ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : บทความ........เที่ยวละไมของพี่ประภาส ครับ อ่านแล้วผมชอบมากครับ

(D)
อยากรู้ความหมายประโยคที่ว่า”คนเราควรได้เดินทางจริงๆสักครั้งในชีวิต” บินหลา




พี่บินหลาบอกไว้อย่างนั้น หมายความว่าอย่างไรคะ คงไม่ได้หมายความถึงการท่องเที่ยวไปเรื่อยๆใช่มั้ยคะ เพราะน้องก็ชอบการท่องเที่ยวมาก




ซ่อนกลิ่น









ผมไม่ค่อยแน่ใจนักหรอกครับว่า “การเดินทางอย่างแท้จริง” ของคุณบินหลาคืออะไร แต่ก็พอจะรู้สึกว่าเข้าใจมันอยู่ในประโยคนั้น




นี่กะว่าถ้าปะหน้าคุณบินหลาเมื่อไรจะถามเอาคำตอบมาตอบคุณซ่อนกลิ่นให้ ตอนนี้ก็ดองจดหมายของคุณมาตั้งนานแล้ว ผมก็ยังไม่สบช่องที่จะเจอคุณบินหลาสักที




เลยต้องขออนุญาตคุยตามความคิดของผมเองก็แล้วกัน

ผมแบ่งการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสองแบบ คือการเดินทางแบบตะกร้า และการเดินทางแบบขนนก แบบตะกร้าคงเคยเห็นกันนะครับ ไปเที่ยวเพื่อซื้อของลูกเดียว โดยเฉพาะเวลาไปต่างประเทศก็จะขนสินค้าแบรนด์เนมกันจนล้นตะกร้า




อีกแบบหนึ่งก็คือแบบขนนก นกนั้นเวลามันบินไปที่ไหนๆ ก็มักจะมีของที่ระลึกจากที่ต่างๆติดมาตามขนของมัน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นตุๆของป่าชายเลน ละอองเกสร ฝุ่นดินลูกรังหรือแม้แต่ความชื้นในแต่ละท้องที่ ผมว่าการเดินทางแบบนี้แหละครับน่าสนใจกว่าเยอะ




เมื่อเราเดินทางสิ่งที่จะติดตัวเรากลับมาอย่างที่ละอองเกสรหรือความชื้นติดมากับขนนกก็คือวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นที่เราเข้าไปพบเห็น ความนึกคิดของผู้คนที่เราเข้าไปเรียนรู้

ผมคิดเหมือนคุณบินหลาครับ ผมปรารถนาให้คนหนุ่มคนสาวของเราได้พบพานกับ “การเดินทางจริงๆ”สักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เดินทางผ่านเข้าไปในธรรมชาติและวิถีชีวิตเดิมๆของผู้คนในแต่ละถิ่น




เมื่อเราพูดถึงการเดินทาง สิ่งแรกที่คุณนึกถึงคืออะไร “จุดหมาย” ใช่ไหมครับ




“การเดินทางอย่างแท้จริง” ในความหมายของผม “จุดหมาย” ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด จุดหมายไม่ใช่หัวข้อแรกที่จะอยู่ในสมุดบันทึก แก่นแท้ของการเดินทางอย่างนี้อยู่ที่ “ระหว่างทาง” มากกว่า




เรียกว่า มรรค สำคัญไม่น้อยกว่าผล ว่าอย่างนั้นเถอะ




เมื่อปี พ.ศ ๒๕๑๙ ช่วงปิดเทอม ผมซึ่งตอนนั้นเป็นนักเรียน มศ.๔ (เทียบกับปัจจุบันก็คือ ม.๕ นั่นเอง) ได้ดันพูดกับเพื่อนคนหนึ่งไปเล่นๆว่าจะไปหามันตอนปิดเทอมที่มหาชัย พูดไปทั้งๆที่ไม่ได้จดเลขที่บ้านหรือแผนที่บ้านมาเลย เพราะคิดเอาว่าแค่พูดเล่นๆคงไม่ได้จะไปจริงๆ สมัยนั้นเรื่องโทรศัพท์ไปถามไปไถ่คงไม่ต้องพูดถึง ต้องคนมีตังค์นั่นแหละถึงจะมี




แล้วอยู่ดีๆวันหนึ่งผมก็อยากไปขึ้นเสียอย่างนั้น




เช้าตรู่ของวันเสาร์ผมพับกระดาษที่เขียนชื่อพ่อของเพื่อนซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่บางนกแขวกใส่กระเป๋ากางเกงกระโดดขึ้นรถสองแถวไปลงที่ตัวเมืองชลบุรี แล้วก็โบกรถบรรทุกจากชลบุรีเข้ากรุงเทพฯเพื่อตีตั๋วรถ บขส.ไปมหาชัย




ถึงมหาชัยก็เที่ยงเสียแล้ว เพราะผมเสียเวลาไปกับการโบกรถบรรทุกนานไปหน่อย จากมหาชัยกว่าที่ผมจะไปถึงบางนกแขวกแล้วเจอเพื่อนมันน่าจะใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงถ้าเป็นปัจจุบันนี้ แต่ผมใช้เวลาแค่ไหนรู้ไหมครับ




โน่นแน่ะครับข้ามไปถึงตอนเย็นของอีกวันหนึ่ง




ผมเจอเพื่อนผมในตอนเย็นของวันอาทิตย์ หลังจากอาบน้ำคลองจนชุ่มใจก็มาล้อมวงกินข้าวกับครอบครัวของเพื่อน แล้วก็เข้านอน ตอนเช้าเพื่อนมันก็พาผมไปส่งที่ท่ารถสองแถวเพื่อจะต่อรถกลับบ้าน เพราะผมบอกกับแม่ผมไว้ว่า จะมาหาเพื่อนแค่ 2 วัน ไม่อยากให้ท่านเป็นห่วงมาก




การเดินทางครั้งนี้ผมใช้เวลาอยู่ที่ “จุดหมาย” เพียงแค่แผลบเดียวถ้าเทียบกับเวลาของการเดินทาง ผมใช้เวลา “ระหว่างทาง” มากมาย และผมก็ได้อะไรมากมายจากตรงนั้นด้วย




ตอนที่ถึงมหาชัยนั้นผมลืมบอกไปว่า อันที่จริงแล้วผมมาผิดทาง คนที่มหาชัยเขาบอกให้ฟังว่าถ้าจะไปบางนกแขวกไม่จำเป็นต้องอ้อมมาทางนี้หรอกมีทางไปใกล้กว่านี้เยอะ ไอ้ผมก็เห็นว่าไหนๆก็มาถึงนี้แล้วน่าจะได้ไปเดินเล่นเสียหน่อยเดี๋ยวค่อยไปต่อเรือไปที่บางนกแขวกก็ได้




แล้วผมก็เดินเล่นเสียหน่อยจนผมพลาดเรือที่จะไปบางนกแขวกจนได้ ก็กว่าผมจะมาถึงที่ท่าเรือก็ปาไปเกือบสามทุ่มแล้ว จะไปหาเรือที่ไหนได้ ผมหาวัดนอนไม่ยากเลยที่มหาชัย ก่อนนอนยังได้ชวนเด็กวัดเข้าไปดูหนังในโรงหนังชั้นสองที่นั่น สองเรื่องควบเสียด้วยครับ ผมยังจำได้เลยว่าหนังเรื่องที่สองนั้นผมต้องถอดเสื้อดู เพราะพัดลมในโรงหนังมันเสีย




ผมมีโอกาสได้คุยกับหลวงพี่และเด็กวัดที่ให้ผมนอนพักอย่างสนุก ผมยังจำความอารีของป้าที่ขายบัวลอยไข่หวานหน้าโรงหนังที่แถมให้ผมอีกหนึ่งถ้วย และก็ไม่เคยลืมหมาแม่ลูกอ่อนที่วิ่งไล่ผมที่แถวหน้าร้านกาแฟข้างๆท่าเรือที่จะไปบางนกแขวก




ผมไม่เคยลืมความสุขและการเรียนรู้ในการเดินทางอย่างแท้จริงครั้งแรกของผมครั้งนี้เลย




จากวันนั้นผมก็ยังได้ทำอย่างนั้นอีกหลายๆครั้งตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย แต่คราวนี้ผมสามารถเดินทางครั้งหนึ่งใช้เวลาร่วมเดือนได้ด้วยวุฒิภาวะที่สูงขึ้น ผมนั่งตัวงอๆอยู่บนแพเล็กๆล่องแก่งไปเชียงราย และก็นอนอยู่ที่นั่นตั้งเป็นอาทิตย์โดยไม่มีจุดหมายเลยว่าจะไปดูอะไร ผมเข้าไปนอนกับพวกป่าไม้แถบทุ่งใหญ่โดยลืมวันกลับเพราะพลาดกระโดดขึ้นรถไปรับน้องกับพวกนักศึกษาคณะวนศาสตร์




ผมกอดอยู่กับป่าเกลือกอยู่กับทะเลจนคลอดเพลง “เที่ยวละไม” หรือที่ใครๆชอบเรียกว่าเพลงเอาตูดแช่น้ำนั่นแหละออกมา




ผมยังได้เดินทางแบบ “จุดหมายเป็นเรื่องรอง”อีกหลายๆครั้งจนกระทั่งผมแต่งงานและมีลูก โอกาสแบบนั้นจึงน้อยลง




และเมื่อผมคิดถึงชีวิตผมก็มักจะคิดไปว่านี่ก็คือการเดินทางอย่างหนึ่ง




ชีวิตครอบครัวก็คือการเดินทางร่วมกันกับคนที่เรารัก จุดหมายของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป แม้ว่าผมจะตั้งเป้าหมายอะไรไว้อยู่บ้าง แต่ผมก็จะไม่ลืมที่จะให้ “มรรค” เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด




บางทีผมก็คิดว่าตัว “มรรค” นั่นแหละคือ “ผล” นั่นเอง




ที่ผมพูดไว้ตอนต้นๆของการพูดคุยวันนี้ว่า ผมอยากให้หนุ่มสาวของเราได้มีวันคืนแห่งการเดินทางจริงๆสักครั้งในชีวิตนั้น เพราะผมมีความเชื่ออยู่ว่า เราจะค้นพบตัวเองได้ง่ายขึ้นเมื่ออยู่กับธรรมชาติแล้ว




เพราะมนุษย์มาจากธรรมชาติ ยิ่งเรากลับไปหามันมากเท่าไร ก็เท่ากับเรากลับเข้าไปใกล้ตัวเองมากขึ้น




ชีวิตชนบทเป็นชีวิตแท้ๆตามสภาพภูมิประเทศ ในลุ่มในดอนมีอะไรเขาก็กินอย่างนั้น ลมฟ้าเป็นอย่างไรเขาก็อยู่อย่างนั้น ชีวิตชนบทเป็นชีวิตที่น่าเรียนรู้น่าจับต้องด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหนุ่มคนสาวที่จะต้องเติบโตไปนำสังคมต่อไป




สมัยอยู่มหาวิทยาลัยผมบ้าทำกิจกรรมหลายอย่าง ผมทำละครเพราะรักในศิลปะและวรรณกรรม ผมเล่นรักบี้เพราะชอบกีฬาและชอบความเป็นทีมเวิร์ค อีกทั้งกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาผมก็ชอบที่จะไปร่วมด้วยแม้จะไม่ได้ขึ้นแท่นเป็นตัวตั้งตัวตี




ผมชอบค่ายอาสาตรงที่ได้ออกไปสู่ชนบท ได้เรียนรู้ชีวิตของคนชนบทเป็นเวลานานๆ กินอยู่เหมือนกับชาวบ้าน ได้เรียนรู้ธรรมชาติของพื้นที่และคนในประเทศของเรา แต่ผมไม่ชอบการล้อมวงรอบกองไฟของชาวค่ายเพื่อมานั่งถกเถียงว่าสังคมนิยมกับประชาธิปไตยอันไหนดีกว่ากัน แล้วตอนเช้าก็เลยไม่มองหน้ากัน




การออกไปสร้างโรงเรียนหรือสอนหนังสือเด็กๆในการออกค่าย ผมก็มองว่าเป็นเรื่องรอง เป็น “ผล” ที่ผมกำลังพูดถึงนั่นเอง

โดยคุณ artirvana (1.5K)  [พฤ. 02 ก.ค. 2552 - 17:02 น.]



โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [พฤ. 02 ก.ค. 2552 - 18:01 น.] #709626 (1/6)

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [พฤ. 02 ก.ค. 2552 - 19:12 น.] #709709 (2/6)

โดยคุณ karn_999 (96)  [พฤ. 02 ก.ค. 2552 - 19:17 น.] #709714 (3/6)
อยากจะมีโอกาสสักครั้งเหมือนกัน สำหรับการเดินทางที่แท้จริง ไม่มีจุดหมาย ไม่มีปลายทาง มีแต่ สองเท้าที่ก้าวเดินไปข้างหน้า อย่างไมหยุดยั้ง

โดยคุณ toei89 (625)  [พฤ. 02 ก.ค. 2552 - 20:35 น.] #709870 (4/6)

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [พฤ. 02 ก.ค. 2552 - 23:12 น.] #710245 (5/6)

โดยคุณ artirvana (1.5K)  [พฤ. 02 ก.ค. 2552 - 23:48 น.] #710277 (6/6)
ผมชอบบทความนี้จริงๆครับ อยากให้เพอื่นๆ อ่านไว้ เพื่อเป็นประโยชไม่มาก็น้อยครับผม

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM