(D) ตำนานแห่งความสุข
จริงๆ แล้ว AEA นั้นไม่ใช่อาการที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเพิ่งค้นพบแต่อย่างใด มันถูกระบุไว้ในประวัติศาสตร์มานานกว่า 400 ปีแล้ว โดยอาการนี้ถูกพบครั้งแรก หลังจากการประหารนักโทษรายหนึ่งด้วยการแขวนคอ หลังจากที่มีเก็บศพ ทุกคนก็เกิดความรู้สึกประหลาดใจว่า ทำไมอวัยวะเพศของชายผู้นี้ถึงแข็งตัวอยู่ แถมยังมีการหลั่งน้ำอสุจิออกมาด้วย
แพทย์หลายคนได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ชายผู้นี้อาจจะเกิดอารมณ์ทางเพศเพราะรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกแขวนคอ โดยการหลั่งภายหลังจากการตายอาจจะมาจากการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อทางร่างกาย
หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ วงการแพทย์จึงได้นำข้อสมมติฐานดังกล่าว มาลองรักษาคนที่อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศดู ปรากฏว่าการทำแบบนี้สามารถช่วยได้จริงๆ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายสูงมากจึงไม่ได้รับคำแนะนำให้ทำต่อ
เพราะฉะนั้น พฤติกรรมแบบนี้ จึงเริ่มลงสู่ใต้ดินมากขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นกิจกรรมที่นิยมของคนเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะพวกที่มีต้องการทางเพศสูงมาก
แต่ปัจจุบันนี้ ความสุขแบบนี้ ก็เริ่มขยายตัวออกไปเรื่อยๆ และไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะเรื่องเพศอีกต่อไปแล้ว เพราะหลายๆ คน อยากมีความสุขแบบนี้
เกมนี้ ถึงตาย!
เชื่อหรือไม่ว่า ในปัจจุบันนี้ โลกเรามีคนชื่นชอบการทำให้ตัวเองขาดอากาศมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างล่าสุดก็มีเกมประเภททำให้ขาดอากาศหายใจออกมาเรื่อยๆ นับ 10 เกม
อย่าง Fainting Game ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เข้าข่ายดังกล่าว โดยเกมนี้เป็นที่นิยมกันมากในหมู่วัยรุ่นอเมริกัน โดยผู้เล่นอาจจะใช้เชือก เข็มขัด หรือแขนก็ได้มาทำการบีบรัดร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นคอ หรือหน้าอกของเพื่อน จนออกซิเจนที่ปกติจะไปล่อเลี้ยงเซลล์สมองอยู่ตลอดนั้น หยุดไหลไปชั่วขณะหนึ่งหนึ่ง จากนั้นก็คลายการบีบรัดโดยทันที
ที่ผ่านมาเกมนี้ ได้รับความนิยมสูงมาก ซึ่งจากการสำรวจโดยศูนย์ศึกษาเกี่ยวกับการติดยาเสพติดและสุขภาพจิต พบว่าในปี 2551 พบว่ามีเด็กนักเรียนในเมืองออนตาริโอ ประเทศแคนาดา เคยทำกิจกรรมนี้สูงถึง 79,000 คน และมีแนวโน้มจะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญยังเว็บไซต์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมนี้ด้วย
สำหรับปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้นเมื่อเล่นเกมนี้ ในช่วงแรกระหว่างทำ ผู้ถูกรัดก็จะมีอาการหายใจไม่ออก หน้าซีด เนื่องจากสมองขาดออกซิเจน ขณะเดียวกันเส้นเลือดใหญ่ก็จะโป่งพองออกมา เนื่องจากถูกสกัดกั้น ไม่ให้ไปไหน ซึ่งส่งผลทำให้อัตราการเต้นของหัวใจลดตามไปด้วย
และเมื่อมีการคลายการบีบรัดลง ผู้ถูกรัดก็จะรู้สึกมึนงงศีรษะเล็กน้อย เนื่องจากอัตราการสูบฉีดโลหิตนั้นสูงขึ้นแบบฉับพลัน และยังทำให้ออกซิเจนขึ้นไปล่อเลี้ยงสมองในจำนวนที่มากกว่าปกติ ซึ่งผลที่ตามมาก็จะรู้สึกสดชื่นมากกว่าปกติ ลักษณะทั่วไปจะล่องลอย คล้ายๆ กับเสพยาเสพติด หรือไม่อาจจะสลบไปเลยก็ได้
แต่ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว ก็มีความเสี่ยงต่อร่างกายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะระบบสมองส่วนกลาง ที่อาจจะถูกทำลายอย่างเฉียบพลัน และหากทำนานไป ก็เสี่ยงต่อการที่สมองจะตาย และอาจจะนำมาสู่การนินทราหรือเสียชีวิตในที่สุด
สำหรับสาเหตุที่ทำให้กิจกรรมกลายนี้เป็นที่นิยมนั้น ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า หลักๆ น่าจะมาจากสภาพสังคมภายในโรงเรียนเอง ซึ่งมักจะมีการประชันความสามารถระหว่างเด็กแต่ละคนว่าใครจะเจ๋งกว่ากัน เช่นหากฉันทำนี้ได้ ก็แสดงว่า ฉันเก่งกว่า ฉันกล้ากว่า บางครั้งก็อาจจะเกิดจากพฤติกรรมความอยากรู้อยากเห็นว่า ชีวิตใกล้ความตายนั้นเป็นอย่างไร และบางครั้งก็มาจากความเชื่อที่ว่าการทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางกามารมณ์ให้สูงขึ้น ขณะหลายคนก็ติดใจ สนุก ชอบทำเพราะทำแล้วโล่งสบาย โดยไม่รู้ตัวกำลังเล่นกับความตายอยู่ และที่ผ่านมา เฉพาะสหรัฐอเมริกาก็พบจำนวนผู้เสียชีวิตหรือทุพลภาพมากกว่า 31 รัฐแล้ว
 |
|