| หัวข้อกระทู้ : ..............................เบญจภาคี....แตกรัง........................... |
(D)
สวัสดี..วัน ทอล์ ออฟ เดอะทาวน์
จากภาวะฝืดเคืองอึมครึมทางเศรษฐกิจแบบนี้ใครจะรู้ว่าวงการพระยังซื้อพระล็อตใหญ่กันหยกๆ โดยเฉพราะครั้งนี้แค่เบาะๆ 100 ล้าน ทอนมาแค่ ล้านเดียว..ท็อก ออฟ เดอะทาวย์ปีนี้ต้องยกให้กับ เสี่ยไจ๋ (อดุลย์ หงษ์จินตสกุล )เจ้าของรังใหญ่เบญจภาคี แห่งรักสยาม..ครับ ชื่อเสียงท่านนี้นักเลงพระต่างรู้จักกันดี เพราะเป็นนักสะสมตัวยงกล้าได้ กล้าเสีย ซื้อจริง และใจถึง กล้าตั้งราคาขายชนิดที่ใครๆส่ายหน้าเพราะตั้งราคาเบญจภาคีไว้ถึง 150 ล้าน และตั้งแบบมีเงื่อนไขว่า ไม่ขายแยก จะซื้อต้องยกทั้งล็อต...ไม่สนใจว่าใครจะว่าแพงบ้าเลือด ของๆตู ตูจะขายหยั่งงี้อ่ะ ใครไม่ซื้อก็อย่าซื้อ ตูไม่เดือดร้อน...( เออ ก้อจริงเหมือนกัน )
แต่ในที่สุดพอเจอวิกฤติหลายระลอก เสี่ยแกก็เลยยอม ลดจาก 150 ล้าน เหลือ 130 ล้านแต่ก็ยังไกลความจริง เลยเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่ เป็นขายแยกวงออกไปที 2-3 องศ์บ้าง และไม่นานมานี้เพิ่ง ขายปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ไป จนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้นี่เองก็เจอแจ๊คพ็อต!!!.เข้าให้ เจอมือซื้อตัวจริงจนได้ เสี่ยไจ๋จึงขายเหมา เบญจภาคีไปถึง 33 องศ์ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะจากราคา 130 ล้านถูกต่อลงมาเหลือ 100 ล้านและยังมีลด ออน ท๊อป อีก 1 ล้าน ตกลงรับไป 99 ล้าน..ถือเป็นการซื้อขายแบบครั้งมโหฬารของวงการพระเครื่อง..
งานนี้ต้องปรบมือให้กับ เสี่ยต้อย (ไพศาล เตชะวิภาค) ที่เป็นโปรโมรเตอร์จัดการซื้อขายครั้งนี้จนสำเร็จ
แรกเริ่มเสี่ยไจ๋ ขอให้เสี่ยวิวัฒน์ เฮดเดอร์ ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันมานาน ช่วยจัดหาคนซื้อให้โดยลดราคาเหลือ 120 ล้าน เสี่ยวิวัฒน์ ก็ดีใจหาย หอบแฟ้มรูปพระทั้งแฟ้มไปเสนอ เจ้าสัวกระทิงแดง (เฉลิม อยู่วิทยา) ทันที แต่เจ้าสัวกระทิงแดงไม่ได้ชอบพระถึงขนาดนั้น จึงขอเช่าแค่ 2 องศ์ ทำให้ขายไม่ได่ เพราะเสี่ยไจ๋ ได้นำพระไปฝากชาวบ้านไว้ หากจะไถ่ก็ต้องไถ่หมด
เสี่ยวิวัฒน์ เฮดเดอร์จึงต้องหาทางอื่นโดยไปหาท่าน ทนง พิทยะ (อดีตรัฐมนตรี) ให้ช่วยคุยกับ เสี่ย วิชัย รักศรีอักษร แห่ง คิง เพาเวอร์..ก็เลย.....โป๊ะเชะ!!!!
เสี่ยวิชัย คิงเพาเวอร์ สนใจมากกำลังหา พระสมเด็จอยู่พอดี แต่ระหว่างที่เสี่ยไจ๋เจ้าของพระประสานงานกับ เสี่ยเฮดเดอร์อยู่ โดยย่ำว่า "ให้เสี่ยเฮดเดอร์ขายคนเดียวเท่านั้น " เรื่องมาเข้าหู ต้อย เมืองนนท์ เข้าให้ ว่า เดอะไจ๋ กำลังจะขายพระล็อตใหญ่ และ ลดราคาลงแล้ว....
เสี่ย ต้อย เมืองนนท์ จึงให้เสี่ย มิ้ง จักรวรรด์.เซียนชื่อดัง ลองไปถามไถ่ดูว่าจะเอายังงัยและต่อรองตกลงกันให้ได้ในที่สุด
.............ต้อย เมืองนนท์จึงได้พระล๊อตใหญ่นี้ไปขาย...โดยแบ่งสรรค์กันระหว่างนักสะสมหลายคน รวมทั้ง เสี่ยกำพล แห่งโนอาร์เอ็นเตอร์เท็นเม้นท์.
สำหรับ พระเบญจภาคี ชุดนี้มีถึง 33 องศ์ องศ์เด่นสุดคือ สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม เคลือบลักไว้แต่โบราณ พระออกสีน้ำตาลดูมีเสน่ จัดว่าสวยสุด ของฐานแซมวัดระฆังประเภทลงลัก (ในขณะนี้)
ที่มาของฐานแซมองศ์นี้ เสี่ยไจ๋ ได้มาจาก โกเนี้ยว (มงคล เมฆมานะ ) เมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นเสี่ยไจ๋ กล้าควักถึง 4.5 ล้าน ก็นับว่าสะท้านวงการพระในยุคนั้นแล้ว...พอได้ฐานแซมองศ์ สวยสุดของวงการมา เสี่ยไจ๋ก็เป็นที่รู้จักทันที... และยิ่งรู้จักมากขึ้น เมื่อเสี่ยไจ๋ ตั้งราคาขายไว้ สูงถึง 25 ล้านบาทในสมัยนั้น..
แต่ไม่ทราบว่า เสี่ย วิชัย แห่งคิงเพาเวอร์ จ่ายไปเท่าไหร่สำหรับ ฐานแซม องศ์นี้
สำหรับพระเครื่ององศ์อื่นๆ ได้กระจายขายไปคนละทิศละทาง ข่าวว่า พระนางพญา พิมพ์ใหญ่เข่าโค้ง พิษณุโลก และพระรอด พิมพ์ใหญ่ วัด มหาวัน ลำพูน และ กำแพง ซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ กำแพงเพรชก็ไปอยู่กับเสี่ย คิง เพาเวอร์ เช่นกัน ส่วนผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีมหารัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ถูกเสี่ย กำพล (โนอาร์) นิมนต์ไป แว่วๆว่า 8 ล้าน ส่วนพระนอกเหนือจากนั้น มีทั้งสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ์ พิมพ์เกศบัวตูม พระบางขุนพรหม พิมพ์เจย์ดี พิมพ์เส้นด้าย พิมพ์ฐานแซม พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์ฐานคู่ เกศไชโย พิมพ์ใหญ่ฐาน 7 ชั้น ฐาน 6 ชั้น อกตัน ฐาน 6 ชั้นอกร่อง พระผงสุพรรณหน้าแก่ และหน้าหนุ่ม กำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง นางพญา เข่าตรง และพระกำแพง เม็ดขนุน อย่างละ 2-3 องศ์ ไม่รู้เสี่ยต้อย แบ่งให้ใครบ้าง
ตอนนี้ทุกคนจึงแฮปปี้ โดยเฉพราะ เสี่ยไจ๋ ก็ปลอดหนี้ แล้วยังเหลืออีกเยอะ...ส่วนเสี่ย ต้อยพอได้พระไปขาย และก็แสดงน้ำใจให้ เสี่ย มิ้ง จักรวรรดิ์ ที่ไปติดต่อให้ เลยให้ค่ารถไป 2 ล้าน
ส่วนเปอร์เซนต์จากฝ่ายขายนั้น ข่าวว่า เสี่ยไจ๋ กำลังจัดอยู่...
ขนาดเสี่ยมิ้ง ยังได้ไป 2 ล้าน...
แล้วเสี่ยวิวัฒน์ เฮดเดอร์ ที่เป็นคนวิ่งช่วยขายคนแรกเลย จะได้น้ำใจจาก เสี่ยไจ๋ เท่าไร คิดเอาเอง........... 
ข้อมูลคัดจากไทยรัฐจร้า........  |
|
|