ขออนุญาตนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการจับพลังมาครับ ด้วยความเคารพ
เหรียญบำรุงขวัญสาธารณสุขมูลฐาน หลวงปู่คำพัน โฆษปัญโญ อธิษฐานพร
เขียนโดย อำพล เจน
วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2010 เวลา 23:56
เดิมผมไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ ไม่เชื่อมาตั้งแต่ยังไม่เคยรู้จักหลักแห่งการอย่าเชื่อ 10 ประการของพระพุทธองค์ เมื่อได้รู้จักหลัก 10 ประการนั้นแล้ว ผมยิ่งเชื่ออะไร ๆ ยากขึ้นไปอีก
ผมไม่เชื่อเรื่องวัตถุมงคลหรือ เครื่องรางของขลังว่ากันมีดกันปืนได้จริง แต่ผมก็แขวนพระเครื่องของหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง ตลอดเวลา โดยที่ไม่เชื่อในด้านนี้ ผมแขวนเพราะรักและเคารพหลวงพ่อเสมือนพ่อของผมเท่านั้น
แขวนคอไว้ เป็นเครื่องระลึกถึงท่านว่าอย่างนั้นเถิด
เข้าทำนองพ่อให้สมบัติ หรือสิ่งของสักอย่างหนึ่งแก่ลูก ผู้เป็นลูกก็เก็บรักษาของนั้นไว้เพราะรักเคารพพ่อ คนอื่น ๆ เห็นเป็นของไม่มีค่า แต่เราเห็นเป็นของมีค่าเสมอ,อย่างนั้น
ต่อมาผมได้ไปเที่ยวป่าโนนดินแดง บุรีรัมย์ สมัยที่พื้นที่แถวนั้นกำลังเปล่งสีแดงเถือกเพราะอำนาจของผกค.
ผมก็ยังได้ มีโอกาสพบพวกผกค. อย่างน้อยสองสามครั้ง ขณะที่พวกเขาลาดตระเวณผ่านมาทางที่ผมพักอยู่
นอกจากผกค.แล้วก็ยังมีพวก นอกกฎหมายและนักเลงหัวไม้อีกขโยง ที่ชุมนุมกันเหมือนดาวร้ายในหนังไทยน้ำเน่าไม่มีผิด
คนเหล่านี้ก็รับเอา ผมเป็นพวกซึ่งทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย เมื่ออยู่ในป่าเพื่อล่าสัตว์แถวนั้น
วันหนึ่งเขางัดเอาของขลังมาลองยิงกันกลางลานกระท่อม
เขี้ยวหมูตัน
คนอื่นๆยิงด้วยลูกซองและคาร์บินไปคนละชุดสองชุดผลคือทั้งยิงออกและไม่ ออก ที่ยิงออกนั้นก็ทำให้ขวดเหล้าแม่โขงชนิดแบน ซึ่งใช้สำหรับเสียบเขี้ยวหมูตันที่ปากขวดถึงกับกระเด็นไป แต่ขวดไม่แตก
ผมเห็นแล้วก็ขอลองกับมือตนเองบ้าง
ปืนก็ของผมเอง กระสุนก็ของผมเอง เป็นปืนรีวอลเวอร์สมิธแอนด์เวสสันขนาด.32
ผลการ ยิงคือ 2 นัดแรกกระสุนด้าน แต่นัดที่สามปืนก็ลั่นเปรี้ยง
เสียงกระสุน กระทบขวดดังเคร้งเสียดหู
ขวดกระเด็นไปแต่ไม่แตก
ตอนนี้ผม เชื่อจริง ๆ เข้าแล้วว่าเรื่องอย่างนี้เป็นของมีจริง
ผู้ที่เป็นพยานในการลองของของผมในครั้งนี้ที่พอจะเอ่ยชื่อได้คือคุณวรภูมิ วิศิษฎ์ศรี นักวาดภาพประกอบมือฉมัง (เสียชีวิตแล้ว) คุณสหัส อินทสิริ นักโต้กลอนสดธรรมศาสตร์ และคุณอี้ด (ไม่ทราบชื่อจริง) นักวาดภาพคัทเอาท์และโปสเตอร์หนังก็วนเดียวกันกับเปี๊ยก โปสเตอร์
ต่อจากนั้นมาผมก็ได้ประสบอุบัติเหตุเล็ก ๆ ใหญ่ ๆ อีกหลายครั้ง ก็ยิ่งทำให้เชื่อในพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณยิ่ง ๆ ขึ้น
และเริ่มสนใจในเรื่องพระ เครื่องอย่างเอาจริงเอาจัง
ด้วยเหตุที่สนในพระเครื่องนี้เอง ทำให้ผมได้รู้จักนักตรวจพลังพระเครื่องซึ่งเที่ยวเดินตรวจไปเรื่อย พอเจอองค์ที่เหมาะใจก็เช่าทันที แม้ว่าพระเครื่องนั้นจะเห็นชัดๆ ว่าปลอมพันเปอร์เซ็นต์ก็ตาม นักตรวจพลังเหล่านั้นมีอยู่มาก ซึ่งทุกรายผมเห็นว่าเป็นตัวตลกทั้งสิ้น
วิชาตรวจพลังพระเครื่องผม พอจะทำใจเชื่อได้บ้างว่าอาจมีจริง แต่ผมไม่เชื่อว่าคนที่ทำท่าตรวจพลังนั้นจะสามารถตรวจได้จริง เพราะดูไปแล้วเขาก็ไม่ได้มีความประพฤติเลิศเลอไปกว่าผมเท่าใดเลย
นักตรวจพลังพระเครื่องที่ผมรู้จักก็กลายเป็นของเล่นสนุกสำหรับผม โดยที่เขาไม่มีทางรู้ตัว
ผมทั้งเอาของปลอมของแท้ให้เขาตรวจ ซึ่งคำตอบที่ออกมาก็ทำให้ผมรู้ว่าหมอนี่มั่วชั่วอย่างหาที่ติไม่ได้
อาจารย์ประโยชน์คณบดีคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคยเล่าว่า เพื่อนของท่านคนหนึ่งเป็นนักตรวจพระเคยไปเช่าพระกรุวัดดาวคะนองด้วยกัน ก่อนเช่าก็เอาพระกรุที่ขุดได้นั้นให้ตรวจเสียก่อนว่าเป็นของสมเด็จฯโตหรือ ไม่ เขากำพระไว้ในมือครู่หนึ่งแล้วร้องโอ้โฮใช่แน่นอน แรงมากก็เลยเช่ามาคนละองค์
อาจารย์ประโยชน์ก็คล้ายผมแหละครับ ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ ท่านก็รอเวลาให้ผ่านไปก่อน 1 ปี แล้วเอาพระองค์เดิมกลับมาให้นักตรวจพลังคนเดิมว่าใช่พระของสมเด็จฯโตหรือ เปล่า
คำตอบคือไม่ใช่ แถมยังอ๊อนอ่อนอีกต่างหาก
อาจารย์ประโยชน์ก็ขบขันไป
แต่นักตรวจพลังพระเครื่องที่อาจารย์ประโยชน์ เชื่อถือก็มีอยู่คนหนึ่งคืออาจารย์เบิ้ม ซึ่งอาจารย์เบิ้มนี้เมื่อครั้งที่ผมรู้จักท่านใหม่ๆ ก็ไม่ปลงใจเชื่อเหมือนรายอื่นๆ แต่ผมก็เกรงใจในฐานะที่ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่มีความประพฤติดีกว่าผม และก็แอบๆ ลองของกับท่านอยู่หลายเที่ยวโดยที่ท่านไม่รู้ตัวหรืออาจจะรู้ก็ไม่ทราบ
วิธีลองของของผมนั้นก็คล้ายกับที่อาจารย์ประโยชน์ทำไว้ก่อนนั่นแหละ ครับ แต่คำตอบที่ได้รับก็เหมือนเดิมทุกครั้ง
ครั้งสำคัญที่ผมลองก็ คือผมเอาจีวรหลวงปู่แหวนฝากไว้กับเพื่อนไปให้อาจารย์เบิ้มตรวจ โดยที่เพื่อนผู้รับฝากไม่ทราบว่าผมกำลังทำอะไร ผมเพียงบอกว่าจีวรนี้ได้มานานแล้ว และก็ลืมแล้วว่าเป็นจีวรของใคร ขอให้อาจารย์ตรวจดูด้วย โดยนำเอาพระเครื่องของหลวงปู่แหวน หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ขาว หลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ผาง หลวงปูสิม ไปเป็นเครื่องประกอบการตรวจให้ดูว่าจีวรนั้นเป็นขององค์ไหน
เพื่อนผมก็นำไปและกลับมาเล่าให้ฟังว่า อาจารย์เบิ้มออกปากว่าอย่างนี้ยากอยู่นะ ต้องผู้มีฌานระดับหลวงปู่จึงจะรู้ แต่ท่านก็จะลองพยายามดู และก็เอาจีวรขึ้นมาตรวจก่อน แล้วเอาเหรียญหลวงปู่ทุกองค์ขึ้นมาตรวจไล่ไปทุกเหรียญ ในที่สุดท่านก็บอกว่า จีวรนี้น่าจะเป็นของหลวงปู่แหวน เพราะว่าเหมือนกันมาก
นี่สิครับ เจ๋ง!
อีกคราวหนึ่ง เพื่อนผมได้อัฐิของหลวงปู่จันทร์วัดศรีเทพ มาชิ้นหนึ่งก็นำไปให้อาจารย์เบิ้มดูว่าเป็นของใครโดยวิธีเดียวกับของผม
ปราก ฎว่าอาจารย์เบิ้มตอบได้ถูกต้องว่าเป็นอัฐิธาตุของหลวงปู่จันทร์จริง ๆ
ที่เจ๋งกว่านั้นก็คือพระเครื่องรุ่นเดียวกันเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว คือเป็นพระเครื่องของหลวงปู่ขาว อนาลโยแต่ว่ามีอยู่องค์หนึ่งได้นำไปถวายหลวงปู่สิม,หลวงปู่ชอบ และหลวงปู่คำพันเสกเพิ่มแล้วนำมาให้อาจารย์เบิ้มตรวจดู ซึ่งเมื่อตรวจแล้วอาจารย์เบิ้มก็แสดงความแปลกใจว่า ทำไมพระเครื่องสององค์นี้ไม่เหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่เป็นรุ่นเดียวกันของหลวงปู่ขาวเหมือนกัน และอีกองค์หนึ่งกลับดีกว่าอีกองค์หนึ่ง องค์ที่ดีกว่าก็คือองค์ที่ไปเสกเพิ่มมานั่นแหละครับ
ผมทดลองอาจารย์เบิ้มมาแล้วแทบทุกวิธี ทั้งวิธีเอากระดาษห่อพระไว้ไม่ให้เห็นด้วยตา ท่านก็ยังทราบว่าอะไรเป็นอะไรจริงได้อย่างถูกต้อง ทำให้ผมเชื่อใจท่านได้สนิทว่านักตรวจพลังพระเครื่องท่านนี้เป็นของจริง
อาจารย์เบิ้มเคยฝึกปฏบัติกับหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ เพราะว่าบ้านอยู่ใกล้วัดปากน้ำ และก็เคยฝึกปฏิบัติกับหลวงพ่อชาสมัยไปอยู่อุบลฯ และก็หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลีอีกองค์หนึ่ง วิชาตรวจพระดูเหมือนว่าจะได้มาจากหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี (ผมไม่แน่ใจนะครับ)
ในกลุ่มพวกเราที่เชื่อถืออาจารย์เบิ้มมักจะประพฤติกันเสมอ คือใครได้พระอะไรมาก็เอามาให้อาจารย์เบิ้มตรวจเสียก่อน ทั้งนำไปตรวจด้วยตนเองและฝากไปตรวจ ซึ่งการฝากไปตรวจนั้นโดยมากเป็นผมประพฤติ เพราะการฝากมีโอกาสลองของได้ง่าย
ล่าสุดนี้ได้มีการนำเหรียญบำรุงขวัญ ซึ่งสาธารณสุขจังหวัดนครพนมสร้างไปให้อาจารย์เบิ้มตรวจ อาจารย์เบิ้มตรวจแล้วก็เปล่งวาจาว่า
อยู่เย็นเป็นสุข
นั่นยังไม่หนำใจ มีการแอบนำกลับไปตรวจอีกเป็นรอบสองโดยที่อาจารย์เบิ้มไม่รู้จักว่าอะไร ซึ่งเมื่อตรวจแล้วก็เปล่งวาจาเหมือนเดิมอีก อยู่เย็นเป็นสุข
และที่เล่าเรื่องต่าง ๆ มาจนถึงตรงนี้ก็เพื่อจะชี้แนะพระเครื่องดีอีกรุ่นหนึ่งเท่านั้นไม่มีเจตนาอื่น
ความจริงเรื่องเหรียญบำรุงขวัญ สาธารณสุขมูลฐานนี้ผมได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ตัดสินใจสร้าง และมีส่วนในการคิดและแนะนำครูบาอาจารย์ปลุกเสกด้วย
เรื่องเริ่มที่ คุณหมอชัชวาลย์ คล่องพิทยาคมรองแพทย์ใหญ่จังหวัด นครพนมดำริในขณะกินข้าวมื้อเย็นด้วยกันกับผม และคุณปัญญา โกวิทวงศ์ เจ้าของบริษัทเอเวอร์กรีน ฟาร์ม่า โดยบอกว่าอยากจะทำเหรียญที่ระลึก เพื่อแจกบำรุงขวัญสาธารณสุข หมู่บ้านในจังหวัดนครพนมทุกหมู่บ้าน รวมแล้วมีประมาณสองพันกว่าคน
คุณหมอเพิ่งย้ายมาอยู่นครพนมใหม่ ๆ ก็คิดว่าอยากจะทำเป็นรูปพระธาตุพนม เพราะว่าเป็นสัญลักษณ์ของนครพนม แต่เรื่องปลุกเสกและออกแบบเหรียญยังไม่ได้คิด ผมและคุณปัญญาก็แนะนำว่าให้ไปกราบเรียนขออนุญาตหลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ ว่าจะทำอย่างนี้เพื่ออย่างนี้ ท่านก็คงจะอนุญาตและเต็มใจปลุกเสกให้หรอก ส่วนการออกแบบและการสร้างก็ควรขอความกรุณาจากอาจารย์อนันต์ สวัสดิสวนีย์ ช่วยทำให้ ซึ่งคุณหมอก็เห็นคล้อยตามทุกประการ
ทีแรกเหรียญนี้จะสร้างแค่แจก ตามจำนวนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหมู่บ้านในเขตนครพนมเท่านั้น แต่คุณหมอแขก ดูเหมือนจะเป็นแพทย์ใหญ่จังหวัดสกลนครทราบก็ร้องเอะอะว่าจะเอาด้วย จะเอาไปแจกให้เจ้าหน้าที่ทางสกลนครบ้างจำนวนสร้างที่ต้องเพิ่มขึ้น และเมื่อคุยกันหลายฝ่ายแล้วก็ตกลงใจว่าจะสร้างดังนี้
เนื้อเงิน จำนวน 1,000 เหรียญ
ทองแดง จำนวน 40,000 เหรียญ
เนื้อเงินไม่แจก แต่ทำขึ้นจำหน่ายหาทุนสร้างห้องสมุด โดยจำหน่ายเหรียญละ 300 บาท
เนื้อทองแดงแบ่งออกเป็นสองส่วนคือของนครพนมและสกลนคร แต่ละฝ่ายก็นำไปแจกเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหมู่ในจังหวัดของตนตามที่ตั้งใจไว้ ส่วนที่เหลือจากแจกก็จำหน่ายเหรียญละ 10 บาท
ทั้งเนื้อเงินและทองแดงจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ ถวายหลวงปู่คำพันธ์ เพราะฉะนั้นเนื้อเงิน 30 เหรียญ ทองแดง 4,000 เหรียญได้นำขึ้นถวายหลวงปู่คำพันธ์
ถึงตรงนี้ก็เป็นที่ซึ่งผมจะต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจและจริงใจต่อผู้อ่าน เพราะเหตุว่านี่ดูเหมือนจะเป็นเหรียญรุ่นเดียวที่ผมเล่าไม่ได้ นั่นเพราะสัจวาจาที่ให้ไว้กับหลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ หลังจากที่ท่านห้ามผมไม่ให้เขียนประวัติท่าน ผมจึงไม่กล้าที่จะเขียนถึงท่านมากกว่านี้ คนอื่น ๆ อาจเขียนได้ แต่ว่าผมไม่เขียนแน่
เพราะเหตุที่เขียนไม่ได้ ก็เลยต้องโยงเรื่องอาจารย์เบิ้มเข้ามาหาเหรียญบำรุงขวัญอย่างนี้แหละครับ
ถ้าใครอยากรู้จักอยากรู้เรื่องหลวงปู่คำพันธ์ ให้แวะไปที่ท่าพระจันทร์ ถามหาคุณเง็ก บางลำภู ใครก็ตามจะได้ฟังเรื่องหลวงปู่คำพันธ์ตั้งแต่เช้ายันเย็นก็ไม่หมด
เชื่อผมเถิดครับ บูชาเหรียญนี้ไว้อย่างน้อยคนละเหรียญรับรองไม่ขาดทุน
.................................................
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารศักดิ์สิทธิ์ฉบับที่ 210 |
|