(D)
นิทานไอ้สป เรื่อง "นายเลือกกบ"
กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว
(มันเป็นรูปแบบของการเล่านิทาน ที่จะต้องขึ้นต้นแบบนี้ หากเป็นฝรั่งจะใช้ว่า.....Once upon the time ........)
ณ ป่าละเมาะกลางกรุงวิบากยถานคร ที่หลบซ่อนอยู่ด้านลึกของถนนหลวง ซึ่งผู้คนชาวพาราใช้เป็นเส้นทางสัญจร
ปรากฏแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ใช้หล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ในป่าละเมาะ และเป็นที่พักพิงของสิงห์สาราสัตว์เล็กน้อยใหญ่
อุดมสมบูรณ์ ไม่เคยแห้งขอดตลอดทั้งปี
ให้แหล่งน้ำประทังชีวิต อาบว่ายล้างตัว และซุกซ่อนอาศัย แก่เหล่าเวไนยสัตว์ทั้งหลาย
พึ่งพิงและพึงพาพร้อมทั้งผักผ่อน ตามระบบนิเวศน์วิทยา อย่างพร้อมมูล
จึงเป็นแอ่งน้ำที่เวไนยสัตว์ทั้งปวงหมายปอง
ฝูงกบที่หลายเผ่าพันธ์ อันเกิดจากการแตกลูกแตกหลาน วิวัฒนาการทางด้านความเจริญพันธุ์ กลับกลายเป็น
อึ่งอ่าง เขียด กบ คางคก อึ่งโอ่ง และอึ่งปากขวด
จากบรรพบุรุษเดียวกันแท้ กาลเวลาและความใคร่ไม่เคยปราณีใคร แม้กระทั่งสัตว์สี่ขากระโดดไปมาเยี่ยงกบ
อดที่จะข้ามสายพันธุ์ จนกลายพันธุ์ เสียมิได้
ครรลองและวิถีความเป็นอยู่จึงผิดแผก แตกต่างกระทั่งสันดาน นิสัย ความทะเยอทะยาน และอากัปกริยา เพื่อความเอาตัวรอด
จึงได้แยกกล่มแยกพวกกันอย่างชัดเจน กลุ่มหนึ่งหมกตัวอาศัยในพงหญ้าชายแอ่งน้ำ
กลุ่มหนึ่งดำดิ่งกบดานในน้ำลึก บางกลุ่มก็ว่ายลอยคอเหนือน้ำริมตลิ่ง อีกหลายกลุ่มก็แอบซุกตามขอนไม้และกอสวะ
สรรหาอาหารที่ผ่านหน้าไปมา แลบลิ้นตลบเข้าปากกินเป็นอาหาร
ครั้งหนึ่ง เกิดน้ำท่วมใหญ่ด้วยพิษพายุ "ขนุน" และหางมรสุม "แคทลีน่า" จากอเมริกา น้ำท่วมแอ่ง แหล่งอาหารถูกพัดหายไปตามกระแสน้ำ และร่องมรสุม
ก็เกิดการล้ำถิ่น ข้ามแดน ไม่แบ่งเขตดังเช่นก่อน ล่วงล้ำเข้ามาจับหาอาหารโดยไม่คำนึงว่าใครเคยครอง
อนิจจา...สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็ก ผู้มีอำนาจและกำลังสูงกว่าย่อมชนะเสมอไป และน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ
ทุภาษิตอันนี้ ยังใช้ได้แม้ในโบราณกาลนานมาแล้วครั้งหนึ่ง
หากขืนปล่อยให้การต่อสู้ แย่งชิง โดยไร้ระบบ ระเบียบ กฏกติกา ไฉนเลย.......น้ำน้อย-สัตว์น้อย-ผู้อ่อนแอกว่า จะเหลืออยู่ได้อย่างไร
สัตว์กระโดดสี่ขาแต่ละเผ่า จึงตั้งตัวแทนเข้าเจรจาอย่างสันติ โดยใช้ขอนไม้กลางแอ่ง เป็นโต๊ะนั่งของท่านประธาน ส่วนตัวแทนที่เข้าประชุม ก็ลอยคอบนใบบัวบ้าง บนกอสวะบ้าง แทรกตัวกลางกอแหนบ้าง ห้อมล้อมขอนไม้ และตั้งอกตั้งใจฟังท่านประธานเสนอทางเลือก
มติที่ประชุมเกือบเป็นเอกฉันท์ ที่มีความเห็นให้อัญเชิญ สัตว์นอกมาปกครอง ดูแล จัดสรรที่ทางกันใหม่
ช่วงนี้น้ำท่วม..การสัญจรไปมาทางบกไม่สดวก สัตว์นอกที่เชิญมาควรเป็น "จำพวกนก" จักได้ใช้การเดินทางทางอากาศได้ ไม่ต้องกังวลและรำคาญเรื่องน้ำท่วม และประธานเสนอเป็น "นกพิราป"
มีเสียงความเห็นจาก "เจ้าคางคก" เพียงรายเดียวที่แย้งว่า "มันจะผิดธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณีนะ...ท่านประธาน ทำไมถึงไม่เป็น "นกกระสา"
ตามนิทานอิสปโบราณ"
ท่านประธานซึ่งเป็น "อึ่ง" ที่ถูกสมาชิกเลือกมาทำหน้าที่ชั่วคราว ก็อธิบายว่า ......"เจ้าอ่านหนังสือไม่จบเรื่อง..นี่แหละอันตรายมาก เหมือนกับ"คน" ที่คิดอะไรไม่ครบวงจร หรือรู้อะไรรู้ไม่จริง อตร. อันตราย..
บั้นปลายของการเลือก"นกกระสา" เป็นไงรู้ไหม..พวกเราตายเรียบ และ"นกพิราป" นะ เป็นนกสัญญลักษณ์ของความสันติสุขด้วย"
เจ้าคางคกที่กำลังขึ้นวอ หงอทันที และอ้อมแอ้ม ๆ ยกขาหน้าขวาขึ้นเหนือน้ำ เป็นการให้คะแนนเสียงเห็นด้วยกับส่วนรวม
มติจึงเอกฉันท์ ให้ไปเชิญ "นกพิราป" มาเป็นผู้ปกครอง หรือเป็น"นาย" พวกเราไปก่อน
เมื่อนกพิราปถูกเชิญมาเป็น "นาย" จึงวิเคราะห์สภาพปัญหา โดยอาศัยปริบทหรือ context ก็พบว่า
สัตว์กระโดดสี่ขาเหล่านี้ มีพื้นฐานมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน โดยกว้าง ๆ สามารถจะอยู่กันได้อย่างกลมกลืน
แต่เมื่อกลายพันธุ์ สภาวะแวดล้อมโดยแท้ ที่ทำให้นิสัย และวิถีการดำรงชีวิตผิดแผกออกไป
เมื่อมีการรบกวน จะด้วยเสียง ด้วยการล้ำถิ่น ด้วยการแย่งชิงอาหาร ด้วยที่อยู่อาศัยไม่เหมาะ จึงทะเลาะเบาะแว้ง ช่วงชิง และทำร้ายล้างกัน
จึงถึงบทที่ "นกพิราป" จะต้องแสดงบทของ
"นายเลือกกบ"
ชะตาดีแท้ ๆ ที่ประธานเคยอ่านนิทานอิสป จึงได้เลือก "นกพิราป" มาเป็นนาย
"นกพิราป" ลงมือศึกษา วิเคราะห์ และ "ทำวิจัยในแอ่งน้ำ" โดยใช้เวลา 5 วันก็เสร็จเรียบร้อย จึงพบสภาพปัญหาที่แท้จริง
และได้เชิญตัวแทนสัตว์กระโดดสี่ขาทุกเผ่าพันธุ์ มารับฟังการตัดสิน
คำตัดสินประกอบด้วยเหตุและผล มีดังนี้
1) เจ้าอึ่งโอ่ง (เขียดตะปาด ) เจ้าจงไปบอกสมัครพรรคพวกสายพันธุ์ของเจ้าว่า ต่อไปนี้ที่อยู่อาศัยของเจ้าไม่เหมาะกับอยู่ตามแอ่งน้ำ เจ้ามีผิวหนังที่มันละเลื่อมปกคลุมด้วยเมือก เหมาะที่จะคลุกตัวแอบซุกซ่อนตามตะไคร่น้ำ หลังตุ่มน้ำตามห้องน้ำผู้คน
2) เจ้าอึ่ง เจ้าเป็นสัตว์ที่มนุษย์ชอบกิน หากเจ้าออกมาเพ่นพ่านบ่อย ๆ ทุกวันทุกคืน เจ้าก็จะถูกจับหุงหาเป็นอาหารของ
ประดามนุษย์กินอึ่ง แล้วในที่สุดพวกเจ้าจะสูญพันธุ์ไป นอกจากนั้นแล้ว พวกเจ้าเป็นสัตว์เสียงดัง ชอบร้องระงมรบกวนเวลานอนของผู้อื่นเขา เจ้าควรกบดานอยู่ในน้ำลึก ใกล้โคลนตม ตามแอ่งน้ำ แต่ข้าอนุญาตให้เจ้าโผล่มาเหนือน้ำได้ปีหนึ่งหนึ่งครั้ง เมื่อฝนตกในฤดูฝน เท่านั้น
3) ส่วนเจ้ากบ เจ้าเป็นพวกที่มีพลกำลัง และกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรง สามารถต่อสู้และหลบหลีกศัตรูได้เก่ง เจ้าควรจะอยู่บนบกสลับกับในน้ำ บางคราวต้องหลบหลีกมนุษย์บางจำพวกที่ชอบกินกบ และพวกเจ้าต้องรักศักดิ์ศรีที่เป็นกบธรรมชาติ อย่าได้ยอมให้มนุษย์จับไปเพาะเลี้ยง มิใช่หวังดีเพื่อขยายพันธุ์ หากเพื่อเอาไปขายเป็นอาหารอันโอชะของมนุษย์
4) เจ้าอึ่งอ่าง เจ้าสายพันธุ์ใกล้ชิดกับ "อึ่งโอ่ง" มาก ข้าอนุญาตให้เจ้าใช้ชีวิตคลุกคลีแบบเจ้าอึ่งโอ่ง ได้
5) เจ้าคางคก เจ้าเป็นสัตว์ที่เนื้อตัว ผิวพรรณ อัปลักษณ์ สกปรก น่าเกลียดน่ากลัวมาก ข้าให้เจ้าลงน้ำได้เป็นครั้งเป็นคราว แต่ที่หลับนอนอย่างถาวรของเจ้า ตามกองขยะ ตามที่ชื้น ตามห้องน้ำ ตามที่เปียกแฉะและสกปรก
ทั้งนี้ เพื่อให้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม กลมกลืนกับสภาพ เป็นการยืดอายุสายพันธุ์ของพวกเจ้าเองให้ยาวนานต่อไป มิเช่นนั้น ใครเห็นเจ้าโดยง่าย ก็จะเหยียบ จะกระทืบ และจะฆ่า พวกเจ้าไปเสียหมด
6) เจ้าอึ่งปากขวด และเจ้าเขียด บรรพบุรุษของเจ้าทั้งสองเป็นญาติสนิทกัน บรรพบุรุษเพศผู้ของเจ้าเป็น "กบ" ได้ลูกจากเมียหลวงโดยผสมพันธุ์กับ"อึ่งโอ่ง" จึงมาเป็น "อึ่งปากขวด" ส่วนเมียน้อยของมันคือ "อึ่งอ่าง" ผสมพันธุ์ออกมาเป็นลูกเมียน้อยคือ "เขียด" ก็ด้วยที่เจ้ากบ มันเจ้าชู้ฟันไม่เลือก ออกลูกออกหลานไม่มีเวลาดูแลเอาใส่ และเลี้ยงดู "เจ้าเขียด" จึงอยู่อย่างอด ๆ หยาก ๆ มิกินบ้างไม่มีกินบ้าง ร่างกายแคระแกรน พวกเจ้าจึงเป็นสายพันธุ์ที่ตัวเล็กที่สุด ยังไง เมื่อพวกเจ้าทั้งสองเข้าใจที่มาแล้ว ก็อยู่ทำมาหากินกันอย่างสงบแบ่งปันที่อยู่อาศัย และอาหารการกิน กัน และอย่าอยู่ในน้ำลึกนัก เอาแถว ๆ ชายตลิ่ง
ไม่ช้าไม่นาน สันติสุขก็กลับมาสู่แอ่งน้ำในป่าละเมาะ กลางกรุงวิบากถยานคร อีกครั้งหนึ่ง
นี่เป็นเพราะ ...........
1) "กบ" รู้จักอ่านนิทานอิสป และ
2) "นาย" มีวิสัยทัศน์และรู้จักวิเคาะห์และใช้เหตุใช้ผล
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ....อันบรรดาสิงห์สาราสัตว์ แรต ตะเข้ สัตว์กระโดดสี่เท้า แม้กระทั่งมนุษย์สองขาเดินดินกินข้าวแกง ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์วิทยาทั้งสิ้น ให้รู้จักเลือกใช้ เลือกจัดที่จัดทางให้เหมาะสม ก็จะเกิดคุณอนันต์และมีค่ามหันต์ต่อสังคมแห่งนั้น มิใช่..มองว่าไร้ประโยชน์หรือไม่ถูกใจตน ก็เข่นฆ่า ทำลาย ล้างเผ่าพันธุ์ เพียงอย่างเดียว
ก็ขอจบ..นิทาน "นายเลือกกบ "เพียงแค่นี้
แต่จะมีแอ่งน้ำอีกซักกี่แห่งนะ ที่จะสับสน อลหม่าน และ"นาย" จะรู้จักเลือก "กบ" หรือไม่ !
 |
|