"แม่ยาย"กับ"ลูกเขย" ที่แอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกัน โดยเรื่อง คือ...
>> ชายหญิงคู่นั้นเข้าไปหาท่านและยังไม่ทันได้ถามอะไร ท่านก็พูดขึ้นก่อนเลยว่า “มึงแม่ยายลูกเขย มึงเย็ดกันใช่มั้ย” ท่านพูดตรงเสียจนชายหญิงคู่นั้นวิ่งลงจากกุฏิแทบไม่ทัน

**************************************************
#เกร็ดความรู้
>> “นักสิทธิ์” ชาวจีนเรียก “เซียน” เป็นนักพรต (สมณะ-ฤๅษี-ดาบส) ผู้สำเร็จทางด้านจิตวิญญาณ เพราะมีศรัทธาแรงกล้าและคุณธรรมสูง ถือเป็นผู้วิเศษ มักอาศัยอยู่บนยอดเขาเพื่อบำเพ็ญตบะ มีฤทธิ์วิเศษ ๘ ประการ ได้แก่...
๑) อำนาจย่อขนาดตามปรารถนา
๒) อำนาจเพิ่มขนาดตามปรารถนา
๓) อำนาจให้ตัวเบายิ่ง
๔) อำนาจให้ตัวหนักยิ่ง
๕) อำนาจที่จะได้รับสิ่งใดๆ ตามปรารถนา
๖) อำนาจทำสิ่งใดๆ ที่ปรารถนา
๗) ความเป็นใหญ่ หรืออำนาจที่เป็นนายผู้อื่น
๘) อำนาจควบคุมความรู้สึก (ควบคุมความปรารถนาของตนเอง)

>> สยามประเทศของเรามีความเกี่ยวพันลึกซึ้งกับเหล่านักสิทธิ์หรือเซียนมาช้านานไม่แพ้ดินแดนจีน เรียกได้ว่าเหล่านักสิทธิ์หรือเซียนพวกนี้เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการสร้างสรรค์องค์ความรู้ศาสตร์ต่างๆ รวมถึงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการสร้างบ้านสร้างเมืองด้วย เช่น เมืองหริภุญชัยที่มีนักสิทธิ์อย่างพระฤๅษีคอยดูแล หรือเมืองละโว้ที่มีพระฤๅษีมาตั้งสำนักเรียนขึ้นที่เขาสมอคอนเพื่อสอนสรรพศาสตร์ให้แก่เด็กหนุ่มให้กลายเป็นชายชาตรี ไม่ว่าจะสอนวิชาขี่ม้า วิชายิงธนู วิชาดาบ วิชามวย รวมถึงวิชาเวท

>> พระภิกษุในสมัยโบราณเองก็สอนวิชาดาบ, วิชามวยให้กับฆราวาสเช่นกัน อย่าง "พระนเรศวร" ก็เรียนมาจาก "พระมหาเถรคันฉ่อง" จนมีฌานอภิญญา สามารถใช้"วิชากระสุนคต" โดยท่านยิงปืนข้ามแม่น้ำสะโตงอันกว้างใหญ่ไปสังหาร "สุรกรรมา"แม่ทัพพม่าได้

>> #ตำนานการสร้างเมืองอยุธยา ก็เกี่ยวพันกับนักสิทธิ์หรือเซียนที่เป็นพระฤๅษี โดยพระฤๅษีเป็นผู้ที่ชี้จุดตั้งเมืองให้แก่พระเจ้าอู่ทองทราบ ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นมีนาคที่แสนดุร้ายอาศัยอยู่ จนเกิดตำนานพระเจ้าอู่ทองปราบนาคขึ้น

Cr. ทุรโยธิน ภีสะม

**************************************************


ข้อมูลเพิ่มเติม 2 พฤ. - 30 เม.ย. 2569 - 17:04:21 น.



เพิ่มรูป


 
ราคาปัจจุบัน :     469 บาท
เพิ่มขึ้นครั้งละ :     30 บาท

!!! ท่านต้อง login เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถร่วมประมูลได้ !!!


 
(0)
  ประวัติการเสนอราคา
 
-- ยังไม่มีผู้เสนอราคา --


www1
Copyright ©G-PRA.COM