ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : มีเรื่องสั้นมาให้อ่านเพลินๆ (2)..........คนข้างบ้าน

(D)
คนข้างบ้าน


ผม.ซื้อบ้านอยู่ในโครงการบ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง..เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นเนื้อที่ 50 ตารางวา ..โครงการนี้มีชื่อเสียงพอสมควร.. ทั้งโครงการมีบ้านรวมกันประมาณ 100 หลังคาเรือน ถนนกว้างขวาง ระบบสาธารณูประโภค.ครบถ้วน..ราคาต่อหลังประมาณ ล้านบาทเศษๆ..หากมีเนื้อที่มากกว่า 50 ตารางวาเจ้าของโครงการก็จะคิดเงินเพิ่ม ตามเนื้อที่..

หมู่บ้านนี้..มีของแถมอีกอย่าง..คือ ร.ป.ภ. หมาครับ...แยะจริงๆๆเป็นหมาไม่มีเจ้าของ..หรือหมาจรจัดนั่นแหละ..มีอยู่ทุกซอย ทุกถนนของหมู่บ้าน...มีทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่..และลูกหมาก็มี...ไม่มีเจ้าของไม่มีคนเลี้ยง....แต่.ที่มันอยู่กันได้เพราะคนในหมู่บ้านชอบเอา เศษอาหารมาให้กินด้วยความสงสาร...ตอนหน้าหนาวหรือหน้าติดสัด.....เห่าหอนทะเลาะกันระงม....กรรมการหมู่บ้านจะแจ้งให้ เทศบาลมากำจัด ปรากฏคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านไม่ยอม...โดยเสนอให้หาเงินจ้างหมอมาทำหมันแทน...หมาก็เลยยังไม่ล้มหายตายจากไปไหน

บ้านของผมนั้น ถ้ายืนบนถนน หันหน้ามาที่ตัวบ้าน ...บ้านที่ติดกันด้านขวามือ เจ้าของ บ้านเป็นคุณหมอ ประจำอยู่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง อายุ เกือบ 50 ปี เมียเป็นพยาบาล..อยู่โรงพยาบาลเดียวกัน มีลูกชาย 2 คน..เรียนอยู่มหาวิทยาลัยของรัฐทั้ง 2 คน....

ส่วนทางด้านซ้ายมือ..มีผู้หญิงสาวสวยอายุประมาณ 20 ปี..อยู่กับหญิงแก่..อายุคงเฉียด 50 ปี..ดูการแต่งตัวของคนแก่ น่าจะเป็นคนรับใช้.....นานๆครั้ง...จะมี...อาเสี่ยแก่ๆอ้วนขาวพุงลุ้ย..ขับรถ เบ๊นซ์...คันใหญ่มาพักค้างคืน.....แต่ไม่เคยเกิน 1 คืนพอรุ่งสางก็รีบร้อนขับรถออกจากบ้านไป…รูปการจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง........บางครั้งอยากเข้าไปสนทนาด้วย...ในฐานะเพื่อนบ้านใกล้เคียง...พอเห็นอาการเป็นแบบนี้เลยไม่กล้าเข้าไปคุย..

ประเมินสถานการณ์แล้วเป็นเมียน้อยชัวร์...เสียดายหน้าตาดีๆอายุก็น้อย..มาเป็นน้อยเสี่ย..ซะแล้ว.!!...วันๆ..เธอไม่ค่อยออกไปไหน..เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน..อาหารการกิน ยายแก่ที่อยู่ด้วยจะเป็นคนจัดการ....บางวันผมออกไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน...ซึ่งอยู่ข้างริมรั้วบ้านนี้...มองเห็นเธอเดินอยู่ในบ้าน...ใส่กางเกงขาสั้น จู๋...อวดขาขาวเหมือนหยวกกล้วย...

ผมนึกในใจว่า อายุเธอแค่นี้... และเสี่ยคนนี้จะเลี้ยงดูเธอได้นานขนาดไหน...ผม กะดูเสี่ยคนนี้อายุคงไม่ต่ำกว่า 60 ปี….ถ้าเธอฉลาดต้องรีบกอบโกยให้มากที่สุด...เกิดเสี่ยหัวใจวายตายไปเมื่อไหร่ …เดี๋ยวจะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือ.อุตส่าห์ลงทุนมาทั้งตัวขนาดนี้ .....


ความจริงผมไม่อยากจะสอดรู้สอดเห็นเรื่องของเพื่อนบ้านมากนัก...แต่บ้านดันมาอยู่ติดกัน..ไม่อยากมอง ไม่อยากได้ยิน..ก็ไม่พ้น...กลายเป็นต้องได้รู้ได้เห็น...โดยอัตโนมัติ...ตอนเย็นๆ ยายแก่ที่อยู่กับเมียน้อยเสี่ย..จะเดินออกไปซื้อกับข้าวที่ปากซอย...บางครั้งก็เจอกับแม่บ้านผม..ในฐานะคนเคยเห็นหน้ากันและบ้านก็อยู่ติดกัน...คุ้นๆหน้า..เลยได้คุยกัน.....ทำให้รู้ว่า....ตัวเสี่ยนั้นมีกิจการเกี่ยวกับขนส่ง...และมีครอบครัวอยู่ที่จังหวัดทางภาคอีสาน....

ส่วนหญิงแก่ที่อยู่กับเมียน้อยเสี่ย นั้น เป็นคนของเสี่ยเอง..จัดให้มาอยู่ด้วย เป็นคนที่เสี่ยสนิทและไว้ใจมาก......จึงมอบหมายให้มาอยู่เป็นเพื่อนและรับใช้..เมียน้อยของแก.....ส่วนตัวเมียน้อยเป็นคนทางเหนือ...แต่มาเจอกับเสี่ยจนได้เป็นเมียน้อย...ป้าแกไม่พูดถึง.....แกคงรู้อะไรไม่มาก...แต่แว่วๆว่า..อาซ้อ...เมียหลวงเสี่ยดุ ยิ่งกว่าเสือ.....

เวลาที่เสี่ยขับรถมาบ้าน.เมียน้อย....ส่วนมากจะเป็นวันศุกร์เวลากลางคืน.ช่วง 4 ถึง 5 ทุ่ม..มาถึงจะได้ยินเสียง....การจัดโต๊ะอาหารเสียงล้างถ้วยล้างชาม.. ..เมื่อกินอาหารเสร็จ..ไม่ว่าจะดึกดื่นอย่างไร ก็จะได้ยินเสียงแบบนี้..จนผมเดาได้....ถ้าได้ยินเสียงแบบที่ว่านี้แสดงว่าเสี่ยมาแล้ว...


ในช่วงหลังๆๆ...การเดินทางมาที่บ้านเมียน้อยของเสี่ย เริ่มห่าง...เป็นเดือนละ ครั้ง....บางครั้ง 2 เดือนครั้ง....จากบ้านที่เคยเงียบๆ...ก็เริ่มมีเสียงทะเลาะกัน...แล้วก็เสียงร้องไห้ของผู้หญิง...บางครั้งได้ยินเสียงโต๊ะล้ม เสียงแก้วเสียงขวดแตกแถมมาด้วย.! ...

ผมไม่ได้สอดรู้สอดเห็นนะ...ดึกดื่นเที่ยงคืน บ้านนี้ทะเลาะกัน..ผมจะหรี่เสียง ที.วี. ภายในบ้าน..เพื่อจะฟังเสียงที่มาจากบ้านเมียน้อยเสี่ย....จับใจความว่าเมียหลวงเริ่มสงสัย...ระแคะระคาย...เพราะเสี่ยขยันเกินเหตุ...มากรุงเทพฯบ่อยเกินไป..ทั้งที่อายุร่วมๆ 60 ปี....

เสี่ยหายไปหลายเดือน....จนถึงวันสงกรานต์...เสี่ยโผล่มาคืนวันหนึ่ง...คืนนี้เป็นคืนวิปโยคเพราะทะเลาะกันทั้งคืน...ทั้งเสียงร้องไห้ ..เสียงก่นด่า...เสียงของแตก...ทั้งคืนผมแทบไม่ได้หลับได้นอน...แต่ก็เห็นใจไม่ได้โกธรเคืองอะไร...เพราะผัวเมียกันทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา...และอีกอย่างนานๆครั้ง...พอทนกันได้...

ที่ผ่านมาทะเลาะกันซักพัก....แล้วก็เงียบ...ไฟห้องนอนก็ดับ....จินตนาการเอาแล้วกัน...คงแฮปปี้..กันทั้งสองฝ่าย...

แต่ครั้งนี้รุนแรงมากไม่เหมือนครั้งก่อนๆ...และไม่มีทีท่าว่าจะสงบกันง่ายๆ....สถานการณ์ท่าจะแตกหักกันในคืนนี้......ผมก็นอนไม่หลับ...ใจมันคล้อยตาม.....กับเขาไปด้วย...ดีที่เป็นวันหยุดเลยไม่ห่วงเรื่องการตื่นตอนเช้า...

จนเวลาล่วงไปถึงประมาณ ตี 3 เศษๆ....

“ มรึง..จะเอาอย่างไงกับ กรู...พูดฟังกันบ้าง ซิ..”...เสียงผู้ชายก็..เสี่ยนั่นแหละ..ดังลั่นอยู่ในบ้าน...

“ เฮีย จะมาทำอย่างนี้กับ หนู ไม่ได้ หนู ไม่ยอม...ฮือๆๆๆๆ” ......เสียงผู้หญิง..ตะโกนเถียงดังไม่แพ้กัน.......

ซักพัก..มีเสียงคนแก่สูงอายุ...เป็นเสียงป้าที่อยู่ด้วยกัน. “...ไม่เอาน่า...หนู อายเค้า...นี่ก็ดึกแล้ว มีอะไร คุยกัน พรุ่งนี้ เถอะนะ”.......เสียงเหมือนคนง่วงนอน...เสียง แหบๆ...

เงียบไปซัก ครึ่งชั่วโมง....ผมไม่ได้สอดรู้สอดเห็นนะ..!..

“ ว๊ายๆๆๆๆๆ.....ไม่เอา ค่ะ ไม่เอา....ช่วยด้วย ใคร ช่วย แจ้ง ตำรวจ ที่..!..”...เสียง..หญิงแก่ดังโวยวายเสียงลั่น พร้อมวิ่ง ออกมาจากตัวบ้าน......มายืนเอามือทาบหน้าอก...ตรงประตูทางออกด้านล่าง ของตัวบ้าน...

“ เปรี้ยง..!!...”...เสียงสนั่น ดังขึ้นมา... “..โอ๊ย...ๆๆ...ๆๆ....ช่....ว......ย........ล่.....ว......ย..........โอ๊ย.......”.... เสียงของเสี่ย..นี่นา....ผมนั่งไม่ติดแล้ว...วื่งลงมาจากบ้าน...ไปที่บ้านคุณหมอข้างบ้าน...กดกริ่งเรียก...เผื่อหมอจะช่วยอะไรได้บ้าง....

.กำลังลนลานหาเบอร์โรงพัก..เพื่อแจ้งตำรวจ....


“ เปรี้ยง.!!..”..มีเสียงตามมาอีก 1 ครั้ง......ผมมือไม้สั่น…เรื่องใหญ่กว่าที่คิด ซะ แล้ว....


บริเวณ..หน้าบ้านที่เกิดเหตุ…เหมือนมีงานถ่ายหนัง...อึกกระทึก..ด้วยเสียงไซเรน...ดังโหยหวน...ทั้งตำรวจ ทั้ง ไทยมุง....เจ้าหน้าที่มูลนิธิ....เดินกันขวักไขว่.....


“ เจ้าของบ้าน.ถูกเมียน้อยยิงตาย และตัวเมียน้อยก็ฆ่า ตัวตายตาม...”...เสียงพวกบรรดาไทยมุง...จับกลุ่มคุยกัน..

.ผมรู้ก่อนพวกนี้อีก.เพราะ.ตอนยิงกันตายใหม่ๆ...ตำรวจยังมาไม่ถึง...ผมและคุณหมอได้วิ่งเข้าไปที่เกิดเหตุ..โดยมี ป้า ที่อยู่กับเมียน้อยเสี่ย....เป็นคนพาเข้าไป....เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง......


พอไปเห็น คุณหมอส่ายหน้า....บาดแผลฉกรรจ์...กระสุนปืนเข้าที่หัว..ทั้งสองคน...ตายสนิทไปแล้ว....คงตายทันทีที่กระสุนปืนเจาะเข้าไป....ช่วยอะไรไม่ได้ !!


หลังจากนั้นประมาณ 10 วัน..มีอาซิ้ม แก่ๆ พร้อมเด็กหนุ่ม..และหญิงสาวอีกหลายคน....ผมชะโงกหน้ามองดู...ผมไม่ได้สอดรู้สอดเห็นนะ....คงเป็น เมียหลวง และลูกหลานของเสี่ย...เอาธูปมาจุดตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน....พร้อมเอากุญแจมาล๊อคประตู..รั้วหน้าบ้าน...เด็กที่มาด้วยเอาป้าย...บอกขายบ้านมาติดที่ริมรั้ว.....


แปลกไม่มีใครซื้อไปซักที... บ้านหลังนี้กลายเป็นบ้านร้าง ไม่มีคนอยู่..บ้านที่ไม่มีคนอยู่ดูแล...ก็..รกสกปรก...ต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นทึบ....ไม้เลื้อยไต่ขึ้นไปตามตัวบ้าน..ดูน่ากลัว...กลายเป็นจุดเด่นในหมู่บ้าน...ดีที่ไม่มีวัยรุ่นมามั่วสุม....คงเป็นเพราะหมู่บ้านแถวนี้...มีราคาแพง...และไม่มีสลัมอยู่ใกล้ๆ...


วันนี้เป็นวันศุกร์..ตรงกับวันพระ...ตามเคยผมจะนอนดึกเพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดทำงาน..ผมนั่งดูรายการ ที.วี...และทำรายงานที่คั่งค้าง....จนนาฬิกา...ที่ฝาบ้าน ตีบอกเวลา ..ผมเอามือปิดปากเพราะ หาวนอน....เหลือบมองเวลา... เข็มชี้ บอกเวลา ตี 3 ....


ผมเก็บงานที่อยู่บนโต๊ะ...เดินไปปิด ที.วี. และจะเดินไปรูดม่านประตู....ซึ่งทำเป็นประจำก่อนจะเข้านอน.... “ เอ๊ะ.!.เสียงอะไร..” ผมพูดกับตัวเอง....เงี่ยหูฟัง....เป็นเสียงหอนของ หมาในหมู่บ้าน....ธรรมดาหมามันก็เห่าหอนเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้ว...แต่คราวนี้มันหอนไล่กันมาเป็นทอดๆ..เหมือนหอนรับใคร บางคนที่เดินผ่าน...

ใครมาเดินทำอะไรตอน ตี 3 เศษๆ...เสียงหอนไล่มาจากด้านหน้าของหมู่บ้าน...ไล่มาเรื่อยๆตามเส้นทางถนน ซึ่งจะต้องผ่านหน้าบ้านผม...ความรู้อยากเห็น...จึงแหวกผ้าม่านมองออกไปที่ถนนหน้าบ้าน..เพราะเสียงหมาหอนไล่มาจนจะถึงหน้าบ้านแล้ว...!


จู่ๆ..เสียงหมาก็หยุด..มาไม่ถึงหน้าบ้านผม...ดันไปหยุดหน้าบ้านที่ติดกับผม...จะหลังไหน..ก็หลังที่ เสี่ยโดนเมียน้อยยิงตายและฆ่าตัวตายตาม...ผมอดขนลุกไม่ได้...ความอยากรู้อยากเห็น..จึงรีบเดินไปชั้นบนของบ้าน...แอบมองจากหน้าต่าง.....หน้าบ้านเสี่ยไม่เห็นมีใคร...มีแต่ประตูว่างโล่งๆ..


เห็น มีหมา 4 -5 ตัว มายืนห่างๆประตูรั้ว..ทั้งหมดทำปากยื่นๆไปข้างหน้าไปทางประตูรั้ว...แล้วยกปากขึ้นแหงนขึ้นฟ้า..หอนอย่างโหยหวน..พร้อมๆกัน.... ..ตั้งแต่ได้ยินเสียงหมาหอนมาก็มาก......ไม่เคยเหมือนเสียงในคืนนี้...มันเยือกเย็น..ยาวๆยังไงก็ไม่รู้.....เสียวไปถึงขั้วหัวใจ...ขนลุกซ่าไปถึงหนังหัว...


ซักอึดใจใหญ่ๆ...ผมสะดุ้งโหย่ง ...ไฟฟ้าดวงหนึ่งในบ้านติดพรึบ..ขึ้นมาเหมือมีคนไปเปิด สวิต...แต่ผมยังคิดในทางที่ดีว่า..มีใครไปแอบนอนในบ้านนี้หรือเปล่า???..แต่เพ่งมองยังไงก็ไม่เห็น..คนอยู่ในบ้าน...


แล้วเสียงสั่นประสาท...ก็เริ่มขึ้น...เสียงช้อนกระทบ จานข้าว..เสียงเปิดน้ำในครัว..เสียงล้างจาน ชาม..ก๊องๆๆแก๊งงๆๆ..กลางคืนเงียบๆอย่างนี้ได้ยินชัดเจน... เหตุการณ์มันเหมือนกับตอนที่..ทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่...จนเกือบ 10 นาที..ไฟดับพรึบ...เสียงต่างๆก็เงียบลง...


ผมกะว่า พรุ่งนี้เช้า...จะรีบออกไปดูให้รู้แจ้งว่า....มีใครแอบไปนอนในบ้านหลังนี้หรือเปล่า?...ขออธิบายเพิ่มเติมนิดนึง....บริเวณบ้านของเสี่ย..ตำแหน่งอยู่หัวมุมถนน...จึงไม่มีบ้านหลังไหนติดกับของแก...นอกจากบ้านผมเท่านั้น...เพราะด้านหลังบ้านตลอดแนวเป็นเขตริมของโครงการ...ติดกับที่ของคนอื่น..ขอบเขตยาวเสมอกับโครงการ..ตลอดแนว....และ.เป็นที่ว่างเพราะเจ้าของปล่อยทิ้งเอาไว้...

ผมรีบตื่นแต่เช้า..พกความข้องใจเต็มพิกัด....รีบเดินไปที่รั้วบ้าน..ปรากฎรั้วเหล็ก ยังมีกุญแจที่เมียหลวงเสี่ยใส่เอาไว้.. ..สภาพกุญแจ..สนิมเขลอะ.... “หรือมีใคร ปีน เข้าไป”.. ....พยายามมองเข้าไปในตัวบ้าน..ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร....พอดีมีเพื่อนบ้านแถวนั้นเดิน...มาออกกำลังกาย... จึงได้จับกลุ่มคุยกัน...ทุกคนได้ยินเสียงหมาหอนเหมือนกับผม....แต่เหตุการณ์แปลกๆในบ้านคนอื่นไม่ได้ยิน...เนื่องจากอยู่ห่างออกไป....

จนผ่านมาหลายวัน...ผมก็ลืมๆไป...จนถึงวันศุกร์ถัดมา.....เหมือนเดิมเลยครับ....เวลา ตี 3 เศษๆ...เริ่มตั้งแต่หมาหอนมาหยุดหน้าบ้าน....ไฟเปิด....แล้วก็มีเสียง..จานเสียง ช้อน..เสียงล้างจานในครัว..ผมกำลังจะเริ่มเป็นโรคประสาท...ดีที่คนในบ้านผมไม่รู้เรื่องเพราะหลับนอนกันไปก่อน...และก็ไม่อยากเล่าอะไรให้ฟัง..เกรงว่าจะกลัวกัน...

ผมตัดสินใจ..ไปจดเบอร์โทร..จากป้ายที่แกประกาศขาย..ซึ่งติดกับรั้วหน้าบ้าน..แล้วโทรไปคุยกับ เมียหลวงเสี่ย...อาซ้อ...แกก็บ่นว่าขายไม่ได้ซักที่..ไม่อยากเอาไว้เพราะอยู่ไกลมาดูแลลำบาก...ผมบอกให้แกควรนิมนต์พระมาสวด..และทำบุญให้กับคนตาย...ส่วนตัวบ้านให้มาทำความสะอาดปรับปรุง..ทาสีใหม่...จะได้ขายได้...

อาซ้อ..ลงมาจัดการตามที่ผมแนะนำ...จนเสร็จเรียบร้อย....หลังจากนั้นไม่นาน...ผมเห็นมีรถตู้คันใหญ่....แบบพวกคนมีระดับใช้กัน...มาจอดที่หน้าบ้าน....หลังนี้พอรถจอดสนิทคนขับรถรีบเปิดประตู....แล้ววิ่ง ....มาเปิดประตูด้านข้าง....ด้วยความนอบน้อมลักษณะเปิดให้เจ้านาย...พร้อมกับนำกุญแจไปไขที่ประตูรั้ว..


คนที่เดินลงมาจากรถ.เป็นชายสูงอายุ .มองดูก็รู้ว่ามีระดับ..แต่งตัวภูมิฐาน..ถ้าเป็นข้าราชการผมว่าไม่ต่ำกว่าอธิบดี..อาจเป็นถึงปลัดกระทรวงก็ได้......เดินตามลงมาอีกคนเป็นผู้หญิง..อายุคงไม่เกิน 20 ปี สวยใสเลยที่เดียว..คงเป็นลูกสาว...คนขับรถไปปลดป้ายประกาศขายออกไป...


สองคนพ่อ-ลูกเดินเข้าไปในบ้าน....ดูนั่นดูนี่....แต่ยังไม่หมดครับ..มีผู้หญิงแก่หอบของและกระเป๋าเสื้อผ้าลง... จากรถอีก 1 คน...ดูการแต่งตัวก็รู้ว่าเป็นคนใช้...


จนค่ำรถตู้ขับกลับไป...ผมไม่ได้สอดรู้สอดเห็นนะครับ...หญิงสาวกับผู้หญิงแก่ไม่ได้กลับไปด้วย...วันต่อมาก็เห็นรถขนของพวกเครื่องเรือน....เตียงนอน..เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ...ทั้งหมดเป็นของใหม่ทั้งนั้น...เอามาส่งที่บ้าน….


และแล้วทุกวันศุกร์..ประมาณ 4 – 5 ทุ่ม..ชายสูงอายุผู้นี้..ก็จะมาค้างที่บ้านหลังนี้ 1 คืนแล้วตอนเช้ามืดก็รีบกลับออกไป....

โธ่..เอ๊ย !!....นึกว่าลูกสาวที่แท้..เป็นเมียน้อย.....ผมละเบื่อ !!. แล้วประวัติศาสตร์..จะซ้ำรอย..อีกหรือเปล่า ?? …..ผมขี้เกียจสอดรู้สอดเห็นอีกแล้ว....เซ็ง !!!!!!!…

โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [อา. 21 มิ.ย. 2552 - 19:54 น.]



โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 21 มิ.ย. 2552 - 20:08 น.] #691114 (1/13)
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนแก่อย่างผม รวมทั้งผมเอง ก็อยากมีเมียน้อย ที่ไม่มีปืน ครับผม

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 21 มิ.ย. 2552 - 21:25 น.] #691217 (2/13)


(D)

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [อา. 21 มิ.ย. 2552 - 21:37 น.] #691249 (3/13)

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [อา. 21 มิ.ย. 2552 - 21:41 น.] #691263 (4/13)

โดยคุณ BankHiWay (7.8K)  [อา. 21 มิ.ย. 2552 - 22:12 น.] #691363 (5/13)

โดยคุณ poppoomi (401)  [อา. 21 มิ.ย. 2552 - 22:25 น.] #691387 (6/13)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ toei89 (625)  [อา. 21 มิ.ย. 2552 - 23:13 น.] #691458 (7/13)

โดยคุณ wit-sp (254)  [จ. 22 มิ.ย. 2552 - 00:16 น.] #691544 (8/13)

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [จ. 22 มิ.ย. 2552 - 02:08 น.] #691612 (9/13)

โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [จ. 22 มิ.ย. 2552 - 04:54 น.] #691637 (10/13)

โดยคุณ surachet55 (2.1K)  [จ. 22 มิ.ย. 2552 - 08:41 น.] #691868 (11/13)

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [จ. 22 มิ.ย. 2552 - 08:43 น.] #691872 (12/13)

โดยคุณ อาจารย์คง (526)  [จ. 22 มิ.ย. 2552 - 14:37 น.] #692204 (13/13)
เงินจาง-นางจร

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM