ชีวประวัติ หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม
นามเดิม : อุ้น อินพรหม
สมณศักดิ์ : พระครูวินัย วัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดตาลกง
อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
ชาติภูมิ : กำเนิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2459 ( แรม 2 ค่ำ เดือน 4 ปี มะโรง ) เป็นบุตรคนโตของโยมบิดา บุญ อินพรหม โยมมารดา เล็ก อินพรหม ณ บ้านหนองหินถ่วง ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
อุปสมบท : เมื่ออายุ 20 ปี วันที่ 21 ก.ค.2479
ณ พัมธสีมา วัดตาลกง โดยมีพระอธิการชัน
วัดมาบปลาเค้า เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการผิว
วัดตาลกง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการขาว
วัด อินจำปา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับสมณฉายา
ว่า " สุขกาโม "
การศึกษาพุทธาคม : ศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ อยู่รับใช้ลพ.ผิว วัดตาลกง ซึ่งเป็นอาจารย์ที่เชี่ยวชาญไสpศาสตร์เวทย์มนต์คาถาอาคม รุ่นราวคราวเดียว ( สหธรรมิก )กับ ลพ.เพลิน วัดหนองไม้เหลือง ทั้งยังเก่งด้านวิปัสนากรรมฐาน เมตตา อยู่ยงคงกระพัน ซึ่งใกล้ชิดกับลป.นาค วัดหัวหิน ทั้งเคยเดินทางไปศึกษาวิชาความรู้จาก ลป.นาค อยู่เป็นประจำ
หลวงพ่อผิว ธมสิริ เป็นพระเกจิทรงคุณวิเศษ ของเมืองเพชรบุรีในยุคนั้น แต่อุปนิสัยของท่านชอบอยุ่สันโดษ เก็บตัวเงียบ ไม่ยอมเปิดเผยว่ามีดีนานๆจะลง นะ ที่กระหม่อมให้ผู้ไปหาท่านสักครั้ง ชาวบ้านวัยชราอายุ 80 กว่า เล่าให้ฟังว่า ลพ.ผิวลง นะ ที่หัวให้ตัวเดียว มีคุณสารพัด อยู่ยงคงกระพันจนวันตาย คนเก่าๆแถวท่ายาง ต่างประจักษ์ในความคงกระพันชาตรีมาแล้วหลายราย ก่อนนี้มีไอ้หนุ่มวัยรุ่นมาติดพันสาวมาบปลาเค้า เข้าไปกราบนมัสการ ลพ.ผิว ขอให้ท่านลงนะที่กระหม่อมให้ ครั้นต่อมาไม่นานเขากลับมามาบปลาเค้าอีกครั้ง ถูกนักเลงเจ้าถิ่นแทงด้วยมีด ตีหัวด้วยท่อนไม้ ไม่ยักเป็นไร เลยฮึดสู้หนึ่งต่อสาม เล่นเอานักเลงเจ้าถิ่นต้องเปิดหนีกันจ้าละหวั่นไปเลย หลวงพ่ออุ้น เป็นที่โปรดปรานของ ลพ.ผิวมากๆได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาให้จนหมดสิ้น
ในพรรษาต่อมา ลพ.อุ้่นเดินทางไปกราบนมัสการลพ.ทองศุข วัดโตนดหลวง ถวายตัวเป็นศิษย์เพื่อเล่าเรียนฝึกปฏิบัติสมธกรรมฐาน วิปัสนากรรมฐาน พุทธาคม โดยเรียนฝึกวิชากสิณจนชำนาญในกสิน10รวมทั้งตำรับตำราการทำผงเมตตาชั้นสูงด้วย หลวงพ่อทองศุข เห็นความมานะพยายามของ ลพ.อุ้น ประจวบกับ ลพ.ผิว ก็มีความคุ้นเคยกับ ลพ.ทองศุขมาก่อนแล้ว ท่านจึงรับไว้เป็นศิษย์ถ่ายทอดสรรถวิชาให้อย่างเต็มกำลัง
อันที่จริงศิษย์ของ ลพ.ทองศุขมีหลายรูป ล้วนแต่มีชื่อเสียงทั้งสิ้น เช่น ลป.คำ วัดหนองแก ลพ.ยิด วัดหนองจอก ลป.นิ่ม วัดเขาน้อย ลพ.พิมพ์มาลัย วัด หุบมะกล่ำ ลพ.อบ วัดถ้ำแก้ว ลพ.แผ่ว วัดโตนดหลวง ลพ.แล วัดพระทรง เป็นต้น ก่อนที่จะศึกษาเล่าเรียนวิชา ลพ.ทองศุขได้ดูฤกษ์ยามก่อน แล้วนัดกำหนดวันให้ ลพ.อุ้น เดินทางไปทำพิธีขึ้นครู หรือการยกครูมีขันธ์ 5 ดอกไม้ ธูปเทียน บายศรี ทำพิธีขึ้นครู กล่าวได้ว่า ลพ.อุ้น เป็นศิษย์ผู้สืบทอดพุทธาคมจาก ลพ.ทองศุขโดยตรงอีกรูปหนึ่งอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นการกล่าวอ้างครูบาอาจารย์อย่างเลื่อนลอยการเรียนวิชาอาคม ของ ลพ.อุ้น ต้องเดินทางจากวัดตาลกงไปเรียนที่วัดโตนดหลวง ครั้งหนึ่งพักอยู่ 15 วัน ไปกลับอย่างนี้เป็นประจำ ทั้งยังออกปริวาสกรรมร่วมกับหลวงพ่อทองศุข ขึ้นเขาไปบำเพ็ญเพียรในป่าช้าก็บ่อยครั้ง มีอยู่ครั้้งหนึ่ง ได้พบกับ หลวงพ่อจัน วัดมฤคทายวัน ซึ่งเป็นญาติกับ ลพ.ทองศุข ลพ.จัน เก่งวิชาสะกดชาตรี คือวิชาสะกดสัตว์ร้ายอยู่กับที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เรียนมาจากพระภิกษุธุดงค์ชาวเขมร หลวงพ่อจัน ได้ถ่ายทอดวิชาสะกดชาตรีให้กับลพ.อุ้นเช่นกัน สำหรับวิชาที่โดดเด่นมากของลพ.ทองศุข ยากที่ศิษย์ผู้ใดจะได้รับการถ่ายทอดคือ " วิชาการทำผงพระจันทร์ครึ่งซีก "
วิชา การทำผงพระจันทร์ครึ่งซีกเป็นอย่างไร ? ผงพระจันทร์ครึ่งซีก เป็นผงเมตตามหานิยมมีพุทธคุณอมตะล้ำลึกแต่ท่านยังไม่เคยนำเอาวิชามาทำผงเลย เพราะสัจจะกฎสำคัญมากนอกจากนั้นยังได้รับการถ่ายทอดการทำผงอิทธิเจ ผงปถมังผงมหาราช และผงหน้าพระภักษ์ อันเป็นตำรับสุดยอดของ พระผงวัดนก จังหวัดอ่างทอง สำหรับตำราผงหน้าพระภักษ์ รู้ว่าปัจจุบันได้สูญหายไปจากวงการไสยศาสตร์นานแล้ว หากมีอยู่หรือเป็นมรดกแก่ผู้ใดบ้างก็คงมีน้อยเต็มที ที่จะรู้ได้อีกวิชาหนึ่ง ที่ได้รับการถ่ายทอดจากหลวงพ่อทองศุข คือ การสักยันต์คงกระพันชาตรี หลวงพ่ออุ้นเคยสักยันต์ใ้ห้ลูกศิษย์ไปหลายคน ล้วนแล้วแต่อยู่ยงคงกระพันชาตรี ภายหลังลูกศิษย์ของท่าน ( บางคน ) มีนิสัยเกเร สร้างความเดือดร้อนใจให้ผู้อื่น ท่านมาพิจารณาดูแล้ว เห็นเป็นการส่งเสริมให้คนประกอบมิจฉาชีพผิดคดีโลก คดีธรรม ตั้งแต่นั้นท่านเลิกสักยันต์โดยเด็ดขาด ส่วนใครที่อยากได้รับประสิทธิ์ประสาทอักขระเลขยันต์จากท่าน ก็เมตตาทำให้เพียงเป่ากระหม่อม หรือเจิมหน้าผากด้วยผงพุทธคุณเพื่อความเป็นศิริมงคลสำหรับ วิชา นะปัดตลอด นั้น ลพ.อุ้นได้รับการถ่ายทอดเช่นเดียวกัน วิชานี้จะสังเกตุได้ถึงวัตถุมงคลสำนักวัดโตนดหลวง มียันต์นะปัดตลอด และ นะ ปถมังปรากฎอย่างชัดเจน รวมทั้งวัตถุมงคลศิษย์สายหลวงพ่อทองศุขทุกรูป
หลังจากนั้น ลพ.อุ้นได้ไปกราบนมัสการพระอธิการชัน วัดมาบปลาเค้า เพื่อขอศึกษาวิชาไสยศาสตร์ ด้านอยู่ยงคงกระพัน เสกลิงลม ขับคุณไสย วิชาทำตะกรุด ครูบาอาจารย์ของท่าน มิใช่จะมีแต่บรรพชิตเท่านั้น แม้คฤหัสถ์ผู้ิเชี่ยวชาญอาคม ท่านก็ยังขอเล่าเรียนเช่นกัน อย่างเช่น อาจารย์โม หมอสักชาวเพชรบุรีมีชื่อเสียงโด่งดังทีสุดในยุคนั้น
หลวงพ่ออุ้น ได้ไปขอเรียนวิชาจากอาจารย์โม แม้ ลพ.ไสว วัดปรีดาราม ( มรณภาพไปแล้ว )ก็เคยไปเรียนวิชาการสักยันต์มาเหมือนกันจากนั้น ลพ.อุ้นไปเรียนวิชาทำสีผึ้งเมตตามหานิยม วิชาลงเลขยันต์ ลงสมุนไพร ตำราสมุนไพรจากหมอฉ่ำหมอไสยศาสตร์ ชาวท่ายาง อันที่จริงโยมพ่อบุญ อินพรหม บิดาของ ลพ.อุ้นก็เชี่ยวชาญเป็นหมอไสยศาสตร์ มีความรู้เรื่องยาโบราณทั้งตำรายาโบราณที่ตกทอดมาแต่ยุคก่อนจำนวนมาก โดยเฉพาะตำราทำผงยาเพชรบุรี ซึ่ง ลพ.อุ้นได้รับสืบทอดมาด้วยเช่นกัน ว่ากันว่า ผงยาเพชรมณีหรือเพชรจินดาเป็นตำรายาหัวใจ ยาลม ยาอายุวัฒนะที่ดีมาก มีคุณสมบัติพิเศษไม่แตกต่างกับผงยาจินดามณีของหลวงปู่บุญมากนัก หรืออาจเป็นตำราสูตรเดียวกันมาแต่โบราณก็เป็นได้
ปฏิปทาศีลวัตร
หลวงพ่ออุ้น เป็นพระที่มีอัธยาศัยไมตรีเปี่ยมด้วยเมตตา ถือสัจบารมีเป็นที่ตั้ง ปฏิปทาศีลวัตรงดงามบริสุทธิ์ เสมือนทองทั้งแท่ง ท่านใฝ่ใจในเรื่องที่เป็นวัฏสงสาร การเกิดแก่เจ็บตาย บุญกรรมสิ่งลี้ลับ ธรรมชาติโดยเฉพาะเรื่องเวทมนต์ถาถาอาคมอักขระเลขยันต์เป็นพิเศษ ซึ่งมีอุปนิสัยใจคอมาตั้งแต่วัยเด็ก จึงเป็นแรงจูงใจให้ใฝ่ศึกษาเล่าเรียนรู้แล้วปฏิบัติให้เข้าถึงรู้แจ้งเห็นจริง ผู้ใกล้ชิดหลวงพ่ออุ้นต่างรุ้กันดีว่าท่านไม่ใช่พระธรรมดาหรือเป็นพระธรรมดาที่ยิ่งกว่าธรรมดา มีญาณสมาบัติสูง มีสมาธิจิตแก่กล้าหยั่งรู้อนาคต แม้กรวดหินแร่ธาตุต่างๆท่านหยิบผ่านมือแล้วมอบให้แก่ใคร ก็มีอานุภาพพุทธคุณอย่างน่าอัศจรรย์
หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม เป็นพระสุปฏิปันโน ผู้บริสุทธิ์ด้วยไตรสิกขา เป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย เป็นที่รู้ศรัทธาเลื่อมใสของญาติโยมสาธุชนอย่างกว้างขวาง ใครไปหาท่าน ท่านเมตตาต่อทุกคน จะกราบไหว้ก็กราบด้วยความสนิทใจ สมเป็นสมณพุทธบุตรธรรมทายาทอย่างแท้จริง เกียรติคุณของหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม เป็นที่ยอมรับกันอย่างแท้จริง ดังนั้นท่านได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชนในแวดวงพระเครื่องจัดลำดับพระเกจิอาจารย์ยอดนิยมเมืองไทย ให้เป็นหนึ่งในสิบพระเกจิอาจารย์ในยุคปัจจุบัน |
|