หลวงพ่อคูณ" ยังคงอ่อนเพลีย ซมพิษไข้ แต่ล่าสุดไม่มีไข้แล้ว บ่นอยากกลับวัดเหมือนเดิม
ด้านแพทย์ยังต้องให้ยาปฏิชีวนะเพิ่ม เหตุเชื้อยังไม่หมด พร้อมสั่งเข้มงวด งดออกนอกห้อง งดเยี่ยม และงดกิจนิมนต์ทุกกรณี...
เมื่ิอวันที่ 25 มี.ค. 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา
ที่เข้าพักรักษาอาการอาพาธด้วยภาวะปอดอักเสบ ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2555
ด้วยอาการสำลักและติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อและในรูปฉัน
จนล่าสุดเกิดอาการซึมเศร้ามาจากสาเหตุโรคติดเชื้อหลอดลมอักเสบ ไข้ขึ้นสูง และดีขึ้นเป็นลำดับ ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค.56 มีอาการกำเริบติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ไข้สูง หนาวสั่น ซึม อาการอาพาธเข้าเดือนที่ 4 ตามข่าวแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (25 มี.ค. 2556) ที่ห้อง 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา
นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.นครราชสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ เปิดเผยว่า
อาการของหลวงพ่อคูณ เริ่มดีขึ้น ไข้ไม่มี รู้ตัว รู้เรื่อง พูดคุยได้ดี บ่นกลับวัดเหมือนเดิม
คณะแพทย์ทำการพ่นยาขยายหลอดลม ให้ฉันยาละลายเสมหะ เพราะเสลดเสมหะยังมีอยู่คล้ายเดิมต้องดูดวันละ 2 ครั้ง ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อที่ให้ทางหลอดเลือดดำเป็นวันที่ 6 แล้ว เราให้มา 5-6 วันการตอบสนองดี ไม่มีอะไรผิดปรกติ
ซึ่งคณะแพทย์ประเมินอาการกันทุกวัน พอมาจนถึงวันนี้เชื้อยังไม่หมด เราคงจะต้องให้ยาปฏิชีวนะต่อจากเดิม 7 วัน ต้องเพิ่มเป็น 10 วัน และจะประเมินอีกครั้ง ส่วนโอกาสดื้อยาก็มี แต่จากการตรวจผลเพาะเชื้อมีการตอบสนองตัวอย่างดีตรงกับเชื้อ
ซึ่งคณะแพทย์เมื่อให้ยาครบ 10 วัน หากเชื้อยังหลงเหลือก็คงต้องให้ครบครอส 14 วัน เพื่อให้เชื้อหมดไปโดยสิ้นเชิง
ส่วนเรื่องปัสสาวะขณะนี้เราใช้น้ำเกลือล้างกระเพาะปัสสาวะวันละครั้ง ตรงนี้ทำให้ท่านมีอาการอ่อนเพลียอยู่ ต้องการพักผ่อน
ส่วนการทำกายภาพยังคงทำอยู่บนเตียง ยังไม่สามารถปั่นจักรยานไฟฟ้าได้ เพราะมีเข็มติดอยู่ที่ขา ไม่สะดวกด้วย ส่วนการจะให้เปลี่ยนอิริยาบถเปลี่ยนบรรยากาศนอกห้อง
ขอประเมินอาการครบ 7 วันก่อน ซึ่งเราคงต้องดูภาวะจิตใจ ดูสภาพของท่านด้วย ส่วนการเยี่ยมคงต้องของดเยี่ยม งดรับกิจนิมนต์ทุกกรณีเด็ดขาด เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ อย่างใกล้ชิด. |
|