(D)
รถบัสพาเรามาถึงเมืองกาญจน์ ตอนพลบค่ำของวันนั้น..
สัมภาระของผมมีแค่เป้ใบเดียว ในนั้นมีเสื้อยืดตัวเดียว..จริง ๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจเอามาหรอก..แต่มันติดมาเอง ผมทิ้งไว้ในเป้นั้นนานแล้ว กะเอาไว้เปลี่ยนตอนเล่นบอลจนเหงื่อชุ่ม
และเป้นั้นที่ผมเอามา..ก็เพราะผมเอาไว้ใส่เครื่องเล่นซีดี ที่ผมมักจะพกติดตัวไปไหนมาไหนเสมอ
สำหรับมิน..เธอมีเสื้อผ้าแค่ชุดเดียว คือชุดที่ใส่อยู่ อีกทั้งยังเป็นเสื้อผ้าของน้องฟ้า..เสื้อยืดและกางเกงขาสั้น..เธอไม่ได้เอาอะไรออกจากบ้านมาเลย
เธอให้เหตุผลว่า..คนตั้งใจไปโดดน้ำ..จะให้เอาเสื้อผ้าเครื่องสำอางค์ใส่กระเป๋ามาด้วยเหรอ?
ผมถามเธอจริง ๆ ว่า เธอตั้งใจจะฆ่าตัวตายจริง ๆ หรือ?
เธอบอกว่าถ้าผมมาช้ากว่านั้น..ผมจะไม่ได้เห็นเธออีกแล้ว
"ทำไมใจดำอย่างนี้?" ผมถาม
"เกี่ยวไรกับใจดำ."
"มีแต่คนใจดำเท่านั้น ที่ไม่รักตัวเอง.."
"จะรักทำไม?..ตาย ๆ ไปเสียก็หมดเรื่อง..."
"ตัวเองยังไม่รัก..และจะไปรักคนอื่นได้อย่างไร?"
"ก็ไม่รักไง"
"ใจร้าย..คนใจดำด้วยใจร้ายด้วย..ไม่น่าเกิดมาสวยเลย"
"ก็ถึงได้อยากตายนี่ไง.."
++++
ตรงที่รถบัสจอด มีตลาดขายอาหารอยู่ด้วย
ผุ้คนมากมายสับสน แสงสีส้มของดวงไฟส่องกระจายไปทั่ว
อากาศเย็นสบาย..โชยกลิ่นฝนมาด้วย มันคงกำลังตกอยู่ที่อื่น ลมหอบมาหาเรา
ผมเงยหน้ามองฟ้า..แสงสว่างจางเกือบหมดขอบฟ้าแล้ว..เมฆดำทมึนอยู่ทิศตรงข้าม
"ฝนคงตกแน่..เรารีบหาอะไรกินกันดีกว่า แล้วค่อยเดินทางต่อ"
มินพยักหน้า..หลังจากลงจากรถเธอไม่พูดอะไรสักคำ
เราเลือกบะหมี่หมูแดงเป็นอาหารเย็น
ขณะนั่งรอ ผมถามถึงการเดินทางต่อไป
"เราต้องนั่งรถอะไรไปบ้านยายของมิน?"
มินไม่ตอบในทันที..มองไปมา..แล้วชี้ไปที่รถสองแถวที่ผ่านมา
ผมพยักหน้าเข้าใจ แล้วถามต่อว่า
"บ้านยายอยู่อำเภออะไรนะ?"
"ทองผาภูมิ.."
"ไกลไหม?"
"ไม่ไกลหรอก..จริง ๆ แล้วมินไปเองก็ได้..รันไม่ต้อง.."
ผมตบโต๊ะ..ไม่ดังนัก..ขู่เธอให้หยุดพูดเรื่องนี้
มินยิ้มแหย..พอดีบะหมี่ถูกเสิร์ฟพร้อมกันสองชาม เราเลยยังไม่พูดเรื่องนี้กันต่อ
ขณะทานกันอยู่..มิอะไรบางอย่างสะกิดใจผม
มินไม่ค่อยสนใจจะทาน..สีหน้ามีแววครุ่นคิดตลอดเวลา
เหงื่อซึมเต็มหน้าผากและโคนคิ้ว..ทั้งที่อากาศไม่ร้อน
แต่ผมกลับเก็บความสงสัยนั้นไว้..ไม่ถามเธอออกมา
มานั่งคิดตอนนี้..รู้งี้ถามตั้งแต่ตอนนั้นดีกว่า
เธออาจจะบอกความจริงออกมาในตอนนั้นก็ได้
ไม่น่าเลย..
++++
รับประทานอาหารกันเสร็จ เราก็ไปยืนริมถนน หารถสองแถวโดยสารต่อไป
ในที่สุดรถสองแถวที่ติดป้าย "ทองผาภูมิ" ก็วิ่งมา ผมรีบยกมือขึ้นโบก
รถจอดตรงหน้า..ในรถมีคนนั่งอยู่แล้วสามสี่คน..ผมยื่นหน้าเข้าไปถามคนขับ
"ไปอำเภอทองผาภูมิใช่ไหมครับ?"
คนขับพยักหน้า..ผมเดินนำมินไปด้านหลังเพื่อขึ้นรถ
สีหน้าของมินยังไม่ดีขึ้น..เธอคงกลุ้มใจอะไรบางอย่าง
ผมเดาว่าเกี่ยวกับยายของเธอ
"ถ้ายายของมินรู้ความจริง..ท่านคงไม่ว่าอะไรหรอกที่มินหนีออกจากบ้าน อย่ากลุ้มใจไปเลย.."
ดูเหมือนมินจะไม่ได้ฟังผม
"มิน..มินเป็นอะไรหรือเปล่า?"
"คะ?" เธอหันมาเหมือนหลุดจากภวังค์
"เราบอกว่าอย่ากลุ้มใจไปเลย..ยายของมินคงไม่ว่าอะไรหรอกถ้าท่านรู้ความจริง.."
"ค่ะ.."
"มินเป็นอะไรหรือเปล่า?"
"เปล่าค่ะ.."
"แน่นะ.."
มินพยักหน้า.."ค่ะ..มินไม่ได้เป็นอะไร"
++++
กว่าสามชั่วโมง ที่มินใช้บ่าของผมแทนหมอนอันนุ่มนิ่ม
ผมนั่งตัวเกร็ง..เกร็งเพราะอะไรก็บอกไม่ค่อยถูก
ผมอยากให้เธอนอน..ไม่อยากรบกวนให้เธอตื่นขึ้นมา..เธอคงเหนื่อยเต็มที่กับการเดินทาง
ทั้งยังเหนื่อยใจ กับปัญหาของชีวิตที่ถาโถมเข้าหาเธอราวกับมรสุม
ไม่รวมกับกลิ่นหอมเย็น ๆ จากปอยผมของเธอ..ที่โชยเข้าจมูกผมเป็นระยะ..น่าเสียดายขนาดไหน..ที่ถ้าเธอตื่นแล้วผมจะไม่ได้กลิ่นอีกต่อไป
สามชั่วโมงที่ผ่านไปนั้น..สองฟากฝั่งทางที่รถเคลื่อนผ่าน ส่วนใหญ่จะมืดสนิท และเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ยืนทมึนรออยู่
ฝนตกลงมาเป็นสาย..คนขับจอดรถเพื่อปลดม่านมาบังน้ำฝนไม่ให้สาดเข้ามา..ก่อนจะพารถวิ่งต่อไป
มีการจอดส่งคนเป็นระยะ ๆ กระทั่งเหลือผมกับมินเพียงสองคน ที่นั่งอยู่ในตอนหลังของรถสองแถวคันนั้น
รถทำความเร็วได้ช้า..เพราะต้องขึ้นเขาท่ามกลางฝนที่โปรยปรายจนถนนลื่น
ผมนึกเสียวแทนมิน หากเธอมาคนเดียว เธอต้องนั่งอยู่ในรถคนเดียว..กับสภาพอากาศอย่างนี้ กับสถานการณ์อย่างนี้..เธอจะเป็นอย่างไร..
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่แสนบอบบางอย่างมิน..จะเอาตัวรอดได้หรือ?
คิดแล้วก็ภูมิใจในตัวเองขึ้นมาเล็ก ๆ
เกิดมาทั้งที..เพิ่งรู้รสชาติของการทำดีก็วันนี้
นายแน่มาก..นายรัน!!
+++++
ผมนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย..และคงหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่บ้างเหมือนกัน
มาตื่นตัวเต็มที่ ก็เมื่ออยู่ ๆ รถก็หยุดลงข้างทาง..ทั้งที่ไม่มีคนจะลงหรือคนจะขึ้น
มืดสนิท..ฝนยังไม่ขาดเม็ด..เสียงจั๊กจั่นและกบเขียดดังลั่น
คนขับเปิดประตูออกมา..เดินไปหน้ารถ เปิดกระโปรงรถขึ้น..
ตายล่ะวา..รถมาเสียตอนนี้ได้ไง..
ผมปลุกให้มินรู้สึกตัว..เธองัวเงียถามว่าถึงแล้วเหรอ
ผมบอกยัง..รถเสีย มินทำหน้าตื่น
"รถเสียได้ไง..เสียงเครื่องยังดังอยู่นี่คะ"
"จริงสิ.."
ไม่ทันขาดคำ..
คนขับคนนั้น..ก็เดินมายืนอยู่ที่ท้ายรถ
มองหน้ามันได้ไม่ค่อยถนัด เนื่องจากความมืด ได้ยินแต่เสียงและอาการโบกมือเรียก
"ลงมา.."
"ยังไม่ถึงนี่ครับ"
"ไม่ไปต่อแล้ว"
"อ้าว..ไมล่ะ?"
"ไม่ต้องถามมาก..ส่งกระเป๋ามา..ทรัพย์สินมีอะไรเอามาให้หมด.."
"เฮ้ย.." ผมอุทาน..พามินถอยกรูดเข้าไปจนสุดด้านในของรถ
"ปล้นกันง่าย ๆ อย่างงี้เลยหรือพี่?"
มันไม่ตอบ ขึ้นรถตามมา..
"เอ็งเห็นไหมนี่อะไร?"
ผมกลืนน้ำลาย เด็กอนุบาลก็ตอบได้ว่ามันคือปืน
"แถวนี้ไม่มีบ้านคน...ต่อให้พวกแกร้องยังไงก็ไม่มีคนมาช่วย..ส่งมาซะดี ๆ"
ผมถึงกับพูดไม่ออก มินจับแขนของผมแน่น..
"ทำไมน้าทำอย่างนี้ พวกผมยังเด็กจะมีเงินมีทองอะไรให้น้ามากมายนักเชียว..เอางี้ดีกว่า..ผมให้น้าหมดทั้งตัวเลย..แต่น้าต้องไปส่งผมให้ถึงที่.." ผมทำใจดีสู้เสือ
มันหัวเราะ..
"เอ็งก็ไปแจ้งความจับข้าสิวะ"
"ผมรับรอง..ผมจะไม่แจ้งความ ผมยอมทุกอย่างแล้ว แต่อย่าทำอะไรเราเลย.."
นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ผมพอจะทำได้..อ้อนวอนขอความเห็นใจโจรใจบาปคนนั้น
เงินทองไม่เสียดาย ผมกลัวอย่างเดียวว่ามันจะทิ้งเราเอาไว้
ที่ที่ห่างไกลบ้านคน..ที่ที่มองทางไหนก็มีแต่ป่า
ที่สำคัญ..ถ้ามันทิ้งเราเอาไว้..มีหรือมันจะไม่ทำร้ายเรา..ไม่ถึงตายก็คงเล่นงานเราจนไม่สามารถจะขอความช่วยเหลือรถที่ผ่านไปมาได้เร็วนัก
มันเอื้อมมาจะดึงเป้ของผม..ผมสบัดหนี มันเอาปืนจ่อหัว
"ขัดขืนเหรอ"
มินกรีดร้อง..มันหันปืนไปทางเธอ
"เงียบ!"
มินเงียบกริบ..มันเอื้อมมือมาดึงเป้อีกครั้ง
เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมตัดสินใจ
พอรู้ว่ามันเอาเราแน่..ก็ถึงเวลาที่ต้องเสี่ยง
ผมยอมให้มันดึงเป้ไปจากมือ..จังหวะนั้นเท้าของผมถีบโครมไปที่ยอดอกของมัน
ด้วยเพราะหลังคารถเตี้ย..มันซึ่งยืนก้มหัวงอตัวอยู่ จึงรับบาทาของผมเข้าไปเต็ม ๆ
มันหงายหลัง ผมกระโจนตาม พร้อมกับตะโกนสุดเสียง
"มิน..หนี!!"
ผมคร่อมมันเอาไว้ได้..ปืนในมือของถูกผมกดเอาไว้กับพื้นรถ
มันดิ้นรนเต็มที่ แต่ผมที่ถึงแม้จะยังเป็นวัยรุ่น แต่ก็โตพอที่จะสู้กับมันไหว
เพิ่งเห็นผลดีของการชอบเล่นกีฬาก็วันนี้เอง
การกอดรัดฟัดเหวี่ยงโครมครามเกิดขึ้นอย่างชุลมุน ผมไม่รู้ว่ามินหนีไปแล้วหรือยัง และไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรไปบ้าง
รู้สึกว่าตัวเองนอนหมอบอยู่บนพื้นถนน..เจ็บไปทั้งตัว..ขณะที่รถสองแถวคันนั้นเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว
พยายามยันกายลุกขึ้น..ของเหลวจากปากไหลยืดลงบนพื้น..
ย่อมเป็นเลือดแน่นอน..มันคงชกผมเหมือนที่ผมชกมัน
เจ็บปวดรวดร้าว..แต่ความเป็นห่วงมินมีมากกว่า
"มิน.."
ผมเรียกเธอ แต่ไม่มีวี่แวว
"มินนนนน" ผมตะโกนดังขึ้น..
ให้ตาย! มินไปไหน??
++++++
ผมโผเผลุกขึ้นจากพื้น..ไม่สนใจอาการเจ็บที่ต้นขาและข้อมือ เพราะเป็นห่วงมินมากกว่า
ตะโกนเรียกเธออีกครั้ง
"มินนนนน"
เสียงที่ตอบรับกลับมา มีแต่เสียงฝนพรำและเสียงแมลงที่กรีดร้องระงม
ความมืดมิดรอบด้านยิ่งทำให้ผมกลัว
ผมจะตามหามินเจอได้อย่างไร เธอคงหนีเตลิดเข้าป่าข้างทางไปแล้วด้วยความตกใจกลัว..
ผมยืนเคว้งกลางถนน หวังให้มีรถผ่านมาสักคัน เพื่อจะได้ขอแสงสว่างและความช่วยเหลือจากเขา
แต่ไม่มีเลย..
ให้ตาย..ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างนี้มาก่อนเลย
"มิน..ออกมาได้แล้ว..ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว.."
ผมตะโกนไปด้วยหาเธอไปด้วย พยายามเดินเลียบริมถนน เพื่อหาร่องรอยของเธอ
แล้วผมก็เห็นตรงพุ่มไม้หนึ่ง มีร่องรอยการวิ่งผ่านอย่างเห็นได้ชัด
มันถูกเหยียบย่ำจนล้มลงแนบพื้น ยังมีบางกิ่งที่กำลังเงยขึ้น..มินต้องลงไปจากถนนตรงนี้แน่..
สิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจ..ก็คือร้องเท้าข้างหนึ่งตกอยู่ตรงนั้น
มันเป็นรองเท้าของมิน..ผมแน่ใจ..เมื่อเช้านี้มินจะใส่รองเท้าแตะคู่ที่เธอใส่ออกจากบ้านของเธอมา แต่ผมห้ามเธอไว้ เรียกให้ฟ้าน้องสาวของผมเอารองเท้าผ้าใบมาให้เธอใส่
ผมไม่มีเหตุผลอะไรนอกเสียจากให้เกิดความคล่องตัวของการเดินทาง ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์อย่างนี้
มินยังบอกว่าหลวมไป ผมบอกเธอว่าไม่เป็นไร ดีกว่าไปเดินเตะเอาอะไรเข้าจนเดินไม่ได้
บัดนี้รองเท้านั้น ตกอยู่เพียงข้างเดียวริมข้างทางแห่งนี้..มินคงวิ่งลึกเข้าไปในป่าโดยไม่สนใจว่ารองเท้าจะหลุดหรือไม่
ผมตะโกนเรียกเธอจนเสียงหลง
รีบเดินเข้าไปในป่านั้นด้วยหวังว่าเธอคงจะหลบอยู่ใกล้ ๆ
เพียงสามก้าวเท่านั้น เท้าของผมก็ผมกับความว่างเปล่า
ผมเสียหลัก น้ำหนักตัวที่โถมเข้าไปอย่างไม่ระวังตัว ทำให้ผมกลิ่งหลุน ๆ ลงไปทันที
เหวอ...
+++++
ดีที่การกลิ้งหลุน ๆ นั้น มือไม้ของผมพยายามเกี่ยวคว้าอยู่ตลอดเวลา
แม้มันจะหักจะขาดหลุดมือมาด้วย แต่มันก็ช่วยชะลอความเร็วของการตกจากผาลาดนั้นลงได้บ้าง
ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น..ผมก็พบตัวเองนอนจุกอยู่กับโคนต้นไม้ต้นหนึ่ง..โลกยังหมุนคว้างอยู่ในหัว..เจ็บไปทั้งตัว
กว่าจะเคลื่อนไหวได้..ผมต้องนอนนิ่ง ๆ อยู่ครู่ใหญ่..นึกแปลกใจที่ตัวเองยังไม่ตาย..
สำรวจตัวเองว่ามีอะไรแตกหักไปบ้าง..นอกจากหัวโนและแสบซิบ ๆ จากการถูกกิ่งหนามเกี่ยวแล้ว..ผมไม่เป็นอะไรมากนัก
แต่มิน..ใครจะรู้? เธอคงตกมาเหมือนผม..มิน่า..เรียกเท่าไรก็ไม่ขานรับ
ผู้หญิงบอบบางอย่างเธอ..จะช่วยตัวเองได้อย่างผมหรือเปล่า?
หรือเธอกลิ้งหลุดลงไปยังเบื้องล่างไปแล้ว??
"มิน.." ผมตะโกนเรียก..แต่เสียงออกมาจากลำคอได้แผ่วเบา..
รู้สึกเจ็บที่หน้าท้อง..ใช้มือคลำดูก็พบแต่ความเหนียวเหนอะ...แต่ถึงกระนั้นก็ต้องตามหามินให้เจอ
ความมืดยังปกคลุม..สายฝนหยาดหยดมาตามใบไม้..ได้ยินเสียงน้ำริก ๆ มาจากที่ใดที่หนึ่งเบื้องล่าง
หรือข้างล่างนั้นเป็นลำธาร?..มินตกลงไปในน้ำแล้วหรือเปล่า?
ผมกัดฟันลุกขึ้น..พื้นยังลาดมากกว่าเจ็บสิบองศา..การเคลื่อนตัวต้องอาศัยต้นไม้คอยพยุงตัวเองไว้
ถ้ามินตกมาทางเดียวกับผม..เธอคงไม่กลิ้งพ้นไปจากแนวทางที่ผมตกลงมาแล้ว..ระหว่างการเคลื่อนตัว ผมพยายามเพ่งมองแล้วใช้มือและเท้าสัมผัสกวาดไปทั่ว เผื่อจะพบมินนอนนิ่งอยู่ที่ไหน
กระทั่งลงมาถึงริมธาร ท้องฟ้าโผล่ออกมาให้เห็น..แสงสว่างจากฟ้าสะท้อนกับพื้นน้ำพอให้เห็นอะไรได้บ้าง
นั่นไง..มินนอนอยู่นั่นไง
"มิน.."
ผมโผเข้าไปทันที
++++
โปรดติดตามตอนต่อไป....  |
|