ร่วมเสนอความคิดเห็น
หัวข้อกระทู้ :
มาแล้วจร้า.......รายการ.คุยกันทั้งวันเช้ายันดึก..............................
(D)
ตอนแรก ขอแนะนำตัวเองก่อนนะคร้า................
คนสวยประจำเวปคาะ.......................
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:20 น.]
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:28 น.] #703387 (1/97)
ขึ้นต้นก็เตรียมผิดเลยตามประสาคนมีอายุ.........................
เรามาจัดข้าวกล่องเป็นอาหารเช้ากันเถอะ
http://forum.sanook.com/forum/?topic=2848588
โดยคุณ
bannapong
(
1.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:30 น.] #703389 (2/97)
(D)
สวัสดีครับเจ้............อิอิอิ.........เพิ่งกลับมาครับ..........555555555
เจ้พระกริ่งผมไปแพ้ก้นทองคำ....กะก้นอุดผงอะครับ..........อิอิอิอิ
โดยคุณ
สาวบางโพ
(
1.9K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:31 น.] #703390 (3/97)
ขยันจังเลย...อรุณสวัสดิ์คร๊า
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:39 น.] #703395 (4/97)
มีคาถา สำหรับคนทำงานมาฝากจร้า
http://webboard.women.sanook.com/forum/2849737_3_คาถาของคนทำงาน_โดนจริง_ๆ___.html
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:41 น.] #703398 (5/97)
สวัสดีจร้า น้องสาวบางโพ
ดีใจด้วย น้องชายท่น่ารัก ว่าแต่ว่าติดรางวัลมาเนี่ย..............เท่าไร อิ อิ
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:45 น.] #703400 (6/97)
มาเปลี่ยนโทรศัพท์กันเถอะ เบื่อแล้วตัวเก่า................
http://webboard.hitech.sanook.com/forum/?topic=2852115
โดยคุณ
ศรารีย์
(
682
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:46 น.] #703401 (7/97)
(D)
สวัสดีคร้า...... พี่วันเพ็ญ...........
,,,,,,,, เต็มที่เลยนะคะ...... สายๆๆๆๆๆจาแวะมาใหม่น้าคร้า,,,,,,,,,,,,,,,
แวะมาเชียร์คร้า...........
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:48 น.] #703402 (8/97)
(D)
พากินพาเที่ยวจร้า.......
เพชรบูรณ์ จร้า....................
โดยคุณ
คนสุพรรณฯ
(
6
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:48 น.] #703403 (9/97)
(D)
สวัสดีครับ...ท่านผู้หญิงโพธิ์ทอง คนสวยประจำเว็ป g-pra.com พิธีกร.......รายการ.@@@ คุยกันทั้งวัน.........เช้ายันดึก @@@และเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกท่าน ขอให้มีความสุข สนุกสนาน มีจิตใจสดชื่น แจ่มใส เบิกบานตลอดวันนี้และวันต่อไป
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:49 น.] #703404 (10/97)
ขอบคุณกองเชียร์ค่ะ ถามจริงเพิ่งตื่นหรือยังไม่ได้นอนเนี่ย แต่ก็ขอบคุณค่ะไม่เหงา.......
โดยคุณ
ศรารีย์
(
682
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:55 น.] #703410 (11/97)
กาลังจาปายนอนคร้า...... บ้ายบาย.... รอบแรกก่อนคะ
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 03:56 น.] #703411 (12/97)
เล่นเกมกันดีก่า
http://forum.sanook.com/forum/?topic=2848283
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:01 น.] #703413 (13/97)
เที่ยวกันต่อค่ะ
http://forum.sanook.com/forum/?topic=2848283
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:02 น.] #703416 (14/97)
และโคราช เมืองใหญ่ที่น่าเที่ยว
http://webboard.travel.sanook.com/forum/2853381
โดยคุณ
สาวบางโพ
(
1.9K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:02 น.] #703417 (15/97)
พี่คนสุ1000 นอนดึกน๊า ...อรุณสวัสดิ์คร๊า...
กำลังใจเพียบเลยน๊า
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:08 น.] #703419 (16/97)
มาทายซิว่าตัวอะไร
http://forum.sanook.com/forum/?topic=2850415
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:14 น.] #703420 (17/97)
ใช้ร้านเน็ตให้ปลอดภัย
มีใครที่ใช้งานอีเมล ต้องส่งงานทางอินเทอร์เน็ตแล้วไม่เคยเข้าร้านเน็ตบ้าง แม้คุณจะนำโน้ตบุ๊กส่วนตัว พร้อมโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ต่ออินเทอร์เน็ต แต่ความเร็วที่ได้ก็ไม่เพียงพอต่อการส่งไฟล์งานขนาดใหญ่ และนี่คือความจำเป็นของการเข้าร้านอินเทอร์เน็ตสำหรับคนทำงานทุกคน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าร้านอินเทอร์เน็ตที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีเจ้าของร้านไร้จริยธรรมคุณจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อาจจะมีโปรแกรมสปายแวร์ตรวจจับการทำงานอยู่ เครื่องคอมพ์ซึ่งอุดมไปด้วยไวรัสและมัลแวร์หลากหลายสายพันธุ์ เด็กเล่นเกมออนไลน์ส่งเสียงเย้วๆ ไม่เกรงใจคนข้างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้คุณไม่ปลอดภัยจากการใช้อินเทอร์เน็ตในร้านทั้งสิ้น วันนี้ผมมีคำแนะนำจากประสบการณ์ส่วนตัวมาเล่าสู่กันฟัง ว่าคุณจะใช้ร้านอินเทอร์เน็ตอย่างไรให้ปลอดภัย
ใช้แฟลชไดรฟ์ให้เป็นประโยชน์
เดี๋ยวนี้แฟลชไดรฟ์มีราคาถูกอย่างน่าใจหาย เมื่อ 3 ปีก่อน เราเคยซื้อแฟลชไดรฟ์ 128 MB ในราคา 1,200 บาท เวลานี้ ขนาด 1 GB มีราคาเพียง 190 บาทเท่านั้น เมื่อแฟลชไดรฟ์กลายเป็นสื่อบันทึกข้อมูลที่สามารถหาซื้อและพกพากันได้ทั่วไป เราจะประยุกต์ใช้ความสามารถจากแฟลชไดรฟ์มาช่วยป้องกันตัวจากโปรแกรมมัลแวร์ สปายแวร์ และไวรัส ตามร้านอินเทอร์เน็ตกันดีกว่า
เริ่มจากดาวน์โหลดโปรแกรมที่ชื่อ Avast ไวรัส คลีนเนอร์ ได้ที่ www.avast.com/eng/down_cleaner.html ความสามารถของโปรแกรมตัวนี้ก็คือ ทำงานได้ด้วยตัวของมันเองโดยไม่ต้องติดตั้งลงตัวเครื่อง สามารถตรวจจับไวรัสเวิรม์และมัลแวร์ในเครื่องที่เราใช้งานได้ วิธีการใช้งานก็ง่ายมาก เพียงแค่คลิกสตาร์ต โปรแกรมก็จะเริ่มสแกนเครื่องให้เราทั้งเครื่องทันที โดยใช้เวลาไม่นานนัก ขึ้นอยู่กับขนาดไฟล์ในฮาร์ดดิสก์ด้วย
ที่เราใช้โปรแกรมตัวนี้ก็คือ ช่วยสแกนหาไฟล์ไวรัสและโปรแกรมที่จะเป็นอันตรายต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ต แล้วถ้าฆ่าไม่ได้ก็ไม่ต้องสนใจครับ ปล่อยเอาไว้อย่างนั้น เพราะเป็นเรื่องของร้าน แต่เวลาเรากลับบ้านต้องเอาแฟลชไดรฟ์มาสแกนไวรัสอีกที
โปรแกรมต่อมาก็คือ โปรแกรม cpe17 ผลงานของนักศึกษาลาดกระบัง ซึ่งช่วยในการกำจัดไวรัสพวกออโตรันได้เป็นอย่างดี หากเครื่องคุณมีอาการดับเบิลคลิกเปิดแฟลชไดรฟ์ หรือไดรฟ์ใดไดรฟ์หนึ่งไม่ได้ ต้องคลิกขวาเลือกโอเพนเท่านั้น หรือปรากฏไฟล์สคริปต์ประหลาดโผล่อยู่ทั่วเครื่อง โปรแกรมตัวนี้ช่วยคุณได้แน่นอน สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.thaiware.com/main/info.php?id=9307
2 โปรแกรมนี้ควรมีติดแฟลชไดรฟ์เอาไว้ครับ แถมให้อีกตัวก็คือ โปรแกรมแอนตีสปายแวร์ที่สามารถกำจัดสคริปต์ โหลดออปเจกต์ประหลาดในเครื่องของเราได้ แต่ต้องติดตั้งลงเครื่องเท่านั้นนะครับ ไม่สามารถรันได้ด้วยตัวเอง โหลดได้ที่ www.antispyware.com/download.php เผื่อบางร้านเขาไม่ได้ล็อกรหัสป้องกันการลงโปรแกรมเอาไว้
เปลี่ยนการบันทึกในเบราเซอร์
ร้านอินเทอร์เน็ตบางร้านจะตั้งค่าเบราเซอร์ให้จดจำรหัสผ่านเอาไว้ เราสามารถเข้าไปแก้ไขได้ที่ Tools>Internet Options>เลือก Tab-Contents ไปที่ Auto complete> จากนั้นให้ติ๊กช่อง Username and password on forms และช่อง Prompt me to save password ออก เท่านี้เครื่องก็จะไม่จำล็อกอินและพาสเวิรด์ของเราแล้ว เว้นแต่ว่าเครื่องนั้นจะลงโปรแกรมพวกคีย์ล็อกเกอร์ ซึ่งเราไม่สามารถตรวจจับได้ นอกจากลงโปรแกรมแอนตีสปายแวร์ ซึ่งทางร้านก็มักจะล็อกการลงโปรแกรมเอาไว้เพื่อป้องกันตัวของเขาเองอีกส่วนหนึ่ง เวลาใช้งานจึงต้องระวังข้อความที่เป็นส่วนตัวนิดนึงครับ
สิ่งที่ไม่ควรกรอกในร้านอินเทอร์เน็ต
หากเราไม่สามารถป้องกันโปรแกรมสปายแวร์ ควรจำไว้ว่าสิ่งต่อไปนี้อย่าพิมพ์ในร้านอินเทอร์เน็ตเป็นอันขาด
1.ล็อกอินและพาสเวิรด์อีเมล เราควรมีอีเมลปลอมสักหนึ่งเมลที่ไม่สำคัญต่อการใช้งาน เอาไว้ใช้ในร้านอินเทอร์เน็ต หรืองานบางอย่างที่เปิดเผยได้โดยไม่ซีเรียสมาก ใช้เมลปลอมในร้านเน็ต ถ้าไม่มีให้สมัครใหม่ทันที
2.อย่าเข้าใช้งานเว็บไซต์ด้านการเงินในร้านอินเทอร์เน็ต เว็บพวกเพย์พาล หรือเว็บไซต์ธนาคารไม่ควรใช้เด็ดขาด แต่ล็อกอินสมาชิกเว็บคอมมูนิตีต่างๆ ใช้งานได้ตามปกติ เพราะเว็บเหล่านี้ถึงร้านจะเอาไปใช้ก็ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไรกับเรา ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนพาสเวิร์ดได้ในเครื่องคอมพ์ที่บ้าน
3.โปรแกรมแชต ไม่ควรใช้โปรแกรมแชตเพราะเป็นโปรแกรมที่เป็นช่องทางในการส่งไวรัสและโทรจันชั้นยอดอย่างหนึ่ง แม้เราจะใช้อีเมลปลอมในการใช้งานคุยกับเพื่อน แต่เพื่อนเราจะซวยที่โดนไวรัสทางโปรแกรมแชตไม่รู้ตัว ถ้ารักเพื่อนก็อดใจไว้นิดนึง โทร.คุยหรือกลับไปล็อกอินที่บ้านก็ไม่ขาดจากความเป็นเพื่อนหรอกค่ะ
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:24 น.] #703429 (18/97)
เริ่มแล้วใช้บัตรใบเดียวรักษาตามสิทธิ 37 จังหวัด บัตรประชาชนแทนบัตรทอง (คมชัดลึก)
เริ่มแล้ว 37 จังหวัด ใช้บัตรประชาชนใบเดียว แทนบัตรทอง เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ตามสิทธิ อีก 8 จังหวัดนำร่อง ใช้บัตรประชาชน รักษาในโรงพยาบาลใดก็ได้ในจังหวัด
นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการให้ประชาชนใช้สิทธิรักษาพยาบาล ในสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง ที่มีประมาณ 47 ล้านคน ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว แทนบัตรทอง ในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ที่ระบุตามสิทธิแล้ว 37 จังหวัด และจะดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
37 จังหวัด ที่มีการใช้บัตรประชาชน แทนบัตรทองแล้ว ได้แก่
1.น่าน
2.แพร่
3.พิษณุโลก
4.นนทบุรี
5.นครนายก
6.อ่างทอง
7.สระบุรี
8.ร้อยเอ็ด
9.ขอนแก่น
10.บุรีรัมย์
11.ยโสธร
12.นครศรีธรรมราช
13.สงขลา
14.ศรีสะเกษ
15.อำนาจเจริญ
16.อุบลราชธานี
17.ชุมพร
18.ปัตตานี
19.นราธิวาส
20.แม่ฮ่องสอน
21.พะเยา
22.สุโขทัย
23.ตาก
24.อุตรดิตถ์
25.ชัยนาท
26.สมุทรสงคราม
27.ฉะเชิงเทรา
28.จันทบุรี
29.มหาสารคาม
30.หนองคาย
31.เลย
32.สกลนคร
33.หนองบัวลำภู
34.นครพนม
35.อุดรธานี
36.มุกดาหาร
37.สระแก้ว
รมว. สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ภายในเดือนตุลาคมนี้ จะดำเนินการให้ประชาชนตามสิทธิดังกล่าว สามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียว เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใดก็ได้ ภายในจังหวัด โดยจะนำร่องใน 8 จังหวัด และเมื่อมีการปรับปรุงระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลจนมีประสิทธิภาพ แล้วจึงจะขยายผลไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ซึ่ง 8 จังหวัดนำร่องได้แก่
1.แพร่
2.พิษณุโลก
3.อุบลราชธานี
4.ยโสธร
5.ราชบุรี
6.นครนายก
7.ศรีสะเกษ
8.พังงา
ด้าน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า มีผู้มีสิทธิบัตรทองสอบถามสายด่วน สปสช.1330 จำนวนมาก กรณีมีกลุ่มมิจฉาชีพ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สปสช. หลอกถามหมายเลขบัญชี เพื่อจะโอนเงินให้ ขอย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เพราะโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีจำนวนกว่า 47 ล้านคน ตามพ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ให้สิทธิแก่คนไทย ในการรักษาพยาบาลเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ย้ำคนไม่ป่วยช่วยคนป่วย หากสงสัยสอบถามสายด่วน สปสช.1330 ก่อน
ทั้งนี้ สปสช. ได้รับเงินงบประมาณจากรัฐบาล จึงได้จัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัว ในปี 2553 เป็นจำนวนเงิน 2,406.32 บาทต่อประชากร ซึ่งงบรายหัวที่ได้เพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้ประชาชนคนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างเป็นธรรมมากขึ้น ขณะเดียวกัน จะเน้นเรื่องการส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เข้าถึงบริการมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนแข็งแรง เพราะสังคมไทยกำลังจะเข้าสู่โครงสร้างสังคมที่มีประชากรสูงอายุในสัดส่วนที่มากขึ้น
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:26 น.] #703430 (19/97)
วิธีป้องกันไข้หวัด 2009 จร้า
http://hilight.kapook.com/view/38460
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:36 น.] #703433 (20/97)
วิธีการถ่ยภาพ เด็ด ๆ
http://www.clipmass.com/movie/เทคนิคถ่ายภาพแบบนี้ลองไปทำกันดู---533266384140339
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:43 น.] #703435 (21/97)
มาดู เขมร เพื่อนบ้านกะการเต้น HIPHOP
http://www.clipmass.com/movie/HIP_HOP_____เขมร---63782090011533
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:51 น.] #703436 (22/97)
เพราะแกแท้ๆ ไอ้สี่ขา เกือบตายหมู่......................
http://www.clipmass.com/movie/คลิปหมาวิ่งตัดหน้าเครื่องบินบน_run_way_ในอินโดนีเซีย---1702527504138633
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:51 น.] #703437 (23/97)
(D)
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:54 น.] #703439 (24/97)
เอาใจคนชอบเพลงหน่อย ข่าวคราวคนดัง เด๋วว่าไม่อินเทรน อิ อิ
http://forum.sanook.com/forum/2855112
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:56 น.] #703441 (25/97)
(D)
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:57 น.] #703442 (26/97)
(D)
เช้า ๆ ต้องนี่เลย ไข่ลวก อิ อิ
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:58 น.] #703443 (27/97)
(D)
ขับขี่ปลอดภัยต้องใส่หมวก จร้า.............
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 04:59 น.] #703444 (28/97)
(D)
บางครั้ง อยากจะอ้าปากถามบ้าง แต่คำตอบคือ...............
โดยคุณ
poppoomi
(
401
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 05:08 น.] #703447 (29/97)
อรุณสวัสดิ์ครับ คุณเพ็ญ พิธีกร และทุก ๆ ท่าน
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 05:10 น.] #703448 (30/97)
สวัสดีค่ะ ไชโยมีเพื่อนแล้ว เขาหนีไปนอนกันหมดแล้วง่ะ....
............มาดูกันดีกว่าว่ามันคืออะไร.........
http://www.clipmass.com/movie/ทายซิมันคืออะไร---352098017140369
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 05:11 น.] #703449 (31/97)
http://www.clipmass.com/movie/Devil_woman---136855277139793
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 05:19 น.] #703453 (32/97)
(D)
จะมองคนอย่างไรให้ถึงแก่นแท้
คุณรู้จัก "ดักแด้" ไหม มันเป็นอย่างไร?
เขาจะเป็นคนอย่างที่เราเห็นเพียงภายนอกเหรอ?
คนที่ท่าทางขึงขัง ดุดัน ดูภูมิฐานมั่นคง
มักจะอ่อนแอกว่าที่เห็นภายนอก เสียน้ำตาง่ายๆ กับบางเรื่อง
คนที่ท่าทางอ่อนแอ ถูกรังแกเสมอ จะเป็นคนเข้มแข็ง
เพราะเขาผ่านช่วงเวลาแสนเจ็บปวดมามากมาย
คนที่อารมณ์ดี ร่าเริงตลอดเวลา มักจะโมโหร้าย
และพร้อมที่จะระเบิดตลอดเวลาที่โมโห
เพราะเขาไม่เคยรู้จักยับยั้ง จะปล่อยออกมาทุกสภาพอารมณ์
คนที่หน้ามุ่ย ดูอารมณ์เสียตลอดเวลา
จะไม่เที่ยวพาลคนอื่น เพราะเขาจะเก็บความเครียดเอาไว้เอง
คนที่มีเพื่อนเยอะ มักจะไม่พบเพื่อนแท้ เมื่อเขาโกรธเพื่อนคนไหน
เขาก็จะแยกไปอยู่กับคนอื่นเสมอจะไม่มีการคุยปรับความเข้าใจกัน
เพราะเขาจะคิดเสมอว่าเขามีเพื่อนเยอะเขาไม่จำเป็นต้องง้อใคร
คนที่มีเพื่อนเพียงแค่หนึ่งหรือสองคน
เขาจะไม่มีที่พึ่งที่ไหนนอกจากเพื่อนสนิทของเขา
ดังนั้นไม่ว่าเขาจะโกรธกันแค่ไหนก็ตาม
เขาจะให้เวลาเพื่อปรับความเข้าใจกัน
เพราะต่างคนต่างรู้ดีว่า เพื่อนนั้นมีค่ามากแค่ไหน
คนที่ไม่เคยพ่ายแพ้ มักจะทนไม่ได้ที่จะดูความอับอายของตนเมื่อ
ได้ทำพลาดไป และจะโทษคนอื่นเสมอ
คนที่ไม่เคยได้พบกับความสำเร็จ
มักจะไม่กระตือรือร้นที่จะสร้างชื่อเสียง
เพราะเขารู้สึกชินชาที่ไม่ได้รับการสรรเสริญ
โดยคุณ
aragon_ttt
(
5K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 05:23 น.] #703454 (33/97)
(D)
อรุณสวัสดิ์ครับ
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 05:23 น.] #703455 (34/97)
(D)
บุคคลผู้ประพฤติถูก แต่อมกิเลสไว้
นิโครธปริพาชก ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า พระองค์ตรัสถึงบุคคลผู้ประพฤติเพื่อการละกิเลสไว้มากมาย อยากจะทราบว่าจะทำอย่างไรให้ การปฏิบัตินั้นเข้าถึงความบริสุทธิ์ผ่องใส ครบถ้วนบริบูรณ์
1) พระพุทธเจ้าตรัสว่า นิโครธะ ผู้มีการประพฤติปฏิบัติเพื่อการตัดกิเลสทำถูก ทำตรงตามวิถีทางการละการตัดกิเลส แต่จิตยึดมั่น ถือมั่น ดีใจ คิดการปฏิบัติเพียงเท่านี้ดีแล้ว จบแล้ว ไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ก็เป็นอุปกิเลส คือ จิตเข้าไปกอดความชั่วของผู้นั้น
2) คนที่ปฏิบัติถูก ปฏิบัติตรงนั้นยึดมั่น ถือมั่น ในปฏิปทานั้น ยกตนข่มผู้อื่นว่า ฉันดีกว่าเธอนะ อย่างนี้ก็มีกิเลส
3) ผู้ปฏิบัติ ผลเกิดจากการปฏิบัติพอสมควร เมื่อมีคนสรรเสริญ ก็ติดในคำสรรเสริญ เขาให้ลาภก็ติดในลาภ อย่างนี้ก็เป็นผู้เข้าไปกอดความสกปรกของกิเลสไว้
4) ผู้ปฏิบัติถูก ผลของการปฏิบัติพอสมควร เมาในผลของการปฏิบัตินั้น คิดว่าเท่านี้พอแล้ว ก็เป็นอันว่าตกอยู่ในหลุมอุจจาระ คือ อุปกิเลส
5)ผู้ปฏิบัติถูก ได้ลาภ ได้รับคำสรรเสริญ ติดในลาภและสรรเสริญ ข่มขู่ยกตนข่มผู้อื่น โดยคิดว่าพวกเธอมีลาภไม่เท่าฉัน ฉันรวยกว่า ฉันมีคนเคารพมากกว่านะ อย่างนี้ท่านก็ถือว่ามีความสกปรก คือ กิเลสเลยหัว
6) ผู้ปฏิบัติถูก มีผลปฏิบัติพอสมควร มีคนเคารพนับถือมาก เขานำลาภสักการะมาถวายมากมาย ลืมสติ ลืมตัว เลือกรับของอะไรที่ตนชอบ ก็บอกอย่างนี้ไม่ได้ ที่ตนไม่ชอบก็บอกว่า อย่างนี้ผิดวินัย พระพุทธเจ้าห้ามรับ ไม่หวังเจริญศรัทธาตามปกติ ท่านก็ตรัสว่า มีอุปกิเลสมาก คือ ความเลวเหลือล้น
7) ผู้ปฏิบัติถูก แต่เมาในโภชนะ คือ อาหาร คิดว่าอาหารประเภทนี้ควร ประเภทนี้ไม่ควร เลือกเฉพาะที่ชอบใจ เพราะติดในรสอาหาร ท่านกล่าวว่า ยังสะสมความชั่ว คือ อุปกิเลสไว้มาก
8) ผู้ปฏิบัติถูก เมื่อได้รับความเคารพนับถือจากพระมหากษัตริย์หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เป็นต้น ลืมตัวหลงคิดว่าตนมีศักดิ์ศรีสูงกว่า คนที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ เป็นต้น ไม่ได้เข้าไปแสดงความเคารพสักการะ ท่านก็ว่า ผู้นั้นเป็นผู้สะสมอารมณ์ชั่ว คือ อุปกิเลส
9)ผู้ปฏิบัติถูก ริษยาผู้อื่นว่า กินไม่เลือก รับไม่เลือก เพราะท่านเหล่านั้นมีคนเคารพ และได้ลาภสักการะ ก็เกิดอารมณ์อิจฉาริษยา ท่านกล่าวว่า เขาเป็นผู้สะสมความชั่วคือ อุปกิเลสไว้มาก
10)ผู้ปฏิบัติถูก มีผลบ้างเบื้องต้น เห็นท่านอื่นปฏิบัติมีผลดีกว่า มีคนเคารพมาก ก็หาทางโพนทนาด่าว่าเปรียบเปรย (นินทา) ให้เกิดความเสื่อมเสีย หรือ เสียหาย ท่านว่า คนเช่นนี้เป็นจอมสะสมความชั่ว คือ มีอุปกิเลสมาก
11) พระองค์ตรัสว่า ผู้ปฏิบัติเพื่อละกิเลส นั่งสมาธิจริยา แสดงตนว่า ท่านนี้ฉันทำสมาธินะ หรือ แต่งกายเป็นการแสดงออกออกให้เข้าใจชัดว่า ฉันเป็นนักปฏิบัติเพื่อตัดกิเลสนะ ท่านว่า การแสดงตนอย่างนี้เป็นการโชว์เพื่ออวด ท่านว่ามีอุปกิเลสมาก
12)บางพวกชอบอวดว่า ฉันนิยมปฏิบัติอย่างนี้นะ บางพวกปกปิดจริยาชั่ว ทำตัวเรียบร้อยด้วยมารยาท และ บางพวกมักโกรธ ผูกโกรธ คือ อาฆาต บางพวกชอบลบหลู่ ตีเสมอ ริษยา ตระหนี่ โอ้อวด ขับไล่ มีจริยากระด้างถือตัวจัด มีความปรารถนาลามก มีอารมณ์เห็นผิด คัดค้านคำสอนพระพุทธเจ้าอย่างนี้เป็นต้น ท่านกล่าวว่า เป็นผู้สะสมกิเลส คือ ความชั่วไว้สูงเลยหัว
คติเตือนใจไม่ให้ชั่ว พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานสอนไว้ดังนี้
"ก่อนที่จะทำ ก่อนที่จะพูด ใคร่ครวญเสียก่อน อย่าไปคิดเห็นบุคคลอื่นเขาเลว เห็นคนอื่นเลวนี่ก็กลายเป็นสร้างความเลวให้เกิดขึ้นแก่ใจเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สอนให้กล่าวโทษโจทย์ความผิดตัวเอง ว่ามันเลวไว้เสมอ หาจุดความเลวของกาย หาจุดความเลวของวาจา หาจุดความเลวของใจ อย่าไปหาจุดความดี ถ้าพบจุดความเลวจุดไหน ทำลายความเลวจุดนั้นให้หมดไป แล้วความดีมันก็ปรากฏเอง"
ที่มา ธรรมะประทานพร
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 05:27 น.] #703458 (35/97)
ค ว า ม พ อ ...... ดี
พระอาจารย์ปสันโนภิกขุ
วัดป่าอภัยคิรี มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
ธรรมะของพระพุทธเจ้าในบางครั้งก็เห็นยาก
เพราะต้องอาศัยความพอดีจริงๆ
เราปล่อยมากไปก็ไม่เห็น
ยึดมากเกินไปก็ไม่เห็น
เร่งความเพียรเกินไปก็ไม่เห็น
ขี้เกียจก็ไม่เห็น
เราคิดไตร่ตรองมากเกินไปก็ฟุ้งซ่าน
ไม่ใช้ความคิดเลยก็โง่ทึบ
ความพอดีเป็นหลักที่เราต้องใส่ใจ
ความพอดีในการภาวนา
ความพอดีในการประพฤติ
ความพอดีในการกระทำ
มันเป็นส่วนที่เราต้องอาศัยกันอยู่
ดังเช่นที่พระพุทธเจ้าท่านเคยเปรียบเทียบ
กับคนที่อยากข้ามแม่น้ำ
ก็ต้องหาไม้หาถวัลย์มามัดทำเป็นแพ
และด้วยการใช้กำลังของตัวเอง
ก็ทำให้ข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งได้
และเมื่อเราไปถึง
พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่า
มีอยู่ ๒ อย่างที่จะจัดการกับแพ
คือลากขึ้นฝั่งไว้ หรือปล่อยไว้ในน้ำ
แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องแบกแพ
บางครั้งในการปฏิบัติของเรา
คนส่วนหนึ่งไม่ขยันทำแพ
เลยจมอยู่ในน้ำกัน
หรือขยันทำแพ แต่พอไปถึงอีกฝั่งแล้ว
ก็ยังแบกแพเอาไว้อีก
ก็ไม่พอดี ไม่อิสระ
เราต้องรู้จักใช้ธรรมะ
และเราก็ต้องรู้จักวางธรรมะ
เราต้องรู้จักคิด และต้องรู้จักหยุดคิด
รู้จักทำสงบ
รู้จักพิจารณาวางความสงบไว้
เพื่อจะนำไปพิจารณา
นี่เป็นส่วนหนึ่งของการหาความพอดี
ความพอดีอยู่ที่ไหน
มันอยู่ที่จุดที่เราสามารถปล่อยเรื่องที่ปรุงจิตของเรา
(คัดลอกบางตอนมาจาก พอ โดย ปสนฺโนภิกขุ : วัดป่าอภัยคิรี,
พิมพ์ครั้งที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๔๗, หน้า ๕-๖)
โดยคุณ
pusit
(
1.7K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 05:41 น.] #703473 (36/97)
(D)
สวัสดียามเช้าครับท่านพิธีกรพี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่านครับ
โดยคุณ
BCC-106
(
434
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 05:55 น.] #703482 (37/97)
อรุณสวัสดิ์ครับเจ้าแม่โพธิ์ทองพิธีกร ... อาจารย์ภูษิต ... ท่านสิทธิโชติ .... ท่านเซียนใหญ่ต้น (ตอนนี้ต้องเรียกอย่างนี้ เพราะมีพระ หลักๆแท้ติดรางวัลเป็นสิบๆองค์ มูลค่า หลายแสน ได้ยินว่า มีผู้ใจบุญให้มาฟรีๆ) ... และทุกๆท่าน ครับ
อยากได้พระกริ่ง เซียนต้นแบ่งหรือเปล่าจ้ะ บอกมาเลยนะ ถ้าจะแบ่ง
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:11 น.] #703486 (38/97)
(D)
สวัสดียามเช้าครับท่านพิธีกรโพธิ์ทอง และเพื่อนๆทุกๆท่านครับ
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:12 น.] #703487 (39/97)
(D)
ขอบพระคุณท่าน nmsnsc พิธีกรเมื่อวานนี้ด้วยครับ
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:13 น.] #703488 (40/97)
(D)
วันนี้ในอดีต ครับ
29 มิถุนายน:
พ.ศ. 2156 (ค.ศ. 1613) - เกิดเพลิงไหม้เผาทำลายโรงละครโกลบ ของวิลเลียม เชกสเปียร์
พ.ศ. 2481 (ค.ศ. 1938) - เรือดำน้ำ 4 ลำซึ่งสั่งต่อที่ญี่ปุ่น ได้แก่ เรือหลวงสินสมุทร เรือหลวงพลายชุมพล เรือหลวงมัจฉาณุ และเรือหลวงวิรุณ เดินทางมาถึงประเทศไทย
พ.ศ. 2494 (ค.ศ. 1951) - เกิดกบฏแมนฮัตตัน นำโดยทหารเรือจำนวนหนึ่ง
พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) - ยกฐานะวิทยาลัยวิชาการศึกษาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) - กระสวยอวกาศแอตแลนติส (ในภาพ) เชื่อมต่อกับสถานีอวกาศมีร์ของรัสเซียเป็นครั้งแรก
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:14 น.] #703490 (41/97)
(D)
สุภาษิตและสำนวนไทย ครับ
คนล้มอย่าข้าม ไม้ล้มจึงข้าม
แปลว่า คนที่เคยมีอำนาจและวาสนามาก่อน แต่ต้องตกต่ำลงก็อย่าเพิ่งไปคิดดูถูกเหยียบย่ำเข้า เพราะเขาอาจกลับฟื้นฟูขึ้นอีกได้ ไม่เหมือนไม้ที่ไม่มีชีวิตวางทิ้งไว้จะข้ามจะเหยียบอย่างไรก็ได้
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:15 น.] #703491 (42/97)
(D)
คำคมมาฝากจากโกวเล้ง
"...ในชั่วชีวิตของคนเรา ความจริงมีเรื่องราวที่ มิว่าผู้ใดก็ต้องอับจนปัญญา นับเป็นโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชั่วชีวิต...เป็นความเจ็บปวดสุดซึ้งที่สุดของชั่วชีวิต พบพานกับเรื่องเช่นนี้...ท่านไม่มีปัญญากระ***กระสนดิ้นรน ไม่มีปัญญาต่อสู้ขัดขืนไม่มีปัญญาปฏิเสธตัดรอนเลย แม้นับว่าท่านยินยอมให้ร่างกายเป็นผุยผงตกอเวจีไปชั่วกัปกัลปยังคงไม่อาจเหนี่ยวรั้งที่ท่านสูญเสียให้กลับมาได้ อาจบางทีท่าน...ความจริงมิเคยได้มันมาเลยตลอดกาลนาน
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:17 น.] #703494 (43/97)
(D)
สารพัดวิธีมองโลกในแง่ดี
@ เรียนหนังสือยังไงให้เป็นเลิศและไม่ให้เครียดครับ
คิด อย่างนี้ทุกวัน รับรองเป็นเลิศ"ฉันจะตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง ฉันจะขยันอย่างไม่หยุดหย่อน ฉันจะค้นคว้าด้วยความอยากรู้จริง ๆ และ...ฉันจะไม่แข่งขันกับใคร นอกจากแข่งขันกับตัวเอง "
@ ไม่รู้เป็นอะไรอยากได้โน่นได้นี่ตลอดเวลาแต่ไม่มีเงิน แหะๆ
"อยากได้โน่นอยากได้นี่" มีแต่เสียเงินลูกเดียว " อยากทำโน่นอยากทำนี่ " ดีกว่า สนุกดี แฮปปี้ตลอดวัน แถมไม่ต้องเสียเงินสักบาท
@ แง ... เพื่อนไม่สนใจเราเลยทำดีเอาใจทุกอย่างแล้วนะ
ทำ ดีเพื่อให้คนอื่นมาสนใจมันก็เหื่ยวแห้งอย่างนี้แหละเธอ เป็นแม่พระดีกว่านะ... ดูแลเพื่อน ๆ เหมือนอย่างกับแม่ที่ดูแลลูก ให้ความอบอุ่นอย่างทั่วถึง แล้วแอบยิ้มอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ....เฮ้อ ! เห็นคนอื่นมีความสุข แล้วก้อสบายใจ
@ ถ้าหนูจะต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำเช่น ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน(อ้าว ! )
ทำ ยังไงไม่ให้ขี้เกียจ ให้คิดดูว่า เราจะได้อะไรจากงานที่ทำนี้บ้าง คิดไปเรื่อย ๆ จนเกิดความรู้สึก "อยากทำ" เช่น "ล้างส้วม" เราได้อะไรบ้าง โห !เยอะแยะ
1."ได้ออกกำลัง" ดีจังเรายิ่งอ้วน ๆ อยู่ด้วย
2."ได้เสียสละ" เพื่อพ่อแม่จะได้เข้าห้องน้ำอย่างมีความสุข
3. "ได้ฝึกอดทน" โตขึ้นเราจะได้แข็งแกร่ง ลุยได้ทุกที่
4. "ได้บุญ" ใครเห็นห้องน้ำสะอาด เขาก็จะสบายใจ เราก้ออิ่มบุญ
ฯลฯ ..(คิดไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก้อทนไม่ไหว อยากจะไปทำเองแหละ)
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:18 น.] #703495 (44/97)
(D)
คติเตือนใจ
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:20 น.] #703496 (45/97)
(D)
3 สิ่งในชีวิตที่เราเรียกกลับมาไม่ได้
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:20 น.] #703497 (46/97)
(D)
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:21 น.] #703498 (47/97)
(D)
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:21 น.] #703500 (48/97)
(D)
ทานอาหารเช้าก่อนครับ
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:22 น.] #703501 (49/97)
(D)
ภาพนี้มีชีวิต ครับ
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:24 น.] #703504 (50/97)
(D)
นับถอยหลังอีก 4 วัน แล้ว น่ะครับ งานมิตติ้งระยอง งานใหญ่ คนใหญ่ ความภาคภูมิใจของชาวคณะระยอง ครับ
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:26 น.] #703507 (51/97)
(D)
นางสาวสยาม
เครื่องบินนางสาวสยาม
นางสาวสยาม (Miss Siam) เครื่องบินพลเรือนลำแรกของประเทศไทย เป็นชื่อของเครื่องบิน OX-5 Travel Air 2000 เครื่องบินปีก 2 ชั้น 2 ที่นั่ง โครงเหล็ก ห่อหุ้มด้วยผ้า ปีกโครงสร้างภายในเป็นไม้ หุ้มด้วยผ้าแฟบริค เป็นเครื่องบินส่วนตัวของนาวาอากาศเอกเลื่อน พงษ์โสภณ ซื้อมาเมื่อ พ.ศ. 2475 ในราคา 6000 บาท
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2475 เครื่องบินนางสาวสยามได้ทำการบินไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศจีน โดย นาวาอากาศเอกเลื่อน พงษ์โสภณ เป็นผู้ทำการบินจากกรุงเทพฯ ผ่านประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ไปสิ้นสุดที่เมืองซัวเถา ประเทศจีน ใช้เวลาเดินทาง 5 วัน
เมื่อ พ.ศ. 2545 เครื่องบินนางสาวสยามได้รับการปรับปรุงและอนุรักษ์ โดยสร้างขึ้นมาใหม่ ใช้เครื่องยนต์เดิม ภายใต้การดูแลของ มูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ และมีความพยายามที่จะบินย้อนเส้นทางของนาวาอากาศเอกเลื่อน พงษ์โสภณ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 70 ปีครบรอบการบินครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2475 โดยใช้นักบินจำนวน 6 คน นำโดยนาวาอากาศเอกวีระยุทธ ดิษยะศริน
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:28 น.] #703510 (52/97)
ย้อนมาดูเรื่องแรกในสยามกันครับ
แม่สื่อ รุ่นทวด
เรื่องนี้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอร์เดอร์ ฉบับภาษาไทย เล่ม 2 เดือน เยนยุเอริ ค.ศ. 1867 (พ.ศ.2410) หน้าที่ 279 ปลายสมัยรัชกาลที่ 4
ในหนังสือพิมพ์ได้เล่าเรื่องแม่สือผู้หนึ่งสมัยนั้นว่า
"อนึ่งข้าพเจ้าได้ยินลือกันว่า ยังมีคนๆ หนึ่ง ชื่อยายแถม บ้านอยู่แขวงถนน วัดมหรรณพาราม คือถนนบ้านตะนาว แลยายแถมคนนี้เปนคนที่คอยเที่ยว ชัก ผัว ชัก เมีย อยุ่ทุกวัน แลเที่ยวสืบไปทุกบ้านทุกเรือน ถ้าแม้นบ้านไหนผัวตาย เปนแม่หม้าย ก้ไปพาเอาให้ผู้ชายให้เปนผัว แล้วก็ได้ นาย น่า กินทุกครั้งแล้วยายแถมคนนี้เปนคนกว้างด้วย แลมีคนรู้จักมากด้วย แลยายแถมคนนี้ หากินด้วยแม่สื่อทั้งตาปี ไม่ได้หากินด้วยสิ่งอื่นเลย"
ที่มา : คัดลอกมาจากหนังสือ ลิ้นชักเกร็ดเก่า
ของ : เอนก นาวิกมูล
เรียบเรียง : วาทิน ศานติ์ สันติ
ขอบขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับข้อมูล
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:30 น.] #703513 (53/97)
(D)
บ้านพักริมชายหาดส่วนตัวที่ดูไบ ครับ
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:31 น.] #703517 (54/97)
(D)
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:33 น.] #703521 (55/97)
(D)
ไปก่อนน่ะครับ เช้านี้ฝนตก ต้องรีบหน่อย ครับ
โดยคุณ
กตเวท
(
151
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 06:51 น.] #703536 (56/97)
เนื้อหาเยอะดี ภาพก็เยอะน่าสนใจสุดยอดครับพี่ๆ อิอิ
โดยคุณ
Ting_sathu
(
8.9K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 07:14 น.] #703560 (57/97)
โดยคุณ
ibapra
(
1K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 07:20 น.] #703572 (58/97)
(D)
โดยคุณ
หิรัญ
(
660
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 07:22 น.] #703576 (59/97)
สวัสดียามเช้าครับท่านพิธีกร(พี่สาวคนสวย)
โดยคุณ
phupha
(
3.4K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 07:22 น.] #703577 (60/97)
(D)
สวัสดีครับพี่ โพธิ์ทอง เจอกันในงานนะครับ
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 07:40 น.] #703587 (61/97)
สวัสดีทุกๆท่านอีกครั้ง.......จร้า...............
โดยคุณ
toei89
(
625
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 07:46 น.] #703593 (62/97)
สวัสดีครับพี่โพธิ์ทอง และทุกท่านด้วยนะครับ
โดยคุณ
dangsong
(
197
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 08:08 น.] #703631 (63/97)
ภาษาใต้ ทีละคำ
ภาษาใต้ : ไม่บาย
ความหมาย : ไข้ , บ้า เช่น
***วันนี้รู้สึกไม่บาย : วันนี้รู้สึกเป็นไข้นิดๆ
***ไอ้บ่าวนี้ท่าไม่บาย : ไอ้หนุ่มคนนี้ท่าจะบ้า
.........................
โดยคุณ
ผู้จัดการ
(
2.4K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 08:24 น.] #703654 (64/97)
สวัสดีครับ ทุกท่าน.....
โดยคุณ
sweetbee
(
547
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 08:45 น.] #703691 (65/97)
สวัสดีครับเจ้สุดสวย อิอิอิ
โดยคุณ
yuirayong
(
5.7K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 08:48 น.] #703697 (66/97)
หวัด D ค๊าบบบบบ ...... ท่านโพธิ์ทอง หอมหวาน
5555555555555555555555555555555555555555555
โดยคุณ
pui_l
(
1.2K
)
(
1
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 08:58 น.] #703722 (67/97)
สวัดสดีคับ...ทุกฯท่าน
ท่านโพธิ์ทองผมได้อะไรเยอะมากครับวันนี้ สุดยอด
โดยคุณ
looknam1
(
2.6K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 09:04 น.] #703730 (68/97)
สวัสดีครับท่านผู้หญิง...........และทุกๆท่าน........
ซื้อเจ้ของเราย่อมมีทีเด็ดเสมอ............
รายการสุดยอดครับ.........
โดยคุณ
น้ำปาย
(
429
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 10:25 น.] #703869 (69/97)
สวัสดียามสายๆนะครับพี่โพธิ์ทอง และพี่ๆสมาชิกทุกท่าน เมื่อวานไปเที่ยวห้างดังอีกแล้ว รู้ทั้งรู้ก็ยังอยากไป ไม่เข็ดๆๆๆๆๆๆๆ55555
.....เจอพี่น้องหลายๆท่านก็มีความสุขครับ......
โดยคุณ
ควร_เบญจ
(
1.5K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 10:57 น.] #703961 (70/97)
(D)
สวัสดีครับ ท่านพี่พิธีกรหญิง และทุกท่านครับ
โดยคุณ
Chew_JJ
(
3.6K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 11:40 น.] #704025 (71/97)
สวัสดีครับท่านผู้หญิงโพธิ์ทอง.....ผู้มากด้วยน้ำใจ....
สาระน่ารู้ และบันเทิง...เพียบเช่นเดิมเลย...
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 12:18 น.] #704075 (72/97)
ต้องขอแสดงความยินดี กับ กำนันต้น ด้วยนะค่ะที่ ล่ารางวัล มา 2 รายการ
พระสมเด็จเสาร์ ๕ ปี 16 หลังยันต์สิบ (ประมาณนั้น)
เนื้อทองระฆัง หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
องค์นี้ ที่ ๑ .......จร้า..........
และพระกริ่งชินบัญชร หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ จ.ระยอง...........ได้ที่ ๓
เจ้าตัวบอกแพ้แค่ก้น ทองคำ - ก้นเงินเอง.....55.............
(องค์นี้ ท่านได้แต่ใดมา.....อิ อิ)
โดยคุณ
korachaa
(
1.3K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 12:32 น.] #704098 (73/97)
(D)
สวัสดีครับพี่โพธิ์ทอง และพี่น้องทุกท่านด้วยนะครับ
หมอ มาเหมือนเคย
โดยคุณ
korachaa
(
1.3K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 12:34 น.] #704102 (74/97)
(D)
โดยคุณ
thanaanan
(
7K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 12:56 น.] #704127 (75/97)
(D)
สวัสดีครับ ท่านหญิงวันเพ็ญ โพธิ์ทอง.... พิธีกรประจำวัน...เห็นผลงานแล้ว""สุดยอด""เลยครับ...ผมชอบรูปนี้ เท่ห์มั่กๆเลยยยย....
สวัสดีครับ ท่าน อ.ภูษิต...ท่านยอดทนาย สิทธิโชติ...ท่าน Korachaa...3 พิธีกรหลักประจำรายการ....
สวัสดีครับ ท่าน พี่ๆ...เพื่อนๆ...ขาประจำรายการฯและห้องสนทนาฯทุกๆท่าน....
โดยคุณ
สาวบางโพ
(
1.9K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:01 น.] #704129 (76/97)
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:09 น.] #704138 (77/97)
วันนี้สาวบางโพ.อารมณ์ดีจัง..................เข้ามายิ้มอย่างเดียว.........อิ อิ
ขอสวัสดีท่าน thanaanan
กระเป๋าที่ถืออยู่ เป็นกระเป๋าพระ น๊าน๊ะ ........
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:11 น.] #704140 (78/97)
ท่าน korachaa ก็พกหมอมาเหมือนเดิม......
โดยคุณ
suriyan04
(
3.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:12 น.] #704145 (79/97)
ผลงานยอดเยี่ยมครับ
โดยคุณ
textile007
(
10.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:13 น.] #704148 (80/97)
สวัสดีคุณแม่ และ พี่ๆเพื่อนๆทุกท่าน หลังมื้อเที่ยงนะครับ
โดยคุณ
textile007
(
10.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:20 น.] #704151 (81/97)
(D)
"ครูบาอาจารย์"กับ"ในหลวง"
"ในหลวงพระองค์นี้ ท่านเป็นพระโพธิสัตว์น๊ะ..!!!!"
พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต(ธมฺมวิตกฺโกภิกขุ)วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร
โดยคุณ
textile007
(
10.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:21 น.] #704152 (82/97)
(D)
สำหรับปฐมเหตุที่ทำให้ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ฯกล่าวความเช่นนี้ ก็เกิดมาจากการที่ท่านได้กล่าวเตือนญาติโยมบางรายที่ไปนมัสการว่า
"การที่คุณเอาธนบัตรที่มีรูปในหลวงไปใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงนั้น ไม่ดีเลย เพราะในหลวงท่านเป็นพระโพธิสัตว์ การเอาพระรูปของท่านไปไว้ในที่ต่ำอย่างนั้น ย่อมบังเกิดโทษเป็นอันมาก ทีหลังอย่าพากันทำ..!!?!"
และความเป็น"พระโพธิสัตว์"ของในหลวงนั้น ก็เป็นถึงระดับ"นิยตโพธิสัตว์"ผู้เที่ยงแท้ต่อพระโพธิญาณในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นอย่างแท้จริงด้วย สมจริงดังที่หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่ ได้กล่าวรับรองไว้ด้วยองค์เองทีเดียวว่า
"ครูบาขาวปี วัดพระพุทธบาทผาหนามเคยเป็นช้างนาฬาคิริง ส่วนในหลวงองค์ปัจจุบันเป็นช้างป่าเลไลยก์นะ..!!!!!"
โดยคุณ
textile007
(
10.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:22 น.] #704153 (83/97)
ภควา อันว่าองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแห่งเรา ตรัสพระสัทธรรมเทศนาว่า เมื่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงพระนามว่า พระติสสะสัพพัญญูพุทธเจ้า เสด็จล่วงลับดับขันธ์เข้าสู่พระปรินิพพานสิ้นกาลช้านานแล้ว ฯ
ในลำดับนั้น อันว่าช้างปาลิไลยหัตถีตัวนี้ก็เป็นพระบรมโพธิสัตว์สร้างพระบารมีมาเป็นอันมาก จักได้ตรัสเป็นสมเด็จพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า พระสุมงคล ในอนาคตกาลพระสุมงคลทศพลญาณเจ้านั้น มีพระองค์สูงได้ ๖๐ ศอก พระชนมายุมีประมาณแสนปีเป็นกำหนด ไม้กากะทิงเป็นพระศรีมหาโพธิ ประดับด้วยพระพุทธรัศมีรุ่งเรืองสว่าง ดังสีทองเป็นอันงามประดุจกลางวัน แล้วจะบังเกิดมีไม้กัลปพฤกษ์ต้นหนึ่ง ห้อยย้อยไปด้วยสิ่งของเครื่องประดับ มีประการต่างๆ ด้วยพระพุทธานุภาพ ฝูงมนุษย์ทั้งหลายในพระศาสนาของพระสุมงคล มิได้กระทำซึ่งกสิกรรม วาณิชกรรม ได้อาศัยซึ่งต้นกัลปพฤกษ์นั้น ประพฤติเลี้ยงชีวิตแห่งอาตมา มนุษย์ทั้งหลายมีความผาสุกสบาย ขวนขวายแต่การเล่นเต้นรำแต่งตัวอยู่เป็นนิจ เสมอเหมือนเทพบุตร เทพธิดา ซึ่งได้ทิพยสมบัติในสวรรค์เทวโลกฯ สมเด็จพระสุมงคลทศพลญาณเจ้า ก่อสร้างพระบารมีมาทั้ง ๑๐ ประการ จึงสำเร็จแก่พระพุทธสมบัติเห็นปานดังนี้ ฯ อันว่ากองพระบารมีครั้งหนึ่ง พระองค์กระทำมาแต่ยังเป็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่นั้น ปรากฏเป็นปรมัตถบารมีอันยิ่งยอดอย่างเอกอุดมทาน ฯ
ดูก่อนสำแดงสารีบุตร แต่กาลก่อนล่วงลับไปแล้วช้านาน ช้างปาลิไลยตัวนี้เป็นพระบรมโพธิสัตว์ บังเกิดเป็นสมเด็จพระบรมจักรพรรตราธิราช ทรงพระนามว่าพระเจ้ามหาปนาทบรมจักร ในภัทรกัปป์อันนี้ และมีแก้ว ๗ ประการคือ จักรแก้ว ๑ นางแก้ว ๑ แก้วมณีโชติ ๑ ช้างแก้ว ๑ ม้าแก้ว ๑ ปรินายกแก้ว ๑ คฤหบดีแก้ว ๑
สมเด็จพระเจ้ามหาปนาทบรมจักร ได้เสวยศิริราชสมบัติอยู่ในทวีปทั้ง ๔ มีทวีปน้อย ๒ พันเป็นบริวาร พระองค์ทรงพระสำราญอบู่เป็นปรกติ มาจนถึงกาลสมเด็จพระกุกกุสันธสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดในโลก กาลครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้ามหาปนาทบรมจักรได้ทรงทราบว่า สมเด็จพระพุทธเจ้าได้ตรัสในโลกแล้ว
จึงตรัสประกาศสั่งจักรแก้วว่า ดูก่อนจักรแก้วผู้เจริญ ท่านจงไปยังท้องพระมหาสมุทรถือเอาซึ่งดวงแก้วมณีมาให้แก่เรา จักรแก้วนั้นก็ไปยังท้องพระมหาสมุทร ดุจดังว่ามีจิตวิญญาณ นำเอาแก้วมณีมาถวาย ฯ
แล้วอยู่มาภายหลังพระองค์จึงตรัสสั่งช้างแก้วว่า ดูก่อนช้างแก้วผู้เจริญ ท่านจงไปที่ฉัตรทันต์สระ แล้วพาช้างแก้วมาให้แก่เราฯ ครั้งนั้นช้างแก้วก็เหาะไปยังฉัตรทันต์สระ พาเอาช้างชาติฉัตรทันต์ทั้งหลายประมาณ ๘ หมื่นมาถวาย ฯ
แล้วพระองค์จึงตรัสสั่งกับม้าแก้วว่า ดูก่อนม้าแก้วผู้เจริญ ท่านจงไปยังท่าสินธพนที แล้วพาม้าแก้วทั้งหลายมาให้แก่เรา ม้าแก้วนั้นก็เหาะไปในอากาศ ถึงริมฝั่งสินธพนที แล้วพาม้าแก้วมาถวาย ฯ
แล้วพระองค์จึงตรัสสั่งนางแก้วพระราชมเหสีนั้นว่า ภทฺเท ดูก่อนเจ้าผู้มีพักตร์อันเจริญ เจ้าจงไปยังแว่นแคว้นอุดรกุรุทวีปพานางแก้วทั้งหลายมาให้แก่เรา ฯ ขณะนั้นนางแก้วผู้เป็นพระราชมเหสีก็เหาะไปยังอุดรกุรุทวีป พาเอานางแก้วทั้งหลายประมาณ ๘ หมื่นมาถวาย ฯ
แล้วพระองค์จึงตรัสสั่งแก้วมณีโชติว่า ดูก่อนแก้วมณีโชติผู้เจริญ ท่านจงไปยังเขาวิบุลบรรพต นำเอาแก้วมณีมาให้แก่เรา ฯ อันว่าแก้วมณีโชติก็เลื่อนลอยไปยังเขาวิบุลบรรพตพาเอาแก้วมณีทั้งหลายประมาณ ๘ หมื่นดวงมาถวาย ฯ
แล้วพระองค์ตรัสสั่งปรินายกขุนพลแก้วของพระองค์ว่า ดูก่อนปรินายกแก้วผู้เจริญ ท่านจงไปยังอุดรกุรุทวีป และอมรโคยานทวีป และบุพพวิเทหทวีป ทั้ง ๓ ถอดเอาดวงแก้วในยอดเขากัมพูฉัตรมาให้แก่เรา ฯ ฝ่ายขุนพลแก้วผู้เป็นปรินายกรับพระราชโองการแล้ว ก็เหาะไปยังทวีปทั้ง ๓ จึงถอดเอาดวงแก้วมณีที่ยอดเศวตฉัตรแห่งมหากษัตริย์ผู้เสวยศิริราชสมบัติในทวีปทั้ง ๓ มาถวาย ฯ
แล้วพระองค์ก็ตรัสสั่งคฤหบดีแก้วผู้เป็นขุนคลังว่า ดูก่อนคฤหบดีแก้ว ท่านจงไปในโสฬสมหานครใหญ่ทั้ง ๑๖ เมืองนั้น นำเอาดวงแก้วมณีมาให้แก่เรา ฯ คฤหบดีแก้วก็เหาะไปในโสฬสมหานคร ครั้นถึงแล้วได้ทัศนาการเห็นสมเด็จพระพุทธกุกกุสนธสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จยับยั้งอยู่ในพระวิหารในกาลนั้น คฤหบดีแก้วก็มิได้รู้จักซึ่งสมเด็จพระกุกกุสนธเจ้า ว่าเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทโธ จึงเข้าไปยังสำนักกุกกุสนธเจ้าแล้วถามว่า มณว ดูก่อนมาณพผู้เจริญ ตัวท่านนี้มีนามชื่อไร จึงมีรูปโฉมงามบริสุทธิ์เป็นอันดี ฯ
ครั้งนั้นสมเด็จพระผู้ทรงพระภาคเจ้า จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดีแก้ว เราหรือมีนามชื่อว่าพระศาสดาจารย์ คฤหบดีจึงถามอีกว่า ฯ ดูก่อนมาณพผู้เจริญท่านมีนามชื่อว่าศาสดาจารย์ด้วยเหตุเป็นดังฤา ฯ จึงทรงพระมหากรุณาตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดีแก้ว เราชื่อพระศาสดาจารย์นั้นเพราะเหตุประกอบไปด้วยอาจริยคุณ ๓๑ ประการ ฯ
คฤหบดีจึงถามว่า คุณ ๓๑ ประการแห่งท่านปรากฏเป็นประการใด จึงได้ชื่อว่าอาจริยคุณฯ สมเด็จพระกุกกุสนธเจ้าจึงตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดีแก้ว คุณเป็นอาทิคือ อิติปิ โส ภควา นี่แหละเป็นคุณแห่งเรา ปรากฏกิตติศัพท์ไปทั่วโลก จึงมีนามว่า พระศาสดา จริยคุณทั้ง ๓๑ ประการ ฯ เมื่อคฤหบดีแก้วได้สดับพระพุทธวจนะดังนั้น จึงจารึกเอาพระอิติปิ โส ภควา เป็นอาทิ ลงไว้ในแผ่นทองเป็นตัวอักษรเสร็จแล้ว จึงถามพระผู้ทรงพระภาคเจ้าว่า ดูก่อนมาณพผู้เจริญ ท่านรู้คุณวิเศษมีประมาณเท่านี้แลหรือ หรือว่าคุณวิเศษอย่างอื่นยังมีอยู่เป็นประการใด ฯ
จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่าดูก่อนคฤหบดีแก้ว อันว่าคุณวิเศษอย่างอื่นแห่งเรามีอยู่เป็นอันมาก ฯ คฤหบดีแก้วก็ให้พระกุกกุสันธเจ้าแสดงต่อไป ฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าจึงตรัสพระสัทธรรมเทศนา ทรงแสดงซึ่งคุณในกายคตาสติกัมมัฏฐาน บอกอาการ ๓๒ มี เกศา โลมา เป็นอาทิ ให้แก่คฤหบดีแก้ว
คฤหบดีแก้วก็จารึกพระรูปพระโฉมของสมเด็จพระกุกกุสนธเจ้าอันงาม พร้อมด้วยทวัตติงสมหาบุรุษลักษณะเป็นอันดีลงในแผ่นทอง แล้วจึงกำหนดพระองค์สูงประมาณ ๖๐ ศอก ลงในแผ่นทองทั้ง ๒ เสร็จแล้ว คฤหบดีแก้วก็เหาะนิวัตตนากลับมายังสำนักสมเด็จพระบรมจักรมหาปนาทถวายซึ่งแผ่นพระสุวรรณบัตร ให้ทอดพระเนตรพระรูปพระโฉมของสมเด็จพระกุกกุสนธเจ้า กับทั้งตัวอักษรที่จารึกพระพุทธคุณมานั้น ฯ
ฝ่ายสมเด็จพระบรมจักรมหาปนาททอดพระเนตรพระอักษร ซึ่งจารึกพระพุทธคุณในแผ่นพระสุวรรณบัตรนั้น ฯ ทรงอ่านแล้วก็มิได้ทรงรู้จักว่าเป้นพระพุทธคุณจึงตรัสถามพราหมณ์ปุโรหิตว่า ดูก่อนท่านอาจารย์ อันว่าอักษรที่คฤหบดีจารึกมานั้น จะเป็นพระพุทธคุณจริงแลหรือประการใด ฝ่ายว่าพราหมณ์ปุรหิตนั้น เป็นผู้ทรงคุณวิชชาไสยศาสตร์ จึงกราบทูลว่า มหาราชข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐอันว่าอักษรนี้เป็นคุณอันวิเศษแน่แล้ว เป็นยอดคุณทั้งปวงสิ้น ก็คุณวิเศษอย่างอื่นๆ นั้นจะได้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้หาบ่มิได้ อักษรนี้เป็นพระพุทธคุณเที่ยงแล้ว สมเด็จพระบรมจักรมหาปนาทำด้ทรงฟังพราหมณ์ปุโรหิตกราบทูลดังนั้น ก็ทรงพระโสมนัส ปิติ ปลาบปลื้มพระทัย สลบลงกับที่ ฯ
ครั้นพระองค์ฟื้นสมประดีแล้ว ตรัสถามพราหมณ์ปุโรหิตว่า ดูก่อนท่านอาจารย์ เราได้ฟังว่า คุณวิเศษนี้เป็นพระพุทธคุณจริงดังนั้นหรือประการใด ปุโรหิตก็กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ อันว่าคุณวิเศษนี้ พระองค์อย่าได้สงสัยในพระกมลหฤทัยเลย เป็นพระพุทธคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเที่ยงแท้แล้ว
ครั้นได้ทรงสดับฟังพราหมณ์ปุโรหิตกราบทูลซ้ำอีกดังนั้น พระองค์ทรงปิติ ปลื้มพระทัย สลบลงอีกครั้งหนึ่งเป็นคำรบ ๒ แล้วพระองค์ก็ฟื้นขึ้น จึงตรัสถามปุโรหิตอีกว่ารูปภาพที่คฤหบดีแก้ววาดเขียนมานี้ เป็นอย่างพระพุทธรูปจริงหรือประการใด ปุโรหิตก็กราบทูลว่าพระรูปพระโฉมที่คฤหบดีแก้ววาดเขียนมานี้ คือ พระรูปพระโฉมของสมเด็จพระพุทธเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์อย่าได้สงสัยเลย ฯ สมเด็จพระบรมจักรมหาปนาทได้ทรงฟังว่าเป็นพระพุทธรูปของสมเด็จพระพุทธเจ้าจริงแน่ ก็สลบสิ้นสติสมปฤดีไปอีกครั้งหนึ่งเป็นคำรบ ๓ ฯ
ครั้นได้พระสติขึ้นมา จึงตรัสแก่คฤหบดีแก้วว่า บัดนี้เราได้ฟังประพฤติเหตุแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าอันเป็นดวงแก้วหาค่ามิได้ เพราะเหตุตัวของท่านอันเราใช้ไป เครื่องสักการบูชาสิ่งอื่นหาควรจะกระทำสักการบูชาแก่ท่านไม่ ด้วยท่านมีความชอบครั้งนี้แก่เราเป็นที่สุด เราจะยกสมบัติจักรพรรดิอันยิ่งในมนุษย์โลกนี้ กระทำสักการบูชาแก่ตัวท่าน ตรัสประภาษสรรเสริญคฤหบดีแก้วดังนี้แล้ว จึงอภิเษกคฤหบดีแก้วให้เสวยศิริราชสมบัติจักรวรรดิยศ ยกให้เป็นบำเหน็จความชอบแก่คฤหบดีแก้ว ในครั้งนั้นคฤหบดีแก้วก็ตั้งอยู่ในศิริราชสมบัติบรมจักร เสวยอิสริยยศสมบัติสืบต่อไป ฯ
ส่วนสมเด็จพระบรมจักรมหาปนาทนั้นแต่พระองค์เดียว ก็เสด็จบทจรไต่เต้าไปตามมรรคาหนทางโดยทิศาภาค ในที่สถิตแห่งสมเด็จพระบรมครูกุกกุสนธเจ้านั้น ฯ ครั้นไปถึงมหานิโครธไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ก็ทรงประทับนั่งอาศัยอยู่ใต้ต้นไทรนั้นพอหายเหนื่อยเป็นอันดีแล้ว ก็ยกอัญชลีประนมถวายนมัสการลงด้วยเบญจางคประดิษฐ์อันได้สดับว่า สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่ตรงนี้ ทรงกระทำอธิษฐานปรารถนาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระภาคเป็นอันงาม ความปิติโสมนัสแห่งข้าพระพุทธเจ้าบังเกิดมีในพระองค์แล้ว ด้วยเดชะความสัตย์นี้ ขอให้เครื่องอัฏฐบริขาร ๘ ประการ อันเป็นทรัพย์มรดกแห่งพระภิกษุสงฆ์ จงเลื่อนลอยมายังสำนักแห่งข้าพระพุทธเจ้า ด้วยเเถิด ฯ
ครั้งนั้นสมเด็จพระกุกกุสนธสัพพัญญูทรงทราบวาระน้ำจิตแห่งบรมจักรมหาปนาท ปรารถนาจะบรรพชาบวชในพระพุทธศาสนา จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า ดูก่อนอัฏฐบริขาร ๘ ประการ บัดนี้บุคคลมีชื่อโน้น ปรารถนาจะทรงบรรพชา ท่านจงไปยังสำนักแห่งบุคคลผู้นั้นเถิด ฯ ขณะนั้นเครื่องอัฏฐบริขารทั้ง ๘ ประการ ก็ลอยมาตกลงตรงพระพักตร์แห่งสมเด็จพระเจ้ามหาปนาทด้วยพุทธานุภาพ ฯ
ครั้นสมเด็จพระบรมจักรมหาปนาท ทรงเห็นเครื่องอัฏฐบริขาร ๘ ประการพร้อมแล้ว ด้วยพระเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก ก็ทรงยกเครื่องอัฏฐบริขารขึ้นทูนเหนือพระเศียรเกล้าแล้วออกพระวาจาว่า ดูก่อนอัฏฐบริขาร ๘ ประการผู้เจริญ เราอาศัยซึ่งท่านจักใคร่ออกจากสังสารทุกข์ ให้ได้พบเห็นพระนิพพานอันประเสริฐสุดโลกวิสัย ตรัสเท่านั้นแล้วก็เปลื้องเครื่องราชอาภรณ์ของพระองค์ออกจากพระสรีรกาย ทรงสบง จีวร สังฆาฏิ คาดกายพันมั่นคง ทรงบรรพชาเป็นพระภิกษุภาวะเสร็จแล้ว จึงเอาพระมงกุฎแก้ววางลงในฝ่าพระหัตถ์ตรัสว่า ดูก่อนมงกุฏแก้ว ท่านจงไปยังสำนักแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้า กราบทูลแจ้งประพฤติเหตุข่าวศาสน์แก่พระองค์ว่า บัดนี้พระเจ้ามหาปนาทบรมจักร เสียสละศิริราชสมบัติออกทรงบรรพชาในพระพุทธศาสนาแล้ว มีความปรารถนาเพื่อจะมายังสำนักสมเด็จพระทศพลญาณ ท่านจงไปกราบทูลศาสน์แด่องค์สมเด็จพระพุทธองค์ด้วยประการดังนี้ ฯ
พระองค์ทรงพระอธิษฐานฉะนี้แล้ว มงกุฏแก้วก็ลอยเลื่อนไปในอากาศเวหาประดุจว่าพระยาสุวรรณราชหงส์ลงยังสำนักแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่แทบฝ่าพระบาท กราบทูลประพฤติเหตุดังนั้นแก่สมเด็จพระกุกกุสนธ ประดุจดังว่ามีจิตวิญญาณ สมเด็จพระบรมโลกุตตมาจารย์ก็มีพระพุทธฎีการับว่าสาธุ ฯ
ลำดับนั้น พระยามหาปนาทซึ่งทรงเพศเป็นภิกษุ ก็เที่ยวโคจรบิณฑบาตไปตามบ้าน ได้อาหารพอเป็นยาปนมัตต์ บริโภคสำเร็จแล้วก็เจริญพระกัมมัฏฐานอยู่ในที่อันสมควร พิจารณาซึ่งพระพุทธคุณมีพระ อิติปิ โส ภควา เป็นอาทิ และพระกายคตาสติกัมมัฏฐาน มีเกศาเป็นต้น เจริญไปด้วยความอุตสาหะดังนั้น ยังโลกียฌานให้บังเกิดขึ้น
ในขณะนั้นแล้วเหาะไปโดยอากาศเวหาถึงสำนักสมเด็จพระพุทธเจ้า ได้ทัศนาการพระรูปพระโฉมของสมเด็จพระกุกกุสนธ อันประดับไปด้วยพระทวัตติงสมหาบุรุษลักษณะ และพระอสีตยานุพยัญชนลักษณะ งามบริบูรณ์พร้อมทุกประการ ก็บังเกิดความปิติเต็มตื้นซาบทั่วสรรพางค์ ตลอดสิ้นสกลกายก็สลบลงในที่นั้น สมเด็จพระภควันตบพิตรเจ้าก็ทรงเอาอุทกวารีมาประพรมลงเหนือพระอุระ ก็ฟื้นสมปฤดีขึ้นมา แล้วถวายนมัสการกราบลงด้วยเบญจางคประดิษฐ์แทบพระบาท กราบทูลอาราธนาให้สมเด็จพระพุทธองค์ทรงประทานพระสัทธรรมเทศนา ฯ
ครั้งนั้นสมเด็จพระกุกกุสนธบรมทศพลญาณ ก็ทรงประทานพระสัทธรรมเทศนาว่า ดูก่อนภิกษุ ท่านจงพิจารณาซึ่งสภาวธรรมที่จะนำตนไปสู่พระนิพพานเถิด มีพระพุทธบรรหารตรัสดังนี้ ฝ่ายพระเจ้ามหาปนาทบรมพุทธางกูรได้ทรงสดับกระแสพระพุทธฎีกาตรัสเป็นนัย ดังนั้นพระองค์ก็มีปิติซาบซ่านทั่วสกลกาย จึงทรงพระอธิษฐานเด็ดพระเศียรเกล้าด้วยเล็บของพระองค์ ทรงกระทำสักการบูชาแทบพระบาทมูลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ฝ่ายพระเศียรเกล้านั้นจึงกราบทูลพระกรุณาว่า
ภนเต ภควา ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระภาคเจ้า พระองค์ได้โปรดฝูงสัตว์ทั้งหลายก่อนข้าพระบาท ข้าพระบาทก็มีความปรารถนาเป็นเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อภายหลัง ด้วยผลศีลทานของข้าพระบาทในครั้งนี้ ขอเชิญองค์อัครมุนีผู้ทรงพระภาคเจ้าจงเสด็จเข้าสู่พระนิพพานก่อนข้าพระบาทเถิด ข้าพระบาทขอตามเสด็จพระพุทธองค์เจ้าเข้าสู่พระนิพพานต่อภายหลัง พอขาดคำลงแล้วพระเจ้ามหาปนาทก็ดับขันธ์สิ้นชีวิตอินทรีย์ ไปบังเกิดในดุสิตาสวรรค์ เสวยทิพยศิริสมบัติเป็นสุขสถาพร ไปในอนาคตกาลเบื้องหน้า จะได้ตรัสเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า พระสุมงคล ฯ
ดูก่อนสำแดงสารีบุตร ฝูงสัตว์ทั้งหลายไม่ได้มรรคและผลธรรมวิเศษในศาสนาพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีพระตถาคตเป็นต้น มีพระติสสะเป็นปริโยสานแล้ว ก็ให้มหาชนปรารถนาไปให้พบเห็นพระศาสนาช้างปาลิไลยหัตถี ที่ได้เป็นพระบรมจักรมหาปนาทนี้ ซึ่งจะได้ตรัสเป็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล ทรงพระนามว่า พระสุมงคลสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะได้มรรคและผลธรรมอันวิเศษสิ้นสังสารทุกข์ทั้งปวง เข้าสู่พระอมตะมหานครนิพพาน ฯ
ที่มา,คัมภีร์อนาคตวงศ์
โดยคุณ
textile007
(
10.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:22 น.] #704155 (84/97)
(D)
เพราะด้วยเหตุที่ท่านเจ้าคุณพระญาณสิทธาจารย์(สิม พุทฺธาจาโร)ซึ่งเป็นพระขีณาสวสงฆ์ผู้ทรงญาณวิสัยอันลึกล้ำ สามารถแทงตลอดในการทุกสิ่งอัน และได้แจ้งในใจในพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในอนาคตวงศ์ภายภาคหน้าเป็นอย่างดีที่สุด หลวงปู่สิมจึงได้ถวายความจงรักภักดีในพระองค์ท่านอย่างยิ่ง แม้ตราบเท่าวาระสุดท้ายแห่งชีวิตท่านอย่างน่าซาบซึ้งประทับใจที่สุด ไม่มีใดจะเทียมทันได้ ซึ่งการทั้งปวง อาจเข้าไปชมได้ในหัวข้อ"จงรักภักดีด้วยชีวิต" (
http://www.gmwebsite.com/Webboard/Topic.asp?TopicID=Topic-071204131122160)
ได้ตามอัธยาสัย
โดยคุณ
textile007
(
10.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:23 น.] #704156 (85/97)
ครั้งหนึ่ง มีผู้พูดถึง"ผู้ยิ่งใหญ่"ระดับประเทศบางท่านให้หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม กาญจนบุรี พระมหาโพธิสัตว์ใหญ่ที่หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน นครราชสีมากล่าวรับรองไว้ด้วยองค์เองว่า"เป็นหนึ่งในสิบแห่งอนาคตพุทธวงศ์เบื้องหน้า"ฟัง สังเกตว่า ดูหลวงพ่ออุตตมะท่าน"เฉย"มากๆ ก่อนที่จะปรารภออกมาอย่างราบเรียบที่สุด เหมือนมิได้ไยดีใดๆว่า
"เขาไม่ได้ทำประโยชน์อะไรมากเหมือนกับในหลวงหรอก..!!!!!"
โดยคุณ
textile007
(
10.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:24 น.] #704158 (86/97)
(D)
ในหลวงสนทนาเรื่อง"พุทธภูมิ"กับหลวงตามหาบัว
"...เหตุการณ์ที่น่าทึ่งที่สุดคือ เมื่อปี พ.ศ.2531 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จไปนิมนต์หลวงตาไปในงานในวัง ปกติหลวงตาท่านไม่ค่อยไปไหน แต่ตอนที่พระเจ้าอยู่หัวฯ ไปนิมนต์ ท่านไปนิมนต์ด้วยพระองค์เอง เรายังจำได้.. วันนั้นเป็นวันที่ 7 มกราคม 2531 เป็นปีเฉลิมราชรัชมังคลาภิเษกที่ทรงครองราชย์มากกว่ากษัตริย์ใดในประวัติ ศาสตร์ไทย ท่านนิมนต์หลวงตาเข้าวัง มาเป็นขบวนใหญ่ หลวงตาท่านจะอยู่ที่กุฏิ ท่านให้เราควบคุมดูแลญาติโยม ดูแลพวกทหารที่มา พระเจ้าอยู่หัวฯ จะเสด็จมาตอน 6 โมงเย็น
เมื่อขบวนพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จมาถึง เรายืนตรงนี้ ผู้ว่าฯ สายสิทธิ์ยืนตรงนี้ หมออวย แล้วใครต่อใครยืนเป็นแถวรอรับเสด็จ แล้วท่านก็ขึ้นไปข้างบนซึ่งหลวงตารอท่านอยู่แล้ว ส่วนเราก็อยู่ตรงบันได ส่วนหลวงตาอยู่ข้างบน ที่ขึ้นไปก็มีพระบรมวงศานุวงศ์ตามเสด็จครบหมดเลย พระราชินี พระบรมฯ พระเทพฯ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ หมดทั้งครอบครัวเพื่อจะนิมนต์หลวงตาไปงานพิธีในวัง
พอพระองค์ท่านกราบหลวงตาเสร็จ ท่านก็ถวายคำถามแรก ( พระเจ้าอยู่หัวเรียกหลวงตาว่า "หลวงปู่" )
"หลวงปู่... สาวกภูมิกับพุทธภูมิต่างกันอย่างไร" โอ้... พระเจ้าอยู่หัวถามปัญหาหลวงตาขนาดนี้
หลวงตาตอบว่า...
"พุทธภูมิ ก็เหมือน ดั่งเรานั่งรถไฟ นั่งรถไฟไปเชียงใหม่หรือนั่งรถไฟไปอุดรนั่นแหละพุทธภูมิ แต่ถ้าเรานั่งจักรยานมาหรือนั่งมอเตอร์ไซค์ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปนั่นแหละ...สาวกภูมิ เพราะฉะนั้นการเป็นพุทธภูมิก็คือการนำคนไปได้เยอะ ๆ ส่วนสาวกภูมินั้นนำไปได้น้อยๆ ไม่ได้มากนัก อย่างเก่งก็ 1 คน หรือ 3-4 คน ก็ว่ากันไป นั่นคือสาวกภูมิ เข้าใจไหมล่ะพ่อหลวง"
พระเจ้าอยู่หัวฯ ตอบหลวงตาว่า "เข้าใจแล้วหลวงปู่ แล้วนิพพานเป็นอย่างไรนะ หลวงปู่"
หลวงตาตอบ : "อ้อ พ่อหลวงเหมือนพ่อหลวงมาวัดป่าบ้านตาดนี่แหละ รู้ไหมว่าวัดป่าบ้านตาดอยู่ตรงไหน อยุ่บนกุฏินี่เหรอ วัดป่าบ้านตาดอยู่ไหนล่ะ แต่พอพระมหากษัตริย์มาถึงนี่แล้ว บริเวณนี้ทั้งหมดคือวัดป่าบ้านตาดนี้แหละ แต่จะชี้ลงไปว่าที่กุฏิอาตมาก็ไม่ใช่ ที่กุฏิพระก็ไม่ใช่ ที่ศาลาก็ไม่ใช่ ไม่ใช่ทั้งหมด แต่เมื่อรวมกันทั้งหมดในกำแพงวัดนี้นี่แหละคือวัดป่าบ้านตาด นี่แหละพระนิพพานก็มีความหมายแบบเดียวกัน"
และเมื่อพระเจ้าอยู่หัวฯ ขอบารมีหลวงตาช่วยต่ออายุให้แม่หลวง (คือสมเด็จย่า) ตอนนั้นสมเด็จย่าทรงประชวรอยู่ หลวงตาท่านก็ตอบปฏิเสธเลยว่า... "พ่อหลวงนั่นแหละก็จัดการเองได้ ขอเองได้" ท่านว่างั้นนะ... "พ่อหลวงก็สามารถจัดการได้เอง" ท่านบอกไปเลยนะว่า... ให้พระเจ้าอยู่หัวขอเอง จัดการเอง จัดการเองอาตมาต่อให้ไม่ได้หรอก
พระเจ้าอยู่หัวฯ ได้กราบลาว่า "เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว จะกลับแล้ว ท่านหลวงปู่มีอะไรจะบอกไหม"
หลวงตาท่านได้เทศน์สั้น ๆ ว่า
"การเป็นพุทธภูมิ สร้างบารมีเพื่อความเป็นพุทธะ พอจบพุทธภูมิได้ก็เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว พระพุทธเจ้าก็มีพุทธกิจ 5 คือ ตอนเช้าบิณฑบาต ตอนบ่ายสอนคหบดีมนุษย์ทั่วไป ตกเย็นสอนนักบวช สมณะชีพราหมณ์ ตอนกลางคืนแก้ปัญหาเทวดา พอมาตอนเช้ามืดเล็งญาณดูสัตว์โลก สัตว์โลกตัวไหนมีกิเลสเบาบางพอที่จะบรรลุธรรมได้ ท่านก็จะเล็งญาณดูรีบไปโปรดก่อน พระพุทธเจ้าสร้างบารมีพุทธภูมิจนได้เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านก็มีพระพุทธกิจ 5 อย่างนี้ แต่... ไม่รู้ว่าพ่อหลวงแม่หลวงของประเทศไทยปรารถนาอะไร ทำงานกันจนไม่มีเวลาจะพักผ่อน..เอาล่ะ ๆ ... อาตมาจะให้พร"
พอฟังมาถึงตรงนี้นะ เรายังจำได้แม่น เพราะพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านถามเรื่องพุทธภูมิ เสร็จแล้วพอท่านจะลากลับ หลวงตาท่านสรุปให้เสร็จสรรพเลย... ไม่รู้ว่าพ่อหลวงแม่หลวงของไทยทำงานปรารถนาความเป็นอะไร... ทำงานกันจนไม่มีเวลาพักผ่อน... เอาล่ะ ๆ ...อาตมาจะให้พร
เมื่อพระเจ้าอยู่หัวท่านเสด็จลงมา ท่านก็ตรัสว่า อยากให้ท่านอาจารย์อยู่กับหลวงตาไปนาน ๆ ...เราก็ได้ตอบท่านว่า เจริญพร...มหาบพิตร อาตมาก็อยากจะอยู่ แต่ถ้าถึงเวลาที่อาตมาจะต้องเอาตัวเองให้รอด อาตมาก็ขอเอาตัวเองให้รอดก่อน เพราะทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผล ถึงเวลาไปก็ต้องไปเหมือนกัน แล้วพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็บอกขอทำบุญกับหลวงตา 200,000 ถวายอาจารย์ 20,000 แล้วท่านก็ถามว่าพระที่อยู่ในวัดนี้กี่รูป เราก็ตอบท่านทั้งหมด 29 รูปรวมหลวงตานั่นแหละ... ท่านจึงถวายให้รูปล่ะ 2,000 "แล้วปัจจัยจะให้ไว้กับใคร" ท่านถาม...ท่านหยิบออกมาให้เลยนะ ท่านผู้ว่าฯ ยังรับมือสั่น พระเจ้าอยู่หัวไม่เพียงมากราบหลวงตา ท่านมาที่วัดท่านยังมาทำบุญกับพระด้วยปัจจัยที่เตรียมพร้อมจากพระหัตถ์ของ ท่านเอง จากนั้นพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็เสด็จออกไปเยี่ยมประชาชนแล้วก็ขึ้นรถไป
นั่นแหละเราได้ฟังมา เรื่องของพุทธภูมิ เรื่องของพระโพธิสัตว์ สาวกภูมิกับพุทธภูมิต่างกันอย่างไร เสร็จแล้วพอตอนจบขอพร หลวงตาท่านก็สรุปและให้พร จึงบอกได้ว่าเป็นบทสนทนาของจอมปราชญ์...
ที่มานิตยสาร น่านฟ้า ปีที่1 ฉบับที่ 8 ประจำเดือนธันวาคม 2550 หน้า 18
โดยคุณ
textile007
(
10.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:25 น.] #704159 (87/97)
เมื่อต้นปีพ.ศ. 2498 คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติมได้ปรารภกับศิษยานุศิษย์ของท่านว่า
"มีใครเป็นห่วงพระเจ้าแผ่นดินองค์น้อย(ในหลวง)บ้าง..??"
เมื่อทุกคนกล่าวรับว่าเป็นห่วง เนื่องจากมีข่าวที่น่าเป็นกังวลมาให้ได้ยินอยู่ คุณแม่บุญเรือนก็ว่าต่อไปอีกหน่อยว่า
"ถ้าเป็นห่วง ก็ขอให้แม่อธิษฐานช่วยพระองค์ท่านซิ" (ตามอริยประเพณี พระอริยะจะทำการสิ่งใดโดยปราศจากเหตุหรือไม่มีผู้อาราธนามิได้)
เมื่อศิษย์ทุกคนกล่าวคำขอให้คุณแม่ใช้อิทธิฤทธิ์ช่วยในหลวงให้ทรงพระเจริญและแคล้วคลาดจากสรรพภยันตรายทั้งปวงแล้ว คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติมจึงได้กำหนดที่จะไปเข้า"นิโรธสมาบัติ" คุ้มครองถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่บ้านนาซา(เป็นเคล็ดให้เรื่องร้าย"สร่างซา"ลงไป) ของนางสาววาย(เป็นเคล็ดให้เรื่องราวที่ไม่ดีมีอันต้อง"วาย"หายสูญไป) วิทยานุกรณ์ (น้องสาวพระมหารัชชมังคลาจารย์ วัดสัมพันธวงศ์) ที่ปากน้ำประแสร์ จ.ระยองเป็นเวลาถึง 1 ปีเต็ม โดยช่วงนั้น คุณแม่บุญเรือนได้สั่งห้ามมิให้ศิษย์คนใดเข้ามารบกวนท่านในช่วงเวลานั้นเป็นอันเด็ดขาด..!!!!
ที่มา,หนังสืออนุสรณ์ อดีตเจ้าอาวาส วัดสารนาถธรรมาราม ระยอง พ.ศ. 2551
โดยคุณ
textile007
(
10.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:26 น.] #704160 (88/97)
(D)
สำหรับองค์ของหลวงปู่ดู่เองนั้น ตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งทุกวันนี้ แม้กาลเวลาล่วงเลยไป หลายสิบปี กิจวัตรอันหนึ่งที่ท่านทำอยู่มิได้ขาด คือ การสวดมนต์ถวายพระพรแด่ในหลวงทุกวันตลอดมา ขอให้พระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนานเป็นมิ่งขวัญคนไทยตลอดไป
หลวงพ่อยังได้กล่าวไว้อีกว่า เพราะพระเจ้าแผ่นดิน(ร.9) ท่านปฏิบัติ(ธรรม) ต่อไปพุทธศานาในเมืองไทยจะเจริญขึ้น เพราะท่านเป็นผู้นำเป็นแบบอย่าง
สมัยหนึ่งเมื่อหลวงปู่ดู่ ยังทรงสังขารอยู่นั้นบ่ายของวันที่แดดร่มลมตก จู่ ๆ ท่านก็เปรยกับคณะศิษย์ที่ประกอบด้วย "คนตาดี" หลายคนว่า
"พวกแกลองดูทีซิว่า มีพระรูปไหนอยู่กับในหลวงบ้าง"
เข้าใจว่าท่านคงหมายถึง กายทิพย์หรือบารมีที่พระมหาเถระแต่ละองค์อธิษฐานพิทักษ์รักษาในหลวง
ศิษย์ท่านหนึ่งก็ "เข้าที่" ตามหลวงปู่สั่ง พักหนึ่งก็ลืมตาแล้วตอบว่า
"หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปางครับ"
หลวงปู่ยิ้มแล้วว่า "นั่นองค์หนึ่งละ มีใครอีก"
ศิษย์แสนซนคนหนึ่งตอบทันที "หลวงพ่อนั่นแหละครับ"
ท่านมองหน้าแล้วถาม "ทำไมแกจึงว่าอย่างนั้น"
ศิษย์อธิบายว่า
"อ้าว ก็หลวงพ่อรู้ได้ว่ามีองค์นั้น องค์นี้อยู่กับในหลวง แสดงว่าหลวงพ่อก็ต้องไปมาด้วยน่ะสิ ไม่อย่างนั้นจะรู้ได้ยังไง"
เมื่อเข้าเนื้อท่านโบกมือให้ยุติเรื่องทันที ศิษย์ก็ถึงที่ยิ้มไป...
โดยคุณ
textile007
(
10.2K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 13:27 น.] #704161 (89/97)
(D)
: 11:11:37 น.
เราอย่าเห็นสิ่งปลีกย่อยดีกว่าส่วนรวมส่วนใหญ่นะ ส่วนใหญ่นั่นละเป็นของสำคัญ พ่อกับแม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อะไรที่เป็นหลักของชาติ เป็นหัวใจของชาติให้พากันรักกันสงวน อย่าพากันทำลาย ลูกเต้าจะอวดดีกว่าพ่อกว่าแม่มันไม่ดีละ
คิดดูในพุทธศาสนาพระเจ้าอาชาตศัตรูทำลายพระราชบิดา ก็ไม่เห็นเจริญอะไร ท่านว่า เย เกจิ พุทธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ คตา เส น เต คมิสฺสนฺ อบายภูมึ พวกสัตว์ทั้งหลายถ้านึกลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มีความเทิดทูนในสิ่งที่ดีงามที่มีคุณมีประโยชน์ทั้งหลายแล้วผู้นั้นเจริญ ผู้ใดไปทำลายหลักใหญ่แล้วจะเอาให้ส่วนเล็กๆนี้ขึ้นครองบ้านครองเมืองมันก็ไม่ดี ให้พากันรักษาหลักใหญ่เอาไว้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือหัวใจของชาติไทยเรา นี่ให้พากันจำเอาไว้นะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนี้คือหัวใจของชาติไทยเรา ให้พากันเทิดทูน อย่าพากันดูถูกเหยียดหยามทำลาย เช่นอย่างจะทำลายจะไม่ให้มีพระเจ้าอยู่หัว มันคนเกิดมาแล้วพ่อแม่ตายหมด มีแต่ลูกกำพร้าหยิมแหยมๆ มันใช้ไม่ได้นะ สกุลใดที่มีคนคับแคบอยู่ในบ้านนั้นเมืองนั้นแล้วสกุลนั้นไม่เจริญ สกุลใดที่มีความกว้างขวาง มีจิตใจอันกว้างขวาง พิจารณารอบคอบเพื่อทำประโยชน์แก่ส่วนรวมผู้นั้นเป็นผู้ดี
นี่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ของพวกเราคือหัวใจของคนไทยทั้งชาติ ให้พากันทะนุถนอมนะ อย่าพากันไปทำลาย จะมีแต่ลูกหยอมแหยมๆ พ่อแม่ผู้ให้ความร่มเย็นไม่มีมันไม่เกิดประโยชน์ อย่างไรต้องรักษาส่วนใหญ่เอาไว้ ในประเทศไทยเราก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี นี้คือหัวใจของชาติให้พากันเคารพเทิดทูน อะไรที่เป็นหลักใหญ่ของชาติของส่วนรวมให้พากันรักษา พากันเทิดทูน อย่าพากันทำลายโดยอวดดี
ดังที่ท่านว่าอึ่งอ่างกับวัวนั่นละ เราก็เห็นในนิทานอีสปแต่ก่อนเรียนหนังสือ อึ่งอ่างตัวเท่ากำปั้นนี่ วัวมันตัวขนาดไหน ลูกอยู่ในรู แม่ไปหากิน ลืมแล้วนิทานอีสป มันเป็นอย่างไรละทีนี้ (ลูกเห็นวัว พอแม่กลับมาเล่าให้แม่ฟังว่าเจอตัวอะไรไม่รู้ใหญ่มาก แม่ก็พองตัว ลูกว่าใหญ่กว่านี้อีกค่ะ) ได้ไหมๆ สุดท้ายสิ่งที่ได้คือพุงแตก นี่ระวังนะ ตัวเล็กๆ อย่าไปพองตัว มันไม่สมควรจะพอง อึ่งอ่างกับวัว วัวมันตัวใหญ่ขนาดไหน อึ่งอ่างตัวเท่ากำปั้น มาพอง มันตัวเท่านี้ไหมๆ เรื่อย สุดท้ายเลยตาย เข้าใจไหม นี่อึ่งอ่างกับวัวมันไม่ดีอย่างนั้นละ
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 14:36 น.] #704230 (90/97)
ขำ ขำ ยามบ่าย จร้า............................
ท่านจะลาออกครับ
บริษัทแห่งหนึ่งประสบปัญหาฐานะการเงินไม่ค่อยดี
ผู้บริหารเรียกผู้จัดการใหญ่เข้าพบ
ผู้บริหาร : บริษัทเรากำลังจะถูกต่างชาติซื้อกิจการ คุณทำยังไงก็ได้ให้หุ้นขึ้นให้พวกนั้นซื้อไม่ไหว
วันรุ่งขึ้นหุ้นของบริษัทดังกล่าวขึ้น 3 จุด และไต่ขึ้นถึง 10 จุดในวันต่อมา
สร้างความดีใจให้กับผู้บริหารไม่น้อย
ผู้บริหาร : เยี่ยมมาก คุณทำได้ยังไง?
ผู้จัดการ : ผมปล่อยข่าวว่าท่านจะลาออกครับ
โดยคุณ
สาวบางโพ
(
1.9K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 14:38 น.] #704235 (91/97)
สาระเพียบเลย อ่านไม่ทันแล้ว ... แง๊ ๆ ติดไว้ก่อนคร๊าฟ
โดยคุณ
สาวบางโพ
(
1.9K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 14:40 น.] #704238 (92/97)
โดยคุณ โพธิ์ทอง [ดูรายการทั้งหมดของผู้ตั้งประมูล] (118.172.230.*) [29 Jun 09 03:20]
คงตื่นเต้นอนไม่หลับ ฮี่ ๆๆ พักผ่อนบ้างนะคร๊า...จุ๊บๆ
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 14:47 น.] #704254 (93/97)
.......ประวัติและความเป็นมาของท่านชาย (เอี๊ยว)
เอี๊ยว......เดิมทีเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง
ตัวสีดำ.....ซึ่งเกิดมาพร้อมกับ อดัมและอีฟ....
อยู่ในสวนเอเทนนับว่าเอี๊ยวเป็นสัตว์ตัวแรกของโลกก็ว่าได้.......
อีฟ......ซึ่งชอบและหลงไหลในเอี๊ยวเป็นอย่างมาก.....
เวลานอนต้องนอนกอดเอี๊ยว.................
กินก็ต้องกินกับเอี๊ยว.....................อาบน้ำก็ต้องอาบน้ำกับเอี๊ยวทุกๆ วัน.....
เวลาส่วนมากจะอยู่กับเอี๊ยวทั้งสิ้น.....
อดัม......ซื่งทนไม่ได้เมื่อเห็นหญิงซึ่งเกิดมาพร้อมกับตนจะชอบเอี๊ยวมากกว่าตน
ซึ่งเป็นผู้ชายแท้ๆ ความอิจฉาจึงเกิดขึ้น......
จึงได้วางแผนกำจัดเอี๊ยวเสียให้พ้นทาง............
และแล้วโอกาสก็มาถึง........
วันนั้น....อีฟนั่งตกเบ็ดอยู่ที่ริมสระ.....ในสวนเอเทน......ซึ่งเอี๊ยวไม่ได้อยู่กับอีฟด้วย
อดัมคิด.......เอี๊ยวต้องอยู่ที่บ้านแน่นอน........
อดัมจึงตรงดิ่ง......เข้าไปที่บ้านหวังกำจัดเอี๊ยวให้สิ้นซาก....
เมื่อไปถึง........เอี๊ยวซึ่งนอนอยู่บนเตียง......แผ่ไข่อย่างไม่อายใคร.......
อดัมเดินย่องเข้าไปหา.........เอี๊ยวได้ยินเสียงฝีเท้า....โผล่หัวจ้องมองทันที
เอี๊ยวตาเดียว.....มองอดัมอย่างไม่คิดอะไร.......พาลดีใจ......
วิ่งเข้าไปหาอดัมหวังว่าอดัมคงจะหยอกตนแบบอีฟ....
และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น......อดัม.....เอามือคว้าคอของเอี๊ยวขึ้นมา.......
บิดไปบิดมา.....มืออีกมือก็จับที่ไข่ เขย่าซ้าย เขย่าขวา โยกไปมา.....
จนเอี๊ยวทนไม่ไหว.......
"เลือดสีขาวขุ่นก็ทะลักออกมาจากตาเพียงดวงเดียว......ตายคามือทันที"
สมใจกู โดยแท้........ตายซะเถอะ ไอ้เอี๊ยว!!"
อดัมกลาวออกมาอย่างสะใจ
เมื่อเอี๊ยวตายไป.....วิญญาณ.................ได้เข้าไปหายมบาลของเอี๊ยว......
ยมบาลเอี๊ยว......" เจ้าเป็นอะไรตาย "
เอี๊ยว.............." โดนอดัมทำร้ายครับ เค้าบีบผมจนตายคามือเค้าเลย "
ยมบาล..........." เจ้ายังไม่ถึงฆาตนี่ ไป กลับไปเกิดใหม่ "
เอี๊ยว.............." ไม่เอาแล้วท่าน กลับไปเดี๋ยวอดัมเค้าบีบผมอีก....เค้าเกลียดผมจะตาย "
ยมบาล..........." งั้นข้าจะให้พรเจ้า 3 ประการก่อนไปเกิดใหม่ ดีไหม........เอ้าเร็วขอมา "
เอี๊ยว.............." ดีคับ.......งั้นผมขอเลยละกัน "
1.ขอให้ผมได้ใกล้ชิดกับอดัม ให้อดัมรักและถนอมผมไม่ทำร้ายผมอีกต่อไป
2.เมื่ออดัมมีความสุข......ก็ขอให้ผมมีความสุขไปด้วย
3.และเมื่อผมมีความสุข.....ขอให้แบ่งปั่นความสุขนี้ให้อีฟด้วย
ยมบาลเอี๊ยว....." ได้.....งั้นเจ้าไปเกิดเลยเดี๋ยวนี้..... "
แว๊บบบบบบบบบบบ!!
เมื่อเอี๊ยวไปเกิดใหม่......................
พรขอแรกก็ได้สัมฤิทธิ์ผล....เอี๊ยวได้ใกล้ชิดกับอดัม....ซึ่งอยู่หว่างขาของอดัม
พรข้อสอง......เมื่ออดัมฝันเปียก...เอี๊ยวก็ฝันเปียกไปด้วย...เอี๊ยวจึงมีความสุขไปกับอดัม
เหลือพรข้อสาม....
เวลาผ่านไป...นานแสนนาน...พรขอสามก็ได้สัมฤทธิ์ผล.....
อดัมและอีฟได้แอบมีอะไรกัน กลายเป็นมนุษย์คู่แรกของโลก และโดนขับไล่ออกจากสวนเอเทน..........
ปล.แต่ยังมีอดัมบางพวกที่ยังระลึกชาติได้และยังเกลียดเอี๊ยวอยู่
เช่น.....
กระเทย.......เกย์......ซึ่งไม่ต้องการเ อี๊ยว....และได้ตัดเจี้ยวทิ้งไป
โดยคุณ
สาวบางโพ
(
1.9K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 14:49 น.] #704261 (94/97)
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 15:47 น.] #704321 (95/97)
เครื่องซักผ้า
--------------------------------------------------------------------------------
มีสามีภรรยาอยู่ครอบครัวหนึ่ง ฃึ่งคนในบ้านมี พ่อ แม่ และ ลูก สามีและภรรยา ได้ตกลงกันว่า เวลาจะมีอะไรกัน ก็ขอให้ใช้รหัสเพราะกลัวลูกจะรู้ โดยตกลงกันว่า ถ้าเกิดอยากจะมีอะไรกันให้ใช้คำว่า " เครื่องฃักผ้า" แต่ถ้าเกิดว่าภรรยามีประจำเดือนก็ให้ใช้คำว่า " เครื่องฃักผ้าเสีย" เป็นที่ตกลงกันตามนี้
อยู่มาวันหนึ่ง ฝ่ายสามีนั่งจิบไวน์อยู่ก็เกิดมีความต้องการ ก็ได้เรียกลูกมาพบแล้วบอกลูกว่า ให้ลงไปบอกแม่ว่า "เครื่องซักผ้า" เมื่อฝ่ายภรรยาได้ยินแล้วก็เกิดอาการหงุดหงิดเพราะตัวเองกำลังทำงานบ้านอยู่ จึงให้ลูกไปโกหกฝ่ายสามีว่า "เครื่องซักผ้าเสีย" เมื่อฝ่ายสามีได้ยินดังนั้นก็เกิดอาการโมโห แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อฝ่ายภรรยาทำงานบ้านเสร็จแล้ว จึงนึกถึงสามีและสงสารสามี จึงให้ลูกไปบอกสามีว่า เครื่องซักผ้า ดังนั้นลูกจึงขึ้นมาบอกผู้เป็นพ่อ ว่าแม่ให้มาบอกว่า "เครื่องซักผ้า" เมื่อฝ่ายสามีได้ยินดังนั้น จึงให้ลูกมาบอกภรรยาว่า แม่พ่อบอกว่า "ซักมือแล้ว ..........................................
โดยคุณ
โพธิ์ทอง
(
7.8K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 16:24 น.] #704358 (96/97)
(D)
โดยคุณ
pusit
(
1.7K
)
[จ. 29 มิ.ย. 2552 - 20:13 น.] #704639 (97/97)
(D)
พิธีกรวันพรุ่งนี้อ.soungorndang โปรดติดตามชม ครับ
!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!
www1
Copyright ©G-PRA.COM