(D)
ร้านสุกี้เป็นที่ที่เราเลือก
ตอนนี้ยังไม่สิบเอ็ดโมง..ผู้คนยังไม่มากเท่าไร
ผมสั่งเป็ดย่าง..มินสั่งติ่มซำกุ้ง
ผมสั่งลูกชิ้นรักบี้ มินสั่งลูกชิ้นปลา
ผมสั่งอะไรอีกหลายอย่าง มินสั่งผักมาตั้งหลายอย่าง
ควันจากหม้อสุกี้ตรงหน้า คั่นระหว่างเราเอาไว้
เธอค่อย ๆ ลวกลูกชิ้น ส่วนของผมเทลงไปทีเดียวหมด
เธอค่อย ๆ กินทีละชิ้น ส่วนผมกินทีละชิ้นเหมือนกัน แต่รวดเดียวห้าชิ้น
?ตกลงใครหิวกันแน่?? มินถามยิ้ม ๆ
ผมจำเป็นต้องยิ้มตอบ เพราะปากเต็มไปด้วยลูกชิ้น ยังตอบไม่ได้
กระทั่งปากว่าง
?มินไม่เห็นทานอย่างอื่นบ้างเลย..กินแต่ผัก?
?โอย..เท่านี้ก็เริ่มอิ่มแล้ว?
ผมตาโต
?สี่ห้าคำเนี่ยนะ..?
มินพยักหน้า
ผมมองเธออย่างเต็มตาอีกครั้ง..แม้เธอจะสวยขึ้น แต่ก็ดูซูบไป
?ผอมลงมากเลยนะครับ?
?ไม่จริงหรอก..มินว่ามินอ้วนขึ้นด้วยซ้ำ?
ผมอยากจะเถียง แต่ดูเหมือนใครจะเคยบอกไว้ว่าเรื่องนี้ไม่ควรเถียงกับผู้หญิง พอ ๆ กับเรื่องอายุซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกห้ามขาด
?มินจะไปเมื่อไรนะ??
?เดือนหน้า?
?แน่นอนแล้วเหรอ??
?ค่ะ..ทุกอย่างพร้อมแล้ว?
ผมวางตะเกียบ..แปลกที่อาหารไม่อร่อยขึ้นมาเฉย ๆ
?ไปเรียนอะไรครับ??
?ตอนแรกต้องเรียนภาษาก่อน..จากนั้นค่อยว่ากันอีกที?
?จะกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างไหม??
มินยกน้ำขึ้นจิบ..
?ก็คงไม่บ่อยนัก..เกรงใจคุณพ่อ ค่าเครื่องบินมันแพง?
?ไม่ดีเลย..?
?อะไรไม่ดีคะ??
?ทำไมมินต้องไป??
?มินไม่อยากเสียเวลาไปเปล่า ๆ ปีหนึ่ง และอีกอย่าง..อยู่ที่โน่น..มินคงลืมเรื่องของน้องแมนไปได้บ้าง?
?น่าสงสารคุณพ่อกับคุณแม่ของมิน..ท่านเสียลูกชายไปแล้ว..ลูกสาวก็ยังจะไปจากท่านอีก?
พูดถึงเรื่องนี้..ดูเหมือนจะทำให้มินชะงัก
?ไม่เห็นท่านว่าอะไรนี่คะ?
?ขอโทษ..หากมินไม่อยากพูดเรื่องนี้..?
?เปล่าค่ะ..เพียงแต่..?
หางเสียงที่สั่นพร่านั้นทำให้ผมใจหาย..มินเป็นอะไร?
แต่ผมไม่กล้าถาม..อาจเป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะเล่าก็ได้ ผมจึงต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง
?มินจะลืมรันหรือเปล่า??
เธอยิ้ม..สีหน้ายังไม่คลายจากความหดหู่
?ไม่ลืมหรอก..ว่าแต่รันเหอะ..อีกไม่นานก็คงลืมเพื่อนข้างบ้านคนนี้?
ผมส่ายหัวแทบหลุด
?ไม่มีอะไรที่จะทำให้เราลืมมินไปได้..?
?เดี๋ยวมีคนอื่นเข้ามา..รันก็คงไม่พูดคำนี้?
?คนอื่นต่อให้สวยให้ดีอย่างไร ก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนใจรันได้?
?ไม่อยากจะเชื่อเลย..?
?พิสูจน์สิครับ?
?พิสูจน์อย่างไร??
ก่อนผมจะพูดอะไรออกไป ใครคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาที่โต๊ะของเราทั้งสอง
ผมตกใจ..มินก็ตกใจ
?พี่รัน..มานั่งอยู่นี่เอง..เมย์ตามหาตั้งนาน?
น้องเมย์..เป็นน้องเมย์จริง ๆ ด้วย!!
ผมยังอ้าปากค้าง..น้องเมย์ทรุดนั่งลงข้างผม
?พี่กุ๋งกิ๋งบอกว่าพี่มีโปรแกรมแปลงเสียงเพลงในโทรศัพท์..เมย์กำลังหาอยู่พอดีเลยค่ะ..พี่รันให้เมย์ยืมนะคะ..?
ผมพูดไม่ออก..มินมองผมกับเมย์..แล้วยิ้ม
เป็นยิ้มที่ทำให้ผมต้องรีบบอกกับน้องเมย์
?ตกลงครับ แล้วพี่จะฝากกุ๋งกิ๋งไปให้..?
?เย้..พี่รันใจดีจัง..ขอบคุณนะคะ..?
แล้วเธอก็หันไปทางมิน
?สวัสดีค่ะ..เมย์รบกวนเท่านี้นะคะ?
แล้วเธอก็ลุกจากไป
ทิ้งให้ผมกับมินมองหน้ากัน
ในที่สุด มินก็บอกผมว่า
?นี่ล่ะมัง..ข้อพิสูจน์ของรัน?
ผมพยายามจะอ้าปากอธิบาย
"คุณพ่อกับคุณแม่ของมิน..ก็คงจะพิสูจน์กันด้วยวิธีนี้..ท่านทั้งสองถึงต้องหย่ากันไงคะ"
ผมยังพูดไม่ออก
"มินจะกลับแล้ว.."
+++++++
ผมเดินทางกลับบ้าน ด้วยอารมณ์ที่แตกต่างจากขาไปลิบลับ
ความดีใจที่จะได้เจอหน้าคนที่ตัวเองชอบ..หลังจากไม่ได้เจอกันมาเป็นแรมเดือน เลือนหายไปจากความรู้สึก
มันถูกแทนที่ด้วยความขัดอกขัดใจ ไม่เข้าใจ และเสียใจ
ผมกดโทรฯ หากุ๋งกิ๋ง..กะว่าจะต่อว่าให้หนำใจ..แต่พอเขารับสาย ผมก็พูดไม่ออก
คงไม่มีใครตั้งใจให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแน่ ๆ
ผมวางหูจากเขาไปเฉย ๆ แม้เขาจะโทรฯ กลับผมก็ไม่รับสาย
ผมถอนหายใจให้กับความเข้าใจยากของผู้หญิง..ซึ่งบางครั้ง ยอมให้อารมณ์นำหน้าข้อเท็จจริงไปได้
แต่ผมเห็นใจมิน..มินที่เพิ่งสูญเสียน้องชาย..และต้องเผชิญกับการแตกแยกของครอบครัว
นี่คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เธอถึงได้ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ
เธอคงเสียใจ..เธอคงอยากจะมีใครสักคน..ที่เธอจะฝากความหวังและความรู้สึกไว้ได้
เธอคงเลือกผม..เธอถึงได้ยอมออกจากบ้านมาหาผม..หลังจากที่เธอผลัดเปลี่ยนบ่ายเบี่ยงมาตลอด
แต่แล้ว..ก็กลับมีผู้หญิงคนหนึ่ง..จู่โจมเข้ามาแสดงความสนิทสนมกับผมต่อหน้าต่อตาของเธอ
ใครล่ะจะทนได้?
ผมเตะขวดชาเขียวไร้ฝาเงินล้านที่กลิ้งอยู่ใกล้เท้าปลิวหวือเข้าข้างทางไปอย่างหัวเสีย
และก็อยากจะตะโกนอะไรออกไปสักคำ
?ไอ่ชาเขียวบ้า..หลอกกินเงินกรูอยู่ได้..?
แง่ง?
+++++++++
คืนนั้นผมนอนไม่หลับ
ทั้งที่จริงแล้วผมเป็นคนนอนง่าย..กินก็ง่าย หัวถึงหมอนปากถึงช้อนเป็นเสร็จทุกที
แต่คืนนี้ไม่เป็นอย่างนั้น
คนที่ผมแคร์ที่สุด กลับเข้าใจผมผิด และไม่ยอมให้ผมอธิบายอะไรเลย
ผมมองโทรศัพท์อยู่เนิ่นนาน ตัดสินใจว่าจะโทรฯ ดีหรือไม่
อยู่ ๆ ผมก็เกิดกลัวขึ้นมาเฉย ๆ กลัวเธอไม่รับ กลัวเธอรับแล้วไม่ยอมคุย
ยิ่งกลัวเธอจะพูดอะไรที่ทำให้ความหวังของผมที่มีต่อเธอพังทะลายลงมากกว่านี้
ผมก็เลยได้แต่ฟังเพลง ได้แต่นั่งขีด ๆ เขียน ๆ ปลอบใจตัวเองไปเรื่อย ๆ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดผมก็ไม่รู้
ผมฟุบหมอบอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือนั่นแหละ
กำลังเคลิ้มได้ที่ อยู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ผมคว้าหูขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ
"โหล"
"...."
"อา...โหล.."
"ค่ะ.."
"คับ"
"นอนแล้วเหรอ?"
"คับ"
"งั้นขอโทษนะ..ฝันดีค่ะ"
"คับ.."
เพียงเท่านั้น..สายด้านนั้นก็วางดังครึ่ก
ผมก็เลยวางมั่ง..อ้าปากหาวด้วยความง่วงอีกครั้ง
ตั้งท่าจะฟุบหลับต่อ..แต่แล้วก็นึกขึ้นได้
"เฮ้ย..เมื่อกี้มินโทรมานี่หว่า?!!"
ผมตาเหลือก..
ให้ตายสิ..อุตส่าห์รอมาทั้งคืน พอเธอโทรฯมาเรากลับไปไม่สนใจซะนี่
ไอ่รันเอ๋ย..เอ็งน่าไปเกิดใหม่ได้แล้ว
เสียชาติเกิดจริง ๆ !!
+++++
โปรดติดตามตอนต่อไป |