ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : @@@รายการ " คุยกันทั้งวัน....เช้ายันดึก "@@@...By อยากเป็นเซียน 07-07-2552



(D)


สวัสดีครับ เพื่อนสมาชิก Gพระ กระผม อยากเป็นเซียน (ตั้มศรีราชา) ได้รับทำหน้าที่ ผู้ดำเนิน @@@รายการ " คุยกันทั้งวัน....เช้ายันดึก "@@@ แทน พี่เอกร้านบ้านยีนส์ เนื่องจาก พี่เอก ติดภาระกิจด่วน! จึงให้ผมมาดำเนินรายการแทนครับ

เนื่องจากยังไม่ได้ตั้งตัว จึงไม่รู้จะนำเรื่องไหนมาเปิดประเด็นคุยกับเพื่อนสมาชิก และเห็นว่าวันนี้ เป็นวันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา จึงขอนำเสนอหัวข้อเรื่อง......วันอาสาฬหบูชา

โดยคุณ อยากเป็นเซียน (3.2K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 00:00 น.]



โดยคุณ อยากเป็นเซียน (3.2K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 00:02 น.] #715607 (1/61)


(D)
วันอาสาฬหบูชา ต ร ง กั บ วั น ขึ้ น ๑ ๕ ค่ำ เ ดื อ น ๘
วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้ เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา ดังนั้น ธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม

เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมาแล้วนั้นชมพูทวีปในสมัยโบราณ กำลังย่างเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความเจริญก้าวหน้า รุ่งเรืองเฟื่องฟูทุกด้านและมีคนหลายประเภททั้งชนผู้มั่งคั่งร่ำรวย นักบวชที่พัฒนาความเชื่อและ ข้อปฏิบัติทางศาสนา เพื่อให้ผู้ร่ำรวยได้ประกอบพิธกรรมแก่ตนเต็มที่ ผู้เบื่อหน่ายชีวิตที่วนเวียน ในอำนาจและโภคสมบัติที่ออกบวช หรือบางพวกก็แสวงหาคำตอบที่เป็นทางรอกพ้นด้วยการคิดปรัชญาต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เหลือวิสัยและไม่อาจพิสูจน์ได้บ้าง พระพุทธเจ้าจึงทรงอุบัติในสภาพเช่นนี้ และดำเนินชีพเช่นนี้ด้วยแต่เมื่อทรงพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นขาดแก่นสาน ไม่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง แก่ตนเองและผู้อื่น จึงทรงคิดหาวิธีแก้ไขด้วยการทดลองต่าง ๆ โดยละทิ้งราชสมบัติ และอิสริยศแล้วออกผนวช บำเพ็ญตนนานถึง ๖ ปี ก็ไม่อาจพบทางแก้ได้ ต่อมาจึงได้ทางค้นพบ มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เมื่อทรงปฏิบัติตามมรรคานี้ก็ได้ค้นพบสัจธรรมที่นำคุณค่า แท้จริงมาสู่ชีวิต อันเรียกว่า อริยสัจ ๔ ประการ ในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศก ๔๔ ปี ที่เรียกว่า การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จากนั้นทรงงานประกาศศาสนาโดยทรงดำริหาทางที่ได้ผลดีและรวดเร็ว คือ เริ่มสอนแก่ผู้มีพื้นฐานภูมิปัญญาดีที่รู้แจ้งคำสอนได้อย่างรวดเร็วและสามารถนำไปชี้แจงอธิบาย ให้ผู้อื่นเข้ามาได้อย่างกว้างขวาง จึงมุ่งไปพบนักบวช ๕ รูป หรือเบญจวัคคีย์ และได้แสดงธรรม เทศนาเป็นครั้งแรกในวันเพ็ญ เดือน ๘

โดยคุณ อยากเป็นเซียน (3.2K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 00:06 น.] #715609 (2/61)
ใ จ ค ว า ม ส ำ คั ญ ข อ ง ป ฐ ม เ ท ศ น า
ในการแสดงแสดงปฐมเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้าทรงแสดงหลักธรรมสำคัญ ๒ ประการคือ

ก. มัชฌิมาปฏิปทาหรือทางสายกลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ มิใช่การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด ๒ อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ

๑. การหมกหมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่า เป็นการหลงเพลิดเพลินหมกหมุ่นในกามสุข หรือ กามสุขัลลิกานุโยค

๒. การสร้างความลำบากแก่ตนดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น การดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค

ดังนั้นเพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้ ต้องใช้ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ ๘ ประการ เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ ๘ ได้แก่

๑. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง
๒. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม
๓. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต
๔. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต
๕. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต
๖. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี
๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด
๘. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน

ข. อริยสัจ ๔ แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ ซึ่งคือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่

๑. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ บุคคลต้องกำหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคืออะไร ต้องยอมรับรู้กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง ต้องเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่ยึดติด

๒. สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา ตัวการสำคัญของทุกข์ คือ ตัณหาหรือเส้นเชือกแห่งความอยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ

๓. นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ อยู่อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา

๔. มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห้งการแก้ปัญหา อันได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ ประการดังกล่าวข้างต้น

โดยคุณ อยากเป็นเซียน (3.2K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 00:06 น.] #715610 (3/61)
ผ ล จ า ก ก า ร แ ส ด ง ป ฐ ม เท ศ น า
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแล้ว ปรากฏว่าโกณฑัญญะผู้เป็นหัวหน้าเบญจวัคคีย์ได้เกิดเข้าใจธรรม เรียกว่า เกิดดวงตาแห่งธรรมหรือธรรมจักษุ บรรลุเป็นโสดาบัน จึงทูลขอบรรพชาและถือเป็นพระภิกษุสาวก รูปแรกในพระพุทธศาสนา มีชื่อว่า อัญญาโกณฑัญญะ

โดยคุณ อยากเป็นเซียน (3.2K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 00:06 น.] #715611 (4/61)
ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง อ า ส า ฬ ห บู ช า
“อาสาฬหบูชา” (อา-สาน-หะ-บู-ชา/อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา) ประกอบด้วยคำ ๒ คำ คือ อาสาฬห (เดือน ๘ ทางจันทรคติ) กับบูชา (การบูชา) เมื่อรวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน ๘ หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน ๘ หรือเรียกให้เต็มว่า อาสาฬหบูรณมีบูชา

โดยสรุป วันอาสาฬหบูชา แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญ เดือน ๘ หรือ การบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในวันเพ็ญ เดือน ๘ คือ

๑. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา
๒. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศพระศาสนา
๓. เป็นวันที่เกิดอริยสงฆ์ครั้งแรกคือการที่ท่านโกณฑัญญะรู้แจ้งเห็นธรรม เป็นพระโสดาบัน จัดเป็นอริยบุคคลท่านแรกในอริยสงฆ์
๔. เป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา คือ การที่ท่านโกณฑัญญะขอบรรพชาและ ได้บวชเป็นพระภิกษุ หลังจากฟังปฐมเทศนาและบรรลุธรรมแล้ว
๕. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงได้ปฐมสาวกคือ การที่ท่านโกณฑัญญะนั้น ได้บรรลุธรรม และบวชเป็นพระภิกษุ จึงเป็นสาวกรูปแรกของพระพุทธเจ้า

เมื่อเปรียบกับวันสำคัญอื่น ๆ ในพระพุทธศาสนา บางทีเรียกวันอาสาฬหบูชา นี้ว่า วันพระสงฆ์ (คือวันที่เริ่มเกิดมีพระสงฆ์)

โดยคุณ อยากเป็นเซียน (3.2K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 00:08 น.] #715612 (5/61)


(D)


พิธีกรรมที่กระทำในวันนี้ โดยทั่วไป คือ ทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล เวียนเทียน ฟังพระธรรมเทศนา (ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร) และสวดมนต์ ดังนั้นในวันนี้จึงถือว่า พุทธศาสนิกชนควรได้รับประโยชน์ ที่เป็นสาระสำคัญจากอาสาฬหบูชา กล่าวคือ ควรทบทวนระลึกเตือนใจสำรวจตนว่า ชีวิตเราได้เจริญงอกงามขึ้นด้วยความเป็นอยู่อย่างผู้รู้เท่าทันโลกและชีวิตนี้บ้างแล้วเพียงใด เรายังดำเนินชีวิตอยู่อย่างลุ่มหลงมัวเมา หรือมีจิตใจอิสระปลอดโปร่งผ่องใสบ้างแล้วเพียงใด

โดยคุณ อยากเป็นเซียน (3.2K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 00:11 น.] #715619 (6/61)
พิธีกร ขอตัว Zzzก่อนครับ สว่างแล้วเจอกัน

โดยคุณ WEERA_NUNGHOTMAI (2.8K)(16)   [อ. 07 ก.ค. 2552 - 00:28 น.] #715629 (7/61)


(D)
สาธุ

โดยคุณ น้องกระแต (1.8K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 00:33 น.] #715633 (8/61)
"การหมกหมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่า เป็นการหลงเพลิดเพลินหมกหมุ่นในกามสุข หรือ กามสุขัลลิกานุโยค"

.......น้องกระแต..สัญญา ว่าจะไม่หมกมุ่น ในกามสุขัลลิกานุโยค......

ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น

ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น

ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น

ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น

ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น

ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น.....ว่าจะไม่หมกมุ่น

โดยคุณ น้องกระแต (1.8K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 00:36 น.] #715642 (9/61)


(D)



โดยคุณ thanaanan (7K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 01:19 น.] #715670 (10/61)


(D)


สวัสดีรอบแรกช่วงเข้าวันใหม่ครับท่าน อยากเป็นเซียน พิธีกรประจำวัน

โดยคุณ thanaanan (7K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 01:34 น.] #715673 (11/61)


(D)


ยอดเยี่ยมจริงๆครับท่าน อยากเป็นเซียน เริ่มด้วยประวัติและวันสำคัญของพุทธศาสนา""วันอาสาฬหบูชา""

สวัสดีครับ ท่านวีระ....

สวัสดีครับ ท่านน้องกระแต....


โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 02:02 น.] #715682 (12/61)
สวัสดีค่ะ.....ทุกท่าน....

โดยคุณ thanaanan (7K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 02:12 น.] #715686 (13/61)


(D)


สวัสดีครับ ท่านหญิงวันเพ็ญ โพธิ์ทอง....นอนดึกนะครับ


โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 02:49 น.] #715695 (14/61)
ท่านน้องกระแตนอกใจ

ไม่เป็นไรยกให้น้องจูน เอาไปดูแลแทนคู่กะหมีที่ได้รางวัลไป ฮี่ ๆ ๆ

หรือว่าได้คนดูแลหมีแทนแล้วห๋า? น้องจูนจ๋าาาา

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 05:33 น.] #715793 (15/61)


(D)


สวัสดียามเช้าครับท่าพิธีกร "อยากเป็นเซียน และพี่ๆน้องๆเพื่อนๆที่น่ารักทุกๆท่าน ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 05:36 น.] #715794 (16/61)


(D)
ขอบพระคุณท่านต้น ที่ทำหน้าที่พิธีกรเมื่อวานนี้ด้วยครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 05:38 น.] #715795 (17/61)


(D)


ขอบพระคุณอีกครั้งกับทีมงานระยอง สำหรับงานมิตติ้งระยอง ที่สร้างความประทับ และเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไปครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 05:39 น.] #715796 (18/61)


(D)
วันนี้ในอดีต ครับ

7 กรกฎาคม: วันอาสาฬหบูชา (พ.ศ. 2552), วันเอกราชในหมู่เกาะโซโลมอน (พ.ศ. 2521), วันแรกของเทศกาลวิ่งวัว ณ ปัมโปลนา สเปน

• พ.ศ. 1999 (ค.ศ. 1456) - โยนออฟอาร์ค (ในภาพ) ได้รับการตัดสินให้พ้นข้อกล่าวหา หลังจากถึงแก่กรรมแล้ว

• พ.ศ. 2441 (ค.ศ. 1898) - หมู่เกาะฮาวายถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

• พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937) - เหตุการณ์ ณ สะพานมาร์โค โปโล เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง

• พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) - สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเพลงส้มตำ ไปขับร้องโดย พุ่มพวง ดวงจันทร์ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

• พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) - ผู้ก่อการร้ายจุดระเบิดต่อเนื่องที่ลอนดอน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 56 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 05:40 น.] #715797 (19/61)


(D)
สุภาษิตและสำนวนไทย ครับ

งูเห็นนมไก่ ไก่เห็นตีนงู

คำพังเพยสำนวนนี้ จะพูดสลับกัน คือเอาประโยคหลังขึ้นก่อนก็ได้ว่า "ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่" เพราะความหมายสัมพันธ์กัน ซึ่งตามธรรมชาติแล้วเราจะไม่เคยได้เห็น "ตีนงู" หรือ "นมไก่" เลย เพราะงูไม่มีตีนและไก่ก็ไม่มีนม ความหมายของสำนวนจึงแปลว่า คนสองคนต่างคนต่างเห็นหรือรู้เรื่องเดิมหรือรู้ความในกันดี แต่คนอื่นอาจไม่เห็น หรือไม่รู้เรื่องของคนสองคนนี้เลย เช่น คนสองคนทำตนเป็นคนมั่งมีหรือมีความรู้สูงเพื่ออวดคนอื่น ๆ แต่ทั้งสองคนนี้ต่างรู้ไส้กันดีว่าแท้จริงแล้วต่างคนต่างไม่มีเงิน หรือไม่มีความรู้เลยเมื่อมาพบกันเข้าจึงเท่ากับว่า "ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่"


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 05:42 น.] #715798 (20/61)


(D)
คำคมจากโกวเล้งมาฝาก ครับ


“…ในชั่วชีวิตของคนเรา ความจริงมีเรื่องราวที่ มิว่าผู้ใดก็ต้องอับจนปัญญา
นับเป็นโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชั่วชีวิต…เป็นความเจ็บปวดสุดซึ้งที่สุด
ของชั่วชีวิต พบพานกับเรื่องเช่นนี้…ท่านไม่มีปัญญากระเสือกกระสนดิ้นรน
ไม่มีปัญญาต่อสู้ขัดขืนไม่มีปัญญาปฏิเสธตัดรอนเลย แม้นับว่าท่านยินยอมให้ร่างกาย
เป็นผุยผงตกอเวจีไปชั่วกัปกัลปยังคงไม่อาจเหนี่ยวรั้งที่ท่านสูญเสียให้กลับมาได้
อาจบางทีท่าน…ความจริงมิเคยได้มันมาเลยตลอดกาลนาน…”



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 05:45 น.] #715799 (21/61)
เรื่องเก่าเล่าอดีต ครับ

อสูรผู้คุ้มครอง ร.6

เล่ากันจะในสมัยรัชกาลที่ 6 จะมีอสูรขอติดตามคอยรับใช้เพื่อพิทักษ์เบื้องพระยุคลบาทมิให้ภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงทั้งหลายมากล้ำกลาย

เมื่อพระบาทสมเด้จพระเจ้าอยุ่หัวรัชกาล ที่6 ครั้งยังทรงพระเยาว์ ได้เสด็จออกมนฑลพายัพ คืนหนึ่งในขณะที่ทรงประทับอยุ่กลางป่า ทรงพระสุบินว่า มีชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่โต มาเข้าฝันและกราบบังคมทูลว่า
"ข้าพเจ้าเป็นอสูรชาวป่าวชื่อว่า ฮู ยึดมั่นอยู่ในสัมมาปฎิบัติ มีความลื่สมใสในพระองค์ จะขอติดตามคอยรับใช้เพื่อพิทักษ์เบื้องพระยุคลบาทมิให้ภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงทั้งหลายมากล้ำกลายพระองค์"
เมื่อทรงตื่นจากบรรทมจึงโปรดให้จุดธูปเทียนบูชา พร้อมเครื่องสังเวยบอกกล่าว และหลังจากนั้นทุกวัน เมื่อทรงเสวยพระองค์ก็จะทรงแบ่งพระกระยาหาร เซ่นอสูรผู้นั้นเสมอ และยังมีคนเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ คอยอยู่ใกล้ ๆ ที่ประทับประจำ
เมื่อทรงเสด็จกลับพระนครพระองค์จึงโปรดให้ พระยาอนุศาสตร จิตร เขียนรูปอสูรให้ตามที่รพะองค์ทรงพระสุบิน จนกระทั้ง พระองค์ครองราชในปี พ.ศ. 2465 ทรงพระราชทานนามให้อสูรตนนั้นว่า "ท้าวหิรัญอสูร" แต่คนทั่วไปเรียกว่า "ท้าวหิรัญ ฮู"
ปัจจุบันศาลของท้าวหิรัญอสูรตั้งอยุ่ที่ด้านหลังของโรงพยาบาล พระมงกุฎฯ พญาไท เป็นที่เคารพบูชาของบุคลทั่วไป
(เสียดายจังครับผมหารูปมาประกอบไม่ได้เลย)

ที่มา : 100เรื่องเก่า เล่าสนุก
ของ : โรม บุนนาค
เรียบเรียง : วาทิน ศานติ์ สันติ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 05:46 น.] #715800 (22/61)


(D)
คำคมยามเช้า ครับ

คนเราเจ็บปวดครั้งแรก
พอที่จะโทษคนอื่นได้
แต่เจ็บปวดครั้งที่สอง
มีแต่ต้องโทษตัวเอง

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 05:50 น.] #715802 (23/61)


(D)
กลศึกสามก๊ก

ว่าด้วยกลยุทธ์ชนะศึก

กลยุทธ์ที่ 1 ปิดฟ้าข้ามทะเล

กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเล หรือ หมานเทียนกว้อไห่ เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊ก กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการที่คิดหรือมองข้ามสิ่งใด ๆ ก็ตาม ที่คิดว่าตนเองนั้นได้ตระเตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้ว ก็มักจะมีความประมาทเลินเล่อและมองข้ามศัตรูไปอย่างง่ายดาย พบเห็นสิ่งใดที่มองเห็นเสมอในยามปกติก็ไม่บังเกิดความสงสัยหรือติดใจในสิ่งนั้น เกิดความชะล่าใจในตนเอง การบุกเข้าโจมตีศัตรูโดยที่ศัตรูไม่ทันรู้ตัวและตั้งระวังทัพได้ทันนับว่าเป็นการได้ชัยชนะในการต่อสู้มาแล้วครึ่งหนึ่ง สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย การปกปิดอำพรางซ่อนเร้น จึงเป็นกลยุทธ์ที่มีความสำคัญมากที่สุดในการทำศึกสงคราม
มรรควิถีแห่งการใช้ยุทธวิธีในการต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่เข้มแข็งกว่าควรใช้วิธี "นบน้อมถ่อมตน" ปฏิบัติตนอย่างนอบน้อมทำให้ศัตรูเกิดความเหลิงลำพอง หย่อนคลายความระมัดระวัง แล้วจงรอคอยจนกระทั่งได้จังหวะและโอกาสเหมาะสมจึงรุกเข้าโจมตีให้พินาศย่อยยับ ตำราพิชัยสงครามซุนวูกล่าวไว้ว่า "พึงถ่อมตัวพินอบพิเทาเสริมให้ศัตรูโอหังได้ใจ" ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเลไปใช้ได้แก่ลิบองที่ปลอมตนเป็นพ่อค้าเดินเรือสำเภา ลอบบุกเข้าโจมตีเกงจิ๋วโดยที่กวนอูไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย
•

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 05:52 น.] #715805 (24/61)


(D)
เมื่อคราวที่จูกัดเหลียงวางกลอุบายยึดเอาเกงจิ๋วจากซุนกวนมาให้เล่าปี่ ได้มอบหมายให้กวนอูเป็นผู้รักษาเมือง มีหน้าที่คอยสอดส่องตรวจตราดูแลและรักษาเกงจิ๋วไว้ ซุนกวนเมื่อเสียเกงจิ๋วและเสียรู้ให้แก่จูกัดเหลียงก็โกรธแค้น จึงส่งกองทัพมาหมายจะยึดเอาเกงจิ๋วคืนเป็นของตนโดยมอบหมายให้ลิบองเป็นแม่ทัพ คุมทหารพันนายจากกังตั๋งไปเผชิญหน้ากับกวนอูที่ลกเค้าซึ่งเป็นเขตแดนติดต่อกัน ขณะนั้นกวนอูนำทัพยกไปตีซงหยงได้สำเร็จก็เกิดความระแวงลิบองที่ตั้งทัพเผชิญหน้ากัน เกรงลิบองจะนำกำลังทหารเข้ายึดเกงจิ๋วคืน จึงสั่งการให้ทหารปลูกร้านเพลิงเรียงรายตามริมฝั่งแม่น้ำเริ่มจากด่านลกเค้าเรื่อยมาจนถึงเกงจิ๋ว ระยะทางให้มีความห่างไกลกันประมาณสองร้อยถึงสามร้อยเส้น พร้อมสั่งให้คนอยู่ดูแลรักษามิได้ขาด[4]
กวนอูสั่งการให้ทหารอยู่ประจำจุดรักษาร้านเพลิงจุดละห้าสิบคน ถ้าแม้นลิบองนำทัพเข้ายึดเกงจิ๋วในตอนกลางคืนให้จุดเพลิงให้สว่าง ถ้าแม้นนำทัพมาตอนกลางวันให้สุมจนเกิดควันขึ้น ควันจากเพลิงจะเป็นสัญญาณให้กวนอูนำทัพกลับมาช่วยได้ทัน กวนอูคุมหารบุกตีฝ่าไปจนถึงอ้วนเสียและฆ่าบังเต๊กนายทหารของโจโฉตาย สุมาอี้จึงออกกลอุบายในการศึกแก่ซุนกวนให้นำทัพไปเพื่อยึดตีเกงจิ๋วคืน ลิบองที่ตั้งทัพเผชิญหน้ากวนอูรู้ถึงการที่กวนอูจัดตั้งทัพระวังเมืองอย่างรัดกุมและเข้มแข็ง จึงหาโอกาสบุกเข้ายึดเกงจิ๋วคืนโดยวางกลอุบายแสร้งทำเป็นป่วยไข้อย่างหนักจนไม่สามารถนำทัพได้
ซุนกวนทราบข่าวลิบองล้มป่วยก็ไม่สบายใจ ลกซุนจึงกล่าวแก่ซุนกวนว่า "ซึ่งลิบองป่วยนั้นเป็นอุบาย เห็นหาป่วยจริงไม่"[5] ซุนกวนจึงให้ลกซุนทำทีไปเยี่ยมดูอาการป่วยของลิบองเพื่อให้รู้แน่นอนว่าเป็นกลอุบาย ครั้นรู้แจ้งว่าลิบองแกล้งป่วยจากการที่กวนอูตระเตรียมทหาร ปลูกร้านเพลิงรายตามแม่น้ำ ป้องกันบ้านเมืองเป็นมั่นคง ลกซุนก็แสร้งหัวเราะพร้อมกับออกอุบายให้แก่ลิบองในการยึดครองเกงจิ๋วว่า "ซึ่งเมืองเกงจิ๋วตระเตรียมทหารแลจัดแจงเมืองไว้ทั้งนี้ เพราะกวนอูคิดวิตกอยู่ด้วยท่านมาตั้งอยู่ที่นี่จึงไม่ไว้ใจ ถ้าท่านรู้อุบายทำเป็นป่วยไปเสียจากที่นี้แลจัดแจงให้ผู้อื่นมาอยู่แทน แล้วให้พูดสรรเสริญกวนอู กวนอูก็จะทะนงใจจะอยู่รบเอาเมืองอ้วนเซียให้ได้ ไม่คิดระวังหลัง เราจึงคิดวกไปตีเอาเมืองเกงจิ๋วก็จะได้โดยง่าย"[6] ลิบองได้ยินกลอุบายของลกซุนก็ดีใจ จึงแสร้งทำป่วยต่อไปและขอให้ซุนกวนแต่งตั้งลกซุนเป็นแม่ทัพดูแลกองทัพแทนตน
เมื่อลกซุนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพแทนลิบองเดินทางมาถึงกองทัพ ก็มอบหมายให้ม้าใช้ถือหนังสือและแต่งเครื่องบรรณาการไปขอผูกมิตรไมตรีต่อกวนอูความว่า "บัดนี้ซุนกวนให้ข้าพเจ้าออกมารักษาค่ายลกเค้าแทนลิบอง ข้าพเจ้าขัดมิได้ก็ออกมาอยู่ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งแก่ข้าพเจ้าด้วย"[7] กวนอูเห็นลกซุนได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพแทนลิบอง จึงถามผู้ถือหนังสือว่า "ลิบองซึ่งรักษาอยู่ก่อนนั้นไปไหนเล่า" ผู้ถือหนังสือจึงตอบว่า "ลิบองนั้นป่วยอยู่ จึงให้ลกซุนออกมารักษาแทน" กวนอูจึงกล่าวแก่ผู้ถือหนังสือว่า "ซุนกวนนี้ก็เป็นคนดี เหตุไฉนจึงใช้ให้ลูกเด็กออกมาอยู่ดังนี้" ผู้ถือหนังสือจึงว่า "ลกซุนให้ข้าพเจ้าถือหนังสือกับสิ่งของทั้งปวงมาคำนับท่าน จะให้ท่านทั้งสองฝ่ายเป็นไมตรีแก่กัน ขอท่านได้รับเอาสิ่งของทั้งนี้ไว้ด้วยเถิด"[7]
กวนอูนั้นเป็นผู้ที่หยิ่งต่อผู้ที่เข้มแข็งกว่าตนเอง รวมทั้งไม่ทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่า เห็นว่าลกซุนอายุยังน้อยรวมทั้งมีความอ่อนน้อมถ่อม มีสัมมาคาราวะในตนก็นึกประมาท ไม่ติดใจสงสัยในตัวลกซุนที่แต่งเครื่องบรรณาการมาขอผูกมิตรไมตรีรวมทั้งเลิกระแวงทหารจากกังตั๋งที่จะบุกเข้ายึดเกงจิ๋ว ทำให้การป้องกันรักษาเกงจิ๋วที่รัดกุมและแข็งแกร่งเกิดการหละหลวม ลิบองที่แสร้งป่วยจนไม่สามารถนำทัพได้สบโอกาสยึดเกงจิ๋วคืน จึงจัดแจงนำกำลังทหารสามหมื่นลงซุ่มไว้ในเรือแปดสิบลำ ให้ทหารซึ่งชำนาญในการเรือใส่เสื้อขาว ทำเป็นเพศลูกค้าสำหรับแจวเรือ จึงให้ฮันต๋ง จิวท่าย เจียวขิม จูเหียน พัวเจี้ยง ชีเซ่งและเตงฮองเป็นนายทหารเจ็ดคน ตนเองปลอมตัวเป็นพ่อค้าและนำทัพเข้ายึดร้านเพลิงทีละแห่ง จากด่านลกเค้าจนถึงเกงจิ๋วโดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ตัวแม้แต่คนเดียว[8]
ทหารลิบองแสร้งทำเป็นลูกค้าเรือสำเภาถูกพายุซัดเข้ามา ทำทีขออาศัยร้านเพลิงเพื่อหลบพัก ทหารซึ่งรักษาร้านเพลิงก็หลงเชื่อจึงให้จอดเรืออาศัย ครั้นถึงเวลาประมาณทุ่มเทษ ลิบองจึงสั่งการให้ทหารในเรือสำเภาล้อมจับทหารซึ่งรักษาร้านเพลิงลงเรือสิ้นทุกร้าน และปลอบเอาใจทหารกวนอูซึ่งจับมาแต่ร้านเพลิงนั่นว่า "ท่านจงอยู่ทำราชการศึกด้วยเราเถิด เราจะปูนบำเหน็จแก่ท่านให้ถึงขนาด"[9] ลิบองออกอุบายเกลี้ยกล่อมทหารกวนอูที่ถูกควบคุมตัวเป็นเชลยให้ร้องเรียกเพื่อนทหารที่อยู่ภายในเกงจิ๋วเพื่อเปิดประตูให้ ทหารกวนอูไม่ทันระวังและไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะกลายเป็นทหารของศัตรูจึงยอมเปิดประตูรับ ลิบองจึงนำทัพเข้ายึดเกงจิ๋วคืนอย่างง่ายดาย ทำให้กวนอูต้องกลอุบายของลิบองและลกซุนจนเสียเกงจิ๋วให้แก่ลิบองด้วยความประมาทและชะล่าใจในการป้องกันรักษาเมือง กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเลหรือหมานเทียนกว้อไห่ของลิบอง ก็ประสบความสำเร็จในการยึดเอาเกงจิ๋วคืนให้แก่ซุนกวนและเอาชนะกวนอูได้อย่างงดงาม


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:02 น.] #715810 (25/61)


(D)
คำสอนสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)

ตอน บุญสลึงเฟื้อง

ยายแฟงมีอาชีพเป็นแม่เล้า เจ้าของซ่อง อาศัยแรงกายที่ขายกามของหญิงโสเภณีเป็นอยู่ แกไม่ต้องทำอาชีพอื่นให้เหน็ดเหนื่อย หากินบนความทุกข์ของคนอื่นนี่สบายที่สุด จะไปทำอย่างอื่นให้เมื่อยตุ้มทำไม อาชีพแม่เล้าทำให้แกร่ำรวย มีเงินทองมากขึ้นทุกวัน จนใครๆ พากันนับถือ (นับถือเงินตรา)

เมื่ออายุมากขึ้น ยายแฟงคิดอยากทำบุญใหญ่สักครั้งหนึ่ง เผื่อจะช่วยลบรอยบาปที่ฉาบทาชีวิตลงได้บ้าง จึงได้บริจาคเงินจำนวนมากสร้างวัดใหม่ยายแฟง หรือวัดคณิกาผล ที่เรียกกันในเวลาต่อมาที่ป้อมปราบศัตรูพ่าย ฝั่งพระนคร

การสร้างวัดได้สำเร็จเสร็จลงด้วยดี ยายแฟงแกดีใจมากว่าแม้ตัวแกจะมีอาชีพเป็นเพียงแม่เล้า แต่ก็สามารถมีเงินสร้างวัดได้อย่างท่านเศรษฐีเชียวนะ วันฉลองวัด ยายแฟงได้นิมนต์สมเด็จฯ โต ไปเทศน์แสดงอานิสงส์ของการสร้างวัด จะได้บุญมากน้อยอย่างไร เทศนาธรรมของสมเด็จฯ โต ตอนหนึ่งมีว่า

“ยายแฟงสร้างวัดครั้งนี้ ได้ผลอานิสงส์บกพร่อง ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเงินที่สร้างวัดเป็นเงินที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของคนอื่นที่ไม่ชอบด้วยธรรมเนียม ถ้าเปรียบอานิสงส์นี้ด้วยเงินเหรียญบาท ยายแฟงก็ได้ไม่เต็มบาท จะได้สักสลึงเฟื้องเท่านั้น นี่ว่าอย่าเกรงใจกันนะ”

ใครๆ ฟังแล้วก็ชอบใจ หัวเราะกันครื้นเครง แต่ยายแฟงฟังแล้วเกร็งๆ ซ้ำขัดเคือง กาลเวลาผ่านไป ยายแฟงพิจารณาดูแล้วเห็นจริงตามที่สมเด็จฯ โตว่า จึงไม่โกรธเคืองสมเด็จฯ อีกต่อไป


โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:04 น.] #715811 (26/61)


(D)


สวัสดียามเช้าครับท่านพิธีกร...พี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่านครับ...ได้ความรู้สาระ บันเทิงมากมายครับ...เข้ากับบรรยากาศวันสำคัญทางพุทธศาสนาครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:06 น.] #715814 (27/61)


(D)
วันนี้วันหยุด พาชิมอาหาร ครับ

"เกาะลันตา" ครัวปักษ์ใต้ บรรยากาศบาหลี / แม่ช้อยนางรำ

"สุขุม มีพันแสง"เจ้าของร้าน "เกาะลันตา"ศิลปินผู้รู้กิน..ผู้รู้อย่างมีศิลปะ

ความสำเร็จ...ของร้านอาหารร้านนี้อยู่ที
"อาหารอร่อย" เจ้าของร้านทำเอง
"บรรยากาศแปลก"เจ้าของออกแบบ..เอง

"สุขุม มีพันแสง" ...ชื่อนี้ นามสกุลนี้ เจ้านายคงไม่รู้จัก เพราะไม่ได้อยู่ในอวดวงธุรกิจพันล้านแบบเจ้านาย
แต่ถ้าวงการอาหารแล้วถามผู้บริหารร้านอาหาร ภัตตาคารดัง..ดังทั่วเมืองไทยต้องรู้จัก
ไม่รู้จักตัว ก็ต้องรู้ผลงานที่เรียกได้ว่า..สุขุม เป็นคนแรกที่บุกเบิกร้านอาหารสไตล์บาหลี อินโดนีเซีย
ทั้งยังประสบความสำเร็จ จนเปิดร้านถึง 2 แห่ง มูลค่าระดับร้อยล้าน


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:08 น.] #715815 (28/61)


(D)
บรรยากาศ "เกาะลันตา สุวรรณภูมิ"ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ อาณาบริเวณ 40 กว่าไร่เป็นอาณาจักรใหญ่ บรรยากาศน่านั่ง งามที่สุดของสมุทรปราการ

ร้านอาหารไทยปักษ์ใต้ ตบแต่งแบบบรรยากาศบาหลีที่เต็มไปด้วยต้นไม้ และงานศิลปะไม้ รูปปั้น หินแกะสลัก ร้านแรกที่เป็นที่รู้จักเป็นที่ยอมรับ ชื่อร้าน
เกาะลันตา
ถนนเกษตรนวมินทร์ กทม.
ร้านนี้อยู่แถวเกษตรนวมินทร์ในซอยสุขลำเจียก เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อประมาณสิบปีก่อน วงร้านอาหารแปลกใจกับบรรยากาศร้าน ที่ตบแต่ง ไม่เหมือนใคร แล้วก็ขายดีจนทำให้ "สุขุม มีพันแสง" สามารถเปิดร้านที่สองได้ชื่อ

เกาะลันตา
สุวรรณถูมิ สมุทรปราการ
ร้านนี้อยู่แถวถนนกิ่งแก้ว อำเถอบางพลี สมุทรปราการ ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งสองร้านตกแต่งบรรยากาศสวนบาหลีมีต้นไม้ร่มรื่น มีงานศิลปะ ทั้งไม้ ทั้งหิน จากอินโดนีเซียมากมาย
แต่ที่สำคัญอาหารของร้านเหมือนกัน คืออาหารไทยแบบปักษ์ใต้ รสชาติจัดจ้านเน้นความสดใหม่ และราคาไม่แพง
เป็นร้านอาหาร "เครือเปิบพิสดาร" ระดับ 4 ดาว คือ อร่อย/สะอาด/ราคายุติธรรม และบรรยากาศรวมทั้งบริการดี


"เมนูบังคับ"ปู่ทะเลแกงเหลือง/ปู่ทะเลหลน/ปลาสำลีเผากระเทียมสดซีอิ้วญี่ปุ่นไก่-เป็ดทอดขมิ้น/สะตอผัดกุ้งแชบ๊วย/ใบเหลียงผัดไข่-ต้มกะทิปลากะพงทอดยำสมุนไพร ฯลฯ



"เกาะลันตา"
ถนนเกษตรนวมินทร์ กทม.
โทรศัพท์ 0-2943-9016

"เกาะลันตา"
ถนนกิ่งแก้ว สมุทรปราการ
โทรศัพท์ 0-2738-4812 ถึง 3


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:09 น.] #715816 (29/61)


(D)
เรื่องเจ้านายไม่รู้จัก "สุขุม มีพันแสง" ก็ไม่แปลกอะไร แต่อีชั้นรู้เขามานานเกือบสามสิบแล้ว
สุขุม...เป็นคนสงขลา เรียนศิลปะ ไทยวิจิตรศิลปะ เพาะช่าง
เขาเป็นศิลปินทั้งหน้าเตาไฟ คือ ทำอาการอร่อยเป็นที่รู้จักกันมานานตั้งแต่เขาเป็นเด็กหนุ่ม
ร้าน "สุขุม เนื้อทอด หมูทอด" เขาขายอยู่หน้าโรงหนังโคลัมเบีย หน้าซอยเสนิคมสมัยก่อนโด่งดังมาก ยอดขายวันละเป็นหมื่น
จนกระทั่งเขารวบรวมเงินกำไร มาเปิดร้าน "เกาะลันตา" แห่งแรกที่ถนนเกษตรนวมินทร์ได้จนกระทั่งชื่อเสียงโด่งดังอาหารทะเล สูตรแบบคนหาดใหญ่





ปูทะเล.. ของเขาได้ชื่อว่าตัวโตกว่าที่ไหน มีทั้งปูไข่ และปูเนื้อ และก็ปรุงปูทะเลสูตรของเขาเอง โดยมีภรรยาเป็นแม่ครัวไม่จ้างทั่วไป
เปิด "เกาะลันตา" ไม่เท่าไหร่ ก็สามารถเปิด "เกาะลันตา สุวรรณภูมิ" ได้ ใหญ่กว่า สวยกว่า แต่ราคาเท่าเดิม

ก็ขอเรียนเจ้านายว่า ถ้ามีโอกาสลองไปพิสูจน์อาหาร และบรรยากาศ "เกาะลันตา" ของเขาได้ "สุขุม มีพันแสง" เขามีสโลแกนแปลกดี ที่"เกาะลันตา สุวรรณภูมิ" เขาว่า
กินปู ดูเครื่องบิน

ที่ "เกาะลันตา เกษตรนวมินทร์" เขาว่า
กินปู ดูโอ่งโบราณพันใบ

...สรุปว่าไปเกาะลันตาร้านไหน จะต้องสั่งปู่(ทะเล)มากิน..ใหญ่ ใหม่ สดกว่าปู่ร้านอื่น เจ้าค่ะ เจ้านาย...


โดยคุณ ibapra (1K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:09 น.] #715817 (30/61)


(D)



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:11 น.] #715818 (31/61)


(D)
อยากรู้ไหม คุณเหงาแค่ไหน?

ความเหงา เกิดขึ้นได้กับทุกคน ความเหงาเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจและสามารถเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา ความเหงาเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่คนส่วนใหญ่เกิดความเหงาเพระาขาดคนดูแลใส่ใจ ไม่มีใครอยู่ข้างกัน ส่วนใครบางคนที่ยังบอกตัวเองไม่ได้ว่าคุณกำลังมีความเหงาอยู่หรือเปล่า ลองมาทดสอบกันว่าคุณจัดอยู่ในคนที่มีความเหงาหรือเปล่า

1. คุณอยากมีคนรักที่

ก. เจอกันทุกวัน ไม่เจอกันก็ต้องโทรถึงกันแน่นอน
ข. ไม่เจอก็ได้ เจอก็ดี
ค. เจอกันทุกๆ 4 ปี แบบเอเชี่ยนเกมส์

2. ถ้ามีการพูดถึงท้องฟ้ายามค่ำคืน คุณจะนึกถึง

ก. ดวงดาวระยิบระยับ
ข. ใครสักคนที่จะนั่งเป็นเพื่อนนับดาว
ค. ยาสตรีเพ็ญภาคตราพญานาค

3. อยู่ๆ ก็มีใครสักคนชวนคุณมานั่งนับดาว คุณจะ

ก. รู้สึกตื่นเต้นกับคำพูดเขาจนออกนอกหน้า
ข. ตอบตกลงทันที และเอาเครื่องคิดเลขไปด้วย
ค. เหมือนข้อ ข. แต่เปลี่ยนเป็นกระดาษทด หรือลูกคิด

4. ให้เลือกเอาระหว่าง นั่งนับดาว กับซักกางเกงใน คุณจะเลือก

ก. นั่งนับดาว
ข. ซักกางเกงใน
ค. นั่งนับกางเกงใน

5. เวลาที่ใครต่อใครในบ้านออกไปเที่ยวกันหมด คุณมักจะ

ก. เข้านอนแต่หัวค่ำ
ข. หมุน 191 คุยกับเพื่อนสนิท
ค. ไปที่ระเบียงดูฟ้า ถ้าเป็นคืนเดือนเพ็ญ ดาวน้อย ก็นั่งนับดาว แต่ถ้าเป็นคืนเดือนมืด ดาวเยอะมาก ก็ผัดวันประกันพรุ่ง ไปนับวันหลัง

6. เวลาที่คุณรู้สึกโรแมนติกมากที่สุด

ก. อยู่ในเรือข้ามฟาก
ข. บนรถสองแถว
ค. เที่ยวชมโรงงานถลุงเหล็กฮะเฮงหลี บ้านโป่ง

7. คุณสงสารใครต่อไปนี้มากที่สุด

ก. ตัวเอง
ข. นักเรียนในมูลนิธิดวงประทีป
ค. บิลลี่ โอแกน

8. ในห้องนอน คุณทำอะไรเป็นเพื่อนบ้าง

ก. เขียนไดอารี่เป็นอาชีพหลัก
ข. ปลูกหอมผักชี จุนเจือครอบครัว
ค. กอดตุ๊กตาควาย

9. กับใครบางคนที่คุณนึกถึง คุณมักนึกถึงเขาขณะที่

ก. ดูรายการแม่บ้านสมองไว
ข. ซดแกงไตปลา
ค. ชักโครกไม่ลง

10. คุณเป็นคนเหงาบ่อยหรือเปล่า

ก. เปล่า
ข. บ่อย
ค. ไม่แน่ใจ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:12 น.] #715820 (32/61)


(D)
วิธีนับคะแนน

ก. ข. ค.
1) 2 1 0
2) 3 0 1
3) 1 2 3
4) 2 1 3
5) 1 2 0
6) 2 1 0
7) 3 2 1
8) 1 0 3
9) 0 1 2
10) 11 320 248

ถ้าคุณได้คะแนน 320 ขึ้นไป

คุณเป็นคนเหงาบ่อยมาก มากจนน่าเกลียดไปหรือเปล่า ลองถามตัวเองดู คนเราเหงาแต่เพียงพอเหมาะพอควร จะดีกว่าไหม เหงามากระวังอดตาย

ถ้าคุณได้ 248 ขึ้นไป

คุณเป็นคนเหงาปานกลาง เหงาถูกกาละเทศะ ลองหลีกเลี่ยงการนั่งนับดาวมาทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์บ้างดีไหม อาทิเช่น นั่งนับจำนวนครั้งที่เราไม่ได้ข้ามถนนตรงทางม้าลาย, นั่งนับจำนวนครั้งที่เราไม่ได้ทิ้งขยะลงในที่ทิ้งขยะ

ถ้าคุณได้คะแนนต่ำกว่า 34

หัด เหงาซะบ้าง ศิลปะหลายชิ้นในโลก เกิดขึ้นเพราะความเหงา เชื่อมั้ย ความจริงแบบทดสอบนี้ทำแค่ข้อ 10 ก็รู้เรื่องแล้ว หรืออีกนัยหนึ่ง ถามตัวเองว่าเหงาบ่อยหรือเปล่า ก็รู้เรื่องเหมือนกัน

ความเหงาเกิดจากการกังวลมากไป คุณควรที่จะพักผ่อนบ้างนะคะ ไม่ว่าความเหงานั้นจะเกิดจากสาเหตุอะไร ลองหาใครซักคนพูดคุย ไม่ว่าจะเพื่อน พ่อแม่ หรือคนรู้จักกัน การพูดคุยเป็นการระบายความกังวลใจได้นะคะ ดังนั้นคุณควรหาใครสักคนที่ไว้ใจได้ระบายความในใจออกไปจะสามารถ ช่วยให้คุณหายเหงา หรือคลายความเหงาลงได้นะคะ

ที่มา : *_* NONGSAWNUY *_*


โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:14 น.] #715822 (33/61)


(D)


ขอชื่นชม...ชาวระยอง สุดยอด.....นะครับท่านพี่เกลอยุ้ย

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:15 น.] #715823 (34/61)
กฎ 50 ข้อของคนรักกัน

1.ดูพระอาทิดตกดินด้วยกัน
2. กระซิบถึงกันและกัน
3. ทำอาหารให้กัน
4. เดินท่ามกลางฝนตก
5. จับมือ
6. ซื้อของขวัญให้กัน
7. ดอกกุหลาบ
8. ถามว่าน้ำหอมสุดโปรดคือกลิ่นไหน และใช้ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน
9. เดินริมทะเลตอนเที่ยงคืนด้วยกัน
10. เขียนกลอนให้กัน
11. การกอดคือยาที่ดีที่สุด
12. พูดว่า"รักเธอ" ตอนที่รู้สึกว่ารักจิงๆและทำให้เค้ารู้ว่าเรารู้สึกรักจิงๆ
13. ให้ของขวัญเล็กๆ ดอกไม้/ลูกอม/กลอน
14. บอกเธอ/เขา ว่าเธอ/เขา คือผู้หญิง/ผู้ชาย ที่คุณต้องการมากที่สุด
15. อยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:16 น.] #715824 (35/61)
16. มองตากันและกัน.
17. (เฉพาะผู้ชาย) ดันคางเธอขึ้นเบาๆ มองตาเธอ บอกว่ารักเธอมากที่สุดและจูบเธอเบาๆ "เบาๆ" ล่ะ
18. ในที่สาธารนะชน แค่จีบกันเฉยๆ อย่าทำอย่างอื่น
19. ใส่จดหมายรักในกระเป๋าเขา/เธอ เมื่อเธอ/เขาไม่เห็น
20. ซื้อแหวนให้เธอ (เฉพาะผู้ชาย)
21. ร้องเพลงให้กันและกัน
22. (เฉพาะผู้ชาย) โอบกอดเทอตรงสะโพกเสมอ
23. พาไปกินข้าว2ต่อ2
24. กินสปาเก็ตตี้ (เคยดูเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบมั๊ย)
25. (เฉพาะผู้ชาย)จับมือเธอ มองตาเธอ จูบมือเธอแล้ววางไว้บนหัวใจ
26. เต้นด้วยกัน
27. (เฉพาะผู้หญิง) เวลาอยู่ด้วยกัน นอนตักเขา
28. ทำเรื่องน่ารักๆ เช่น เขียนว่า "ฉันรักเธอ" ในสมุดโน้ต
29. หาเรื่องมาเรียกเธอ/เขา ทุกๆ5นาที
30. ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหน โทรไปหาเขา/เธอ และบอกว่า"ฉันรักเธอ"
31. โทรจากสถานที่ๆคุณไปเที่ยวและบอกว่าคุณคิดถึงเขา/เธอ เสมอ
32. จำฝันของคุณและเล่าให้เขา/เธอ ฟัง
33. บอกความกลัวและความลับสุดยอดของคุณให้เธอ/เขา ฟัง
34. ทำดีกับพ่อแม่ของเธอ/เขา
35. (เฉพาะผู้ชาย) ลูบผมออกจากใบหน้าของเธอเบาๆ "เบาๆ" ล่ะ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:16 น.] #715825 (36/61)
36. ไปเที่ยวกับเพื่อนของเธอ/เขา
37. ไปวัด/อธิษฐาน/สาบาน ด้วยกัน
38. พาไปดูหนังโรแมนติคและจำส่วนที่เธอ/เขาชอบ
39. เรียนรู้กันและกัน และอย่าทำผิดแบบเดิมเกิน2ครั้ง
40. บอกว่าคุณรู้สึกดียังไงที่ได้อยู่กับเธอ/เขา
41. เสียสละให้กันและกัน
42. รักกันมากๆ ถ้าไม่อย่างนั้นก้อเลิกกันไปเลย
43. ทำให้ไม่มีนาทีไหนที่คุณไม่คิดถึงเขา/เธอ
44. รักตัวเองก่อนที่จะไปรักใคร
45. หัดพูดคำหวานๆในภาษาอื่น
46. ขอเพลงให้เขา/เธอ ในวิทยุ
47. หลับคาโทรศัพท์ด้วยกัน
48. ปกป้องเธอ/เขา เมื่อคนอื่นพูดอะไรไม่ดีต่อเขา/เธอ
49. ห้ามลืมการจูบgood night และพูดว่า"ฝันดีนะ" เสมอ
50. และสุดท้ายต้องขอขอบคุณที่โลกสร้างเธอ/เขาขึ้นมา

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:20 น.] #715826 (37/61)


(D)
ไปทำบุญใส่บาตรก่อนครับ


โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:21 น.] #715828 (38/61)


(D)
พิธีกรรายการ...วันพรุ่งนี้ ท่านเอกจิตต์ โปรดติดตามชมมีทีเด็แน่นอนครับ

โดยคุณ บ้านพระ (4.7K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:37 น.] #715842 (39/61)


(D)
...<<สวัสดียามเช้าครับท่านพิธีกร...พี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่าน>>...

โดยคุณ หิรัญ (660)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 06:58 น.] #715863 (40/61)

โดยคุณ เกียรตินิรันดร์ (1)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 07:02 น.] #715869 (41/61)


(D)
สวัสดีค่ะท่านพิธีกร และทุก ๆ ท่าน


โดยคุณ BCC-106 (434)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 07:08 น.] #715870 (42/61)
อรุณสวัสดิ์ครับท่านอยากเป็นเซียน พิธีกร ... อาจารย์ภูษิต ... ท่านสิทธิโชติ ... และทุกๆท่านครับ

ขอกล่าวคำขอบพระคุณจากใจจริงแก่ ท่านยุ้ย ท่านPhupha/ชาคริต/คุณครูพรทิพย์ (หนุ่ย) และชาวคณะระยองทุกๆท่าน ที่ให้ความต้อนรับ-รับรองเลี้ยงดู อย่างอบอุ่นและประทับใจจนไม่สามารถที่จะลืมได้ ครับ ขอบพระคุณมากๆครับผม

โดยคุณ K_THEPARK (1K)(1)   [อ. 07 ก.ค. 2552 - 07:49 น.] #715894 (43/61)
สวัสดีตอนเช้าครับ
วันนี้ผมหยุดงาน ยังไม่รู้จะไปหาส่องพระเก็บประสบการณ์ที่ไหนครับ
แล้วถ้าได้อะไรมา แล้วจะนำมาฝากครับ


โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 07:53 น.] #715900 (44/61)

โดยคุณ yuirayong (5.7K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 07:58 น.] #715903 (45/61)


(D)



โดยคุณ toei89 (625)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 08:38 น.] #715948 (46/61)
สวัสดีครับพี่อยากเป็นเซียน และทุกท่านด้วยนะครับ

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 08:46 น.] #715966 (47/61)


(D)
สวัสดีครับ ท่านพิธีกร และทุกๆท่านครับ

โดยคุณ ArtMaN7007 (1.2K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 09:08 น.] #715994 (48/61)
สวัสดีครับตั้ม และพี่ ๆ ทุกท่านครับ

โดยคุณ น้ำปาย (429)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 09:24 น.] #716015 (49/61)


(D)


สวัสดียามสายๆ ครับท่านพิธีกรและพี่ๆทุกท่าน และขอบคุณไข่เค็มของฝากจากพี่ภูด้วยครับ.........




.......มาดูเซียนต้น ตาเปล่ากันเนอะ.....

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 09:38 น.] #716034 (50/61)


(D)
สวัสดีทุกๆท่านครับ.........
มาชมรายการวันนี้ครับ........สาระข่าวสารยอดเยี่ยมมากครับ


PMY.....สถานที่ที่เหล่าพี่น้องใช้พักวันมิตติ้งครับ

โดยคุณ อยากเป็นเซียน (3.2K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 10:48 น.] #716101 (51/61)
สวัสดียามสาย ครับทุกท่าน

ไปทำบุญกันมาแล้วหรือยังครับ.....

โดยคุณ somsak-poy (662)(2)   [อ. 07 ก.ค. 2552 - 11:02 น.] #716125 (52/61)
สวัสดีครับพี่ๆและเพื่อนๆทุกๆท่านครับ วันนี้ผมต้องมาทำงานด้วย บริษัทหยุดไม่เหมือนคนอื่นเขาครับ หยุดวันพรุ่งนี้ วันเดียว เมื่อเช้าได้ไหว้พระทำบุญก่อนเข้ามาทำงานแล้วครับ ยังประทับใจงานมิตติ้งไม่หายครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 11:12 น.] #716147 (53/61)


(D)


วันนี้มีแขกมาเยี่ยมถึงบ้าน...น้องแมวphaisan น่ารักมากๆ....เดินทางกลับกรุงเทพฯปลอดภัย พระคุ้มครอง

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 11:21 น.] #716165 (54/61)
สวัสดีตอนสายๆหน่อยครับ...


โดยคุณ โลมาสีขาว (5.6K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 11:36 น.] #716184 (55/61)
สวัสดีค่ะ.....วันนี้วันหยุด

happy holiday พี่ๆทุกคนนะคะ !!!

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 12:02 น.] #716226 (56/61)


(D)


สวัสดีครับ ท่าน อยากเป็นเซียน... พิธีกรประจำวัน.สวัสดีครับ ท่านพี่ อ.ภูษิต...ท่านพี่ ทนาย สิทธิโชติ พิธีกรหลักประจำรายการ สวัสดีครับ ท่าน พี่ๆ....ทุกๆท่าน....
หมอมา เหมือนเคยครับ....

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 12:03 น.] #716231 (57/61)


(D)



โดยคุณ มะพร้าวน้ำหอม (0)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 13:56 น.] #716364 (58/61)
สวัสดิค่ะ พี่พี่ทุกคน น้องใหม่ขอคุยด้วยคนนะค่ะ

โดยคุณ มะพร้าวน้ำหอม (0)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 14:00 น.] #716372 (59/61)
แหม! ไปเที่ยวระยองกัน น่าสนุกจังเลยนะค่ะ.......จะมีไปกันอีกมั้ยเนี่ย

โดยคุณ thanaanan (7K)  [อ. 07 ก.ค. 2552 - 14:25 น.] #716407 (60/61)


(D)


สวัสดีรอบสองช่วงบ่ายๆครับ ท่าน อยากเป็นเซียน.... พิธีกรประจำวัน...

สวัสดีครับ ท่าน อ.ภูษิต...ท่านยอดทนาย สิทธิโชติ...ท่าน Korachaa...3 พิธีกรหลักประจำรายการ....

สวัสดีครับ ท่าน พี่ๆ...เพื่อนๆ...ขาประจำรายการฯและห้องสนทนาฯทุกๆท่าน....

ชมภาพประทับใจจากงานมีตติ้งที่ระยอง....ทยอยลงเป็นระยะๆนะครับ

1111111111...ภาพการกอดของมิตรภาพที่ไร้พรหมแดน

2222222222...ภาพความน่ารักของสาวสามใบเถาแห่งเมืองระยอง


โดยคุณ เอกร้านบ้านยีนส์ (2.1K)(1)   [พ. 08 ก.ค. 2552 - 23:11 น.] #719105 (61/61)
ขอบคุณน้องอยากเป็นเซียนครับที่เป็นธุระให้

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM