(D)
ตอน : 4
หลังจากนั้นผมก็ได้แต่นั่งรอโทรศัพท์
หัวอกคนรอ..เป็นอย่างไรใครไม่เคยย่อมไม่รู้รสชาติ
หน้าต่างบานที่เคยได้เห็นหน้า..ทั้งน้องแมนแ ละมิน..บัดนี้มันถูกปิดสนิท
เมื่อผมอยู่ที่ระเบียง..หากน้องแมนซึ่งวิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้าหันมาเห็นก็จะโบกมือให้หยอย ๆ
ส่วนเจ้ารันตัวน้อย..ก็ส่งเสียงเห่าเหมือนกับทุกครั้ง
ผมแทบจะไม่ได้เห็นเธออีกเลย
เศร้าจัง!!
#######
ถัดจากนั้นสามวัน..ส ามทุ่มกว่า เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เป็นเสียงกระซิบเบา ๆ ของน้องแมน
"พี่รันเหรอฮะ.."
ผมดีใจจนเนื้อเต้น
"ทำไมเพิ่งโทรฯมา..พี่รอจะแย่อยู่แล้ว.."
"ปู่กับย่าอยู่ฮะ..วันนี้ไม่อยู่.."
"แ ล้วพี่มินอยู่ไหน?"
"พี่รันมาเล่นกับแมนอีกนะฮะ.."
"ได้ ๆ แต่บอกก่อนว่าพี่มินไปไหน?"
"ไม่มีใครเล่นกับแมนเลย..เบื่อจัง"
ผมอยากจะเขกกะโหลกเขานัก
"พี่ก็อยากเล่นกับแมน..วันไหนปู่ย่าไม่อยู่ก็ออกมา เล่นสิ.."
ได้ยินเสียงกุกกักเล็กน้อย
"พี่มินอย่าแย่งสิ..แมนจะคุยกับพี่รันก่อน.."
เสียงของเธอดังแว่ว ๆ
"เชิญเธอเถิดย่ะ..ฉันไม่เห็นจะอยากคุยด้วยสักหน่อย.."
อ้าว..เป็นซ้างั้น!!
######
ที่ผมบอกไว้ข้างต้นว่าเราได้คุยกันอย่างคุ้นเคยมากขึ้น ก็คุยกันด้วยโทรศัพท์นี่แหละ
คุยอะไรกันบ้าง?..นึกตอนนี้กลับนึกไม่ค่อยออก
รู้แต่ว่าขอให้ได้ยินเสียงของเธอ..วันละนิดก็ชื่นใจและฝันดี
เธอบอกว่าผมปากหวาน..ผมบอกว่านั่นคือคำพูดที่ออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ อาจจะหวานจะขมก็แล้วแต่คนฟัง
เธอบอกว่าผู้ชายอะไรพูดจายอกย้อน
ผมบอกว่าถ้าจะไม่อยากให้ยอกย้อน..กล้าไหมล่ะที่จะฟังคำนั้น
เธอเงียบ..แล ้วถามเบา ๆ เหมือนกลั้นใจ..คำว่าอะไร?
ผมเงียบบ้าง..คำนี้ผมไม่เคยบอกกับใครมาก่อนเลย
"จะผิดไหม?..ถ้ารันจะพูดคำนี้.."
เธอนิ่งฟัง
"รักนะ.."
"ได้ยินมาบ่อยแล้ว.."
"จริงหรือ..มิน่า..ไม่รู้สึกอะไร"
"ก็เป็นคำพูดที่ผู้ชายพูดง่ายเหลือเกินนี่"
"นั่นผู้ชายคนอื่น..แต่ผู้ชาย คนนี้..เป็นครั้งแรกจริง ๆ"
"เรายังเด็ก"
"ใครเขาขอแต่งงานตอนนี้กันล่ะ?"
"บ้า..หมายถึงว่าเราต้องเรียนต้องทำอะไรอีกเยอะ"
"แล้วไง?"
"รันอาจจะเป ลี่ยนใจก็ได้.."
ผมนิ่งบ้าง
"ถ้ามินรู้สึกเหมือนรัน..รับรองว่ารันจะไม่เปลี่ยนใจก่อนมินแน่ ๆ"
"จริงหรือ?"
"มินตอบได้ไหม..มินรู้สึกอย่างไรต่อรัน"
"ก็.."
"พี่มิน.." เสียงน้องแมน
"แค่นี้นะ..น้องแมนคงเห็นปู่หรือย่าเปิดไฟในห้องแล้ว.."
แล้วเธอก็วางหู
แง่ง
#####
สัปดาห์สุดท้ายมาถึง
การลักลอบโทรศัพท์คุยกันของเราสองคนทำให้ต่างก็รู้ใจตัวเอง
เราต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกันในการอ่านหนังสือ
แม้เราจะเลือกคนละคณะแต่เราก็แนะนำกันได้ในบางวิชา
เราสองคนใฝ่ดี..เราบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น
ความรักที่เกิดขึ้น..เราไม่คิดว่ามันเ ป็นอุบัติเหตุ
แต่เราสองคนจงใจทำให้มันเกิดขึ้น
เราสัญญากันว่าจะประคองให้มันคงอยู่คู่กับเราตลอดไป
เราทำได้หรือไม่..เราตอบไม่ได้
แต่เราจะพ ยายาม
######
มินสัญญากับผมว่าจะโทรฯ หาผมบ่อย ๆ
เราแลกเบอร์โทรศัพท์กัน..ส่งยิ้มให้กัน
ให้กำลังใจซึ่งกันและกันในการต่อสู้ในสนามสอบเอ็นทรานซ์
สมัยนั้นไม่เหมือนสมัยนี้..ที่มีการส อบบ่อย ๆ เพื่อเก็บคะแนน
สมัยนั้นสอบแล้วสอบเลย ได้แล้วได้เลย..พลาดแล้วพลาดเลย
มันจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต..ที่ใครเขาเรียกว่าหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยรุ่นอย่างแท้จริง
ผู้ที่สอบได้..กั บผู้ที่สอบพลาด..ชีวิตแตกต่างกันแทบสิ้นเชิง
บางคนถึงกับฆ่าตัวตายเมื่อพลาดหวัง..บางคนถึงกับทำตัวเหลวไหลจนกลายเป็นเด็กเกเร
เราหวังว่าเราสอง คนจะสมหวังไปด้วยกัน
#####
ในวันสุดท้าย..น้องแมนทำตาแดง..หลัง ๆ มานี่เขาแอบออกมาเล่นบ่อย ๆ กับผม
บางครั้งลับหลังปู่ย่า..เขาก็บุกเข้ามาในบ้านของผม
กระโดดโลดเต้นอยู่บนที่นอน..ไม่ก็นอนเล่นเกมส์ที่ผมเสียบทิ้งไว้กับโทรทัศน์
เ ขาน่ารักมาก..หากเห็นผมอ่านหนังสือเขาจะเล่นคนเดียวเงียบ ๆ
และรอจนกว่าผมจะวางหนังสือลงจึงจะวิ่งเข้ามาพูดคุยด้วย
เด็กอายุสี่ห้าขวบ..บางครั้งก็ซนบางครั้งก็ดื้อ
ตลอดเดือนเศษที่เราได้คลุกคลี กัน..เขาเห็นผมเหมือนพี่ชายเขาคนหนึ่ง
ส่วนผมก็เห็นเขาเป็นน้องชาย..น้องชายแก้มยุ้ย
แก้มยุ้ยที่มักจะถูกน้องสาวของผมดึงจึงร้องโอย
เขา สนิทกับน้องสาวของผมไม่แพ้ผม
บางครั้งดูเหมือนว่าเขาจะสนิทกันมากกว่าผมเสียด้วยซ้ำ
มาวันนี้..เขากลั้นน้ำตาสุดฤทธิ์
"ลูกผู้ชายอะไรร้อ งไห้?" ผมถามยิ้ม ๆ
เขาสะอื้น
"แมนป่าวร้อง.."
"แล้วเราโทรฯ คุยกันนะ.." เขาพยักหน้า
"ว่างก็ให้คุณพ่อคุณแม่พามาอีกสิ..แล้วเราจะได้มาเล่นด้วยกันอีกไง?"
เขาเริ่มเบ้ปาก
"แม่ไม่อยากให้มา.."
ผมอยากถามเหตุ ผล..แต่เขาคงไม่รู้อะไรมากนัก ถามไปก็ไร้ประโยชน์
"คุณแม่ไม่ชอบคุณปู่กับคุณย่า.."
"จริงหรือ" เป็นคำอุทานมากกว่าคำถาม..เป็นเรื่องใหม่ที่ผมไม่เคยรู้
มิน่า..ก่อนหน้านี้ผมถึงไม่เคยเห็นมินกับแมนมาที่บ้านนี้มาก่อนเลย
ผู้ใหญ่คงมีเหตุผลม ากมายที่พวกผมไม่เข้าใจ
ผมอุ้มเขาขึ้น..แปลกที่รูปร่างจ้ำม่ำอย่างนี้กลับน้ำหนักเบากว่าที่คิด
"เอาน่า..อย่าร้องไห้สิ..แล้วพี่จะหาทางไปเยี่ย มเอง"
"จริงนะฮะ.."
"สัญญา.."
เขายิ้ม..ยกนิ้วก้อยมาให้ผมคล้อง
"ฝากดูแลพี่มินด้วยนะ..วันหลังพี่จะไปเอาคืน.."
เขาพยักหน้า< BR>
"แมนจะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับพี่มิน..นอกจากพี่รันคนเดียว.."
เขากลับหลังหันแล้ววิ่งตื๋อออกจากบ้านผมไป
ใครจะรู้ล่ะว่า..นั่นเป็นการเห็ นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย
ถ้ารู้..ผมจะดึงเขาเอาไว้..ถึงอย่างไรก็ไม่ยอมให้เขาจากไป
โลกช่างโหดร้ายเสียจริง
#####
วันรุ่งขึ้นจะเป็ นการสอบเอ็นทรานซ์
ผมกับมินห่างกันมาได้เกือบสองอาทิตย์แล้ว
เรามีโทรศัพท์คุยกันบ้าง แต่คุยไม่นานนัก เราต้องให้เวลากับการอ่านหนังสือให้มากที่สุด
น้องแมนมาคุยด้วยบ้าง..แต่ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
"แมนไม่ได้เป็นไรคับ"
"ทำไ มพูดน้อยจังหมู่นี้.."
"ก็ไม่รู้จะพูดไรนี่คับ"
"ไม่คิดถึงพี่รันหรือ?"
"คิดถึงฮะ คิดถึงพี่ฟ้าด้วย"
ฟ้าคือน้องสาวของผม
"คิดถึงแล้วทำไมไม่คุยล่ะ.."
"แมนก็คุยอยู่นี่ไงฮะ.." หางเสียงเริ่มสั่นพร่า
"เอ๊ะ..แมนร้องไห้เหรอ?"
"ป่าวคับ.." เสียงสะอื้นได้ยินชัด
"แมนเป็นไร บอกพี่ซิ"
เขายังสะอื้น
"แมนอยากไปเล่นกับพี่รันอีกคับ..แมนอยากเล่นเป็นม้าส่งข่าว แมนอยากเอาคำพูดของพี่รันมาส่งพี่มินอีก.."
"โถ..เรื่องแค่นี้เอง..เอางี้ดีไหม พอพี่สอบเสร็จ พี่จะไปหาแมนที่บ้าน.."
"จริงนะฮะ.."
"จริงสิ..พี่แมนไม่โกหกหรอก"
เขามีท่าทางดีใจ แต่เมื่อผมคุยกับมิน
"หมู่นี่เขาไม่ค่อยสบาย..นี่ก็เพิ่งจะวิ่งเล่นได้"
ผมตกใจเล็กน้อย
"หาหมอหรือยัง..?"
"หาแล้ว.."
ผมคิดถ ึงเขาจับใจ
"สอบเสร็จรันสัญญากับเขาว่าจะไปหาเขาที่บ้าน..มินว่าพ่อแม่ของมินจะว่าไหม?"
เธออึกอัก
"ในฐานะอะไรล่ะคะ"
"เพื่อนไง"
"ถ้าแค่นั้นคงไม่เป็นไร.."
"งั้นเราเจอกัน..รันว่าสอบเสร็จแล้วจะไปหาวันนั้นเลย"
"ค่ะ.."
######
แต่แล้ว..ขณะผมอ่านหนังสือ ทบทวนเป็นครั้งสุดท้าย..เวลาเกือบสี่ทุ่มคืนนั้น..มินก็โทรฯ มา
"รัน..น้องแมนแย่แล้ว.."
"เขาไม่ได้สติ เรียกเท่าไรก็ไม่ฟื้น..ตอนนี้พวกเราอยู่ที่โรงพยาบาล.."
"รินไม่ต้องมาหรอก..คงช่วยอะไรไม่ได้..แล้วมินจะส่งข่าวเอง..รีบนอนเถอะ..พรุ่งนี้ต้องสอบ"
ผมไม่ยอม
"แล้วรินจะบอกกับพ่อแม่ของรินว่าเป็นใคร?"
ผมจนแต้ม
"มินเองก็ต้องรีบกลับ..พรุ่งนี้มินก็ต้องสอบเหมือนกัน"
######
การ สอบในวันนั้น ผ่านพ้นไปอย่างทุกข์ทรมาน
สมาธิแทบไม่มีเหลือ ดีที่ว่าผมเลือกสอบในคณะที่ผมรู้ตัวเองว่าพอจะทำได้..จึงค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองจะสอบผ่าน
เกือบบ่ายสามโมง..การสอบจึงเสร็จสิ้น
ผมโทรฯ หามินที่บ้าน..ไม่มีคนรับ
ตัดสินใจโทรฯ หาน้องสาวซึ่งป่านนี้คงจะกลับบ้านแล้ว..เธอไปเยี่ยมน้องแมนแทนผม
แม่ของผมรับสาย
น้ำเสียงของท่านทำให้ผมใจหาย
"สอบเสร็จแล้วก็รีบกลับเถิดลูก.."
#####
ผลการสอบปรากฎว่า..ผมสอบเข้าเรียนได้ในคณะและมหาฯลัยที่ต้องการ
แต่มิน..เธอไม่ได้ไปสอบในวันนั้น
เหตุที่เธอไม่ได้ไปสอบ..ก็เ พราะน้องแมน
"พี่มินเฝ้าน้องแมนจนถึงเช้า.." น้องสาวของผมเล่าให้ฟังเมื่อผมกลับถึงบ้าน เธอตาแดงก่ำ
"หมอบอกว่าเวลาเหลือน้อย..สุดจะเยียวยาได้แล้ว.."
"น้องแมนเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วเฉียบพลัน..ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่าเขาเป็นโรคนี้. ."
"หมอต้องให้ยากระตุ้นหัวใจเป็นระยะ..ครั้งสุดท้าย..เราได้เขาไปในห้องไอซียู..หมอบอกว่า คงต้องปล่อยเขาไป"
"น้องแมนรู้สึกตัว..มองพวกเราที่ละคน..เขาถามถึงพี่รัน.."
ถึงตรงนี้..ฟ้าร้องไห้
"พี่รันอยู่ไหนฮะ.."
"พี่รันไปสอบ.. กำลังมา.." พี่มินบอกน้องแมน..เธอน้ำตาไหลนองหน้า
"พี่รันบอกว่าสอบเสร็จจะมาเล่นม้าส่งข่าวกับแมน...."
เขาพูดเสียงแผ่วต่ออีกสองสามคำ..แล้วก็เงียบสนิท
ลม หายใจขาดช่วง..หัวใจหยุดเต้น
เขาจากไปด้วยอาการอันสงบ
ผมปล่อยโฮลั่นบ้าน
####
บนห้องส่วนตัวของผม..โทรทัศน์และเกมส์ยังอยู่ที่เดิม< BR>
ผมไม่ยอมจะขยับเขยื่อนมันมาเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว
ระเบียงข้างห้อง..ผมจงใจเปิดมันทิ้งไว้..รวมทั้งหน้าต่างบานนั้น
ผมตั้งใจจะเก็บควา มทรงจำทุกอย่างเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากน้องแมนจากไปไม่นาน..มินก็จากผมไปอีกคน
เธอไม่รอที่จะเอ็นท์ใหม่ในปีต่อไป คุณพ่อของเธอตัดสินใจส่งเธอไปเรียนกับญาติที่ต่างประเทศ
แม้เราจะติดต่อกันบ้าง..แต่แล้วเวลาและระยะทางก็ค่อย ๆ แยกเราออกจากกัน
ต่อให้มีม้าส่งข่าวที่ดี..สะพานแก้วที่ยอดเยี่ยมอย่างน้องแมนอีกคน..ก็คงไม่สามารถจะชนะอุปสรรคของความรักที่คนเกือบทั้งโลกพ่ายแพ้มาแ ล้วได้แน่ ๆ
ผมเสียใจไหม?..ยอมรับครับว่า..เสียใจมาก
แต่สังคมของมหาวิทยาลัยใหม่ที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปเป็นสมาชิก..ทำให้ผมพอจะลืมความเสียใจนั้นไปได้บ้า ง
แต่ผมไม่เคยลืม..ไม่เคยลืมมิน
ยิ่งไม่คิดจะลืม..แก้มยุ้ยที่ยิ้มจนตาตี่คู่นั้น
ไม่เคยลืมรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาของน้องแมน
####
เย็นมากแล้ว..สายลมพัดโชยผ่านหน้าต่างจนผ้าม่านสีฟ้าอ่อนปลิวไสว
บทเพลงคุ้นหูดังขึ้นอีกรอบ..ผมนอนทอดอารมณ์ปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปตามบทเพลง
< BR>สายตาบังเอิญกวาดไปเห็นอะไรอย่างหนึ่ง..เป็นก้อนกลมยับย่นซุกอยู่ในร่องขอบของธรณีประตูบานที่จะเปิดไปสู่ระเบียงนั้น
ลุกขึ้นไปหยิบดู..มันเป็นกระด าษทดเลขของผมนั่นเอง
คลี่ออก..ลายมือของผมก็ลอยเด่นชัดตรงหน้า
"แค่ผ่านมาพบกัน..แค่หลับและฝันไป แล้วทุกอย่าง ก็จะเปลี่ยนเป็นเหมือนเหมือนเดิม...แค่ผ่านมาพบกัน..บังเอิญมาพบกัน..แค่ไม่นาน..แล้วก็คง..จะจากไป.."
หยาดน้ำตาที่เอ่อออกมาทำให้มันพร่าเลือน..ผมถือ กระดาษนั้นถลาล้มบนที่นอน..สะอื้นไห้
เสียงเพลงท่อนสุดท้ายยังตอกย้ำ
"กลับมาเดียวดาย..ไม่มีใครเลยสักคน..สู่ความเป็นจริงที่เธอไม่เคยจะรู้..ความห วังที่มี..คือฝันคือคอยเฝ้าดู..ว่าคงจะมีอีกครั้งหนึ่งที่เธอผ่านมา..."
คงจะมีอีกครั้งหนึ่ง..ที่เธอผ่าน..มา
#######
โปรดติดตามผลงานภาคต่อไปนะครับ ..  |
|