อินทามระ1
ยินดีให้บริการและส่งพระให้ท่านถึงหน้าบ้าน เชิญติดต่อสอบถาม***08-6622-1934***
โทรศัพท์ : 02-278-5698 โทรสาร : - อีเมล : mahalap@hotmail.com
เชิญจองรุ่นราชันเจ็ดคาบสมุทร โดยนายอำเภอสันทัด ณ นคร ขนอม นปส.51 มวลสารดีเยี่ยม พิธียอด เจตนาดีมาก
รายละเอียดชมรม
รายละเอียดชมรม
#
ชื่อบัญชี
เลขที่บัญชี
ธนาคาร
สาขา
1
ธีระ ปัญญาเสริมสุข
196-0-12212-3 (ออมทรัพย์)
ธนาคารกรุงเทพ
วิภาวดีรังสิต
2
ธีระ ปัญญาเสริมสุข
069-2-57278-5 (ออมทรัพย์)
ธนาคารกสิกรไทย
สุทธิสาร
3
ธีระ ปัญญาเสริมสุข
033-228487-5 (ออมทรัพย์)
ธนาคารไทยพาณิชย์
บิ๊กซี สะพานควาย
4
ธีระ ปัญญาเสริมสุข
189-1-45418-4 (ออมทรัพย์)
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
แจ้งวัฒนะ 14
ที่อยู่
34 ซ.อินทามระ1 ถ.สุทธสาร สามเสนใน พญาไท กทม 10400
M(08-6622-1934)
ยูสเซอร์เนมของเจ้าของชมรม :
mahalap
พระปิดตาพังพการ วัดมะม่วงขาว องค์ลอยเคลือบเขียว หา
(ดูรูปใหญ่คลิ๊กที่รูป)
(ดูรูปใหญ่คลิ๊กที่รูป)
(ดูรูปใหญ่คลิ๊กที่รูป)
(ดูรูปใหญ่คลิ๊กที่รูป)
ประเภท
พระปิดตา
ชื่อพระ
พระปิดตาพังพการ วัดมะม่วงขาว องค์ลอยเคลือบเขียว หา
ราคา
4,599 บาท.
สถานะ
ชมรม
อินทามระ1
วันที่แก้ไข
31 ส.ค. 2550 22:09:41
รายละเอียด
ท้าวพังพการวัดมะม่วงขาว (ศรีธัมมาราม) จ.นครศรีธรรมราชเปิดตำนาน วีรบุรุษ นักรบ กู้ชา แห่งกรุงศรีวิชัย (เมืองช้างค่อม ศิริธมราช) หรือ เมือง 12 นักษัตใจกลางคาบสมุทรทะเลใต้ เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทั่วไป ได้ร่วมบุญกุศลในการทำนุบำรุงศาสนา ซึ่งเป้นอนุสรณ์สถานแก่ ท้าวพังพการ วีบุรุษนักรบ ซึ่งชาวทะเลใต้ยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งการใช้ดาบ เป็นอาวุธกู้ชาติเคยมีแก้วพญานาคราชเป็นคู่ชีวิต จากตำนานองเมืองช้างค่อม ศรีวิชัย ศิริธัมราช และตำนาน เมืองพะโค๊ะ(กรุงศรีอยุธยา) ท่านท้าวพังพการและหลวงพ่อทวด แม้จะห่างกันคนละยุค แต่มีส่วนคล้างคึงกันมาก คือเป็นชาวทะเลใต้ เกิดในดินแดนศรีวิชัย มีพญางูคาบแก้วให้ตั้งแต่นอนเปล และทั้ง 2 ท่านเป็นผู้กู้ชาติผิดกันเพียงแต่ท่านหนึ่งกู้ชาติโดยการใช้อาวุธ ส่วนอีกท่านหนึ่ง กู้ชาติโดยการใช้สติปัญญา หรืออาจจะเป็นเพราะขณะกู้ชาติทั้งสองท่านดำรงค์อยู่คนละเพศ แต่ล้วนแล้วทั้ง 2 ท่านอุบัติขึ้นมาบน คาบสมุทรทะเลใต้ เหมือนสวรรค์บันดาลและยังตราตรึงอยู่ในหัวใจของประชาชนจนปัจจุบันอาณาจักร แห่งคำทำนาย ของพระโสณะมหาเณร (โสณะทำนาย)จากความยิ่งใหญ่ของสุวรรณภูมิ อาณาจักรเก่าแก่ของไทยเมื่อ ถึงกาลล่มสลายทำให้เกิดเมืองใหญ่อีกหลายเมือง เช่น ศรีวิชัย เดือนทอง (ทวาราวดี) นองทอง (กาญจนบุรี) อู่ทอง(สุพรรณบุรี) และสุโขทัยในขณะเดียวกันเมือง พี่ คือ ศรีวิชัย ช้างค่อม (นครศรีธรรมราช) ซึ่งตั้งอาณาจักรโดย ลูกชายของพระเจ้าจันทรภาณุ กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรสุวรรณภูมิ และเมืองน้อง คือ สุโขทัย ซึ่งตั้งโดย ขุนศรีนาวนำถมลูกเขยของขุนหาญบุญไทย (น้องชายของพระเจ้าจันทรภาณุ) ทั้ง 2 เมืองเป็นสายเลือดของ สุวรรณภูมิ เป็นพี่น้องกันและติดต่อทั้งด้านการเมือง ด้านวัฒนธรรมและด้านการศาสนา แต่เนื่องจากศรีวิชัย ตั้งเป็นเมืองก่อนและเป็นลูกกษัตริย์ของสุวรรณภูมิโดยตรง และเคยเป็นฐานทัพเรือเดิม สมัยสุวรรณภูมิ บรรดาเมืองขึ้นของสุวรรณภูมิที่เคยมีทั้งหมดถึง 112 เมือง ในคาบสมุทรทะเลใต้จงดัง บานัวกินี และออสเตเลีย ประมาณครึ่งหนึ่ง (จากหลักฐานในกระเบื้องจานที่ขุดได้ในดินแดนสุวรรณภูมิ กล่าวว่า เมื่อพระเจ้าอโศกของอินเดีย ชำระพระไตรปิฏกได้แกะพระพุทธรูปด้วยไม้จันท์หอม ส่งมาถวาย กษัตริย์สุวรรณภูมิ กษัตริย์สุวรรณภูมิ แกะขึ้นอีกด้วยไม้จันท์หอมจำนวน 112 องค์ แล้วส่งไปยังเมืองขึ้นอีกเมืองละองค์แต่ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรศรีวิชัย ก็ต้องอ่อนกำลังลงตามกฎของไตรลักษณ์ คือ เกิดตั้งอยู่ และดับไปเป็นธรรมดามาเมื่อ ประมาณ พ.ศ. 1700-1800 ปี ศรีวิชัยแพ้ศึกชวา ต้องส่งส่วยไข่เป็ดอยู่นาน แต่ก็หาสิ้นคนดีไม่ในช่วงดังกล่าว ก็บังเกิดมีคนดีขึ้นในแผ่นดินศรีวิชัย ที่ ตำบลพเตียนทางทิศตะวันตกของ พระบรมธาตุเจดีย์มีชาวนาคู่หนึ่งนำลูกชายใส่เปลไว้ใต้ร่มไม้กลางนา ต่อมามีจงอางเอาแก้วมาใส่ให้ในเปลพ่อแม่มาเห็นเข้าจึงตั้งชื่อลูกว่า พังพการ เด็กชายพังพการ เมื่อเยาว์วัย ก็เล่นตามประสาเด็กหาได้ รับรู้เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ อยู่มาวันหนึ่ง กลุ่มเด็กๆ รวมทั้งพังพการด้วย มาเล่นตามจับปลาในนา และให้สัญญาแก่กันว่า ถ้าปลาออกทางผู้ใดจะต้องถูกตัดหัวโดย เด็กชายพังพการ เป็นผู้ตัดหัวเอง นิสัยของพังพาการคงจะชอบเป็นทหาร และปลาก็ออกทางหว่างขา ของเด็กชายคนหนึ่ง พังพการก็ทำหน้าที่ เป็นคนตัดหัวเพื่อน โดยเดาดาบภาเขซึ่งเป็นต้นไม้เนื้ออ่อนที่มีอยู่ทั่วไป ตามพื้นที่ภาคใต้เด็กๆ ชอบเอามาลอกเปลือกออกแล้วเอากิ่งเล็กๆ มาเป็นดาบฟันกันเล่น แต่เหตุการณ์กลับเป็นว่า เมื่อพังพการใช้ดาลไม้ภาเขตัดหัวเพื่อนขาดตาย พ่อแม่ของเด็กที่ตายไปบอกกรมเมืองๆ ไปบอกแก่พระญาณ เห็นเป็นเรื่องมหัศจรรย์ จึงเอาพังพการเป็นบุตรด้วยเล็งเห็นว่าคงเป็นคนมีบุญมาเกิดในแผ่นดินศรีวิชัย เป็นแน่แท้ และคงถึงคราวแล้ว ที่จะกู้เอกราชให้ศรีวิชัยกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม ไข่เป็ดที่ส่งส่วยให้ชวาปีหนึ่งเป็นลำเรือสำเภา มิสู้เอามาให้ประชาชนกินเอง ไม่ดีกว่าหรือพระญาฯ ก็คิดแข็งเมือง โดยให้ขุดคูรอบเมือง เมื่อทุกอย่างที่เตรียมการเสร็จคงเป็นเวลาหลายปีพังพการเป็นหนุ่ม สามารถรับใช้ชาติได้แล้ว จึงไม่ส่งส่วยให้ชวาอีกต่อไป ทัพชวาจึงยกกองเรือมารบ พระญาฯให้พังพการเป็นแม่ทัพในการรบ ตามตำนานกล่าวว่า พังพการสามารถฆ่าทหารชวา วันละ 30-40 คนโดยทหารชวาไม่เห็นตัวพังพการซึ่งจากตำนานที่ปู่ ย่า ตา ยาย เล่าต่อกันมาว่า พังพการขึ้นไปยืนบนเขาหนอกวัว (มหาชัย) แล้วแกว่งดาบกลางอากาศ ลักษณะใช้วิชาบังฟันศัตรู ทำให้ชาวศรีวิชัยยกย่อง พังพการเป็นเทพแห่งอาวุธและยังพูดกันต่อมาว่า ตายกับดาบภาเข (เป็นคำพูดเปรียบเทียบว่าตายง่ายๆ อย่างไม่นาเชื่อ) คำพูดที่ว่าระวังตายกับดาบภาเขนั้นมีพูดกัน ในเมืองเดียวนครศรีธรรมราช ในแผ่นดินของประเทศไทย และยังพูดกันจนถึงทุกวันนี้ เมือชวาตายมานั้นก็เกิดความกลัวจึงแตกทัพหนีไป ศรีวิชัยได้รับเอกราชกลับคืนมาพระญาฯจึงให้ความดีความชอบพังพการ โดยให้ครองเมืองทางฝ่ายตะวันตก จากองค์พระบรมธาตุเจดีย์ไปจรดภูเขา ชาวเมืองต่างพากันยกย่องให้พังพการเป็นเทพโดยเรียกชื่อว่า ท้าวพังพการ แล้วเปลี่ยนชื่อเขาหนอกวัวเป็น เขามหาชัย จนถึงปัจจุบัน) แต่เนื่องจากศรีวิชัย เป็นเมืองขึ้นชวานานเกินไปบรรดาหัวเมืองทางเหนือก็หันไป ขึ้นกับสุโขทัยจึงเข็มแข็งกว่า ในเวลาต่อมาและกลายเป็นเมืองหลวงต่อจาก กรุงศรีวิชัย เมืองขึ้นของศรีวิชัย ทางคาบสมุทรทะเลใต้ก็หันไปขึ้นกับสุโขทัยด้วยจากตำนาดังกล่าวต่อมาประมาณ พ.ศ.1900-2000 ลูกหลานของท้าวพังพการ ได้บวชเรียนเป็นภิกษุสงฆ์ และเป็นสมภาร ที่วัดศรีธัมมาราม ชื่อพระโพธิญาณรังษี เป็นพระสำคัญรูปหนึ่ง ในยุคนั้น ได้สร้างอนุสรณ์แก่ต้นตระกูลของท่าน คือ ท้าวพังพการ โดยสร้างพระปิดตามีงูจงอางที่คาบแก้วให้พังพการเป็นสัญลักษณ์ อยู่ที่องค์พระด้วย เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้แก่ท้าวพังพการการสร้างครั้งนั้นทำด้วยเนื้อสัมฤทธิ์ และเงิน เพื่อให้อนุชนชาวศรีวิชัยรุ่นหลังได้ระลึกถึงบุญคุณของท้าวพังพการ และฝังบริเวณ วัดรอบดๆบ้านของท้าวพังพการ เช่น วัดกล้ายาน วัดศรีธมมาราม (วัดมะม่วงขาวปัจจุบัน)แต่ยังคงเหลือ แต่วัดศรีธัมมาราม(วัดมะม่วงขาว)ส่วนวัดหล้ายานร้างไปนานแล้วและพระปิดตาพังพการ รุ่นนั้นนับได้ว่าเป็นพระปิดตาที่มีอายุมากที่สุดในประเทศไทยยังมีการขุดเจอบ่อยครั้ง ในละแวกบ้านของท้าวพังพการแต่มีราคาสูงมากสำหรับของแท้จริงๆปัจจุบัน วัดศรีธัมมาราม(วัดมะม่วงขาว) ยังคงมีสถาณะเป็นวัดอยู่ แต่ทรุดโทรมมากลัว ไม่มีปัจจัยในการบูรณะให้สมบูรณ์ได้ เอเป็นการเชิดชูประวัติของท้าวพังพการ และระลึกถึงผู้สร้างพระปิดตาพังพการที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ทางวัดมะม่วงขาว โดยพระปลัดนิคม ธมฺมญาโณ สมภารและคณะกรรมการ พ่อค้า ประชาชน จึงจัดสร้างพระปิดตาพังพการ เพื่อสมณาคุณแจกจ่ายแก่ผู้บริจาคสมทบทุนบูรณะวัดมะม่วงขาว ให้อยู่คู่กับชื่อเสียงของท้างพังพการตลอดไปโดยให้มีรูปด้านหน้า รูปลักษณ์ พระปิดตาอยู่ตรงกลางมีงูจงอางแผ่พังพานเหนือองค์พระมีรัศมีดาบอยู่ด้านหลังตัว อันแสดงให้เห็นดังปฏิหาริย์ของการเคลื่อนไหว และอานุภาพ แห่งเทพอาวุธ ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยเกิดขึ้นจริงในดินแดนศรีวิชัยแห่งนี้ และล้อมรอบด้วยตัวนะปักบังกำเนิดอันเป็นการป้องกันภยันตราย จากภายนอกด้านหลังตรงกลาง มีรูปพานใส่ดาบวางอยู่ยอดเขา มีความหมายของดาบ อันเป็นอาวุธที่พังพการใช้กู้กรุงศรีวิชัย จนสำเร็จได้รับชัยชนะบนยอดเขามหาชัย เพื่อให้ลูกหลานชาวศรีวิชัย รู้ถึงประวัติศาสตร์ และระลึกถึงบุญคุณของท่าน ท้าวพังพการ อันเป็นบรรพบุรุษของชาวศรีวิชัย ท่านหนึ่ง และมีรูปหนุมานเชิญธง 8 ตนล้อมรอบเป็นการบ่งบอกถึงว่าท่านเปรียบเสมือนทหารเอกของพระนารายณ์ ซึ่งรูปหนุมานเชิญธง ดังกล่าวจะปรากฏอยู่บนผืนธงชัย นำทัพครั้งโบราณ ทุกกองทัพเพราะหนุมานไม่เคยแพ้แก่ศัตรูในการรบศึกในรามเกียรติภารตะ
ยอดจอง 0 คน
สมัครสมาชิก
Copyright ©G-PRA.COM
www1