ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : *****...คุยกันทั้งวัน เช้ายันดึก กับพิธีกร หนุ่ม(เหลือ)น้อยหน้ามน...ครับ...*****



(D)


สวัสดีทุกๆ ท่านครับ 8 ก.ค. 52 กับ "คุยกันทั้งวัน เช้ายันดึก" ในวันเข้าพรรษาครับ หลังจากเวียนเทียนในวันอาสาฬหบูชากันแล้วก็อย่าลืมทำบุญตักบาตรกันด้วยนะครับ.....

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 00:04 น.]



โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 00:12 น.] #717287 (1/110)


(D)
แนะนำตัวครับ
ชื่อ "เอกจิตต์ ธรรมนู"
ชื่อเล่น "เจี๊ยบ"
อายุ 46 ปี (รูปนี้ถ่ายที่ สตูดิโอ ตอนแต่งงานเมื่อปี 39 ครับ)
เกิด พฤหัสบดีที่ 25 เม.ย. 06 ที่ รพ.จุฬา ครับผม

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 00:19 น.] #717292 (2/110)


(D)
ไหนๆก็วันพระใหญ่ทั้งที มาดูกันดีกว่าว่า "แขวนพระอย่างไรให้ถูกโฉลก" กับตัวเอง (สำหรับท่านที่ทราบแล้วก็อย่าว่ากันนะครับ) หรือเพื่อนสมาชิกท่านใดที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับงานประกวดพระก็สอบถามได้นะครับ.....

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 00:24 น.] #717295 (3/110)
เริ่มกันด้วยวันอาทิตย์นะครับ
..........สำหรับท่านที่เกิดในวันอาทิตย์ พระเครื่องที่เหมาะกับท่านคือ พระประเภทกรุโบราณเนื้อดินและประเภทเหรียญคณาจารย์ ไม่เหมาะกับเหรียญที่ระลึกต่างๆ และพระเนื้อดินก็ควรเป็นพระที่มีอายุการสร้างมานานกว่า 100 ปี และมีกำเนิดการสร้างอยู่ในภาคกลางเท่านั้น เช่น
- พระกรุเมืองสรร ชัยนาท
- พระกรุบ้านกร่าง พระถ้ำเสือ สุพรรณบุรี
- พระกริ่งคลองตะเคียน พระหลวงพ่อโตกรุบางกระทิง ขุนแผนใบพุทรา อยุธยา

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 00:27 น.] #717296 (4/110)
ต่อด้วยวันจันทร์ครับ
..........สำหรับท่านที่เกิดในวันจันทร์ พระที่เหมาะกันท่านคือ พระเนื้อผงออกน้ำมันและพระเนื้อว่าน เช่น
- พระวัดชนะสงคราม วัดสามปลื้ม วัดคู้สลอด
- หลวงปู่ทวดวัดต่างๆ

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 00:34 น.] #717302 (5/110)
เดี๋ยวตอนเช้าจะมาต่อของวันอังคารนะครับ
.........ขออนุญาตไปนอนก่อน ง่วงซะแล้ว.....Good night ครับ.....

โดยคุณ โชติอนันต์ (5K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 00:55 น.] #717310 (6/110)


(D)
ผมเกิดวันจันทร์พี่ ปีนี้จะดวงดีไหมครับ เพิ่งอกหัก

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 02:07 น.] #717357 (7/110)


(D)


สวัสดีครับ พี่เอกจิตต์ พิธีกรหน้ามน สวัสดีครับท่านโชติอนันต์ หน้าตาสดใสดีนะครับ รอยยิ้มพิมพ์ใจจริงๆ สวัสดีพี่ๆคนนอนดึกครับ

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 02:09 น.] #717358 (8/110)


(D)



มงคลชีวิต ๙ ประการ
๑. ซื่อตรง
ข้อนี้สำคัญมาก บุคคลใด หรือฝ่ายใดก็ตาม ถ้าขาดความซื่อตรงเสียแล้ว ก็จะเกิดความเสื่อมโทรมเสียหาย เกิดเรื่องเดือดร้อน เกิดความไม่สงบ เกิดความระแวงไม่ไว้ใจ ขาดความเชื่อถือ ขาดความนิยม เกิดความโกรธเคือง อาฆาตแค้น เกิดความเกลียดชัง ดูถูกดูหมิ่นกัน กฎธรรมชาติมีอยู่ว่า บุคคลใดซื่อตรงเป็นบุคคลที่น่าคบค้าสมาคม มีเสน่ห์ ใคร ๆ ก็ชอบคบค้าสมาคมกับคนซื่อตรง ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน ถ้าเรามีนักการเมืองคดในข้อ งอในกระดูก โกงในสันดาน บ้านเมืองของเราก็มีแต่พังเท่านั้น เพราะฉะนั้น ขอให้ถือความซื่อตรงเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต
๒. สะอาด
ข้อนี้สำคัญมากอีกข้อหนึ่ง เพราะความสะอาดทำให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เชื้อโรคเกิดจากความสกปรก เมื่อเรามีความสะอาด เชื้อโรคก็เกิดขึ้นไม่ได้ เราก็มีความสุขทั้งร่างกายและจิตใจ บ้านเรือนที่สะอาด ก็เป็นบ้านเรือนที่น่าอยู่อาศัย ใคร ๆ ก็ชอบบ้านเรือนที่สะอาด เสื้อผ้าที่สะอาด ก็เป็นเสื้อผ้าที่น่าสวมใส่ น่าดู น่าชม ใคร ๆ ก็ชื่นชม ใคร ๆ ก็ชอบใช้เสื้อผ้าที่สะอาด
บุคคลใดเป็นคนสะอาด ก็เป็นคนที่น่าคบค้าสมาคม ยิ่งกว่านั้นความสะอาดยังส่อแสดให้เห็นถึงชีวิตจิตใจ การศึกษา และบุคลิกภาพ โบราณท่านสอนว่า ดูวัดให้ดูฐาน ( ส้วม ) ดูบ้านให้ดูครัว วัดใดส้วมสะอาด แสดงว่าวัดนั้นพระขยันวัดใดส้วมสกปรก แสดงว่าวัดนั้นพระขี้เกียจ บ้านใครครัวสะอาด แสดงว่าแม่ครัว หรือลูกสาวบ้านนั้นขยัน บ้านใดครัวสกปรก แสดว่าแม่บ้านหรือลูกสาวบ้านนั้นขี้เกียจ เพราะฉะนั้น ขอให้ถือความสะอาดเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต
๓. ขยัน
ข้อนี้ก็สำคัญอีกข้อหนึ่ง เพราะความขยันเป็นเครื่องผลักดันชีวิตให้เจริญก้าวหน้าไปสู่ความมั่งคั่ง บรรดาบุคคลสำคัญของโลกได้ประสบความรุ่งโรจน์ เพราะอาศัยความขยันเป็นเครื่องช่วยผลักดันชีวิต คือ
*... ขยันศึกษา คือ ศึกษาเล่าเรียนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมีโอกาสศึกษาได้ตามฐานะและกำลังทรัพย์ ในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ เราเรียกว่าศึกษาตลอดชีวิตจนถึงวาระสุดท้าย คือความตาย
*... ขยันคิด คือ คิดให้ดีที่สุด หาทางก้าวหน้าอยู่เสมอ คิดสร้างสรรค์คิดพัฒนา พลิกแพลงให้ดีขึ้น และคิดแก้ไข ปรับปรุงตนเองว่ามีจุดดี หรือเลวอย่างไรบ้าง
*... ขยันพูด โบราณสอนว่า พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากจะมีสี ข้อนี้คือพูดให้ดีที่สุด พูดให้ถูกกาละเทศะ พูดให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ทางพระท่านเรียกว่า ปิยวาจา หรือ มธุรสวาจา
*... ขยันทำ คือทำให้ดีที่สุด จนสุดความสามารถ เวลาเป็นเงินเป็นทอง จงทำเวลาทุกนาที ทุกชั่วโมง และทุก ๆ วันให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
*... ขยันหา คือ หาความรู้ หาความชำนาญ หาความดี ความชอบหาทางก้าวหน้า หาทรัพย์สินเงินทอง หาหลักฐาน หามิตรสหาย หาพระสงค์องค์เจ้า หานักปราชญ์ผู้รู้ดี รู้ชอบ คบแต่คนดี ๆ หาชื่อเสียงหาประโยชน์ทางสุจริต หาความเจริญก้าวหน้า เป็นต้น อย่าหายใจทิ้งไปวัน ๆ ทางพระท่านตำหนิว่า เป็น โมฆะบุรุษ บางครั้งท่านให้ศัพท์ค่อนข้างรุนแรง ว่าเสียชาติเกิด หรือ รกโลก เพราะฉะนั้น ขอให้ถือความขยันเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต
๔. ใช้จ่ายพอสมควรแก่ฐานะ
ถ้าเราใช้จ่ายเกินฐานะเกินรายได้ก็จะมีแต่ความทรุดโทรมลง และพินาศล่มจม ในที่สุดก็ดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้ มีคนจำนวนมากที่ต้องลำบากยากจนและเดือดร้อน เป็นหนี้เป็นสินเขา เพราะใช้จ่ายเกินฐานะ จงประหยัดเพื่อใช้จ่าย และใช้จ่ายเพื่อประหยัด จะมั่งมีเพราะประหยัด จะอัตคัดเพระฟุ่มเฟือย รูรั่วนิดเดียวยังทำให้เรือใหญ่จมได้ จงอดกลั้น อดทน อดออม แล้วจะไม่อดตาย คนรวยเพราะทำตัวจน คนขัดสนเพราะทำตนร่ำรวย จงกินแต่พออิ่ม ชิมแต่พอดี เป็นหนี้แต่พอประมาณ อย่าเอาโรงแรมเป็นบ้าน อย่าเอาภัตตาคารเป็นครัว อย่ากินเกิน อย่าใช้เกิน อย่าเกินพิกัด เกินอัตรา เกินกำลัง เกินความจำเป็น รู้จักแก้จนด้วยการทำตัวต่ำ รู้จักลดขนาดความต้องการลง เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว สังคมและประเทศชาติ อย่าลืมว่า พลาดไปครั้ง พังไปนาน เพราะฉะนั้น ขอให้ถือการใช้จ่ายพอสมควรแก่ฐานะเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต
๕. งดเว้นสิ่งให้โทษ คือ
*... สุราเมรัย เครื่องดองของเมา ( ยกเว้นกินกับยา )
*... ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า ยาอี เป็นต้น
*... การพนันขันต่อต่าง ๆ
*... แหล่งอบายมุข ตลอดจนสถานเริงรมย์ ที่ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นดีที่สุด
ถ้าเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งให้โทษ ก็จะพาชีวิตของเราเสื่อมโทรมเสียหายพินาศเดือดร้อน ไม่เจริญก้าวหน้า เดินไปสู่ความตาย สู่ประตูคุกตะรางเข้าไปทุกที เพราะฉะนั้น ขอให้ถือการงดเว้นสิ่งให้โทษ เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต
๖. ไม่ล่วงเกินผู้อื่นก่อน
เพราะเรื่องราวเดือดร้อนต่าง ๆที่เกิดขึ้น เช่น ทะเลาะวิวาทกัน ตีกัน ทำร้ายกัน เข่นฆ่ากันนั้น เนื่องมาจากการล่วงเกินกันก่อนเป็นมูลเหตุ ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ล่วงเกินกัน หัดยอมเป็น ให้อภัยเสียบ้าง คิดเสียว่า โลกทั้งผองพี่น้องกัน รู้รักสามาคดี สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวร และเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย โกรธ คือโง่ โมโห คือบ้า อิจฉาริษยาเขา คือจุดไฟเผาตัวเอง อายุก็สั้นและตายเร็วด้วย เพราะฉะนั้นขอให้ถือ การไม่ล่วงเกินผู้อื่นก่อน เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต
๗. งดติดต่อคบค้าสมาคมกับคนไม่ดี
เพราะการติดต่อกับคนไม่ดี เป็นบันไดแรกนำไปสู่เรื่องราวเดือดร้อนวุ่นวาย ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องมาจากการติดต่อเป็นข้อแรก ถ้าเราติดต่อกับคนไม่ดี ก็จะมีแต่เรื่องยุ่ง ผิดหวัง เดือดร้อน เสียหาย เสื่อมโทรม พินาศ ขาดทุน อาจจะถึงแก่ชีวิตก็เป็นได้ รวมความว่า การติดต่อกับคนไม่ดี มีแต่ความเดือดร้อนเสียหาย ขาดทุน ไร้ประโยชน์ เสียเวลาด้วยประการทั้งปวง ข้อสังเกตว่า คนใดจะดีหรือไม่ดีนั้น ดังนี้ คือ
คนดี ย่อมแสดงออก ซึ่งความดี
คนชั่ว .... ซึ่งความชั่ว
คนซื่อ .... ซึ่งความซื่อ
คนคด .... ซึ่งความคด
คนเลวทราม .... ซึ่งความเลวทราม
หรือดูคนดี แบบ ๕ ดี คือ คิดดี ทำดี พูดดี คบคนดี และไปสู่สถานที่ดี ส่วนคนชั่ว คิดแต่เรื่องชั่ว ๆ ทำเรื่องชั่ว ๆ พูดเรื่องชั่ว ๆ คบแต่คนชั่ว ๆ และชอบไปสู่สถานที่ชั่ว ๆ เป็นต้น คนไม่ดีจะมีนิสัยดังนี้ เช่น
*.. ไม่รักษาคำพูด ( ที่ตกลงกันไว้ )
*.. โกหก ( ให้เสียหายเดือดร้อน )
*.. ปลิ้นปล้อน ตะหลบตะแลง ประเภท ๑๘ มงกุฎ
*.. ยักยอก ฉ้อโกง เบียดบัง เอาเปรียบ
*.. ทรยศหักหลัง กินบนเรือน ถ่ายบนหลังคา
*.. ใช้เล่ห์เหลี่ยม แกล้งให้เดือดร้อนเสียหาย
*.. ขาดความเกรงใจ ไร้มารยาท บีบคั้นเอาเปรียบ ..... เป็นต้น
เชื้อโรคเกิดจากความสกปรกฉันใด ความเสียหายเดือดร้อน ก็เกิดจากความไม่ดีฉันนั้น โบราณท่านสอนว่า หลีกสัตว์ร้ายให้พ้นวา หลีกคนชั่วช้าให้ย้ายบ้านย้ายเรือน เพราะฉะนั้น ขอให้ถือหลักปฏิบัติ งดการติดต่อกับคนไม่ดี เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต
๘. กตัญญู กตเวที
คนเราเกิดมาชาติหนึ่ง ผู้มีพระคุณแก่เรา สรุปโดยย่อมี ๕ ประการ เรียงลำดับจากสูง ได้ดังนี้
*... พระพุทธ - พระธรรม - พระสงฆ์ ผู้แนะนำสั่งสอนให้ตั้งอยู่ในความดี และประพฤติตนเป็นตัวอย่าง หรือเป็นที่พึ่งสูงสุด
*... ชาติ กษัตริย์และรัฐธรรมนูญ ผู้ให้สิทธิคุ้มครองความยุติธรรม ความมีหลักฐาน ถิ่นที่อยู่อาศัย
*... บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ผู้ให้กำเนิดเลี้ยงดูรักษาให้ความสุข ความเจริญและหลักฐานของชีวิต
*... ครูบาอาจารย์ ผู้สั่งสอนศิลปวิทยาการ ทั้งหลายให้ความเจริญรุ่งเรือง และป้องกันในทิศทั้งหลาย
*... ญาติ พี่น้อง มิตรสหาย เจ้านายผู้บังคับบัญชาเหนือตน ผู้ให้ความอุปการะ หรือเลี้ยงดูสนับสนุน ส่งเสริมให้เราเจริญรุ่งเรือง
ผู้มีพระคุณทั้ง ๕ ประการ ที่กล่าวมานี้ บุคคลผู้เจริญแล้วทั้งหลาย ต้องรู้จักบุญคุณและหาทางสนองตอบแทนคุณ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ อย่าให้ใครมาตำหนิท่านว่าเป็นคนเนรคุณ หรือลูกทรพี ความกตัญญู - กตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี ที่โลกต้องการบุคคลนี้ นักปราชญ์ทั้งหลาย ท่านกล่าวสรรเสริญยกย่องว่า ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เทวดาฟ้าดินย่อมคุ้มครองรักษาเสมอ เพราะฉะนั้น ขอให้ถือเรื่องความกตัญญู - กตเวที เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญของชีวิต
๙. รู้จักหน้าที่ และทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด
คนเรามีหน้าที่แตกต่างกัน ตามเพศ วัย และการงาน ใครอยู่ในหน้าที่อะไรก็ตาม ก็ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เต็มศักยภาพ ความรู้ ความสามารถ โดยไม่มุ่งผลตอบแทนเกินไป ให้ทำหน้าที่ด้วยความสนุกเพลิดเพลิน เป็นเกมกีฬาอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่า งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดาลสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขขณะทำงาน แต่คนส่วนมากมีแต่ความอยากได้แต่ไม่อยากทำ อยากรวย อยากสบาย แต่ไม่อยากทำ อยากได้ดีแต่ไม่ยอมสะสมความดี เป็นต้น จากข้อสังเกตของข้าพเจ้าเป็นเวลายาวนาน คนที่เสื่อมเสียชื่อเสียง เสียผู้เสียคน เสียอนาคต ถูกลงโทษ ลงทัณฑ์ ถูกปลด ถูกไล่อออก ถูกย้ายถูกถอดถอนจากยศ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ติดคุกติดตะราง ตัวเองและครอบครัวเดือดร้อน ก็เพราะไม่รู้จักหน้าที่ ไม่ทำตามหน้าที่ ดูถูกหน้าที่ละทิ้งหน้าที่ของตนเองแทบทั้งสิ้น เพระฉะนั้นขอให้ถือการรู้จักหน้าที่ และทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต
ท่านผู้ใดปฏิบัติได้ครบทั้ง ๙ ประการนี้ รับรองว่าชีวิตมีแต่ความสุข ความเจริญ อยู่ที่ไหนใครก็รัก จากไปเขาก็เสียดาย ตายไปก็มีคนร้องไห้คิดถึง

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 02:12 น.] #717361 (9/110)


(D)
ไปนอนก่อนละครับ ตื่นแล้วจะเอาหมอมาฝาก ราตรีสวัสดิ์ครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 05:28 น.] #717472 (10/110)


(D)
สวัสดียามเช้าครับท่านพิธีกร พี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่านครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 05:37 น.] #717473 (11/110)


(D)
พิธีกรวันนี้....เป็นอีกท่านหนึ่งที่มีความรู้ ความสามารถ สายหลวงปู่ทิม เป็นคนใจนักเลง ใจถึง คนหนึ่ง เท่าที่เคยได้ติดตามผลงานมา

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 05:43 น.] #717474 (12/110)


(D)


ที่สำคัญที่สุด...รายการ คุยกันทั้งวันเช้ายันดึก ขอแสดงความยินดี กับ น้องโชติอนันต์ ด้วยครับ....สู่ชีวิตใหม่ ที่สดใส รุ่งเรือง

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 05:48 น.] #717475 (13/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

ท่านนี้ครับ....เหน็ดเหนื่อย ทุ่มเท ทั้งกายและใจ ให้กับงานตลอด

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 05:56 น.] #717476 (14/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

พี่ชายใจดี....ที่เคารพรัก เซอร์ไพร์ สุดๆของงานครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:00 น.] #717477 (15/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

ท่านนี้..ไปร่วมงานแต่ หายไปจากจอ...ผมหาไม่เจอ(หรือว่าโคโยตี้แอบพาตัวไป)

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:02 น.] #717478 (16/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

หนึ่งเดียวจาก สุราษฎร์ธานี...ตอนไป ไข่เค็ม....ตอนมาน้ำปลา (เค็มตลอด)

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:04 น.] #717479 (17/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

นานๆ...คนซูราด....เขาได้พบกันที

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:06 น.] #717480 (18/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

คอยเจ้าพ่อhi5 จนเหนื่อย

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:08 น.] #717481 (19/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

อธิษฐานจิต ให้เจอแต่ มิตร ที่ดีๆ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:08 น.] #717482 (20/110)


(D)


สวัสดีครับท่าน "เอกจิตต์" ทำหน้าที่พิธีกรในวันนี้ และพี่ๆน้องๆเพื่อนๆสมาชิกทุกท่านครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:09 น.] #717483 (21/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

หนุ่มหล่อ...ขวัญใจช่างภาพ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:10 น.] #717484 (22/110)


(D)
ขอบพระคุณท่านอยากเป็นเซียน ที่ทำหน้าที่พิธีกรเมื่อวานนี้ด้วยครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:11 น.] #717485 (23/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

เดียวดาย(ถ่ายคนเดียว)......(ท่านเจ้าพ่อไปไหน)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:12 น.] #717486 (24/110)


(D)


ยินดีด้วยกับท่านโชติอนันต์ ครับ ที่สดใส มีความสุขกาย สบายใจ ครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:12 น.] #717487 (25/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

ขวัญใจคนใหม่

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:14 น.] #717488 (26/110)
แจ้งข่าวสารของทางเวป ครับ

!!! ประกาศ !!!
เว็บไซต์การันตีพระดอทคอมจะหยุดให้บริการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์
ในวันพฤหัสที่ 9 กรกฎาคม 2552
ตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น.(หกโมงเย็นวันพฤหัส-หกโมงเช้าวันศุกร์)
ทางเว็บไซต์ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ. โอกาสนี้ด้วย
เว็บไซต์การันตีพระดอทคอม

ท่านใดจะทำธุรกรรม ในช่วงดังกล่าว โปรดทราบล่วงหน้าด้วยครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:14 น.] #717489 (27/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

หนุ่มหล่อ...คนละแบบ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:16 น.] #717490 (28/110)


(D)


ขอบพระคุณมาอีกครั้งกับสำหรับทีมงานระยอง ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:17 น.] #717491 (29/110)


(D)
วันนี้ในอดีต ครับ

8 กรกฎาคม: วันเข้าพรรษา (พ.ศ. 2552)

• พ.ศ. 2040 (ค.ศ. 1497) - วาสโก ดา กามา (ในภาพ) นักสำรวจชาวโปรตุเกส เดินทางออกจากลิสบอน มุ่งหน้าไปยังประเทศอินเดีย

• พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) - หนังสือพิมพ์ วอลล์สตรีทเจอร์นัล ฉบับแรก ออกวางจำหน่าย

• พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) - หนังสือพิมพ์ในรอสเวลล์ มลรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา รายงาน เหตุการณ์ยูเอฟโอตกที่รอสเวลล์

• พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) - วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน สถาปนาขึ้น นับเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกที่อยู่ในส่วนภูมิภาค ปัจจุบันได้รับการยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยบูรพา


โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:18 น.] #717492 (30/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

อะฮ่า......แว่วๆมาว่า....จะขอเป็นเจ้าภาพอีกจัดที่ไหนก้อได้จ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:18 น.] #717493 (31/110)


(D)
สุภาษิตและสำนวนไทย ครับ

จอดเรือไม่ดูท่า ขี่ม้าไม่ดูทาง

หมายถึง การทำอะไรไม่พิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน ซึ่งอาจจะเกิดการผิดพลาดหรือเสียหายได้ เปรียบได้กับการจอดเรือหรือขี่ม้า ถ้าไม่ตรวจดูท่าจอดให้แน่นอน หรือไม่ดูหนทางที่จะขี่ม้าไปว่าจะเหมาะหรือไม่ ผลเสียหายก็ย่อมเกิดขึ้นได้ สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า "จอดเรือให้ดูฝัง จะนั่งให้ดูพื้น" ซึ่งมีความหมายในทางตักเตือนไว้ก่อน


โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:20 น.] #717494 (32/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

งานนี้ท่านพี่ ของผมไม่เมาครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:21 น.] #717495 (33/110)


(D)
คำสอนสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)

ตอน ยศศักดิ์น่าขบขัน

เมื่อตอนที่พระบาทสมเด็จพระนั่งกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นครองราชย์ สมเด็จฯ โตตอนนั้นเป็นมหาโต ต้องมีอันต้องจาริกไปตามป่าลำเนาไพรดงพญาไฟ ท่านก็เคยไปอยู่มานานหลายปี ยังได้ข้ามไปประเทศลาวและเขมรอีก รวมเวลาที่หนีเข้าป่าได้ ๒๕ ปี ตลอดเวลาที่รัชกาลที่ ๓ ขึ้นครองราชย์

ในช่วงนี้ท่านได้ฝึกฝนอบรมเป็นอย่างดี ทำให้ท่านลึกซึ้งในพระธรรมมากขึ้น พอสิ้นรัชกาลที่ ๓ พระจอมเกล้าฯ ก็ขึ้นครองราชย์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ต่อมา งานแรกที่พระองค์ทรงกระทำ ก็คือ ประกาศหาตัวมหาโต สั่งให้ค้นหากันจ้าละหวั่น พระที่มีรูปร่างผอมๆ หน้าตาคล้ายมหาโตจะถูกจับส่งเข้าเมืองหลวงเป็นจำนวนมาก

ข่าวการจับพระมหาโตดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ชาวบ้านต่างรู้ว่าพระเจ้าแผ่นดินสั่งให้จับมหาโต สมเด็จฯ โต ในฐานะมหาโตได้ฟังข่าวจากชาวบ้านแล้วก็อุทานออกมาว่า

“กูหนีมา ๒๕ ปี ทำไมเพิ่งมาประกาศจับ”

เพราะท่านไม่รู้จักว่าบ้านเมืองได้เปลี่ยนแปลงพระเจ้าแผ่นดินแล้ว ไม่ใช่รัชกาลที่ ๓ ประกาศจับท่าน เมื่อไต่ถามได้ความว่าเปลี่ยนแผ่นดินแล้ว ท่านก็ไปปรากฏตัวที่บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น บอกให้ตำรวจช่วยนำท่านเข้าบางกอก

เมื่อเข้าเฝ้ารัชกาลที่ ๔ พระองค์ตรัสถามว่า

“เป็นสมัยของฉันปกครองแผ่นดินแล้ว ท่านต้องช่วยฉันพยุงพระบวรพุทธศาสนาด้วยกัน”

ต่อมารัชกาลที่ ๔ มีพระบรมราชโองการให้กรมสังฆการีวางฎีกาตั้งพระราชาคณะตามธรรมเนียม พระมหาเข้าไปตามฎีกานิมนต์ จึงทรงถวายสัญญาบัตรตาลปัตรแฉกหักทองด้ามงา เป็นพระราชาคณะที่ พระธรรมกิตติ เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม

ออกจากวังแล้ว ท่านเดินแบกพัดไปถึงบางขุนพรม บางลำพู เพื่ออำลาญาติโยมที่รู้จักกัน แล้วกลับไปวัดมหาธาตุ ร่ำลาพระภิกษุสงฆ์ แล้วลงเรือข้ามไปวัดระฆัง ท่านเดินแบกตาลปัตรพัดแฉก สะพายถุงย่ามสัญญาบัตร เครื่องอัฐบริขาร กาน้ำเหล่านี้ เต็มไม้เต็มมือท่าน ดูพะรุงพะรังไปหมด ยิ่งท่านทำท่าเก้งๆ กังๆ ยิ่งทำให้ผู้พบเห็น ทั้งพระ เณร เด็กวัดและญาติโยม รู้สึกตลกขบขัน แม้ใครจะไปช่วยถือท่านก็ไม่ยอม

ท่านเดินรอบวัดระฆัง พร้อมกับประกาศว่า

“เจ้าชีวิต ทรงตั้งฉันเป็นพระธรรมกิตติมาเฝ้าวัดระฆังฯ วันนี้จ้ะ เปิดประตูโบสถ์รับฉันเถอะจ้ะ”

พอท่านเข้าไปในโบสถ์ ผู้มุงดูทั้งหลาย โดยเฉพาะพระเณรก็พากันตามเข้าไป ช่วยกันจัดโน่นทำนี่ ตามความเหมาะสม วันนั้นจึงสนุกกันทั้งคืน

เรื่องนี้ท่านคงต้องการจะให้มองเห็นยศถาบรรดาศักดิ์เป็นเรื่องตลกขบขัน เป็นเรื่องเล่นๆ นั่นเอง ไม่ควรจะไปจริงจังอะไรกับมันมากนัก เดี๋ยวมันจะขบกัดเอา


โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:21 น.] #717496 (34/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

คนมอบ ปลื้มสุดๆ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:22 น.] #717497 (35/110)


(D)
คำคมจากโกวเล้งมาฝากครับ

“…เรื่องที่สวยงามมักเป็นเช่นฟองสบู่อยู่เสมอมา ปรากฏวูบก็หายวับ หากคิด
จะฝืนกำลังไปเหนี่ยวรั้งมันไว้ที่แลกได้มา มักเป็นความเจ็บช้ำและเคราะห์กรรมเสมอ…”


โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:23 น.] #717498 (36/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

ความหล่อ...ที่ตัดสินยาก

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:23 น.] #717499 (37/110)
เรื่องเก่าเล่าอดีต ครับ

กรงสำหรับขังคนที่ชอบถ่มน้ำลาย
เพื่อใช้ขังคนที่ถ่มน้ำลายลงบนพื้นนั้นเอง



ในสมัยของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทำนุบำรุงวัดเป็นอันมาก ทรงให้คนสองสามร้อยคนชักลากภูเขาจำลองในพระบรมมหาราชวังมาก่อใหม่ในวัดหลายแห่ง
ทรงให้ปลูกต้นไม้ไว้ตามเชิงเขา ทรงหาตุ๊กตาจีนและรูปสัตว์มาตั้งเรียงรายอยุ่ตามจุดต่าง ๆ จากนั้นก็ให้หากรงเหล็กมาวางเอาไว้
สาเหตุที่ทรงให้เอากรงเหล็กมาวางไว้ในวัดคือ เพื่อใช้ขังคนที่ถ่มน้ำลายลงบนพื้นนั้นเอง
นับได้ว่าพระบาทสมเด็จพระนั้งเกล้าเจ้าอยุ่หัวทรงรังเกียจผู้ที่ทำความสกปรกแก่สาธารณะเป็นอย่างยิ่ง
เรื่องนี้มีอยู่ในบันทึกในจดหมายเหตุเรื่องการปฎิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯในหนังสือประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ

ที่มา : คัดลอกจากหนังสือ ลิ้นชักเกร็ดเก่า
ของ : เอนก นาวิกมูล
เรียบเรียง : วาทิน ศานติ์ สันติ


โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:24 น.] #717500 (38/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

แอบไปจ้าๆๆๆๆๆๆ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:25 น.] #717501 (39/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

แว่วข่าวมาว่า....ยังเข้าบ้านไม่ได้....ภาพมันฟ้อง...จ้าๆๆๆๆ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:25 น.] #717502 (40/110)


(D)
คติเตือนใจยามเช้าครับ

* ทุกข์น้อยเพราะสละมาก ทุกข์มากเพราะสละน้อย

* ฝึกตนพ้นพัย ฝึกจิตใจพ้นทุกข์

* ทุกข์อยู่ที่ตัวเรา อย่าไปมัวเมาเฝ้าเพ่งแต่ผู้อื่น

* ทุกข์อยู่ที่ตน ตนเท่านั้นที่แก้ได้

* อย่าแพ้ในสิ่งที่ยังไม่ทำ อย่าจำแต่เรื่องที่ไร้สาระ อกุศลให้ละ อยากเป็นพระจะต้องใจดีๆ

* รักษาตัวพ้นจากโรคพัย รักษาใจพ้นจากทุกข์ ทุกข์นั้นอยู่ข้างใน ใช่ใครที่มัวหากันแต่ภายนอก


โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:27 น.] #717504 (41/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

แว่วๆมาว่า...กลับบ้านหัวแตก.....อะฮ่า

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:28 น.] #717505 (42/110)


(D)


กลศึกสามก๊ก นำเสนอกันวันละ 1 กลยุทธ รวมทั้งหมดมี 36 กลยุทธ ครับ

กลศึกสามก๊ก

ว่าด้วยกลยุทธชนะศึก

กลยุทธ์มี่ 2 ล้อมเว่ยช่วยจ้าว

กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยจ้าว หรือ เหวยเว่ยจิ้วจ้าว เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊ก กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการที่ศัตรูรวบรวมกำลังทหารและไพร่พลไว้เป็นจุดศูนย์กลาง ทำให้เกิดกำลังและความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น ควรที่จะใช้กลยุทธ์ในการดึงแยกศัตรูให้แตกออกจากกัน เพื่อให้กำลังไพร่พลทหารกระจัดกระจาย คอยระแวดระวังมีความห่วงหน้าพะวงหลังแล้วจึงบุกเข้าโจมตี ตามความหมายของตำราพิชัยสงครามคือ การบุกเข้าโจมตีในจุดที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย โจมตีในจุดที่ศัตรูไม่ได้เตรียมการตั้งรับและคอยระวังป้องกัน ย่อมถือว่าได้เปรียบและได้รับชัยชนะมาแล้วครึ่งหนึ่ง

ในการทำศึกสงคราม การบุกเข้าโจมตีศัตรูจะบุกเข้าทางด้านหน้า ซึ่งเป็นเพียงกลอุบายหลอกล่อให้ศัตรูหลงทิศและนำกำลังบุกเข้าโจมตีทางด้านหลัง การแสร้งบุกโจมตีทางด้านตะวันออกแต่จริงแล้วบุกเข้าโจมตีทางด้านตะวันตก การทำให้ศัตรูคาดเดาแผนการรบไม่ถูก ทำให้เกิดความสับสนในการวางกำลังป้องกันฐานทัพ พึงหักเอาในขณะที่ศัตรูเป็นฝ่ายที่ไม่ได้เตรียมความพร้อม เข้าจู่โจมในยามที่ศัตรูไม่ได้คาดคิด ตำราพิชัยสงครามกล่าวไว้ว่า "เมื่อเห็นจุดอ่อนเปราะของศัตรู เราต้องใช้กลยุทธ์พิสดารโจมตี" ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ล้อมเวยช่วยจ้าวไปใช้ได้แก่จูกัดเหลียงที่หลอกให้โจโฉนำทัพไปรบกับซุนกวน และบุกเข้ายึดฮันต๋งจากโจโฉได้สำเร็จ
•
เมื่อคราวที่โจโฉยกทัพไปตีฮันต๋งได้สำเร็จ กิตติศัพท์ความเก่งกาจสามารถของโจโฉก็เลื่องลือกระฉ่อนมาถึงเสฉวน ในขณะนั้นเล่าปี่พึ่งจะเข้ายึดครองเสฉวนได้ไม่นาน ราษฏรภายใต้การปกครองพากันหวาดกลัวโจโฉ เกรงจะต้องเสียเสฉวนให้แก่โจโฉสืบต่อไป บ้านเมืองยังไม่ปกติและมีความเข้มแข็ง เล่าปี่จึงปรึกษากับจูกัดเหลียงเพื่อหาทางแก้ไขความหวาดกลัวของราษฏร จูกัดเหลียงจึงวางกลอุบายไม่ให้โจโฉยกทัพมาตีเสฉวนและอธิบายให้เล่าปี่เข้าใจว่า "โจโฉนั้นยังกริ่งเกรงซุนกวนอยู่ จึงให้แฮหัวตุ้นกับเตียวเลี้ยวอยู่รักษาหับป๋า เมื่อโจโฉยกมาตีฮันต๋งก็เอาแฮหัวตุ้นมาด้วย ขอให้แต่งผู้มีสติปัญญาไปว่ากล่าวแก่ซุนกวนว่า ท่านจะให้กังแฮ เตียงสา ฮุยเอี๋ยง แล้วยุยงให้ซุนกวนยกมาตีหับป๋า โจโฉรู้ก็จะเป็นกังวลเลิกทัพกลับไป
เล่าปี่จึงมอบหมายให้อีเจี้ยไปเป็นทูตชี้แจงข้อเสนอต่อซุนกวน ซึ่งซุนกวนเห็นดีงามด้วยกับข้อเสนอของเล่าปี่ จึงนำทัพยกไปตีหับป๋า โจโฉเมื่อทราบเรื่องการบุกหับป๋าก็ตกใจรีบเลิกทัพจากฮันต๋งกลับไปเตรียมรับมือซุนกวนแทน เลิกล้มแผนการณ์ที่จะไปตีเสฉวนของเล่าปี่ ทัพของโจโฉและซุนกวนทำศึกสงครามอยู่นานก็ไม่สามารถเอาชนะกันได้ จนกระทั่งยอมเลิกทัพกันไปเอง เล่าปี่จึงมีโอกาสสะสมกำลังทหารของตนเองและยกทัพไปตีฮันต๋งในเวลาต่อมา กลยุทธ์ล้อมเวยช่วยจ้าวหรือเหวยเวยจิ้วจ้าวของจูกัดเหลียง ก็ประสบความสำเร็จในปกป้องเสฉวนของเล่าปี่และสามารถนำทัพไปตีฮันต๋งได้อย่างงดงาม


โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:29 น.] #717506 (43/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

ตุ๊กตา...ตัวนี้..ดังกว่า...ลูกหมีแพนด้า...จ้าๆๆๆๆๆๆ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:31 น.] #717507 (44/110)


(D)
ข้อคิดในการใช้ขีวิต

1. อย่าทำลายความหวังของใครเพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
2. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตามเราไม่ต้องไปคุยทับปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย
3. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่ว ๆเท่านั้น
4. หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ตามริมทางเสียบ้าง
5. จะคิดการใดจงคิดการให้ใหญ่ๆเข้าไว้แต่เติมความสุขสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย
6. หัดทำสิ่งดี ๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
7. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น
8. เวลาเล่นเกมกับเด็ก ๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด
9. ใครจะวิจารณ์เรายังไงก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้
10. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "สอง"แต่อย่าให้ถึง"สาม"
11. อย่าวิจารณ์นายจ้างถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ
12. ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไร ๆ มันก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก
13. ใช้เวลาน้อย ๆ ในการคิดว่า "ใคร" เป็นคนถูกแต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า "อะไร" คือสิ่งที่ถูก
14. เราไม่ได้ต่อสู้กับ "คนโหดร้าย" แต่เราต่อสู้กับ "ความโหดร้าย" ในตัวคน


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:32 น.] #717508 (45/110)


(D)
15. คิดให้รอบคอบก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ
16. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
18. เป็นคนถ่อมตนคนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้วตั้งแต่เรายังไม่เกิด
19. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด...สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
20. อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
21. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่ายถ้ามีใครมาถามเราว่า "เป็นยังไงบ้างตอนนี้" ก็บอกเขาไปเลยว่า "สบายมาก"
22. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่าๆกับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์ , ไมเคิลแอนเจลโล , แม่ชีเทเรซา, ลีโอนาร์โด ดา
วินชี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน หรืออัลเบิร์ต ไอสไตน์ เขามีนั่นเอง
23. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยวเมื่อเหลียวกลับไปดูอดีตเราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำมากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
24. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น
25. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น
26. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดี ๆ ใหม่ ๆ และยิ่งใหญ่จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ล้วนมาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น
27. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น
28. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด
29. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิตให้ "ยืนยาว"
30. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ คุณทำอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า?


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:33 น.] #717509 (46/110)


(D)


อาหารเช้าก่อนครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:35 น.] #717510 (47/110)


(D)
ตำนานรัก สะพานสารสิน

เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่ภูเก็ต โศกนาฏกรรมความรักของ ชายหนุ่มหญิงสาวที่แตกต่างกัน ด้วยชาติตระกูลและฐานะทางสังคม ฝ่ายหญิงชื่อ "อิ๋ว" เป็นนักศึกษาวิทยาลัยครู(ในขณะนั้น) ส่วนฝ่ายชายชื่อ "ดำ" เป็นเพียงคนขับรถโพถ้อง (รถสองแถวภูเก็ต) และรับจ้างกรีดยาง พ่อของสาวเจ้าได้เลี้ยงดูอิ๋วแบบเข้มงวด และต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกสาว จึงไม่เห็นด้วยในความรักครั้งนี้ และได้เข้ามาขัดขวางความรักของทั้งคู่

ทั้งสองคนพยายามต่อสู้ฝ่าฟันกับอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้รักของเธอและเขาสมหวังหลังจากที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะพิสูจน์ให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นถึงความตั้งใจและความรักที่ทั้ง 2 มี ให้แก่กัน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่เป็นผล เมื่อผู้เป็นพ่อของฝ่ายหญิงไม่ยอมเปิดใจรับ หลายครั้งที่อิ๋ว ถูกผู้เป็นพ่อทุบตี เพียงเพราะแอบมาพบเจอกับดำ ในที่สุดเมื่อความรักของทั้งคู่มาถึงทางตันหมดสิ้นหนทางที่จะอยู่ด้วยกัน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2516 ดำและอิ๋ว จึงได้ตัดสินใจใช้ผ้าขาวม้าผูกมัดตัวของทั้งคู่ติดกัน แล้วกระโดดจากกลางสะพานลงสู่พื้นน้ำ เพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป แม้ความตายก็ไม่อาจมาพรากความรักของทั้งสองได้ ทิ้งเรื่องราวความรักที่เป็นอมตะให้ผู้คนได้กล่าวขานจนถึงปัจจุบัน


โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:39 น.] #717511 (48/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

เหนื่อยแต่..ก็ยิ้มอย่าง มีความสุข

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:39 น.] #717512 (49/110)


(D)
ยุทธการ "สับราง"

" รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง "

ต้องทำตัว เป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่การทางรถไฟ หัดสับรางให้ดีๆ
ไม่งั้นจะเกิดคดีตายหมู่ไม่รู้ด้วยนะ
เอาละเรามาเข้าเรื่องดีกว่า สำหรับเราผู้ที่มีหัวใจดวงเดียว แต่มี 4 ห้อง แต่ละห้องมี 2 เตียงนอกระเบียงมีเตียง ผ้าใบ เสริมเอาไว้ด้วยเสื่อน้ำมัน ( โอ้โห..ปาเข้าไปกี่เตียง แล้วละเนี่ย??? )
วันนี้เราจะแบ่งปัน เคล็ด ไม่ลับ สับหลีกให้เพื่อนๆที่กำลังปวด head เวียนหัว เพราะไม่รู้
จะสับราง ยังไง ได้เอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์

มาเริ่มกันเลยดีกว่า!

1. ถ้าต้องโทรหาใครที่ไม่ใช่แฟน ห้ามลืมลบเบอร์ออกทุก
ครั้งหลังวางสาย เพราะถ้าท่านเจ้าพ่อเจ้าแม่ประจำหิ้งมาเจอ เมื่อไหร่ อาจกลายเป็นศพไร้ญาติ

2. ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ จงจำให้แม่น ถึงจับได้คาหนังคาเขา ก็ปฏิเสธไว้ก่อนพ่อสอนไว้

3. ถ้าคิดจะออกนอกลู่นอกทาง ต้องรอบคอบ เตี้ยมกับเพื่อนให้ดี เดี๋ยวโดนจับได้พลาดไปซวยหมู่

4. เวลารับโทรศัพท์จำเสียงให้ดี ทักผิดเมื่อไหร่ บรรลัยแน่นอน!!!!

5. โกหกอะไรไว้ จงจำให้มั่น เพราะอาจถูกคั้นให้ตายได้ง่ายๆ ( คดีนี้มีแล้วนะ มีกระทาชายนายหนึ่ง แอบไปกุ๊กกิ๊กกับสาวนิรนาม พอกลับบ้านมาถูกซักประวัติจากนายทะเบียน ก็แฟนเค้านั่นละ ขี้หึงสุดยอด แต่กระทาชายนายนี้ก็จำข้อ 2 ได้อย่างขึ้นใจ ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ เลยรอดตัวไป แต่ขอบอก คว้างงูไม่พ้นคอ เพราะสาวเจ้ากรรม ช่างจำช่างจด 2 ปีให้หลังกลับมาถามอีก เมื่อคืนวันนั้น ไปอยู่ไหนมา กระทาชายนายนี้เป็นอัลไซเมอร์ไปชั่วขณะ อ้ำๆอึ้งๆ โกหกไว้เยอะ เลยตอบผิดชายคนนี้นี้จึงเป็นศพไป )

6. ไปเที่ยวกับแฟน อย่าได้เผลอเมา เพราะเหล้ามักทำลายต่อมตอแหล โดนเซ้าซี้ถามความจริงตอนเบลอๆ อาจเผลอตอบไปไม่รู้ตัว

7. เพจเจอร์อย่าคิดใช้ เพราะถ้าเช็คเจอเมื่อไหร่ก็ตายเมื่อนั้น ถ้าคิดจะใช้ควรมีเท่าจำนวน members ....เข้าใจนะจ๊ะ

8. ใครไปที่ไหน ถามไถ่ให้ดี เป็นเรื่องทุกทีเมื่อรถไฟชนกัน

ถ้าเกิดทำได้ครบ 8 ข้อนี้ละก็ รับรองมะกอก 3 ตะกร้าปาไม่ถูกแน่นอน แต่ถ้าคนไหนมีแฟนชนิดขี้หึงเข้าสายเลือด ควรพึงระวังไว้ให้ดี เพราะเหมือนคุณพกระเบิดเวลาไว้กับตัว ถ้าเธอหาชนวนเจอเมื่อไหร่ พระเอกนางเอกคน หลายใจมีหวังตายตอนจบ !


โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:40 น.] #717513 (50/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

แอบหลบมุม นะท่านเกลอ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:42 น.] #717514 (51/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

เหนื่อยกับงานนี้ ทั้งครอบครัว...นะครับอาจารย์พี่พรทิพย์

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:43 น.] #717515 (52/110)


(D)


ขอตัวไปก่อนน่ะครับ ต้องไปทำหน้าที่พลขับ(รถเครื่อง) ส่งคุณนายไปทำงาน ครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:43 น.] #717516 (53/110)


(D)
ควันหลงจากงานมิตติ้ง ที่ระยอง

ซ้อมแทง...ไว้ก่อนจ้า

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 06:52 น.] #717517 (54/110)


(D)
คุณอาวิบูลย์ ได้โทรศัพท์แจ้งว่า ระบบ true internet ที่บ้าน เกิดล่มกระทันหัน ยังไม่สามารถใช้งานได้ ก็เลยยังไม่ได้เข้ามาพูดคุย สนทนา รวมถึงตั้งกระทู ภาษาอังกฤษวันละคำ และทางระบบสามารถใช้งานได้แล้ว คุณอาวิบูลย์ จะรีบเข้ามาพูดคุยกันครับ


โดยคุณ ibapra (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:02 น.] #717525 (55/110)


(D)



โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:03 น.] #717528 (56/110)
สวัสดีตอนเช้าวันเข้าพรรษาครับ
...โบราณว่า....
ผู้หญิงสวย กล้วยหวี ยังดีกว่า
มีคุณค่า วิตมิน กินได้ด้วย.........
อกหักก็รักใหม่ครับ คุณโชติอนันต์......สำหรับพวกเรามผู้เปี่ยมไปด้วยความรักความรัก.....

โดยคุณ poppoomi (401)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:12 น.] #717542 (57/110)
อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านพิธีกร ท่านเอกจิตต์ และสมาชิกทุก ๆ ท่านด้วยนะครับ

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:16 น.] #717548 (58/110)
- สวัสดีตอนเช้าวันเข้าพรรษาครับ ท่านโคราชา แนวทางกาดำเนินึวิตคิดสุดยอดมาก

- สวัสดีตอนเช้าวันเข้าพรรษาครับ อ.ภู เห็นภาพชื่นมื่นของงาน meeting แล้ว หวังว่าคงจะมีโอกาสพาหรือไม่ก็หนีครอบครับไปร่วมกิจกรรมสักครั้งสองครั้ง

- สวัสดีตอนเช้าวันเข้าพรรษาครับ ท่านสิทธิโชติ ชอบยุทธการสับรางของท่านจัง

- สวัสดีตอนเช้าวันเข้าพรรษาครับ คุณ ibapra.......

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:20 น.] #717550 (59/110)
- สวัสดีตอนเช้าวันเข้าพรรษาครับคุณ poppoomi ขอบคุณที่แวะทักทายครับ.....

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:22 น.] #717552 (60/110)
.....ก็ตามสัญญานะครับ แขวนพระอย่างไรให้ถูกโฉลกสำหรับท่านที่เกิดวันอังคาร
พระเนื้อผงคลุกรัก พระเครื่องที่มีส่วนผสมของผงกระดูกผี เครื่องรางของขลังทุกชนิด เช่น
- พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม พระปิดตาหลวงปู่ศุข
- พระผงพรายกุมารหลวงปู่ทิมวัดละหารไร่ พระผงกระดูกผีวัดโพธิ์
- ตะกรุด มีดหมอ เสื้อยันต์ ปลักขิก

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:23 น.] #717554 (61/110)
ต่อด้วยวันพุทธครับ
พระที่เหมาะกับท่านคือ พระหล่อโบราณ พระกริ่ง เช่น
- หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน หลวงพ่อไปล่วัดกำแพง หลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก
- พระกริ่งทุกสำนัก ใหม่เก่าได้หมด

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:25 น.] #717556 (62/110)
สำหรับท่านที่เกิดในวันพฤหัส
- พระเนื้อดิน พระเนื้อผง ทุกประเภท ทุกคณาจารย์ ได้หมด

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:25 น.] #717558 (63/110)
ต่อด้วยวันศุกร์
- พระกรุโบราณ (เช่นเดียวกันกับวันอาทิตย์) พระปิดตาทุกสำนัก

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:26 น.] #717559 (64/110)
และสุดท้าย วันเสาร์ครับ
พระเนื้อชินกรุโบราณ ชินเงิน ชินเขียว สนิมแดง ซึ้งมีอยู่มากมายหลายกรุ เช่น
- พระหูยานลพบุรี อยุธยา พระยอดธง พระกรุชุมนุมสงฆ์สุพรรณบุรี

โดยคุณ น้ำปาย (429)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:28 น.] #717562 (65/110)


(D)
สวัสดีครับท่านพิธีกร.....และพี่ๆทุกท่าน
...วันนี้น้ำปายจะไปทำบุญ ถวายเทียนเข้าพรรษาซะหน่อย
...ไปด้วยกันมั๊ยครับ แต่ต้องรีบหน่อยนะครับ
..........เดี๋ยวไม่มีที่จอดรถถถถถ........

โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:45 น.] #717569 (66/110)

โดยคุณ dangsong (197)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 07:48 น.] #717572 (67/110)

โดยคุณ aragon_ttt (5K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 08:03 น.] #717589 (68/110)
อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านพิธีกร และสมาชิกทุก ๆ ท่านด้วยนะครับ


โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 08:12 น.] #717590 (69/110)
สวัสดีครับ ท่านพิธีกร และทุกๆท่าน

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 08:44 น.] #717625 (70/110)


(D)
สวัสดีตอนเช้าครับ
- ท่านน้ำปาย อย่าลืมเอาบุญมาฝากพิธีกรด้วยนะครับ ขออนุโมนาสาธุล่วงหน้าเลยครับ
- ท่านติ่ง
- ท่าน aragon_tt
- ท่านป๊อก98
สุขสันต์วันเข้าพรรษาทุกๆ ท่านนะครับ......

โดยคุณ เกียรตินิรันดร์ (1)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 09:00 น.] #717643 (71/110)


(D)


สวัสดีค่ะคุณเอกจิตต์ และทุก ๆ ท่าน


โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 09:09 น.] #717656 (72/110)
สวัสดีตอนเช้าครับคุณแม่ ขอบพระคุณคุณแม่ที่แวะมาทักทายพิธีกร หนุ่ม(เหลือ)น้อย หน้ามน ครับ คุณแม่สบายดีนะครับ ผมไม่ได้ไปงาน meeting แต่ก็แอบติดตามอยู่ครับ.....

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 09:18 น.] #717674 (73/110)
ทุกท่านทราบบทสวดมนต์ของท่านเองกันบ้างหรือยังครับ ถ้ายังไม่ทราบ ก็เชฟไว้ใช้กันบ้างก็น่าจะเป็นผลดีนะครับ เป็นมงคลกับชีวิตดีครับ......

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 09:21 น.] #717685 (74/110)


(D)
วันอาทิตย์ ปางถวายเนตร
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถยืน ลืมพระเนตรทั้งสองเพ่งไปข้างหน้าพระหัตถ์ทั้งสองห้อยลงมาประสานกันอยู่ระหว่างพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาซ้อนเหลื่อมพระหัตถ์ซ้ายอยู่ในพระอาการสังวรทอดพระเนตรดูต้นพระศรีมหาโพธ์

ประวัติย่อ
ในสัปดาห์ที่ 2 ภายหลังจากการตรัสรู้พระองคค์ได้เสด็จไปด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นพระศรีมหาโพธิ์ แล้วประทับยืนจ้องพระเนตรดูต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยไม้กระพริบพระเนตร ด้วยพระอิริยาบถนั้นตลอด 7 วัน และสถานที่ประทับยืนทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้นเรียกว่า อนิมิสสเจดีย์ (อนิมิสส แปลว่า ไม่กระพริบตา)ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการสร้างพระพุทธรูปปางถวายเนตรขึ้นเป็นอนุสติ และนิยมสร้างไว้เป็นที่สักการะบูชาประจำวัน สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์

บทสวดมนต์ประจำวันอาทิตย์ (6 จบ ก่อนเข้านอน)
บทสวดย่อ "อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา"
อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณ โณ ปะฐะวิปปะภาโส ตัง ตัง
นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะคุต ตา วิหะเรมุ
ทิวะสัง เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะ ธัมเม, เต เม นะโม เต จะ มัง
ปาละ ยันตุ นะมัตถุ พึทธานัง นะมัตถุ โพธิยา, นะ โม วิมุตตานัง นะโม
วิมุตติยา อิมังโส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนา

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 09:31 น.] #717703 (75/110)
อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านเอกจิตต์ พิธีกร .... อาจารย์ภู .... ท่านสิทธิโชติ .... และทุกๆท่าน ครับ เพิ่งเข้า web G-PRA 2 ได้ ครับ กลัวล่มอีก ขอสั้นๆนะครับ

บางกระทู้ ผมไม่ได้เข้าไปตอบ หรือ ให้เพียง logo ยิ้มประจบ ไว้ อย่าโกรธอย่าเคือง กันนะครับ ระบบ Internet ยังรวนอยู่ กลัวล่ม อีก ครับผม

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 09:46 น.] #717739 (76/110)
สวัสดีตอนเช้าครับท่าน BCC-106 ตอนนี้เว็บรวนไปหมด เย็นนี้ปิดซ่อมครับ......

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 09:47 น.] #717742 (77/110)


(D)
วันจันทร์ ปางห้ามญาติ
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถยืน ยกพระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้นเสมอพระอุระ (อก)ตั้งฝ่าพระหัตถ์ยื่นออก ไปข้างหน้า เป็นกิริยาห้าม เป็นปางเดี่ยวกับปางห้ามสมุทร นิยมทำเป็นแบบพระทรงเครื่อง

ประวัติย่อ
ในพรรษาที่ 4 หลังออกพรรษาแล้ว พรพุทธองค์ได้เสด็จไปยังกรุงกบิลพัสดุ์เพราะทรงทราบข่าวที่พระเจ้าสุทโธทนะประชวรหนัก ทรงแสดงะรรมโปรดจนพระพุทธบิดาบรรลุเป็นพระอรหันต์และได้นิพพานด้วยการประชวนนั้น หลังจากถวายพระเพลิงพระศพ พระพุทธบิดาแล้วยังคงประทับอยู่ที่นิโครธาราม ในสมัยนั้น พวกเจ้าศากยะซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพระพุทธบิดา แล้วทรงโกลิยะซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพระพุทธมารดา ที่ตั้งหลักแหลงอยู่ริมฝั่งทั้งสองของแม่น้ำโรหิณี ได้เกิดทะเลาะวิวาทลุกลามมากขึ้น มี การด่าว่ากระทบถึงชาติ โคตร และลามถึงราชวงค์ ในที่สุดกษัตรย์ทั้งสองพระนครก็ได้ยกทัพออกมาประชิดกัน จนวนจะเกิดศึกพระหัตประหารกัน แต่พระพุทธองค์ทรงทราบเรื่องเสียก่อนจึงเสด็จไปยังที่กองทัพทั้งสองทั้งสองนครตั้งกำลังประชิดกัน แล้วตรัสถามถึงมูลเรื่องเสียก่อนจึงเสด็จไปยังที่กองทัพทั้งสองนครตั้งกำลังประชิดกันและตรัสถามถึงมูลเหตุของการทะเลาะวิวาทเมื่อพระญาติเหล่านั้นกราบทูลบอกจึงตรัสชี้แจงถึงเหตุที่ไม่สมควรซึ่งชีวิตกษัตริย์อันหาค่ามิได้จะต้องพากันมาล้มตายเพียงเพราะเหตุแห่งน้ำอันมีค่าเพียงนิดหน่อยจากนั้นจึงตรัสผันทน ชาดก ทุทุภายชาดก และลฏุกิกชาดก เพื่อระงับการทะเลาะวิวาท แล้วตรัสรุกธรรมชาติให้เกิดความสามัคคีพร้อมเพรียงกัน ในที่สุดตรัสอัตตทัณฑสูตร เพื่อกำจัดกิเลสในอดีตกีดกันกิเลสไม่เกิดความสามัคคีพร้อมเพียงกัน ในที่สุดตรัสอัตตทักณสูตร เพื่อกำจัดกิเลสในอดีส กีดกันกิเลสไม่ให้เกิดในอนาคตและมีสติมั่นคงในปัจจุบันพระญาติวงศ์ทั้งสองพระนครต่างพากันทิ้งอาวุธ นมัสการและกล่าวสรรเสริญคุณพระพุทธองค์ว่า ถ้าพระองค์ไม์เสด็จมา ก็คงต้องฆ่าฟันกันจน เลือดไหลหนองเป็นแน่ครั้งพระญาติทั้งสองฝ่ายทำความเข้าใจกันดีแล้วพระพุทธองค์จึงเสด็จกลับด้วยพระพุทธจริยาในการบำเพ็ญญาตัตถจริยาดังกล่าวในภายหลังพุทธศาสนิกชนจึงได้สร้างพระพุทธรูปปางห้ามญาติขึ้น และเป็นปางพระพุทธรูปบูชาสำหรับคนที่เกิดวันจันทร์

บทสวดมนต์ประจำวันจันทร์ (15 จบ ก่อนเข้านอน)
บทสวดย่อ "ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง"
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
ปาปัคคะโห ทุสสุปิ นัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
ปาปัคคะโหทุสสุปิ นัง อะกันตัง ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
ปาปัคคะโหทุสสุปิ นัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 10:25 น.] #717817 (78/110)
สวัสดีครับท่านพิธีกรเอกจิตต์ ................พี่น้องทุกท่านครับ
ได้ความรู้และเป็นประโยชน์มากๆเลยครับ..............
มีความสุขครับ............

โดยคุณ aey11 (1.2K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 10:29 น.] #717835 (79/110)

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 10:35 น.] #717850 (80/110)
- สวัสดีตอนเช้าครับท่าน looknam1 ขอบคุณครับ
- สวัสดีตอนเช้าครับท่าน aeu11

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 10:36 น.] #717852 (81/110)


(D)
วันอังคาร ปางไสยาสน์
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถนอนตะแคงขวา พระบาททั้งสองข้างซ้อนทับเสมอกัน พระหัตถ์ซ้ายทาบไปตามพระวรกาย พระหัตถ์ขวาตั้นขึ้นรับพระเศียรและมีพระเขนย (หมอน) รองรับบางแบบพระเขนยวางอยู่ใต้พระกัจฉะ (รักแร้)

ประวัติย่อ
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร ในพระนครสาวัตถีอสุรินทราหูบุชาของท้าวเวปจิตติอสูร ผู้ครองอสูรพิภพ ได้สดับพระเกียรติคุณของพระพุทธองค์จากสำนักเทพยดาทั้งหลาย จึงมีความปรารถนาจะไปเฝ้า แต่คิดว่าพระพุทธองค์เป็นมนุษย์ มีพระวรกายเล็กถ้าเข้าไปเฝ้าก็คงต้องก้มลงมอง ซึ่งจะทำให้ตนเองลำบากทั้งไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใครอีกด้วย ดั้งนั้นจึงไม่ยอมเข้าไปเฝ้าพระศาสดา แต่เมื่อเห็นเหล่าทวยเทพจำนวนมากไปเฝ้าพระพุทธองค์เนื่อง ๆ จึงไม่อาจทนอยู่ได้ ในราตรีวันหนึ่งจึงตัดสินใจเข้าไปเฝ้าพระพุทธองค์
ฝ่ายพระพุทธเจ้าทรงทราบว่าอสุรินทราหูจะมาเฝ้า จึงมีรับสั่งให้พระอานนท์ ปูลาดบรรจถรณ์แล้วก็สำเร็จสีหไสยาสน์รออสุรินทราหูบนพระแท่นที่ประทับ ทรงทำปาฏิหาริย์เนรมิตพระวรกายให้ใหญ่กว่าพระอสุรินทราหูหลายเท่า ซึ่งปรากฏเห็นได้เฉพาะอสุรินทราหูเท่านั้น
เมื่ออสุรินทราหูเข้าไปเฝ้าก็อัศจรรย์ใจ แทนที่ตนจะต้องก้มหน้ามองดูพระพุทธองค์ แต่กลายเป็นว่าต้องแหงนหน้ามองดูพระพุทธลักษณะ จนเป็นที่พอใจจากนั้นพระพุทธองค์ก็ได้พาเอาอสุรินทราหูไปปรากฎยังพรหมโลก ซึ่งก็มีพระพรหมจำนวนมาก พากันมาเข้าเฝ้า และล้วนแต่มีอัตตภาพใหญ่โตกว่าอสุรินทราหูหลายร้อยหลายพันเท่า แต่ทั้งหมดก็ยังมีกายเล็กกว่าพระพุทธองค์ทั้งสิ้นส่วนอสุรินทราหูนั้นต้องคอยหลบอยู่เบื้องพระปฤษฎางค์ของพระพุทธองค์ตลอดเวลา เพราะความหวาดกลัว
ในที่สุดอสุรินทราหูก็หมดมานะทิฏฐิอันแข็งกระด้าง กลับมีใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและพระพุทธองค์ได้พากลับมายังมนุษย์โลก
ด้วยเหตุนี้ ต่อมาจึงได้มีการสร้างพระพุทธรูปปางโปรดอสุรินทราหูหรือปางไสยาสน์ขึ้น และกลายมาเป็นพระบูชาประจำวันเกิดสำหรับผู้เกิดวังอังคาร

บทสวดมนต์ประจำวันอังคาร (8 จบ ก่อนเข้านอน)
บทสวดย่อ "ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท"
ยัสสานุสสะระเณนาปิ อันตะลิก เขปิ ปาณิ โน ปะติฏิฐะมะธิ คัจฉันติ ภูมิยัง
วิยะ สัพพะทา สัพพูปัททะวะชาลัมหา ยักขะโจราทิ สัมภะวา คะณะนานะ
จะ มุตตานัง ปะริตตันตัม ภะณามะ เห

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 10:56 น.] #717897 (82/110)


(D)
วันพุธกลางวัน ปางอุ้มบาตร
พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในอิริยาบถยืน สันพระบาททั้งสองชิดกันพระหัตถ์ทั้งสองยกประคองบาตรราวสะเอว มีบาตรวางอยู่ที่ฝ่าพระหัตถ์ในท่าประคองด้ว

ประวัติย่อ
ภายหลังจากส่งพระอรหัตนสาวกทั้ง 60 องค์ออกไปประกาศเผยแผ่พระศาสนาแล้วพระพุทธองค์ได้เด็จไปยังเมืองราชคฤห์เพื่อปลดเปลื้องปฏิญญาที่ทรงให้ไว้กับพระเจ้าพิมพิสารตั้งแต่สมัยที่ยังแสวงหาโมกขธรรม เมื่อแสดงธรรมโปรดพระเจ้าพิมพิมพิสารพร้อมข้าราชบริพารให้เกิดความเลื่อมใสได้แล้ว ก็ได้เสด็จไปประทับที่พระเวฬุวันซึ่งพระเจ้าพิมพิสารสร้างอุทิศถวายให้เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา
เมื่อพระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบว่าพระโอรสได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว และตอนนี้กำลังประกาศพระศาสนาอยู่ ณ เมืองราชคฤห์ จึงทรงส่งทูตพร้อมบริวารไปทูลนิมนต์ให้พระพุทธองค์เสด็จมายังเมืองกบิลพัสดุ์ แต่คณะทูตที่ทรงส่งไปถึง 9 ครั้ง ต่างเงียบหายไปหมดในที่สุด ครั้งที่ 10 จึงทรงส่งกาฬุทายีอำมาตย์พร้อมบริวารไปทูลนิมนต์จึงสำเร็จตามประสงค์
ในการเสด็จโปรดพระประยูรญาติครั้งนั้น พระพุทธองค์ได้สรัสมหาเวสสันดรชาดกในท่ามกลางสมาคมพระญาติ เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาจบแล้ว บรรดาพระญาติทั้งหลาย มีพระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดาเป็นประธาน ต่างเกิดปิติยินดี แล้วกราบทูลลากลับมายังพระราชนิเวสน์ของตนๆ โดยไม่มีใครทูลอาราธนาให้พระพุทธองค์และภิกษุสงฆ์เสวยพระกระยาหารของเช้าวันรุ่งขึ้นเลยเนื่องจากดำริว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมายังเมืองของพระองค์เองแล้ว ถึงเวลาก็คงเสด็จเข้าไปเสวยในพระราชวังเอง
ในวันรุ่งขึ้น พระพุทธองค์จึงพาหมู่ภิกษุเข้าไปบิณฑบาตในเมืองกบิลพัสดุ์จนทำให้เกิดแตกตื่นกันขึ้นทั่วทั้งพระนคร เมื่อพระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบข่าว จึงเสด็จออกไปประทับยืน ณ เบื้องพระพักตร์พระศาสดาและตรัสพ้อว่าเหตุไฉนพระศาสดาจึงทำให้พระองค์ได้รับความอับอายเยี่ยงนี้ เพราะวงศ์ของพระองค์เป็นกษตริย์ ไม่เคยมีกษัตริย์พระองค์ใดที่จะต้องเสด็จเที่ยวภิกขาจาร (เพื่อขออาหารคนื่นยังชีพ) เช่นนี้เลย
พระพุทธองค์จึงตรัสชี้แจงว่า พระองค์กำลังทำตามพุทธวงศ์ ซึ่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายปวงอันมีพระพุทธทีปังกร เป็นต้น ล้วนสำเร็จการเลี้ยงชีพด้วยการภิกขาจารทั้งนั้น แล้วตรัสพระคาถาว่าบุคคคลไม่ควรประมาท ในบิณฑบาตที่ตนจะพึงลุกรับ
ควรประพฤติธรรมให้สุจริต
บุคคลผู้ประพฤติธรรม
ย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
ในเวลาจบพระคาถา พระเจ้าสุทโธทนะก็ได้สำเร็จเป็นพระโสดาบันในท่ามกลางถนนนั่นเอง และได้ทูลอาราธนาให้พระพุทธองค์พร้อมหมู่ภิกษุเสด็จเข้าไปเสวยภัตตาหารในพระราชนิเวสน์
ด้วยพระพุทธจริยาวัตรดังกล่าวจึงได้มีการสร้างพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสติรำลึกถึงการเสด็จออกโปรดเวไนยสัตว์ในตอนเช้าของพระพุทธองค์ และกลายเป็นพระพุทธรูปประจำวันเกิด สำหรับผู้เกิดวันพุธ(กลางวัน)

บทสวดมนต์ประจำวันพุธกลางวัน (17 จบ ก่อนเข้านอน)
บทสวดย่อ "โส มาณะ กะ ริ ถา โธ"
สัพพาสีวสะชาตีนัง ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ ยันนาเสติ วิสังโฆรัง เสสัญจาปิ ปะริสสะยัง อาณักเขตตัมหิ สัพพัตถะ สัพพะทา สัพพะ ปาณินัง สัพพะโสปิ นิวาเรติ ปริตตันตัมภะ ณามะเห

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 11:03 น.] #717905 (83/110)


(D)
วันพุธกลางคืน ปางป่าลิไลยก์
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถประทับ (นั่ง) บนก้อนศิลา พระบาททั้งสองวางบนดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายวางค่ำบนพระขนะ (เข่า)พระหัตถ์ขวาวางหงายนิยมสร้างช้างหมอบใช้งวงจับกระบอกน้ำ อีกด้านหนึ่งมีลิงถือรวงผึ้งถวาย

ประวัติย่อ
ในสมัยหนึ่งพระวินัยธรและพระธรรมกถึกชาวเมืองโกสัมพี ได้ก่อความทะเลาะวิวาทกันขึ้นในโฆสิตารามด้วยเรื่องการยกโทษกันเกี่ยวกับวินัย จนหมู่ภิกษุตลอดถึงอุบาสก อุบาสิกาเกิดแตกแยกกันขึ้นเป็น 2 ฝ่ายแม้พระพุทธองค์จะทรงเข้าไปไกล่เกลี่ยให้สงฆ์ปรองดองกันเสียแต่ก็ไม่มีใครเชื่อฟังพระโอวาทนั้น ทำให้พระองค์ทรงเหนื่อยหน่ายความถือรั้นด้วยทิฏฐิมานะของภิกษุเหล่านั้นจึงเสด็จไปยังราวป่าอันเป็นที่อยู่ของช้างชื่อปาริเลยยกะ เพียงพระองค์เดี่ยวโดยไม่อำลาใครๆและได้ประทับอยู่ที่ราวป่านั้นเพียงลำพัง โดยมีช้างปาริเลยยกะคอยปรนนิบัติทำกิจวัตรต่างๆ แต่พระศาสดา ทำให้ชัฏป่าแห่งนั้นได้ชื่อว่า รักชิตวัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ต่อมา ลิงตัวหนึ่งเห็นช้างทำกิจวัตรต่างๆปรนบัติพระศาสดาเช่นนั้นจึงเกิดความเลื่อมใสคิดอยากบำรุงพระศาสดาบ้าง ภายหลังวันหนึ่งได้พบรวงผึ้งบนกิ่งไม้จึงหักกิ่งนั้นนำมาถวายพระศาสดาแต่เห็นพระองค์รับแล้วกลับนิ่งเฉยเสีย จึงใคร่ครวญดูก็ได้เห็นว่ามีตัวอ่อนไต่อยู่บนรัง เลยเขี่ยตัวอ่อนนั้นทิ้งแล้วถวายเสียใหม่ คราวนี้พระพุทธองค์ทรงรับแล้วก็เสวย ทำให้ลิงตัวนั้นปิติยินดียิ่งนัก วิ่งกระโดดไปมาบนกิ่งไม้แต่บังเอิญกิ่งที่ลิงเหยียบและยึดเอาไว้นั้นหักลงมาตรงตอไม้ปลายแหลมพอดี ทำให้ลิงตัวหนั้นถูกปลายตอเสียบทะลุร่างสิ้นใจตายแล้ว ได้บังเกิดเป็นเทพบุตรบนดาวดึงส์
ช้างปาริเลยยกะได้ปรนนิบัติรับใช้พระพุทธองค์ตลอดไตรมาส โดยมิได้ขาดตกบกพร่องฝ่ายภิกษุชาวเมืองโกสัมพี ภายหลังจากวันที่พะพุทธเจ้าเสด็จหลีกไปนั้น ได้มีพวกอุบาสกอุบาสิกามาเข้าเฝ้าพระศาสดาที่โฆสิตาราม แต่ไม่พบจึงสอบถามจนทราบเรื่องราวและสาเหตุที่พระพุทธองค์เสด็จหนีไป ทำให้ชนทั้งหลายต่างไม่พอใจภิกษุเหล่านั้น จึงพร้อมใจกันงดทำสามีจิกรรม งดถวายอาหาร ทำให้พวกเธอต้องอยู่จำพรรษาในโฆสิตารามด้วยความยากลำบาก จึงหันมาสามัคคีปองดองกันเหมือนเดิม แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ยกโทษให้จนกว่าพวกเธอจะทูลขอขมาให้พระพุทธองค์อดโทษเสียก่อน
หลังออกพรรษา ตระกูลเศรษฐีคหบดี ในเมืองสาวัตถี มีอนาถบิณฑิกเศรษฐีและนางวิสาขามหาอุบาสิกา เป็นต้น ได้ส่งข่าวไปขอร้องให้พระอานนท์พุทธอุปัฏฐากไปกราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์ให้เสด็จไปพระนครสาวัตถีด้วย
พระอานนท์จึงพาภิกษุต่างถิ่น จำนวน 500 รูปที่เดินทางมาเพื่อประสงค์จะเข้าเฝ้าพระพุทธองค์เช่นกัน ไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ณ ราวป่ารักชิตวัน แล้วกราบทูลแจ้งตามความประสคงค์ของเศรษฐีคหบดีชาวพระนครสาวัตถึให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าจึงแสดงธรรมโปรดพระภิกษุที่มาเข้าเฝ้าจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด จากนั้นก็ได้เสด็จไปยังพระนครสาวัตถี
ฝ่ายช้างปาริเลยยกะ ไม่อาจตัดความรักที่มีต่อพระศาสดาได้ เมื่อพระองค์ทรงพาหมู่ภิกษุหลีกไปก็ขาดใจตายไปบังเกิดเป็นเทพบุตรบนดาวดึงส์ ส่วนภิกษุชาวเมืองโกสัมพีทราบข่าวว่าพระศาสดาเสด็จไปประทับอยู่ ณ เชตวัน เมืองสาวัตถีแล้วจึงพากันไปเข้าเฝ้าและกราบทูลขอขมาต่อพระพุทธองค์
ด้วยเหตุที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับอยู่จำพรรษาตามลำพังที่ราวป่ารักขิตวันโดยมีช้างปาริเลยยกะคอยอุปัฏฐากปรนนิบัติบำรุงดังกล่าว ต่อมาจึงได้มีการสร้างพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ขึ้น และใช้เป็นปางพระพุทธรูปบูชา สำหรับผู้เกิดวันพุทธกลางคืน

บทสวดมนต์ประจำวันพุธกลางคืน (12 จบ ก่อนเข้านอน)
บทสวดย่อ "วา โธ โน อะ มะ มะ วา"
กินนุ สันตะระมาโนวะ ราหุ จันทัง ปะมุญจะสิ สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ
ภีโต ติฏฐะสีติ สัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภ
พุทธาคาถาภิคิโตมหิ โนเจ มุญเจยะ จันทิมันต

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 13:08 น.] #717966 (84/110)


(D)
วันพฤหัสบดี ปางสมาธิ
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองวางหงายซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวทับพระหัตถ์ซ้าย พระชงฆ์(แข้ง) ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย

ประวัติย่อ
ในเช้าของคืนวันที่จะตรัสรู้นั้น พระโพธิสัตว์สิตธัตถะ หลังเสวยข้าวมธุปายาสที่นางสุชาดานำมาถวายแล้ว ก็ได้ทรงอธิษฐานเสี่ยงทายถาดทองคำที่แม่น้ำเนรัญชรา แล้วประทับยับยั้งอยู่ที่นั้นจนตะวันบ่ายคล้อยเสด็จกลับมายังต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในระหว่างทาง ได้ทรงรับหญ้าคา 6 กำมือ จากโสตถิยะพราหมณ์ จึงนำมาปูลาด ณ ใต่ต้นไม่ พระศรีมหาโพธิ์แทนบัลลังก์ แล้วขึ้นประทับนั่งผันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ผันพระปฤษฏางค์ ให้ลำต้นพระศรีมหาโพธิ์ แล้วจึงทรงอธิษฐานพระทัยว่า จักไม่ลุกจากบัลลังก์นี้ ตามใดที่ยังไม่ได้บรรลุพระสัมโพธิญาณ แม้ว่าเนื้อและเลือดจะเหือดแห้งไปจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกก็ตามทีหลังจากอธิษฐานจิตพระองค์ก็ได้เผชิญกับการทำสงครามกับพญามาราธิราชพร้อมเสนาหมู่ใหญ่ แต่พระองค์ก็สามารถเอาชนะได้ด้วยพระบารมีต่างๆก่อนที่พระอาทิตย์จะอัสดงคตเล็กน้อย จากนั้นก็ได้เจริญภาวนาจนได้บรรลุพระญาณต่างๆ ไปตามลำดับ คือ
1.ในปฐมยาม ทรงบรรลุบุพเพนิวาสานุสสติญาณ สามารถระลึกชาติในอดีตได้เป็นเหตุให้ทรงยั่งรู้อัตตภาพขันธสังขารต่างที่ประกอบกันขึ้นและดับไปนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้ทรงกำจัดความหลงในขันธ์อันเป็นเหตุรักหรือขังเสียได้โดยสิ้นเชิง
2.ในมัชฌิมยาม ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ หรือ ทิพพจักษุ สามารหยั่งรู้การเกิดการตายตลอดถึงสาเหตุที่ทำให้สรรพสัตว์ต้องเวียนว่ายตายเกิดในรูปแบบต่างๆ กันออกไปก็ด้วยอำนาจกรรมที่แตกต่างกัน เป็นผลให้ทรงกำจัดความหลง ในคติแห่งขันธ์อันเป็นเหตุสำคัญผิดด้วยประการต่างๆ ได้
3.ในปัจฉิมยาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ สามารถกำจัดอาสวักกิเลสน้อยใหญ่ทั้งมวลได้สิ้นเชิงด้วยพระปัญญารู้แจ้งความจริงอันประเสริฐและเข้าใจชัดแจ้งถึงสายโซ่แห่งชีวิตที่เกิดดับ โดยความอาศัยกันและกัน แห่งเหตุปัจจัย หรือปฏิจจสมุทปบาทธรรมทำให้ทรงได้ชีวิตใหม่ บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ กลายเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระญาณอันหมดจดวิเศษเหนื่อยกว่ามนุษย์ และทวยเทพทั้งมวล
ภายหลังจากตรัสรู้ พระองค์ก็ได้ประทับนั่งเสวยวิมุติสุขและพิจารณาปฏิจจสมุปบาทธรรมตลอด 7 วัน ณ ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้เสด็จลุกไปไหนด้วยเหตุอัศจรรย์ดังกล่าว ภายหลังจึงมีการสร้างพระพุทธรูปปางสมาธิขึ้นไว้เป็นอนุสติและกลายมาเป็นปางพระพุทธรูปบูชา สำหรับ ผู้ที่เกิดในวันพฤหัสบดี

บทสวดมนต์ประจำวันพฤหัสฯ (19 จบ ก่อนเข้านอน)
บทสวดย่อ "คะ พุท ปัน ทู ทัม ภะ คะ"
ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร นิพพัตตัง วัฏฏะชาติยัง
ยัสสะ เตเชนะ ทาวัคคิ มะหาสัตตัง วิวัชชะยิ
เถรัสสะ สารีปุตตัสสะ โลกะนาเถนะ ภาสิตัง
กัปปัฏฐายิ มะหาเตชัง ปะริตตันตัมภะณามะ เห

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 13:08 น.] #717969 (85/110)


(D)
วันศุกร์ ปางรำพึง
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถยืน พระหัตถ์ ทั้งสองประสานกันยกขึ้นประทับที่พระอุระ (อก) พระหัตถีขวาทับพระหัตถ์ซ้าย

ประวัติย่อ
ในสัปดาห์ที่ 7 ภายหลังการตรัสรู้ พระพุทธองค์ได้เสด็จไปประทับนั่งเสวยวิมุตติสุข ที่ต้นเกตุ ุชื่อราชายตนะ ตลอด 7 วัน แล้วเสด็จกลับมาที่ต้นอชปาลนิโครธซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันออกของต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากนั้นทรงรำพึงถึงธรรมที่พระองค์ตรัสรู้ว่า เป็นธรรมที่ละเอียด ประณีต สุขุม คัมภีรภาพยากที่จะมีใครๆ ตรัสรู้ตามได้ ทำให้น้อมพระทัยไปในการจะไม่ทรง แสดงธรรมแก่สรรพสัตว์ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหม ทราบวารจิตเช่นนั้นของพระพุทธเช้า เลยกล่าวกับทวยเทพว่า คราวนี้โลกคงต้องฉิบหายแน่ จึงเข้าเฝ้าพระพุทธองค์และทูลอาราธนาให้พระองค์แสดงธรรรมโปรดเวไนยสัตว์ด้วย เพื่อบุคคลที่มีกิเลสธุลีในจิตใจน้อยจะได้รู้ธรรมที่พระองค์ได้สรัสรู้บ้างพระศาสดาเองทรงอาศัยพระทัยอันประกอบด้วยพระมหากรุณา จึงทรงรำพึงถึงธรรมเนียม ที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตทรงกระทำภายหลังจากการตรัสรู้ ย่อมทรงแสดธรรมโปรดเวไนยสัตว์ ประดิษฐานพระศาสนาให้ตั้งมั่นแล้วจึงเสด็จดับขันธปรินิพพานจึงน้อมพระทัยไปเพื่อการแสดงธรรมสรรพสัตว์จากนั้นทรงพิจารณาอุปนิสัยของสรรพสัตว์ ก็ทรงทราบว่าแตกต่างกันออกไป บางเหล่าก็มีอุปนิสัยประณีต บางเหล่าก็ปานกลาง บางเหล่าก็หยาบ ที่มีอุปนิสัยดี มีกิเลสเบาบาง มีบารมีที่สั่งสมอบรมมาแล้วซึ่งพอที่จะตรัสรู้ธรรมตามพระองค์ได้ก็มี ผู้ที่มีอินทรีย์แก่กล้าก็มีผู้มีอินทรีย์ยังอ่อนก็มี ผู้ที่จะพึงแนะนำสั่งสอนได้โดยง่ายก็มี ผู้ที่จะแนะนำได้โดยยากก็มี ผู้สามารถจะรู้ได้ก็มี เปรียบเหมือนประทุมชาติบางเหล่าที่โผล่พ้นเหนือน้ำพร้อมจะผลิบาน เมื่อได้รับสุรีย์แสงก็มี บางเหล่าก็ยังอยู่เสมอน้ำก็มี บางเหล่ายังจมอยู่ในน้ำก็มีเมื่อพระพุทธองค์ทรงพิจารณาด้วยพระปรีชาญาณ หยั่งทราบเวไนยสัตว์ผู้จะได้รับประโยชน์จากพระธรรมเทศนาแล้วก็ทรงอธิษฐานพระทัยในอันจะแสดงธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์และตั้งพุทธปณิธานที่จะดำรงพระชนม์อยู่จนกว่าจะได้ประกาศพระศาสนาให้แพร่หลายและตั้งมั้นเสียก่อนท้าวสหัมบดีพรหมได้ทรงถึงพุทธปณิธานและเห็นว่าทรงรับอาราธนาในการเผยแผ่พระธรรมเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สพรรพสัตว์แล้ว จึงกลับไปยังพรหมโลกด้วยพุทธจริยาที่ทรงรำพึงถึงธรรมที่จะทรงแสดงโปรดชนนิกรผู้เป็นเวไนยบุคคลดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้มีการสร้างพระพุทธรูปปางรำพึงขึ้น และใช้เป็นปางพระพุทธรูป บูชา สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์

บทสวดมนต์ประจำวันศุกร์ (21 จบ ก่อนเข้านอน)
บทสวดย่อ "อะ วิช สุ นุต สา นุส ติ"
อัปปะสันเนติ นาถัสสะ สาสเน สาธุสัมมะเต
อะมะนุสเสหิ สะทา กิพพิสะการิภิ
ปริสานัญจตัสสันนะ มะหิงสายะจะคุตติยา
ยันเทเสสิ มะหาวีโร ปริตตันตัมภะณามะ เห

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 13:09 น.] #717971 (86/110)


(D)
วันเสาร์ ปางนาคปรก
พระพุทธรูปอยู่ในพระอริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิหงายพระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้ายเหมือนปางสมาธิ แต่มีพญานาคขนดร่างเป็นวงกลมเป็นพุทธบัลลังก์ และแผ่พังพานปกคลุมอยู่เหนือพระเศียร

ประวัติย่อ
ในสัปดาห์ที่ 6 หลังการตรัสรู้พระพุทธองค์ได้เสด็จไปนั่งขัดสมาธิเสวยวิมุตติสุขภายใต้ร่มไม้จิกชื่อมุจจลินท์ อันตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์และ ณ ที่แห่งนี้ได้มีฝนตกพรำๆ และสายลมพัดผ่านตลอด 7 วัน พญานาคราชมุจจลินท์จึงได้ออกมาจากนาคพิภพทำขนดล้อมพระวรกายพระพุทธองค์ ถึง 7 ชั้นแล้วแผ่พังพานใหญ่ปกคลุมเหนือพระเศรียรด้วยพระประสงค์จะป้องกันมิให้สายฝนและสายลมพัดเข้ามาถูกต้องพระศาสดาได้เมื่อฝนหายขาด พญานาคราชมุจจลินท์ จึงได้จำแลงเพศเป็นมาณพหนุ่มเข้ามายืนถวาย บังคมพระบรมศาสดา ณ เฉพาะพระพักตร์ พระพุทธองค์จึงทรงเปล่งพระอุทานว่า
"ความสงัดเป็นความสุขสำหรับบุคคลผู้ได้สดับธรรม ยินดีในเสนาสนะ
อันสงัด เห็นสังขารทั้งปวงตามความเป็นจริง ความเป็นผู้ไม่เบียดเบียน
คือ ความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย และความเป็นผู้ปราศจากความกำหนัด
คือ ความก้าวล่วงกามทั้งหลายเสียได้ เป็นความสุขในโลกความนำออก
เสียได้ซึ่งอัสมิมานะ (คือความถือตัว) เป็นความสุขอย่างยิ่ง"
ด้วยเหตุนี้ ในสมัยต่อมาจึงได้มีการสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก และใช้เป็นพระพุทธรูปบูชา สำหรับผู้เกิดวันเสาร์
บทสวดมนต์ประจำวันเสาร์ (10 จบ ก่อนเข้านอน)
บทสวดย่อ "ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ"
ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต, นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง
ชีวิตา โวโร เปตาฯ เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ

โดยคุณ ArtMaN7007 (1.2K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 13:15 น.] #717987 (87/110)
สวัสดีตอนเที่ยงครับพี่ ๆ ทุกท่าน
พี่เอกจิตต์ครับ ผมเกิดวันอังคาร ขออิออนผงพรายหลวงปู่ทิมสักองค์นะครับ

โดยคุณ มีสวัสดิ์ (1K)(1)   [พ. 08 ก.ค. 2552 - 13:17 น.] #717988 (88/110)


(D)


สวัสดีครับท่านพี่เอกจิตต์ สายตรงหลวงปู่ทิม ละหารไร่ เห็นตัวจริงในรูปหล่อจริงๆครับ

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 13:28 น.] #718006 (89/110)


(D)
สวัสดีครับพี่......................อิอิอิอิ............สุดยอดครับผม..............อิอิอิ

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 13:36 น.] #718020 (90/110)
- สวัสดีตอนบ่ายของวันเข้าพรรษาครับท่าน ArtMan7007 ยินดีไม่มีปัญหาครับ แต่ที่สำคัญคือ ตอนนี้ผงพรายไม่มีเหลือเลยอะครับ.......

- สวัสดีตอนบ่ายของวันเข้าพรรษาครับท่านมีสวัสดิ์ เจริญพรล่างสวยมากครับ ขอบคุณสำหรับคำชมครับ (กลัวหล่อไม่เสร็จนะซิครับ).......

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 13:38 น.] #718023 (91/110)


(D)
ไม่นึกว่า เวปนี้ยังมีคนหน้าตาดีอีกนิ อิ อิ สู้เจ้าต้นไม่ได้ โดราเอมอน กลับชาติมาเกิด 5555

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 13:40 น.] #718027 (92/110)
- สวัสดีตอนบ่ายของวันเข้าพรรษาครับท่านกำนัน ข่าวว่างาน Meeting สุดยอดมาก เสียดายไม่ได้ไปครับ.....

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 13:43 น.] #718031 (93/110)
- สวัสดีตอนบ่ายของวันเข้าพรรษาครับท่านโพธิ์ทอง อ้าว โดราเอมอน ตายแล้วหรือครับเนี่ย.....อะ..ล้อ..เล่ง.....ขอบคุณที่แวะทักทายครับผม.....

โดยคุณ toei89 (625)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 14:23 น.] #718102 (94/110)
สวัสดีตอนบ่ายครับพี่เอกจิตต์ และทุกท่านด้วยนะครับ เวปเข้ายากจัง..

โดยคุณ gunss (1.5K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 14:38 น.] #718135 (95/110)
สวัสดียามบ่ายแก่ๆครับท่านพิธีกร.....และพี่ๆทุกท่าน...เวปรวนครับ..
พี่เอกนึกว่ารูปปัจจุบัน...46 มั้ยถึงยังหล่อ...

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 14:56 น.] #718147 (96/110)
- สวัสดีตอนบ่ายครับท่าน toei89 เดี่ยวเย็นนี้ 6 โมงก็ปิดซ่อมแล้วหละครับ....
- สวัสดีตอนบ่ายครับท่าน gunss ถ่ายเมื่อ 3 ปีที่แล้วครับ..พอมีลูกปุ๊บก็แก่ปั๊บเลยครับ.....

โดยคุณ toei89 (625)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 15:22 น.] #718187 (97/110)
ปิดปรับปรุงพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอครับ หลุดบ่อยเข้ายากต้องทนต่อไปอีก1วัน

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 15:46 น.] #718222 (98/110)
เข้าเว๊ปไม่ได้เลยครับ.....

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 15:53 น.] #718233 (99/110)


(D)


วันนี้วันเกิดพี่ป๊อก98 เข้าเว๊ปไม่ได้...ขอบคุณท่านBankHiWay ที่ตั้งกระทู้ให้

HAPPY BIRTHDAY ครับพี่ป๊อก พี่ชายที่เคารพรัก

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 15:55 น.] #718238 (100/110)


(D)
พรุ่งนี้เว๊ปหยุดปรับปรุง....คงะดีกว่าเดิมครับ

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 16:12 น.] #718263 (101/110)
- อ้อ...ต้องขอภัยด้วยครับ...ดูผิด....ตกลงพรุ่งนี้ 6 โมงเย็นปิดซ่อมครับ ขอบคุณท่าน toei89 ด้วยครับ
- สวัสดียามบ่ายครับ อ.ภู ต้องดีกว่าเดิมแน่นอนครับ (มั้ง)......

โดยคุณ thanaanan (7K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 16:25 น.] #718294 (102/110)


(D)


สวัสดีครับ ท่าน เอกจิตต์.... พิธีกรรูปหล่อประจำวัน...

สวัสดีครับ ท่าน อ.ภูษิต...ท่านยอดทนาย สิทธิโชติ...ท่าน Korachaa...3 พิธีกรหลักประจำรายการ....

สวัสดีครับ ท่าน พี่ๆ...เพื่อนๆ...ขาประจำรายการฯและห้องสนทนาฯทุกๆท่าน....

วันนี้ขออนุญาต ดีใจ...ภูมิใจ...กับคุณโชติอนันต์คนใหม่ ที่เข้มแข็งและมุ่งมั่นกว่าเดิม
เพื่อนๆจะเป็นแรงใจ และคอยชื่นชมความสำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้ครับ
อยากจะบอกเพื่อนๆว่าเรามีเพื่อนผู้สร้างงานศิลป์"งานสบู่แกะ"ฝีมือระดับโลก" ก้อคุณโชติอนันต์นี่แหละครับ


โดยคุณ korachaa (1.3K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 16:28 น.] #718302 (103/110)


(D)


สวัสดีอีกรอบครับ พี่เอกจิตต์ พิธีกรหน้ามน ท่าพี่ อ.ภู ท่านพี่ทนายสิทธิโชติ และพี่น้องทุกท่าน .....หมอ มาแล้ว...


ภาพชนะการประกวด ธ.กสิกรไทย เฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัว

หนึ่งภาพ แทนคำ ล้านคำพูด
หนึ่งใบ ยายพูด พร่ำบอกหลาน
หนึ่งเรียน ให้รู้ จึงอยู่นาน
หนึ่งคน ถึงกาล ย่อมโรยลา
....อัฐนี้ ยาย อด เจ้าจึงอิ่ม
ยามนี้ เจ้าอิ่ม จงเร่งหา
เรียนนี้ ให้รู้ รอบปัญญา
แต่นี้ ภายหน้า เป็นคนดี.......

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 16:28 น.] #718305 (104/110)


(D)



โดยคุณ ควร_เบญจ (1.5K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 16:46 น.] #718357 (105/110)
สวัสดีครับ

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 18:32 น.] #718611 (106/110)
- สวัสดีตอนเย็นครัยคุณ thanaanan ขอแสดงความดีใจ และภูมิใจกับคุณโชติอนันต์คนใหม่ด้วยครับ ฝีมือการแกะยอดเยี่ยมมากครับ
- สวัสดีรอบเย็นครัยคุณ korachaa ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ ภาพและกลอนซึ้งมากๆครับ
- สวัสดีครับท่าน ควร_เบญจา......

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 18:46 น.] #718644 (107/110)


(D)
..........งูในประเทศไทยมีประมาณ 160 - 170 ชนิด แต่ที่กัดแล้วถึงเสียชีวิตถ้าหาหมอไม่ทันมี 7 ชนิดครับ
1. งูจงอาง
2. งูเห่า
3. งูแมวเซา
4. งูกะปะ
5. งูสามเหลี่ยม
6. งูเขียวหางไหม้
7. งูทะเล
..........ภาพที่ลงเป็นภาพงูเขียวปากจิ้งจกสวยๆ ไม่มีพิษครับ ตอนสมัยเด็กๆจับเล่นเป็นปะจำครับเจ้าตัวนี้

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 23:32 น.] #719133 (108/110)
แวะมาตอนดึกคร้า....

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [พ. 08 ก.ค. 2552 - 23:35 น.] #719135 (109/110)


(D)
ราตรีสวัสดิ์ (ให้แทนเลย)....

โดยคุณ เอกจิตต์ (1K)  [พฤ. 09 ก.ค. 2552 - 07:34 น.] #719422 (110/110)


(D)
- สวีสดีคุณศรารีย์ ขอบคุณที่แวะมาทักทายตอนดึก
- ขอบคุณท่านโคราชาที่มาราตรีสวัสดิ์แทนนะครับ
ขออภัยด้วย พอดีเมื่อคืนเผลอหลับเร็วไปหน่อย
สวัสดีทุกๆท่านครับ......

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM