(0)
รูปหล่อหลวงพ่อเงิน บางคลาน (วัดท้ายน้ำ) รุ่นช้างคู่ ปี 2526 กล่องเดิม







ชื่อพระเครื่องรูปหล่อหลวงพ่อเงิน บางคลาน (วัดท้ายน้ำ) รุ่นช้างคู่ ปี 2526 กล่องเดิม
รายละเอียดเคยมีเซียนรุ่นเก่า ระดับปรมาจารย์ กล่าวไว้ว่า การสร้างพระหลวงพ่อเงิน บางคลานนั้น ถ้าทำพิธีบอกกล่าวหลวงพ่อให้ถูกต้อง จะมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต่างจากรุ่นแรกๆ ฟังมาก็ยังงงๆ ว่าจะเทียบเท่ารุ่นแรกๆ ได้อย่างไร ก็เลยค้นคว้าหาตำราต่างๆ เพื่อหาข้อพิสูจน์ดังกล่าว ก็เลยมีเรื่องหนึ่งพอจะพิสูจน์คำพูดนั้นได้ (ไว้มาเล่าให้ฟังพรุ่งนี้ครับ)

รับประกันความแท้ตลอดชีพครับ พรุ่งนี้ลงบัตรรับรองให้ชมครับ
ราคาเปิดประมูล100 บาท
ราคาปัจจุบัน5,000 บาท (!!! ปิดประมูลแล้ว !!!)
เพิ่มขึ้นครั้งละ100 บาท
วันเปิดประมูล - 20 ธ.ค. 2555 - 12:34:44 น.
วันปิดประมูล - 25 ธ.ค. 2555 - 20:06:04 น. (ปิดประมูลแล้ว)
ผู้ตั้งประมูลpeat1979 (1K)


(0)
ข้อมูลเพิ่มเติม 1 - 20 ธ.ค. 2555 - 12:36:19 น.



กล่องเดิม


ข้อมูลเพิ่มเติม 2 - 20 ธ.ค. 2555 - 12:45:51 น.



รายนามพระคณาจารย์ที่มาร่วมพิธีพุทธาภิเษก สุดยอดทั้งนั้นครับ


ข้อมูลเพิ่มเติม 3 - 21 ธ.ค. 2555 - 16:09:21 น.



มาแล้วครับตามสัญญา เรื่องนี้มีบุคคลที่มีตัวจริงยืนยันได้ หากลูกหลานท่านนั้นมาอ่านเจอ ก็ต้องขออภัยและขออนุญาตมา ณ ที่นี้ เพราะผู้เล่าไม่ได้ต้องการอะไร เพียงแค่ต้องการเผยแพร่เกียรติคุณของหลวงพ่อเงินเท่านั้น และบทความนี้ผมขอสวนสิทธิ์นะครับเพราะได้ดัดแปลงมาจากงานเขียนเชิงประวัติศาสตร์ของนักเขียนท่านหนึ่ง ผสมกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา บวกกับเอกสารอื่นประกอบ จึงต้องขออนุญาตท่านไว้ ณ ที่นี้เช่นกัน

ขอเท้าความกลับไปตอนที่หลวงพ่อเงินท่านออกจากวัดคงคาราม (บางคลานใต้) เพราะไม่ต้องกับอัธยาศัยของอุปัชฌาย์โห้ ครั้งนั้นหลวงพ่อเงินได้หักกิ่งโพธิ์มาด้วย และท่านได้ปักลงบริเวณที่เป็นวัดบางคลานในปัจจุบัน พร้อมอธิฐานว่า “ณ สถานที่แห่งนี้ ถ้าสร้างวัดสืบต่อไป จะเกิดความเจริญรุ่งเรือง ขอให้กิ่งโพธิ์นี้จงเจริญงอกงามเป็นที่ประจักษ์ต่อไป” ผลก็ปรากฏว่ากิ่งโพธิ์อันนั้นหยั่งรากลึกเป็นปึกแผ่น แตกกิ่งก้านสาขายืนต้นสูงใหญ่ เจริญรุ่งเรืองเคียงคู่มากับวัดบางคลาน ซึ่งชาวบ้านมักเรียกกันว่า ต้นโพธิ์อธิฐาน

ต้นโพธิ์นี้ตั้งอยู่เคียงข้างกับอุโบสถหลังเก่า และหลวงพ่อเงินได้ผูกแคร่ไว้เป็นที่นั่งวิปัสสนาธุระอยู่เป็นประจำ ตลอดจนสิ้นอายุขัยของท่าน เมื่อสมัยหลวงพ่อเปรื่องเป็นเจ้าอาวาส เห็นว่าอุโบสถหลังเก่าชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา จึงได้สั่งการรื้อถอนและสร้างค่อมลงไปใหม่ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก จนเสร็จสมบูรณ์ราวปี 2514 เมื่อท่านสร้างเสร็จก็พิจารณาเห็นว่ากิ่งก้านสาขาของต้นโพธิ์อธิฐานทำท่าจะมาบดบังและเบียดเอากับอุโบสถหลังใหม่ จึงได้ไหว้วานและจ้างแรงงานให้มาลิดรานกิ่งโพธิ์เสีย แต่ก็ไม่มีใครกล้าเพราะรู้ว่าเป็นโพธิ์อธิฐานของหลวงพ่อเงิน เล่นเอาหลวงพ่อเปรื่องหมดปัญญา

จนวันหนึ่งหลวงพ่อเปรื่องมายืนดูกิ่งโพธิ์ที่ทำท่าจะโอนเอียงมาเบียดบังอุโบสถเข้าไปทุกที และก็ไม่มีใครอาสาลิดรานกิ่ง ท่านจึงพูดปรารภขึ้นลอยๆ ว่า “กิ่งโพธิ์ของหลวงพ่อทำท่าจะมาราวีพระอุโบสถของกระผม เป็นต้นโพธิ์ของหลวงพ่อๆ ช่วยหักให้กระผมทีเถอะ” ท่านพูดขึ้นลอยๆ แบบนี้ใช่จะมีเจตนาจริงจัง แต่หลังจากนั้น 2-3 วัน เวลาบ่าย ยามแดดร่มลมสงัด เสียงกิ่งโพธิ์อธิฐานด้านที่ทอดมาทางพระอุโบสถก็หักโผงลงมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย อีกทั้งลักษณะการหักก็เหมือนมีใครมาหัก มีรอยแตกฉีก จะว่ามันหักเพราะการผุกร่อนก็ไม่ใช่ ลมก็ไม่มี ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์อีกเรื่องหนึ่งของหลวงพ่อเงิน

เมื่อกิ่งโพธิ์หักลงมานอนอยู่ข้างล่างแล้ว ก็ยังไม่มีใครกล้าพอที่จะบั่นทอนกิ่งโพธิ์นั้น ก็คงยังนอนเป็นเหมือนจระเข้ขวางคลองอยู่อย่างนั้น หลวงพ่อเปรื่องเองก็หมดปัญญา จนสุดท้ายไปขอร้องจนยายจันทร์ จาดรฤทธิ์ โยมวัดที่มีนิวาสสถาน อยู่ในละแวกนั้น รับอาสาเป็นผู้ลิดรอนกิ่งโพธิ์มาเผาถ่านแบ่งครึ่งกับทางวัด เมื่อยายจันทร์ จัดการนำกิ่งโพธิ์ ลงหลุมสุมแกลบจุดไฟ และกลบเรียบร้อยเป็นหลุมแรก ก็กลับบ้าน ผลปรากฏทันตาเห็น วันรุ่งขึ้นตามเนื้อตัวยายจันทร์ เป็นตุ่มแดงเหมือนโรคพุพองทั่วไป อีกทั้งหูตาบวมเป่ง มองแทบจะไม่เห็น มาหาหลวงพ่อเปรื่องเล่าอาการให้ฟัง หลวงพ่อเปรื่องพิจารณาเห็นว่า เหตุน่าจะเกิดเพราะเอากิ่งโพธิ์ไปเผาถ่านเป็นแน่ จึงให้ยายจันทร์ไปขอขมาลาโทษ ต่อหน้ารูปหล่อหลวงพ่อเงิน ที่ตั้งอยู่บนศาลาและเอาน้ำมนต์หน้ารูปหลวงพ่อไปอาบกิน ผลคืออาการพุพองของยายจันทร์ได้หายเป็นปกติอย่างทันตาเห็นเช่นกัน

เมื่อครบกำหนด 3 วัน 3 คืน ก็จัดการคุ้ยเถ้าเผาถ่านกิ่งโพธิ์ ความมหัศจรรย์ก็ได้ปรากฏแก่สายตาของชาวบ้านอีกครั้ง นั่นคือกิ่งโพธิ์ไม่ไหม้ไฟแต่ประการใด และหลวงพ่อยังได้ไปเข้าฝันยายจันทร์อีกว่า ของดีกูทั้งไว้ให้มันก็ไม่รู้จักใช้กัน เท่านั้นแหละครับเมื่อเรื่องของยายจันทร์แพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านก็แห่กันมาวัดบางคลานอธิฐานขอกิ่งโพธิ์กับหลวงพ่อ และแย่งชิงกิ่งโพธิ์กันอย่างโกลาหล เวลาไม่นานกิ่งโพธิ์ขนาดมหึมาก็อันตรธานหายไปจากวัดโดยสิ้นเชิง

กาลต่อมา ต้นโพธิ์อธิฐานก็มีอันล้มครืนลงมาทั้งต้น ทั้งๆ ที่ปราศจากพายุ หรือลมฝน ต้นใหญ่ขนาดไหนท่านก็ลองคิดดูว่า หลวงพ่อปลูกไว้ตั้งแต่สร้างวัดบางคลาน จวบจนสร้างอุโบสถหลังใหม่ของหลวงพ่อเปรื่อง ก็ตกราวๆ 130-140 ปี โดยประมาณ แล้วก็เหมือนคราวที่แล้ว ประชาชีเร่งมาที่วัด ตัดแย่งชิงต้นโพธิ์ เอาไปปิดทองบูชากันคนละท่อนสองท่อน ทางวัดก็ไม่ได้หวงห้ามอะไร ไม่นานก็หมดไป แต่คราวนี้ ไม่แต่ที่เห็นบนดินเท่านั้น แม้แต่รากเล็กรากใหญ่ที่จมดินอยู่ ก็ถูกขุดเอาไปจนเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่หนวดกุ้ง และก็ต่างหวงแหนกันหนักหนา ถึงขนาดว่าหากจะไปขอต้นโพธิ์อธิฐานจากเขา ขอเงินในกระเป๋ายังจะง่ายกว่า

โพธิ์อธิฐานนั้นนอกจากจะเอาไปบูชาไว้กับบ้านแล้ว ยังนิยมแกะเป็นพระเครื่อง ในรูปลักษณะต่างๆ ที่นิยมแกะกันมากคือ แกะเป็นรูปหล่อลอยองค์ แต่ของแท้-เทียม ไม่เป็นมาตรฐาน เพราะฝีมือแบบชาวบ้าน ขาดสัดส่วนทางกายวิภาค เอามาเทียบดูกันสัก 10 องค์ อาจไม่เหมือนกันสักองค์เดียว จึงเป็นเรื่องของความศรัทธาของผู้ให้ และแหล่งที่มาเป็นสำคัญ


ข้อมูลเพิ่มเติม 4 - 21 ธ.ค. 2555 - 17:03:16 น.

อีกเรื่องหนึ่ง อันนี้เป็นความตอนหนึ่งจากหนังสือประวัติของหลวงพ่อเงิน

หลวงพ่อเปรื่อง สมัยเป็นเจ้าอาวาสวัดบางคลาน ได้รับการถวายเครื่องเงินเก่าๆ จากชาวบ้าน จึงคิดจะสร้างรูปหล่อหลวงพ่อเงินไว้บูชา ก็ให้ช่างมาเทหล่อ แต่ก็ไม่ได้สักที จนเบ้าแตก เหลือเพียงเบ้าเดียว หลวงพ่อเปรื่องจึงจุดธูปบอกหลวงพ่อเงิน โดยอธิฐานขอท่านเพียง 3 องค์ คือ ช่าง 1 องค์ นายก 1 องค์ และตัวท่าน 1 องค์ ปรากฏว่าหล่อได้รูปสวยงามมาก พอดีขณะนั้นมีคนมาที่วัด เห็นแล้วก็อยากได้บ้าง เพราะเงินที่ใช้หล่อยังเหลืออยู่อีกเยอะ ก็ไปอธิฐานขอต่อหลวงพ่อเงิน ปรากฏว่าหล่อไม่ได้สักองค์ ทำการหล่ออีกหลายครั้งหลายหน จนน้ำเงินกระเด็นถูกหน้าตาพองจึงต้องเลิกราไปเอง นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน และก็ตรงกับอุปนิสัยของท่านเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ถ้าบอกให้ก็คือให้ ถ้าไม่ให้ขอให้ใจขาดก็ไม่ได้

อีกเรื่องแถมท้าย เป็นเรื่องของใบปลิว แม้ไม่ปลุกเสกก็ศักดิ์สิทธิ์มาก

เมื่อครั้งเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรียกกันง่ายๆ ก็คือส.ส นั่นแหละ จะชื่ออะไรหรือปีไหน ก็อย่าไปเอ่ยถึงท่านเหล่านั้นเลยครับ เอาเป็นว่าการเลือกตั้งครั้งนั้น มีการปิดประกาศหาเสียงกันอย่างครื้นเครง เฉพาะในท้องที่จังหวัดพิจิตร มีผู้สมัครท่านหนึ่งหัวใส นำเอารูปหลวงพ่อพิมพ์ลงไปในใบปลิวด้วย ซึ่งก็เป็นเหตุจูงใจอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่นับถือหลวงพ่ออยู่แล้ว และฝ่ายตรงข้ามที่ไม่กล้าที่จะฉีกหรือทำลาย แผ่นป้ายโฆษณานั้นจึงพบเห็นอยู่ทั่วไปในเมืองพิจิตร

เหตุมหัศจรรย์เกิดขึ้นก็เพราะมีรั้วของชาติคนหนึ่ง เมื่อผ่านการร่ำสุราจนได้ที่ เดินโซซัดโซเซอยู่บนถนน เหลือบไปเห็นแผ่นโฆษณาหาเสียงของผู้สมัครท่านนั้น เกิดไม่สบอารมณ์หรือคันไม้คันมือก็ไม่อาจทราบได้ ควักปืนพกขนาด 11 ม.ม. ชักลูกเลื่อน ลั่นไกใส่ป้ายหาเสียงทันที แต่ความอัศจรรย์เกิดขึ้นคือ กระสุนปืนทั้งแมกกาซีนหาได้ระเบิดขึ้นแม้แต่นัดเดียว เล่นเอาถึงกับเจ้าตัวตาสว่าง

เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ประชาชนที่ศรัทธาหลวงพ่อต่างก็แย่งชิงกันเก็บใบปลิวโฆษณาเป็นการใหญ่ จนไม่มีเหลือแม้แต่แผ่นเดียว ทั้งๆ ที่รู้กันว่าไม่ได้ผ่านการปลุกเสก ขนาดคุณ..................(ขออนุญาตไม่ออกนาม) เจ้าของโรงหนังไทยเฮง ตลาดทับคล้อ อ.ตะพานหิน ยังอุตสาห์ได้มากับเขาแผ่นหนึ่ง ทราบว่าใส่กรอบบูชาอยู่ บางท่านเอาไปตัดและใส่กรอบพลาสติก บางท่านตัดและม้วนแบบตะกรุด ใส่หลอดบูชาติดตัว

บทสรุปส่งท้าย นี่ก็คือส่วนหนึ่งที่คลายความสงสัยของผม กับคำพูดที่ว่าหลวงพ่อเงิน บางคลานนั้น ถ้าบอกกล่าวให้ถูกต้อง จะมีความศักดิ์สิทธิ์ไม่แพ้รุ่นแรกๆ ถือว่าเป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังครับ เชื่อหรือไม่อยู่ที่วิจารณญานของท่าน สำหรับผมเชื่อมานานแล้วครับ เพราะทุกเรื่องมีบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่นั่งเทียนมาเขียน จริงๆ ยังมีอีกหลายเรื่อง แต่พิมพ์ไม่ไหวแล้วครับ เอาแค่พอหอมปากหอมคอครับ


 
ราคาปัจจุบัน :     5,000 บาท
เพิ่มขึ้นครั้งละ :     100 บาท

!!! ปิดประมูลแล้ว !!!

ผู้ชนะประมูล    องค์ราชันดำ (280)(2)

 

Copyright ©G-PRA.COM
www1