(D)
ร่างของมินเกยอยู่กับก้อนหินก้อนหนึ่ง..เธอคงตกลงมาอย่างไม่มีอะไรเหนี่ยวรั้งเอาไว้ แล้วมากระแทกนิ่งอยู่กับหินก้อนนี้
ผมประคองมินขึ้น เขย่าตัวให้เธอรู้สึก แต่ไร้ผล
ร่างของเธอชุ่มโชกไปด้วยน้ำ ผมปรกใบหน้า..เนื้อตัวอ่อนปวกเปียก
หรือเธอตายแล้ว?!
ผมรีบใช้มืออังจมูกของมิน..ลมหายใจรวยรินยังคงเหลืออยู่..ผมแทบตะโกนออกมาด้วยความดีใจที่มินยังไม่ตาย
"มิน..ลืมตาสิ..เป็นอะไรมากหรือเปล่า?" ผมตบหน้าเธอเบา ๆ ปากก็พร่ำเรียกชื่อของเธอ มือไม้สำรวจไปทั่วร่างของเธอเพื่อหาบาดแผล
แล้วผมก็เจอ..หัวของเธอแตก..เลือดยังไหลออกมาโชกชุ่ม
ผมวิ่งไปที่ริมน้ำ กอบน้ำใส่มือมาล้างเลือดให้กับเธอ..เลือดยังไม่หยุดไหล
เป้ของตัวเองยังสะพายอยู่ที่ไหล่ ในนั้นมันมีกระเป๋าสตางค์ของผม ซาวด์อะเบ๊าท์ และก็เสื้อยืดที่ผมใส่เล่นกีฬา
ไม่มีอะไรจะช่วยเหลือเธอได้เลย..นอกจากเสื้อยืดตัวนั้น
ผมวิ่งไปที่ริมน้ำอีกครั้ง ใช้มันแทนขัน..ผมจึงตักน้ำได้มากกว่าใช้มือ..ผมเอามาล้างหน้าให้มิน..ล้างเลือดที่บาดแผลนั้น แล้วผูกมันเข้ากับศีรษะของเธอ..เป็นการห้ามเลือด
ดูเหมือนมินจะรู้สึกตัวขึ้นบ้างแล้ว..
เธอส่ายหน้าไปมา..ริมฝีปากขมุบขมิบ..เท่านั้น..ก็ถือเป็นของขวัญสุดยอดที่พระเจ้า(หากมีจริง)ประทานให้กับผม
ผมดึงเธอเข้าอ้อมอก..พึมพำเรียกเธอ..พร้อมกับน้ำตาที่หยาดไหล
น้ำตาของลูกผู้ชาย..ที่กลั้นเอาไว้เพื่อรักษาสติของตัวเอง..ช่วยเหลือคนที่ตนรักให้เร็วที่สุด..ในสถานการณ์ที่เลยร้ายที่สุด
เมื่อสำเร็จ บ่อกั้นนั้นก็พังทะลาย
ผมร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย..ในทันทีที่มินรู้สึกตัวขึ้นมา
"มิน.."
+++++
มินยังพูดไม่ได้..เธอยังหลับ ๆ ตื่น ๆ จากอาการถูกกระแทกอย่างแรงนั้น
สิ่งที่ผมต้องทำ ไม่ใช่การมานั่งร้องไห้ดีใจที่เธอไม่ตาย ผมต้องรีบพาเธอขึ้นไปที่ถนน..เพื่อโบกรถที่ผ่านมาพาเธอไปโรงพยาบาล
ร่างของมินไม่หนักนัก..แต่เป็นเพราะผมเองก็ได้รับบาดเจ็บ ผมอุ้มเธอแทบไม่ไหว
ขบฟันจนเจ็บ..กลั้นใจยกร่างนั้นขึ้น..ขาของผมสั่น..อาการเจ็บที่ต้นขาทวีขึ้นจนผมล้มลงไปอีกครั้ง
ไม่ได้..ผมจะยอมแพ้ไม่ได้..อาการของมินเป็นมากหรือเปล่าไม่รู้ หากทิ้งไว้นาน เธออาจจะมีอันตรายก็ได้
ผมลองอีกครั้ง คราวนี้พอไหว..แต่ให้ตาย..การที่ผมจะพาเธอเดินย้อนขึ้นไปในที่ลาดชันและลื่นจากน้ำฝนนั้น มันจะเป็นไปได้อย่างไร??
ผมพยายามแล้ว..ผมทำไม่ได้
ทุกครั้งผมต้องหมดแรงล้มลง..
ถ้าผมยังพยายามฝืนต่อไป เราสองคนคงต้องตายอยู่ที่นี่..
ผมต้องหาที่แห้งให้กับมิน..ให้เธอนอนพัก..เธออาจจะดีขึ้น..ถึงเวลานั้นเราค่อยคิดกันอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ผมหายใจด้วยความเหนื่อยหอบ..ร่างของมินยังนอนอยู่ในอ้อมอก..มีเสียงครางเบา ๆ ออกมาจากเธอบ้าง..แต่ไม่ว่าผมจะถามเธออย่างไรเธอก็ยังไม่ตอบคำ
ผมอุ้มมินอีกครั้ง..คราวนี้ไม่พยายามจะเดินสู่ที่สูง..ผมเลาะริมน้ำไปเรื่อย..พยายามลำดับทิศ..แล้วตัดสินใจเดินขึ้นย้อนไปทางเดียวกับขามา...
ความหวังเดียวที่มีในตอนนั้น ก็คือขอให้ฟลุ๊คเจอบ้านคน..หรือเจอทางเรียบที่สามารถตัดขึ้นถนนได้เท่านั้น
แต่ดูเหมือนพระเจ้าไม่ว่างที่จะช่วยผมอีกแล้ว..
เกือบครึ่งชั่วโมงเต็ม ๆ ที่ผมเดินเลาะริมน้ำ ผมไม่พบอะไรเลยนอกจากต้นไม้และโขดหิน..
เรี่ยวแรงหมดลงเป็นลำดับ..ขาสั่นระริก..แขนที่อุ้มมินอยู่ก็เริมล้าจนยากจะคอนไหว..
สายตาเหลือบไปเห็นเวิ้งหินก้อนหนึ่ง..มีรูลึกเข้าไปไม่ใหญ่นัก..เบื้องบนเป็นชะง่อนหินและรากไม้ใหญ่พอเป็นที่หลบฝนได้
ผมตรงเข้าไปที่นั่น..บรรจงวางมินลง..เรียกเธออีกครั้ง..
แล้วสติของผมก็ดับวูบไปในวินาทีนั้น
+++++
...ผมจะสิ้นสติไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ มารู้ตัวอีกที..เมื่อรู้สึกมีน้ำเย็น ๆ มาลูบหน้า.. อาการเจ็บปวดทั่วตัวทำให้ผมหลุดปากครางออกมา.....
ตอน : สาม
ผมจะสิ้นสติไปนานเท่าใดไม่ทราบได้
มารู้ตัวอีกที..เมื่อรู้สึกมีน้ำเย็น ๆ มาลูบหน้า..
อาการเจ็บปวดทั่วตัวทำให้ผมหลุดปากครางออกมา..
"เป็นยังไงบ้างคะ..รันเจ็บตรงไหนบ้าง?.."
เป็นเสียงของมิน..ในความมืดนั้นผมมองอะไรไม่เห็นเลย
"มิน.."
"มินเองค่ะ.." น้ำเสียงมีแววสะอื้น..
"ในที่สุดรันก็ฟื้นแล้ว.."
เธอกำลังร้องไห้..ผมขยับตัวอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องร้องโอยออกมา..
ขาข้างขวาของผมมันปวดจนยกไม่ขึ้น..
"รันเป็นอะไร?"
"ขาเรา.."
รู้สึกมีมือของมินมาแตะ ๆ ทั่วร่าง..
"สงสัยกระดูกจะเคลื่อนซะแล้ว.." ผมบอกเธอ มันรู้สึกยอกตั้งแต่ต่อสู้กับเจ้าโจรในคราบคนขับรถสองแถวนั่นแล้ว..และคงจะถูกกระแทกอีกหลายครั้งตอนที่กลิ้งหลุน ๆ ตกลงมาจากขอบถนน ด้วยอาการตกใจทำให้มันปวดไม่มาก แต่เมื่อมาถึงตอนนี้อาการระบมทำให้ผมปวดมาก
"แล้วเป็นไงบ้าง..ไหวไหม?"
ผมยังไม่ตอบมิน..ถามเธอกลับ
"แล้วมินล่ะ..เป็นไรบ้างหรือเปล่า? แผลที่หัวเลือดหยุดไหลหรือยัง?"
"ดีขึ้นแล้ว..มันมีผ้าพันอยู่.."
ผมแยกเขี้ยวในความมืด..พยายามขยับทุกส่วนในร่างกายเพื่อสำรวจว่าตัวเองเป็นอะไรอย่างอื่นอีกหรือเปล่า
"รู้สึกอย่างไรบ้างคะ?"
"เราไม่เป็นไรแล้ว..มินรู้สึกตัวนานรึยัง?"
"นานแล้ว....มินเรียกให้รันรู้สึกตัวเท่าไรรันก็ไม่ฟื้น มินเลยลงไปที่ลำธารเอาน้ำมาเช็ดตัวให้กับรัน.."
"เราดีใจที่มินไม่เป็นอะไรมาก..มินไม่ต้องร้องไห้แล้ว.."
คำห้ามนั้นเหมือนยิ่งยุให้เธอร้องไห้หนักขึ้น
"มินกลัว.."
"ไม่ต้องกลัว..เราอยู่ทั้งคน..รอให้เช้าแล้วเราค่อยออกจากที่นี่แล้วเดินขึ้นไปบนถนน..แล้วค่อยโบกรถเข้าเมืองกัน.."
มินเอื้อมมามาสัมผัสใบหน้าของผม..ผมยกมือขึ้นจับมือเธอ
"รัน..รันไม่รู้ตัวเหรอ..ที่ท้องของรันมีแผล..ใหญ่มาก..เลือดไหลไม่หยุด..มินต้องเอาผ้าอุดเอาไว้.."
ผมไม่เชื่อเธอ..ใช้มือแตะ ๆ ตามลำตัว..
แล้วผมก็รู้สึกได้จากการสัมผัสนั้น..
มันเป็นอะไรอย่างหนึ่ง..ที่ผู้หญิงเขามีไว้พยุงหน้าอก..มันมีส่วนของฟองน้ำที่ถูกพับซ้อนเอาไว้..แปะไว้ตรงหน้าท้องค่อนมาทางด้านขวาของลำตัวของผม
บัดนี้มันชุ่มน้ำเหนียว ๆ อุ่น ๆ
"มินไม่รู้จะเอาอะไรห้ามเลือด..มันต้องสะอาดที่สุด..มันคือสิ่งเดียวที่มินจะหาได้ในตอนนี้..รันอย่าแกะมันออกนะ"
ผมไม่ตอบคำเธอ
ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย..
พึมพำออกมาจากหัวใจได้คำเดียวว่า..
"มิน.."
เราสองคนจับมือกัน..ผมรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เธอถ่ายทอดมาให้..เธอช้อนศีรษะผมขึ้นวางบนตักของเธอ..อาการเสียเลือดมากของผมทำให้ผมหน้ามืดวูบวาบ
"รัน..มินควรทำอย่างไรต่อ..รันเสียเลือดมากอย่างนี้..มินกลัวรันจะเป็นอะไรไป.."
ผมส่ายหน้า..พูดไม่ออก..ผมเองก็ไม่รู้..
รู้แต่ว่า..หัวใจของผมพองโตอย่างประหลาด
"รันอุตส่าห์ช่วยมิน..มินไม่ควรหาเรื่องเดือดร้อนให้รันเลย..รันได้รับบาดเจ็บอย่างนี้ก็เพราะมิน..มินขอโทษ.."
เธอร่ำไห้ออกมา..
ผมอยากจะบอกออกไปว่าผมไม่เป็นไร แต่ปากของผมขยับไม่ได้เสียแล้ว..
ผมรู้ตัวดี..หากผมหมดสติไปอีกครั้ง..ก็ยากที่ผมจะรักษาชีวิตไว้ได้..
ความเจ็บปวดที่มีอยู่ในเวลานี้..ผมแยกไม่ออกว่ามันเกิดขึ้นตรงจุดไหนของร่างกายของผมกันแน่?
อะไรทำให้ผมทนมาจนถึงที่นี่ได้ นึกขึ้นในเวลานี้แล้วก็ยังนึกไม่ออก
อาจจะเป็นเพราะความตกใจ อาจจะเป็นเพราะรู้ดีว่าหากผมไม่เข้มแข็งเข้าไว้แล้วมินจะไม่มีใครคอยปกป้องดูแล
ผมยังจำมือข้างนั้นของเธอได้..ริมน้ำ..หลังวัด..เธอยื่นมาให้ผม..ฉุดเธอขึ้นจากการตัดสินใจทำลายชีวิตของเธอเอง..เป็นเสมือนเธอมอบชีวิตของเธอไว้ให้ผมดูแล
อาจจะเป็นเพราะผมคิดเช่นนั้นก็ได้..ผมจึงใช้ความอดทนอย่างที่สุด..เพื่อจะรักษาลมหายใจของตัวเองเอาไว้..ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
มินร้องไห้ไม่หยุด..เธอใช้ผ้าจากที่ไหนไม่รู้เช็ดตัวผมให้หายเปียกชื้น..
จริง ๆ แล้วเธอจะออกไปเรียกคนมาช่วย..แต่ผมห้ามเธอไว้อย่างเด็ดขาด
เธอเป็นผู้หญิงคนเดียว..เดินฝ่าป่าออกไปเพื่อหาถนน..จะเจอหรือไม่ไกลใกล้ขนาดไหนไม่มีใครตอบได้ และแม้ว่าเธอจะหาถนนได้..เธอจะต้องเสี่ยงกับรถที่ผ่านไปผ่านมาข้างทาง..สภาพเปียกปอนเสื้อผ้ารุ่ยร่ายอย่างนี้..ใครจะตอบได้ว่าเธอจะปลอดภัย
นั่นยังไม่รวมถึงว่า..หากเธอหาคนมาช่วยได้..เธอจะเดินทางกลับมาหาผมได้ถูกล่ะหรือ?
"มินอยู่กับเราดีกว่า..เราไม่เป็นไรหรอก..เดี๋ยวเราก็คงดีขึ้น..เลือดหยุดไหลแล้ว..เราไม่เจ็บเท่าไร..ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก.."
ขณะพูดผมรู้สึกหนาวจับขั้วหัวใจ อาจเป็นเพราะร่างกายของผมเปียกชื้น..หรือไม่ก็..ผมอาจจะเสียเลือดไปมากแล้วก็ได้
ในความมืดสนิท..มองหน้ากันไม่เห็น ไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างจากข้างนอก มีเพียงเสียงฝนพรำลงบนใบไม้ เสียงแมลงร้องระงม และเสียงสะอื้นไห้ของมิน..
ผมตัวสั่นสะท้าน..
"รันหนาวเหรอ?..รันหนาวมากเหรอคะ?"
ผมส่ายหน้า..เธอคงไม่เห็น..จึงจำเป็นต้องพูดออกไป
"ปะ..ปล่าว"
"เปล่าแล้วทำไมเสียงสั่นอย่างนี้..จริงสิ..รันตัวเปียกไปทั้งตัว..รันต้องการความอบอุ่น.."
พูดจบเธอก็พยายามถอดเสื้อของผมที่เปียกชุ่มออกจากตัว
มินฉลาดพอ..เสื้อที่เปียกจะนำความร้อนออกจากร่างกายได้เร็วและง่ายขึ้น..เธอบิดน้ำออกจนหมาด..สะบัดให้แห้งมากที่สุด แล้วสวมให้ผมอีกครั้ง..
มันดีขึ้น..แต่ไม่มากพอที่จะทำให้ผมหายหนาวได้
ผมรู้สึกถึงอาการเย็นที่เริ่มจับมาตั้งแต่หัวแม่เท้าทั้งสองข้าง..มันค่อย ๆ ลามขึ้นมาทีละนิด..
ผมรู้ดี..นั่นคือตะคริว..เป็นอาการของคนที่ขาดความอบอุ่นอย่างกระทันหัน..
หากมันขึ้นถึงท้อง..ผมคงสิ้นชีวิต
มินทำอย่างเดียวกันนั้นกับกางเกงของผม..โดยไม่รังเกียจเลยว่าผมเป็นผู้ชาย..
ในขณะที่พยายามพลิกร่างของผมเพื่อถอดเสื้อผ้านั้น เธอก็พร่ำถามอยู่ตลอดว่าผมเจ็บไหมๆ
ผมตอบเธอไม่ได้..ด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้นจับใจ
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้..เธอพยายามช่วยชีวิตผมโดยไม่สนใจตัวเธอเองเลย..
ผมรู้..เธอก็หนาว..เธอก็สะบักสะบอมไม่น้อยไปกว่าผม..
แต่เธอก็ลืมความเจ็บปวดอ่อนล้าของตัวเอง..ทุ่มเทความห่วงใยและความช่วยเหลือให้ผมอย่างเต็มที่..
ผมคิดไปไม่ถึง..ผู้หญิงคนที่ผมชอบ..ชอบที่หน้าตาและรูปร่าง..ชอบอย่างที่ผู้ชายวัยอย่างผมทั่วไปจะชอบได้..กลับเป็นคนที่มีจิตใจดีถึงขนาดนี้..
สิ่งที่ยืนยันคำพูดของผมได้..ก็คือการกระทำของเธอต่อจากนั้น..
เธอถอดเสื้อของเธอ..บิดให้น้ำออก..สบัดให้แห้งที่สุด..แล้วใส่ให้ผมอีกชั้นหนึ่ง..
แล้วเธอก็กอดผมเอาไว้ในอ้อมอกของเธอ..ถูมือของผมไปมาเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ..
ลูกผู้ชายอย่างผมต้องน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง!!
+++++
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเนิบช้า..
ฝนเริ่มหยุดบ้างแล้ว..ไออุ่นจากร่างกายของมินและของตัวผมเอง..ช่วยหยุดยั้งอาการเย็นจนชาที่ปลายเท้าให้ทุเลาลง
อาการเจ็บยอกทั่วตัวก็เริ่มลดน้อย..สมองที่มึนงงแทบเลอะเลือนของผมค่อย ๆ กลับมาแจ่มใสขึ้น
มินยังคงกอดผมไว้..ไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย แม้จะรับน้ำหนักของผมที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงเธอเอาไว้ทั้งตัวมาเป็นเวลานาน
ผมคงเผลอหลับไปบ้าง..นานเท่าไรยากจะตอบได้..
มินหยุดร้องไห้แล้ว..เธอคงเผลอหลับไปแล้ว..
ผมขยับกาย..มันพอขยับได้..การได้นอนพักผ่อนนิ่ง ๆ พักใหญ่..ทำให้ร่างกายของผมค่อย ๆ ฟื้นตัว
คงจะเป็นเพราะผมยังเป็นเด็กหนุ่มที่แข็งแรง..การฟื้นตัวจึงเกิดขึ้นโดยใช้เวลาไม่นานนัก
ต้นขาที่เจ็บยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับการขยับเขยื้อน..แต่ผมก็พยายามลุกขึ้นนั่งจนได้..
น่าแปลกที่มินไม่รู้สึกตัว..ผมเรียกเธอเบา ๆ
"มิน..เมื่อยหรือเปล่า? เรานอนทับมินอยู่ตั้งนาน.."
เงียบ
"มิน.."
ผมเอื้อมมือไปเขย่าเธอ ในทันทีที่สัมผัสตัวเธอ..ผมก็รู้สึกได้ถึงอาการร้อนผ่าว..
"มิน..ทำไมมินตัวร้อนอย่างนี้?"
ผมเขย่าแรงขึ้นให้เธอรู้สึกตัว
แต่ไร้ผล...ไม่มีแม้แต่เสียงครางให้ได้ยิน..
"มิน!!"
ผมตะโกนเสียงดัง..ศีรษะของมินและร่างกายท่อนบนของเธอล้มมาปะทะเข้ากับหน้าอกของผม
มินสิ้นสติไปแล้ว!!
+++
เหตุการณ์ต่อจากนั้น..จึงเป็นเหตุการณ์ที่ตัวผมเองก็ไม่เชื่อว่าผมจะทำได้ถึงขนาดนั้น
มินกำลังจับไข้..พิษไข้ทำให้เธอสิ้นสติไป..หรือไม่เธอก็เป็นอะไรมากกว่านั้น..ผมจะทิ้งเธอไว้อย่างนี้เพื่อรอเวลาให้สว่างไม่ได้ ผมต้องพาเธอไปให้ถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
ผมรีบถอดเสื้อของเธอที่เธอใส่ให้ผมออกจากตัว..แล้วใส่ให้เธอ..ดึงเธอออกมาจากโพรงเล็ก ๆ นั้น
ฟ้าเริ่มสว่างบ้างแล้ว..อีกไม่นานแสงก็คงจะส่องมาถึง..
ผมไม่รอเวลา..แบกมินไว้ข้างหลัง ให้ศีรษะของเธอซุกหมอบอยู่ที่ซอกคอของผม
ไม่สนใจความเจ็บปวดแสนสาหัส..ทั้งขาและหน้าท้อง..ผมพยายามเคลื่อนที่ไปข้างหน้าให้ได้..
มันยากลำบากอย่างเหลือเกิน..
ฟ้าสว่างเกือบเต็มที่แล้ว..เมื่อผมพามินมาถึงขอบถนนจนได้
ค่อย ๆ วางมินลงบนพื้น..เรียกเธออีกครั้ง..
"มิน..เราทำสำเร็จแล้ว.."
ใบหน้าที่แดงก่ำของมิน..ดวงตาที่พริ้มสนิท..ริมฝีปากที่ซีดและแห้งผาก..
เป็นภาพสุดท้ายที่ผมจำได้..ก่อนผมจะล้มพับไปในไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น
+++++
โปรดติดตามตอนต่อไป.....  |
|