(N)
ประวัติหลวงพ่อใหญ่(พระครูอดุล พัชราภรณ์)วัดประชานิมิต อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์
พระครูอดุลพัชราภรณ์ หลวงปู่อำคา ถาวโร หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า (หลวงพ่อใหญ่)
ชาติภูมิ
อายุ 86 ปี พรรษา 66เดิมชื่อ อำคา นามสกุล หอมมาลา โยมบิดาชื่อ นายบาง โยมมารดาชื่อ นางไฝ เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2470 ตรงกับวันเสาร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 7 ปีเถาะ ณ บ้านเลขที่ 97 หมู่ 8 ตำบลหนองพลวง อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
อุปสมบท
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2490 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ค่ำ ปีกุน ที่่วัดหันห้วยทราย ตำบลหันห้วยทราย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพระครูวิโรจนคุณ วัดหันห้วยทราย ตำบลหันห้วยทราย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา เป็นพระอุปัชณาย์
การศึกษา
ทางโลก สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านหนองคึม อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
เมื่อ พ.ศ. 2484
ทางธรรม สอบไ่ล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักศาสนศึกษาวัดสวัสดี สำนักเรียนคณะจังหวัดของแก่น เมื่อ พ.ศ. 2494
ตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์
พ.ศ. 2497 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองค่าย ตำบลหนองค่าย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
พ.ศ. 2497 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลประทาย เขต 2 อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
หลังจากนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2502 หลวงพ่อได้ย้ายจากอำเภอประทาย มาจำพรรษาที่ัวัดหนองสองห้อง (ในขณะนั้น) อำเภอวิเีชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมาหลวงพ่อได้รับความไว้วางใจแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ต่างๆ ดังนี้
พ.ศ. 2507 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
พ.ศ. 2518 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประชานิมิต ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2518 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอวิเชียรบุรี อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จนถึงปัจจุบัน
พระครูอดุลพัชราภรณ์ เป็นพระมหาเถระผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
งานการศึกษา
ท่านได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของพระภิกษุสามเณรเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากมโนปณิธานของท่านว่า ท่านไม่ได้เรียนสูง จบเพียงนักธรรมชั้นเอก แต่ขอให้ลูกศิษย์ลูกหาได้เล่าเรียนอย่างเต็มความสามารถที่จะเรียนได้ จึงได้เปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม บาลี และแผนกสามัญศึกษา และส่งเสริมสนับสนุนให้พระภิกษุสามเณรได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี โท เอก อย่างต่อเนื่อง
งานการปกครอง
ท่านเป็นพระมหาเถระผู้มีเมตตาสูงยิ่ง ได้ใช้กุสโลบายในการปกครองพระภิกษุสามเณร คือ การปกครองโดยทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ปกครองแบบพ่อปกครองลูก ท่านดำรงตนอยู่ในพรหมวิหารธรรมทั้ง 4 ประการ และประพฤติตนตามหลักของครูที่ดี ข้อวัตรปฎิบัติของท่านนั้นเป็นที่เคารพเลื่อมใสของพระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนผู้พบเห็น จนได้รับการถวายปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพระพุทธศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2554
การทุ่มเททำงานของท่านตลอดระยะเวลา 66 พรรษา ของท่านที่ดำรงเพศบรรพชิต ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา พระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนผู้เคารพศรัทธาในตัวของท่าน หลวงปู่ท่านมักจะสอนลูกศิษย์เสมอว่า ความเป็นศิริมงคล คุณงามความดีต่างๆ นั้น ต้องเกิดจากตัวเราเองก่อน ถ้าหากเราทำดีแล้ว พระก็จะอยู่กับตัวเรา ความดีก็จะเกิดกับตัวเรา แล้วเราจะได้รับผลของการทำดีนั้น แต่ถ้าหากเราทำชั่ว พระก็จะไม่อยู่กับเรา ความไม่ดีก็จะเกิดกับตัวเรา เราก็จะต้องได้รับผลของความชั่วนั้นไม่ช้าก็เร็วทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วหลายคนถามว่าหลวงพ่อเป็นศิษย์ใครหลวงพ่อไม่ตอบเพียงแต่บอกว่าหลวงพ่อผางวัดอุดมคงคาคีรีเขตจ.ขอนแก่นเดินทางไปมาหาสู่มาจำวัดที่วัดประชานิมิตรตั้งแต่ปี2519ถึงปี2522ครับ
และเนื่องใน วันที่23 มิถุนายน 2556 พระเดชพระคุณหลวงพ่อใหญ่หรือพระครูอดุล พัชราภรณ์ได้มีอายุครบ 86 ปีหรือพรรษาที่66 ศิษย์และศิษย์ยานุศิษย์เห็นชอบและควรว่าจะสร้างพระกริ่งเทหล่อโบราณเป้าดินไทย (เทหล่อที่วัด) พร้อมกับเหรียญรูปไข่ครึ่งองค์และล็อกเกต รายได้ทั้งหมดถวายหลวงพ่อเพื่อตั้งมูลนิธิของหลวงพ่อใหญ่งานนี้เห็นพระอาจารย์บอกว่าไม่มีการเลือก(หมายเลขเ)พื่อความโปร่งใสจะถ่ายวีดีโอไว้ทุกขั้นตอนเพื่อที่ชาวบ้านและศิษย์ทุกคนที่เคารพและนับถือหลวงพ่อจะได้มีสืทธิ์เท่าเทียมกันทุกคนพระที่จัดสร้างนี้ปลุกเสก ๑ พรรษาเต็มถือว่าจัดสร้างเป็นครั้งแรกครับงานนี้เป็นงานบุญครั้งยิ่งใหญ่ก็ว่าได้ท่านที่สนใจก็คอยติดตามต่อไปมีข่าวอะไรเพิ่มเติ่มผมจะนำมาเสนอให้ทราบโชคดีกันทุกคนครับ |