สาระน่ารู้........
กลัวทำไมกับการตรวจภายใน
สาวๆ หลายคนยังผวาการขึ้นขาหยั่ง กลัวเจ็บ อายหมอ รวมไปถึงมองข้ามความสำคัญของการ ตรวจภายใน ด้วยไม่รู้ว่าการที่ต้องทนเขินเดินขึ้นขาหยั่ง แล้วให้หมอซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้มาตรวจๆ เช็คๆ ส่วนสงวนที่ควรปกปิดไปทำไม หนำซ้ำสาวบางคนยังมีข้ออ้างในใจว่าฉันยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคภายในซักหน่อย เฮ้อ คุณขา! โรคมะเร็งหรือเนื้องอกมันเลือกเกิดไม่ได้นะเออ เกิดเขาเข้ามาทักทายโดยไม่รู้ตัวแล้วจะมากลัวทีหลังไม่ได้นะ
เอาน่า อ่านบทความข้างล่างนี้ อาจจะเพิ่มความกล้าในการตรวจภายในให้คุณก็ได้
รู้จักอวัยวะส่วนลึกของเรากันก่อน อวัยวะในระบบสืบพันธุ์สตรีเรียงจากภายนอกไปถึงภายใน จะประกอบด้วย อวัยวะเพศภายนอก, ช่องคลอด, ปากมดลูก, มดลูก และปีกมดลูก ซึ่งรวมไปถึงรังไข่
โดยธรรมชาติ ระบบของการสืบพันธุ์จะเริ่มจากรังไข่ของผู้หญิงสร้างไข่ จากนั้นจะเกิดการตกไข่ 1 ฟองต่อเดือน ไข่นี้ก็จะเข้าไปหยุดคอยตัวอสุจิที่บริเวณท่อนำไข่ หากมีการร่วมเพศจะมีเหล่าตัวอสุจิหลายร้อยล้านตัวที่ถูกปล่อยบริเวณปากมดลูก แต่จะมีเพียงอสุจิจำนวนหนึ่งที่สามารถว่ายเข้าไปภายในโพรงมดลูกขึ้นไปสู่ท่อนำไข่ และมีตัวอสุจิหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ปฏิสนธิกับไข่ จนเกิดเป็นตัวอ่อน เคลื่อนลงมายังโพรงมดลูกและเติบโตครบ 9 เดือนแล้วคลอดมาชมโลกภายนอก
สารพัดข้ออ้าง หลีกเลี่ยงการขึ้นขาหยั่ง
อายหมอ เลิกอายได้เลย เพราะสูติแพทย์แต่ละท่านต้องผ่านการตรวจภายในให้แก่คนไข้มานักต่อนักแล้ว ชินและมองส่วนนั้นเป็นเรื่องธรรมด๊า-ธรรมดา(เห็นบ่อยๆ ก็เบื่อเป็น!) รวมทั้งในการตรวจแต่ละครั้งก็จะปกปิดคนไข้อย่างมิดชิด เปิดเฉพาะแค่ส่วนที่จะตรวจ แต่หากยังลำบากใจคุณก็สามารถรีเควสต์หมอผู้หญิงมาตรวจก็ยังได้ (แต่หลายคนคอมเม้นต์มาว่าหมอผู้ชายมือเบากว่านะ) และหากสูติแพทย์ซักประวัติเราควรตอบตามจริงเพื่อช่วยในการวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น
กลัวเจ็บ ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้วจะไม่เจ็บเมื่อรับการตรวจ แต่สำหรับสาวๆที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์อาจจะรู้สึกตึงๆ หรือเจ็บบ้างเล็กน้อย แต่ยังไงก็มั่นใจได้ว่าเครื่องมือในการตรวจจะต่างไซส์กันอยู่แล้ว โดยสาวบริสุทธิ์จะใช้เครื่องมือขนาดเล็กกว่าคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์แน่นอน
ตรวจยังไง เริ่มแรกเมื่อคุณขึ้นขาหยั่ง สูติแพทย์ก็จะดูลักษณะภายนอกทั่วไปก่อนว่ามีผื่นแผล ติ่ง หรือก้อนเนื้อที่ผิดปกติหรือไม่ จากนั้นจะถึงขั้นตอนตรวจดูภายใน โดยสอดเครื่องมือเข้าไปในช่องคลอดเพื่อถ่างให้เห็นลักษณะภายในช่องคลอดและปากมดลูก และดูว่าตกขาวมีสี กลิ่น และปริมาณผิดปกติหรือไม่ รวมทั้งตรวจดูถึงปากมดลูกว่ามีแผลอักเสบหรือมีติ่งเนื้อหรือไม่ แล้วอาจพ่วงด้วยการตรวจมะเร็งปากมดลูกไปพร้อมๆกัน โดยการใช้เครื่องมือป้ายเอาน้ำในช่องคลอด ขูดผิวปากมดลูก และช่องภายในปากมดลูกไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 3 - 7 วัน จึงจะรู้ผล
ส่วนการตรวจอีกขั้นตอน คือ ตรวจโดยคลำผ่านทางช่องคลอด โดยแพทย์จะสอดนิ้วในช่องคลอด แล้วใช้อีกมือหนึ่งกดท้องน้อยเพื่อหาความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ที่เหลือซึ่งอยู่ภายในอุ้งเชิงกราน
ตรวจแล้วดียังไง ดีแน่นอน เพราะการตรวจภายในจะทำให้ทราบสาเหตุของอาการทางนรีเวชต่างๆ เช่น มีตกขาวมาก มีกลิ่นเหม็น มีเลือดออกไม่ตรงกับประจำเดือน มีเลือดประจำเดือนออกนานเกิน 7 วัน มีแผลที่อวัยวะเพศ รวมถึงคลำเจอก้อนที่อวัยวะเพศหรือในท้องน้อย
หรือหากคุณมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับอวัยวะภายใน การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมเกิดผลที่ดีกว่า เช่นในรายที่มีการอักเสบเรื้อรังที่ปากมดลูก หรือสงสัยว่าจะมีเซลล์ผิดปกติจนอาจพัฒนาไปสู่เซลล์มะเร็ง สูติแพทย์อาจจะต้องนัดมาตรวจทุก 3 - 6 เดือนเพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้นก็ยังสามารถรักษาให้หายขาดได้
เตรียมตัวก่อนตรวจภายในอย่างไร ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ยังมีบางความเข้าใจที่ผิดๆ
1. ไม่ต้องโกนขน เพราะในการวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมบางโรคต้องดูจากขนประกอบด้วย นอกจากนั้นการโกนขนบริเวณอวัยวะเพศยังทำให้เจ็บและระคายเคืองเมื่อมีขนขึ้นใหม่
2. ถ่ายอุจจาระมาก่อน สำหรับผู้ที่ท้องผูกควรกินยาระบายล่วงหน้า 2 - 3 วัน
3. ควรสวมกระโปรงเพื่อความสะดวกในการตรวจ
นับประโยชน์ของการตรวจภายในได้มากขนาดนี้แล้ว เก็บความเขิน เมินความเจ็บ แล้วเดินเชิดอย่างมั่นใจไปหาสูติแพทย์กันดีกว่า
 |
|