(D)
ในความรู้สึกกึ่งจริงกึ่งฝัน ผมไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง รู้สึกเพียงว่าร่างกายของตัวเองคล้ายท่อนไม้ท่อนหนึ่งที่ถูกโยนไปมา ถูกจับพลิกไปมา ถูกทิ่มแทงไปมา
บางครั้งก็มีแสงสว่างแวบ ๆ เข้ามาให้ได้สัมผัส แต่เพียงวูบเดียวก็ดำมืด บางครั้งเหมือนถูกโยนจากที่สูง สู่หุบที่มีไม่ก้นรองรับ
บางทีรู้สึกเจ็บจี๊ดตามร่างกาย แยกไม่ถูกว่าที่ไหนบ้าง บางคราวก็รู้สึกได้ถึงความนุ่มนวล อบอุ่น..จากสัมผัสของอะไรบางอย่าง
บางครั้ง..เสียงกระซิบแผ่วเบาราวลอยมากจากขอบฟ้า..ย้ำให้ผมอดทนที่จะสู้กับเมฆหมอกที่บดบังสติสัมปชัญญะอยู่ในเวลานี้..
"อดทนไว้นะ.."
เป็นเสียงของใคร? แม่ของผม? น้องฟ้า? หรือมิน?
ในความสับสนสลึมสลือนั้น..ผมยังแยกไม่ได้..ตราบจนกระทั่งร่างกายไม่ถูกเหวี่ยงโยนเหมือนเก่า ความมึนงงในศีรษะน้อยลง..ระบบประสาทสัมผัสทำได้ดีขึ้น..ผมถึงได้รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร
น้องเมย์?!!
แม้ผมจะยังลืมตาไม่ขึ้น..แม้ร่างกายของผมจะกระดิกยังไม่ได้..แต่หูและประสาทสัมผัสของผมพอจะแบ่งแยกได้ถูก
"พี่รันขา..พี่รันต้องสู้นะ..พี่รันต้องชนะมันให้ได้..เมย์และพวกเรารอให้พี่ฟื้นอยู่ทุกเวลา.."
ผมยอมรับว่า..เพราะเสียงนั้น..ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะสู้เพื่อต่อลมหายใจของตัวเองต่อไป
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดก็สุดรู้..ในที่สุดแล้ว ผมก็สามารถลืมตาขึ้นมาได้ในวันหนึ่ง
มันรับแสงสว่างจ้านั้นด้วยความพร่ามัว ผมต้องปิดเปลือกตาอีกครั้ง แล้วค่อย ๆ เปิดขึ้น เพื่อให้สายตาปรับกับภาพตรงหน้า..
มันเป็นพื้นเพดานสีขาวสะอาด เสียงแอร์ดังเบา ๆ มาให้ได้ยิน กลิ่นน้ำนยาฆ่าเชื้อโรคโชยมาให้รู้ว่าผมกำลังอยู่ที่ไหน
ผมกำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาล..จริงสิ..ผมต้องถูกส่งโรงพยาบาลอยู่แล้ว..แต่เป็นโรงพยาบาลที่ไหน? คงจะใกล้ที่สุดจากจุดที่ผมนอนสิ้นสติอยู่กับมิน..ละมัง?
มิน..ตายล่ะ..มินเป็นอย่างไรบ้าง? เธออาการหนักมาก..ตัวร้อนจี๋ หน้าซีด..เธอจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า?
แล้วนี่ทุกคนไปไหน..เห็นมีแต่ม่านสีฟ้าอ่อนปิดล้อมรอบเตียงผมเอาไว้..แล้วนี่อะไร..อะไรครอบอยู่ที่จมูกของผม?
เอ๊ะ..สายระโยงระยางทั่วตัวอย่างนี้?..มีทั้งสายให้เลือดและน้ำเกลือ..ผมเป็นมากขนาดนี้เชียวหรือ?
ผมพยายามขยับร่างกาย..มีเพียงมือเท่านั้นที่สนองตอบ..กระนั้นก็เป็นเพียงนิ้วที่กระดิกได้เล็กน้อย..นี่มันหมายความว่าอะไร?
ผมสิ้นสติไปนานเท่าใดแล้วนี่??
+++++
ขณะที่ในสมองของผมเต็มไปด้วยคำถาม เสียงก่อกแก่กก็ดังขึ้น..พยาบาลคนหนึ่งเปิดม่านเข้ามา..พอเห็นว่าผมลืมตาได้แล้ว..เธอก็ผลุบออกไปอย่างรวดเร็ว..
ผมพยายามเรียกเธอเอาไว้..แต่ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมา ผมแค่อยากรู้ว่ามินเป็นอย่างไรบ้าง
นายแพทย์สูงอายุเข้ามาดูอาการผม..เขาใช้ไฟฉายส่องที่ลูกตา..ใช้เครื่องช่วยฟังฟังเสียงที่หน้าอก..ปากบ่นอะไรพึมพำ..แล้วก็เขียนอะไรยุกยิกลงไปในใบสั่งยา
จากนั้นผมก็ได้รับยาจากพยาบาล..เขาฉีดเข้าสายน้ำเกลือ..ผมมองหยดน้ำเกลือจนกระทั่งพลอยหลับไปอีกครั้ง
ก่อนที่จะฟื้นขึ้นมา..เพื่อพบกับเรื่องราวที่ผมคาดไม่ถึง
++++++
แม่ของผม น้องฟ้า..และก็เพื่อนของผม-ยัยกุ๋งกิ๋ง..ยืนรุมล้อมเตียงของผมอยู่ ขณะที่ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ในทันทีที่ผมลืมตาขึ้น แม่ก็น้ำตาไหล..ผวาเข้ากอดผม น้องฟ้ากับยัยกุ๋งกิ๋งกระโดดกอดกันส่งเสียงด้วยความดีใจ พยาบาลและหมอยืนยิ้มอยู่ห่าง ๆ ส่วนผมเอง..ยังจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูก
คำพูดแรกที่ผมพูดออกไปกับทุกคน คือถามถึงมิน
"มินเป็นยังไงบ้าง?"
"มินหายแล้ว..กลับบ้านได้ตั้งนานแล้ว มีแต่นายนะแหละที่อยากจะนอนในโรงพยาบาลนาน ๆ ไม่ยอมกลับบ้าน.." กุ๋งกิ๋งตอบ
"จริงอ้ะ?"
"จริงสิยะ..ใครเขาจะอยากเป็นเจ้าชายนิทราอย่างนายล่ะ..นี่นายรู้ตัวหรือเปล่า ว่านายนอนหลับเล่น ๆ ไปกี่วัน?"
ผมงง..ก็ไม่น่าจะเกินสองสามวัน
"เดือนหนึ่งกับอีกสามวัน!!"
"ฮ้า!!" ผมอุทาน
"ไม่ต้องมาฮ้ามาแฮ้หรอก..โน่น คุณหมออยู่โน่น นายมีอะไรสงสัยก็ถามได้เลย.."
ผมยังอ้าปากค้าง..ไม่อยากเชื่อว่าผมจะสิ้นสติไปได้นานถึงขนาดนั้น
+++++
สาเหตุที่ผมสลบไปนานขนาดนั้น หมอบอกว่าเพราะโลหิตของผมติดเชื้อ..
เชื้อโรคมาจากแผลที่หน้าท้อง แม้มินจะใช้ผ้าที่สะอาดที่สุด(และวิเศษที่สุดสำหรับผม)อุดไว้แล้ว..ก็ไม่สามารถจะห้ามเชื้อโรคไว้ได้ เพราะมันเข้าไปตั้งแต่แรกที่ผมถูกของแหลมเกี่ยวเหวอะหวะไปแล้ว
หมอบอกว่าไม่สามารถใช้ยาปฏิชีวนะรักษาได้ เพราะผมมีประวัติแพ้ยาประเภทนี้อยู่
สิ่งที่พอทำได้ก็คือการถ่ายเลือด..
++++
ส่วนอาการของมิน..เธอบาดเจ็บไม่มากนัก..ที่หนักก็คืออาการปอดบวม
ที่เธอเป็นอย่างนั้นก็เพราะต้องการจะช่วยชีวิตผม..เธอถึงกับถอดเสื้อของเธอใส่ให้ผมเพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้แก่ร่างกายที่เสียเลือดไปมากของผม
แต่เธออยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณหนึ่งสัปดาห์ คุณพ่อของเธอก็ขอย้ายโรงพยาบาลไปรักษาที่กรุงเทพฯ
ผมเองที่อาการหนักมาก..จำเป็นต้องอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นต่ออีกสองสัปดาห์ หมอถึงอนุญาตให้ย้ายโรงพยาบาลได้
ผมกับมินก็ดูเหมือนจะขาดการติดต่อกันตั้งแต่นั้น
ที่สำคัญ ผมถูกคุณพ่อของมินหาว่าเป็นตัวการในการให้ลูกสาวของเขาหนีออกจากบ้าน..เขาหาว่าเธอหนีตามผู้ชาย..
เป็นข้อหาที่ผมอยากจะลุกจากที่นอนไปชกปากคนที่กล่าวหาผมสักเปรี้ยง ต่อให้เป็นพ่อของมินก็เถอะ
+++++
เรื่องคดีความเกี่ยวกับไอ่โจรคนนั้น ตำรวจมาสอบปากคำผมอยู่สองสามครั้ง แล้วก็เงียบหายไป
มันคงเป็นอีกคดีหนึ่งที่คงเป็นเสมือนคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งแล้วค่อยเลือนหาย
เสียดายที่ผมจำทะเบียนรถไม่ได้(ก็ผมดูทันซะที่ไหนล่ะนั่น) และเพราะความมืดก็ทำให้ผมเห็นหน้ามันได้ไม่ถนัด ก็เลยยืนยันกับตำรวจไม่ได้ว่าผมจำหน้ามันได้หรือไม่
ไม่งั้นมันก็คงจะถูกลากคอเข้าตะรางไปแล้ว
คิดแล้วยังแค้นใจอยู่จนทุกวันนี้
++++++
เวลาผ่านไปโดยไม่มีอะไรหยุดยั้งมันได้..กระทั่งเข้าเดือนที่สองผมถึงออกจากโรงพยาบาลได้ แม้ว่าขาจะเดินขัด ๆ อยู่บ้าง(สะโพกเคลื่อนจากแรงกระแทก)แต่ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ปกติ
ผมจำเป็นต้องดรอปการเรียนไว้หนึ่งเทอม..สองสามวันครั้งที่ยัยกุ๋งกิ๋งจะแว่บเวียนมาหา ส่วนน้องเมย์..เธอมาหาผมแทบทุกวัน
สำหรับมิน..เธอกำลังจะกลายเป็นก้อนน้ำแข็งรูปหงส์งดงาม..ที่ค่อย ๆ ละลายหายกลายเป็นอดีต
ผมยังจำอ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นของเธอได้..ยังจำถ้อยคำกระซิบพร่าที่เฝ้าปลอบประโลมให้ผมอดทนต่อฤทธิ์บาดแผลขณะนอนอยู่ในโพรงนั้นได้..ยังจำได้แม้แต่สายตาที ่แสดงว่าเธอได้มอบชีวิตให้ผมทั้งหมดแล้ว..
แต่เวลานี้..ผมไม่มีเธอ..
ไม่มีแม้แต่ข่าวคราว..ไม่มีแม้แต่เสียงมาให้ได้ยิน
หรือความรักของเราได้จบลงแล้วจริงๆ?
++++++
บ้านของผมเป็นบ้านกึ่งไม้กึ่งปูนหลังใหญ่
ห้องที่ผมนอนจะมีระเบียงนั่งเล่นยื่นออกไปต่างหาก มันกั้นด้วยประตูบานใหญ่ที่ผมลงกลอนล๊อคเอาไว้หลังจากที่ได้สูญเสียน้องแมนไปในครั้งนั้น
หลังจากผมมารักษาตัวอยู่กับบ้าน ผมก็ได้เปิดมันออกไปอีกครั้ง..เพื่อทบทวนความทรงจำบางอย่างที่กำลังเริ่มเลือนหาย
โขยกเขยกเดินออกไปที่ระเบียงนั้น..ณ ที่ตรงนี้..เป็นที่แรกที่ผมได้เห็นมิน..สาวน้อยแสนสวยผู้เป็นเจ้าของสุนัขน่ารักที่มีชื่อว่า "รัน" ตัวนั้น
ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านมาไม่กี่เดือน..ความแปรเปลี่ยนหลาย ๆ อย่างได้เกิดขึ้นระหว่างเรามากมาย
แต่สุดท้าย..มันกลับกลายเป็นอากาศอันว่างเปล่า..เหมือนความฝันที่พลันสลายเมื่อเราตื่นขึ้นมา
ผมเดินกลับไปที่หัวเตียง..วิทยุเครื่องเดิมยังวางอยู่ที่นั่น..
น่าแปลก..อยู่ ๆ ผมก็อยากจะฟังเพลง ๆ นั้น เพลงที่ฟังเมื่อไรก็อยากร้องไห้เมื่อนั้น
"เธอรู้ใช่ไหม..ฉันมีชีวิตเพื่อใคร.."
ทำนองช่างเพราะเหลือเกิน
"และรู้ใช่ไหม เหตุใดจึงเป็นอย่างนี้.."
ผมทรุดร่างลงบนที่นอน..ดูเหมือนจะสิ้นเรี่ยวแรงไปเดี๋ยวนั้น
"ก็เพราะรักเธอ..รักทั้งหัวใจที่มี...ไม่เคยมีวันที่ดี..เมื่อเธอจากไป.."
ภาพความทรงจำของผมกับมิน..พร่างพรูเข้ามาจนดวงตาของผมพร่าเลือน..
"..เมื่อความทรงจำครั้งหนึ่งกลับมาเหมือนเดิม
แต่งเติมคืนวันที่มันได้เคยขาดหาย
ที่เห็นน้ำตามันไหลเพราะความชื่นใจ
แต่ก็รู้ว่าคงซึ้งใจได้เพียงไม่นาน..."
แค่ผ่านมาพบกันแค่หลับและฝันไป
แล้วทุกอย่างก็จะเปลี่ยนเป็นเหมือนเดิม
แค่ผ่านมาพบกันบังเอิญมาพบกัน
แค่ไม่นานแล้วเธอก็จากไป....
กลับมาเดียวดายไม่เคยมีใครซักคน
สู่ความเป็นจริงที่เธอไม่เคยจะรู้
ความหวังที่มีคือฝันคือคอยเฝ้าดู
ว่าคงจะมีอีกครั้งหนึ่งที่เธอกลับมา..
ผมสะอื้นออกมาอย่างไม่รู้ตัว..ไม่รู้แม้แต่ว่าจะมีใครบางคนยืนอยู่ข้างเตียงของผม
"พี่รัน..พี่เป็นอะไรคะ?"
ผมรีบปาดน้ำตา..น้องเมย์นั่นเอง..เธอเข้าออกบ้านนี้จนเป็นเหมือนบ้านของเธอไปแล้ว..
"เปล่าครับ.."
"แต่พี่รันกำลังร้องไห้.."
ผมฝืนยิ้ม..มันน่าอาย..ที่มาร้องไห้ต่อหน้าผู้หญิงอย่างนี้
"พี่มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย.."
น้องเมย์ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง วันนี้เธอคงอยู่ในชุดนักเรียน..สดใส..น่ารักเหมือนเดิม
"เรื่องพี่มินใช่ไหมคะ?"
ผมทำสีหน้าไม่ถูก..เมื่อถูกจี้ใจดำซึ่งหน้า
ดวงตาคมงามคู่นั้นมีแววหมองให้ผมสังเกตเห็นได้
"น่าอิจฉาพี่มิน..พี่รันรักเธอมากเหลือเกิน.."
ผมฝืนยิ้ม..ทำไมผมจะไม่รู้ว่าน้องเมย์รู้สึกกับผมอย่างไร..
"วันนี้น้องเมย์เลิกเรียนเร็วหรอครับ?"
ผมเสเปลี่ยนเรื่อง...เธอพยักหน้า..ดูรู้เลยว่าเธอก็ฝืนทำสีหน้าให้แช่มชื่นขึ้นเหมือนกัน
"เมย์ซื้อองุ่นมาฝากพี่รันด้วย..เห็นคุณแม่พี่รันบอกว่าพี่รันชอบ.."
"โอย.." ผมร้อง "..ตู้เย็นไม่มีที่จะใส่อยู่แล้ว..ขนผลไม้มาฝากพี่ทุกวันอย่างนี้..พี่กินหมดก็คงกลายเป็นลิงกันพอดี.."
น้องเมย์หัวเราะ..ลุกขึ้นไปวางถุงองุ่นไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ..
"พี่รันทานยาครบหรือเปล่า?"
ผมทำหน้าเบ้พร้อมกับพยักหน้า
"อย่าทำหน้าอย่างนั้น..ยาเขามีไว้กินไม่ใช่ไว้ดูเล่น..แล้วนี่มียาก่อนอาหารอีกไม่ใช่เหรอ..นี่ก็ได้เวลาทานแล้ว.."
เธอจัดแจงเม็ดยาพร้อมกับรินน้ำมายื่นให้..
ผมรับไว้..น้ำใจของหญิงสาว..ทำไมมากมายอย่างนี้?
"เมย์ดีกับพี่เหลือเกิน.." ผมพึมพำ
"ต้องดีสิ..ก็มีคนมาฝากฝังไว้นี่นา.."
ผมงง ขมวดคิ้ว
"ใคร?"
"พี่รันอยากรู้จริงเหรอ?"
เธอหยิบกระเป๋าถือขึ้นมาเปิด..แล้วหยิบซองจดหมายสีขาวออกมา..
"คนที่พี่รักและคิดถึงอยู่ตลอดไงล่ะ.." ซองจดหมายถูกยื่นมาตรงหน้า
"ใคร?"
"อ่านดูเถอะ..แล้วพี่รันจะรู้เอง..เมย์ขอตัวลงไปข้างล่างเอาองุ่นไปล้างน้ำก่อนนะคะ.."
ผมมองน้องเมย์เดินออกจากห้องไป..สลับกับจดหมายซองนั้น..ยังคงงงไม่หาย
เปิดดูข้างใน..พบกระดาษสีฟ้า..เขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบเรียบสวย..
ผมจำได้ไม่เคยลืม..ลายมือนี้..จะเป็นของใคร นอกจากมิน!!
++++++++
เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ข้อความในจดหมายจะวาอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป....  |
|