ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : @@@รายการคุยกันทั้งวันเช้ายันดึก@@@



(D)


สวัสดีตอนเช้าครับทุกท่าน มาแล้วครับหลังจากที่ต้องเลื่อนไปถึง ครั้งด้วยภาระกิจจำเป็น

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 05:20 น.]



โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 05:39 น.] #725203 (1/96)


(D)
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการก่อนครับ
เดชา นาวานุเคราะห์
เกิดที่ กทม แต่ มาทำงานอยู่ที่ พิษณุโลก จนลืม กทม ไปแล้ว
จบมาจากโรงเรียนวัดสุทธิวราราม หลังจากจบ มศ.3 สมัยนั้น ก็ไม่รู้จะไปเรียนอะไรเพราะเรียนไม่ค่อยเก่ง ก็ไปดูบอร์ดแนะแนวพอดีเห็นการเรียนเกี่ยวกับเกษตร เออน่าสนใจเลยไปสมัครกะเขาดูที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วิทยาเขตเกษตรปทุมธานี ที่รังสิต
จบ ปวส ประมงรุ่นแรกของประเทศไทยเลยครับ (ยังไม่มีที่ไหนเปิดสอนเลยสาขานี้)
จบมาไปสมัครงานที่ไหนเขาก็ไม่รับ เพราะสาขานี้ยังไม่มีในสารบบ ไปเรียนต่อก็ไม่มีมหาวิทยาลัยไหนเปิด เฮ้อ เวรกรรมจริงๆ.................ทำงัยล่ะที่นี้
ก็สถาบันคงเห็นว่าไอ้ 28 คนที่จบมาเนี่ยเอางัยกะมันดี เลยเปิดรับอาจารย์ให้มันซะเลย 3 ที่ คือ ปทุมธานี ลำปาง และพิษณุโลก ผมก็เลยสอบติดมาเป็นอาจารย์ ตั้งแต่ปี 2527
และไปเรียนต่อระดับปริญญาตรี สาขาประมงที่ คณะเกษตรศาสตร์บางพระ จังหวัดชลบุรี
เรียนต่อระดับปริญญาโท สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนกรุงเทพอีก
ตอนนี้ก็อยู่พิษณุโลกมา 25 ปีแล้ว
ปัจจุบันก็ได้รับราชการตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ระดับ 8
ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ กองการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่พิษณุโลก สอนวิชาคุณภาพน้ำทางการประมง คุณภาพน้ำและการจัดการบ่อ
น้ำและกำลังผลิตทางชีวภาพในบ่อปลา การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
และการประมงทั่วไป

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 05:42 น.] #725204 (2/96)


(D)
พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก
ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 05:44 น.] #725205 (3/96)
ครับ ไปเที่ยวเมืองพิษณุโลกกันครับ
จังหวัด พิษณุโลก เป็นเมืองใหญ่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง มากมีไปด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของสายน้ำและป่าเขาที่สวยงามน่าท่องเที่ยว อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 377 กิโลเมตร จังหวัดพิษณุโลกมีพื้นที่ประมาณ 10,815 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสลับป่าไม้ทางด้านตะวันออก นอกนั้นเป็นที่ราบลุ่มอยู่โดยทั่วไป มีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำน่านซึ่งไหลผ่านบริเวณตัวเมือง แบ่งการปกครองออกเป็น 9 อำเภอคือ อำเภอเมือง อำเภอวังทอง อำเภอพรหมพิราม อำเภอบางระกำ อำเภอบางกระทุ่ม อำเภอนครไทย อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอชาติตระการ และอำเภอเนินมะปราง

ประวัติศาสตร์ หลัก ฐานการสร้างเมืองพิษณุโลกมีมาแต่พุทธศตวรรษที่ 15 สมัยขอมมีอำนาจปกครองแถบนี้ แต่เดิมมีชื่อเรียกว่า “เมืองสองแคว” เนื่องจากเมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำน่าน และแม่น้ำแควน้อย หรือบริเวณที่ตั้งของวัดจุฬามณีในปัจจุบัน เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1900 สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย ได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ ณ ตัวเมืองปัจจุบัน โดยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง สมัยอยุธยา เมืองพิษณุโลกทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะเป็นเมืองกึ่งกลางระหว่างกรุงศรีอยุธยาและอาณาจักรฝ่ายเหนือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถทรงปฏิรูปการปกครองและได้เสด็จมาประทับที่เมืองนี้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2006 จนสิ้นรัชกาลในปี พ.ศ. 2031 ช่วงนั้นพิษณุโลกเป็นราชธานีแทนกรุงศรีอยุธยานานถึง 25 ปี หลังรัชสมัยของพระองค์พิษณุโลกมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง เป็นหน้าด่านสำคัญที่จะสกัดกั้นกองทัพพม่า เมื่อครั้งพระนเรศวรมหาราชดำรงฐานะพระมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลก ระยะนั้นไทยตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงรวบรวมชายฉกรรจ์ชาวพิษณุโลกกอบกู้อิสรภาพชาติไทยได้ ในปี พ.ศ. 2127 ในสมัยกรุงธนบุรี พิษณุโลกเป็นสถานที่ตั้งมั่นรับศึกพม่า เมื่อครั้งกองทัพของอะแซหวุ่นกี้มาตีเมืองพิษณุโลก ในปี พ.ศ. 2318 อะแซหวุ่นกี้ต้องเผชิญการต่อสู้อย่างทรหดกับเจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยา สุรสีห์ถึงขนาดต้องขอดูตัว และได้ทำนายเจ้าพระยาจักรีว่าต่อไปจะได้เป็นกษัตริย์ ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ทรงดำริให้รื้อกำแพงเมืองพิษณูโลก เพื่อไม่ให้ข้าศึกใช้เป็นที่มั่น ครั้นถึงปี พ.ศ. 2437 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเมืองพิษณุโลกขึ้นเป็นมณฑลเรียกว่า มณฑลพิษณุโลก ต่อมาเมื่อยกเลิกการปกครองแบบมณฑลแล้ว พิษณุโลกจึงมีฐานะเป็นจังหวัดเรื่อยมาจนปัจจุบัน

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 05:48 น.] #725206 (4/96)


(D)
ถ้าจะพูดถึงพิษณุโลกสิ่งที่คู่บ้านคู่เมืองก็เห็นจะเป็น พระพุทธชินราชครับ เรามาทราบประวัติกันหน่อยนะครับ
พระพุทธชินราชจังหวัดพิษณุโลก เป็นพุทธศิลปแบบสุโขทัยตอนปลายผสมกับศิลปแบบเชียงแสน ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว สูง 7 ศอก 1 คืบ ประดิษฐานอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว จึงเรียกว่าปางเรือนแก้ว เป็นทองสัมฤทธิ์และลงรักปิดทอง พระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่บนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ นิ้วพระหัตถ์ทั้ง 5 ชี้ลงพื้น ปลายพระกรยาวเสมอกันทุกนิ้ว และเป็นพระพุทธรูปต้นแบบในการสร้างพระพุทธชินราชจำลองที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพฯ
พระพุทธชินราชมีประวัติและตำนานในการสร้างดังนี้คือ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1499 พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก กษัตริย์ผู้ครองเมืองเชียงแสน ได้ยกทัพลงมาตีเมืองสวรรคโลกและตีได้สำเร็จ จึงได้สถาปนาเมืองพิษณุโลกให้เป็นหัวเมืองสำคัญขึ้นอีกเมืองหนึ่งแทนเมืองสวรรคโลก และทรงโปรดให้โอรสทั้งสองพระองค์คือ เจ้าไกรสรราชกับเจ้าชาติสาคร ไปร่วมกันปกครองเมืองใหม่แห่งนี้ พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกได้ทรงโปรดฯให้ช่างหล่อพระหลายคนมาจากเชียงแสน สวรรคโลก และสุโขทัย เพื่อมาร่วมกันหล่อพระพุทธรูปขึ้นสามองค์ คือ พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศาสดา
การหล่อกระทำกันเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน 4 ปีจอ พ.ศ. 1499 และสำเร็จได้พร้อมกันทุกองค์เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 8 ปีกุน พ.ศ. 1500 เมื่อการหล่อพระพุทธรูปทั้งสามองค์ดังกล่าวนี้สำเร็จแล้ว ยังคงเหลือทองคำอยู่อีกเป็นจำนวนมาก จึงได้โปรดให้นำมาหล่อพระพุทธรูปขึ้นใหม่อีกองค์หนึ่ง ซึ่งมีขนาดหน้าตักเล็กกว่า 3 องค์แรก และได้ตั้งพระนามเรียกกันว่า .”พระเหลือ”

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 05:55 น.] #725213 (5/96)


(D)
สถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์อีกที่ก็คือ ศาลสมเด็จพระนเรศวรครับ

ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ข้างศาลากลางจังหวัด ตัวศาลเป็นรูปทรงไทยโบราณตรีมุข พระรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชปั้นเท่าองค์จริงประทับนั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดศาลนี้เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2504 ทางจังหวัดพิษณุโลกจึงถือเอาวันที่ 25 มกราคมของทุกปี เป็นวันจัดงานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปัจจุบันโรงเรียนชายหรือพิษณุโลกพิทยาคม ได้ย้ายออกไปตั้งอีกที่ และวังจันทร์กำลังบูรณะเป็นสถานที่เที่ยวอีกแห่ง
ขณะนี้โรงเรียนชายก็กำลังสร้างพระบรมรูปองค์ใหม่ขึ้น เป็นองค์ยืนประดิษฐานที่โรงเรียนชายแห่งใหม่ และได้สร้างวัตถุมงคลรุ่น 111 ปี ขึ้นมา ขณะนี้ได้ถูกจองหมดไปแล้วโดยเฉพาะกริ่งนวโลหะ สร้างเพียง 111 องค์นั้น หมดตั้งแต่กรรมการประชุมครับ

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 05:59 น.] #725219 (6/96)
พิษณุโลกมีวัดต่างๆมากมายครับ จะขอนำเสนอวัดแรกก่อนคือ วัดจุฬามณี มีพระเครื่องดังก็คือ พระกรุวัดจุฬามณี หน้าฤาษีหลังนาง และพิมพ์ต่างๆอีกครับ (ไม่ค่อยสันทัดนัก)
อยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ห่างจากเมืองพิษณุโลกไปตามถนนบรมไตรโลกนาถประมาณ 5 กิโลเมตร วัดจุฬามณีเป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาก่อนสมัยสุโขทัย เคยเป็นที่ตั้งเมืองพิษณุโลกเดิมตามประวัติกล่าวว่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้สร้างวิหาร และเสด็จออกผนวชที่วัดนี้เมื่อ พ.ศ.2007 เป็นเวลา 8 เดือน 15 วัน มีข้าราชการบริพารออกบวชตามเสด็จถึง 2,348 รูป สิ่งสำคัญที่มีค่าสูงทางศิลปะในวัดคือ ปรางค์แบบขอม ฐานกว้าง 11 เมตร ยาว 18 เมตร ก่อด้วยศิลาแลง นอกจากนี้ยังมี แผ่นศิลาจารึก มณฑป และพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้โปรดฯ ให้สร้างขึ้น

วัดนางพญา วัดนี้ก็มีพระเครื่องดังคือนางพญาพิษณุโลก 1 ในเบญจภาคีครับ
ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับวัดราชบูรณะ มีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยเดียวกัน
ต่างกันที่วัดนางพญาไม่มีพระอุโบสถ มีแต่วิหาร มีการพบกรุพระเครื่อง
“นางพญา” ซึ่งมีชื่อเสียงของจังหวัดพิษณุโลกเป็นครั้งแรกใน พ .ศ.2444
และครั้งหลังเมื่อ พ.ศ.2497 ผู้ที่ได้รับพระนางพญาไปบูชาต่างก็เล่าลือกันถึง
ความศักดิ์สิทธิ์ พระนางพญาจึงเป็นที่นิยมของนักเลงพระเครื่อง ซึ่งปัจจุบันนี้

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:01 น.] #725223 (7/96)
ข้อมูลการเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงวังน้อยแล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์ แล้วใช้เส้นทางสาย 117 ตรงสู่พิษณุโลก รวมระยะทาง 337 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุด หรือจากสิงห์บุรี ใช้เส้นทางสายอินทร์บุรี-ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จนถึงทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ที่เขตอำเภอวังทอง เลี้ยวซ้ายไปอีก 17 กิโลเมตร เข้าสู่พิษณุโลกรวมระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร หากใช้เส้นทางที่ผ่านเพชรบูรณ์และหล่มสัก แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงหล่มสัก-พิษณุโลกระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร จะผ่านแหล่งท่องเที่ยวสองข้างทางหลายแห่ง

รถไฟ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดบริการรถด่วนพิเศษ (สปรินท์เตอร์) รถเร็ว และรถธรรมดา จากกรุงเทพฯ ไปพิษณุโลกทุกวัน สอบถาม หน่วยบริการเดินทาง โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 สถานีรถไฟพิษณุโลก โทร. 0 5525 8005 หรือ www.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีบริการรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศไปยังพิษณุโลกตลอดวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2936 2852-66 หรือ www.transport.co.th และที่สถานีขนส่งพิษณุโลก โทร. 0 5524 2430 รถประจำทางปรับอากาศ ติดต่อ พิษณุโลกยานยนต์ทัวร์ โทร. 0 2936 2924-5 หรือ 0 5525 8647 เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 2936 0199 หรือ 0 5521 1922 วินทัวร์ โทร. 0 2936 3753 หรือ 0 5524 3222 นอกจากนี้ยังมีรถ บขส. บริการระหว่างพิษณุโลกกับจังหวัดต่างๆ ได้แก่ อุตรดิตถ์ แพร่ ลำปาง เชียงใหม่ สุโขทัย ตาก (แม่สอด) พิจิตร เพชรบูรณ์ และขอนแก่น ทุกวัน

เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด มีเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ และพิษณุโลกทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที สอบถามกำหนดการเดินทาง โทร. 1566 ติดต่อสำรองที่นั่ง โทร. 0 2280 0060 หรือ 0 2628 2000, 0 2356 1111 หรือที่สำนักงานพิษณุโลก โทร. 0 5524 2971-2 หรือ www.thaiairways.com

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:02 น.] #725224 (8/96)
สถานที่ท่องเที่ยว

อนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางท่าว อำเภอนครไทย จ.พิษณุโลก
เชื่อกันว่าบริเวณนี้เคยเป็นเมืองบางยาง ซึ่งปกครองโดยพ่อขุนบางกลางท่าว (หรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย

อุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว อำเภอวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
ครอบ คลุมพื้นที่ป่าเขาในเขต 4 อำเภอของพิษณุโลก คือ วังทอง วัดโบสถ์ นครไทย และชาติตระการ เป็นแหล่งต้นน้ำหลายสายที่ไหลลงสู่ลำน้ำแควน้อย แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ

วัดราชคีรีหิรัญยาราม อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก
ตั้ง อยู่ที่บ้านสมอแคลง ในเขตอำเภอวังทอง เดินทางจากตัวเมืองพิษณุโลกไปตามทางหมายเลข 12 (เส้นทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก) ประมาณ 14 กิโลเมตร

อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก
เส้น ทางพิษณุโลก - หล่มสัก อยู่บริเวณกม.ที่ 71 - 72 มีทางแยกเข้าไป 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ในลำน้ำเข็ก มีความสูงราว 40 เมตร สภาพโดยรอบร่มรื่น ตอนบนเป็นแผ่นหินเรียบ ส่วนตอนล่างเป็นโขดหินใหญ่

น้ำตกปอย อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก
ระหว่าง กม. ที่ 59 - 60 ทางหลวงหมายเลข 12 มีทางแยกไปน้ำตกปอยอีก 2 กิโลเมตร บริเวณสวนป่ากระยาง ในความดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นน้ำตกที่มีทัศนียภาพสวยงาม สภาพโดยรอบร่มรื่นเหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล อำเภอเนินมะปราง จ.พิษณุโลก
ครอบ คลุมเนื้อที่ 1,775 ไร่ ในท้องที่อำเภอเนินมะปราง ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 85 กิโลเมตร การเดินทางเริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลกไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึงอำเภอวังทองระยะทาง 20 กิโลเมตร แยกขวาไปยังอำเภอสากเหล็กอีก 38 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 11 แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง 1115 อีก 17 กิโลเมตร ถึงโรงเรียนเนินมะปรางศึกษาวิทยา (ก่อนถึงตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร) มีแยกขวาไปถ้ำผาท่าพลอีก 10 กิโลเมตร เส้นทางบางช่วงเป็นทางลูกรัง ในฤดูฝนควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก
แหล่ง ผืนป่าซาวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่แอบแฝงเสน่ห์แห่งป่า ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนักในป่าเมืองเหนือ นอกจากนี้ยังเป็ฯถิ่นอาศัยของสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความหลากหลายทางชีวภาพมีพื้นที่ 789,000 ไร่ ในท้องที่จังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2518

อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ อำเภอชาติตระการ จ.พิษณุโลก
มี ชื่อเรียกตามชาวบ้านว่า น้ำตกปากรอง ตั้งอยู่ที่บ้านปากรอง ตำบลชาติตระการ อำเภอชาติตระการ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 145 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมากในจังหวัดพิษณุโลก มีถึง 7 ชั้น

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อำเภอนครไทย จ.พิษณุโลก
แหล่ง ที่ในอดีตเคยเป็นสมรภูมิแห่งการต่อสู้ แต่ในปัจจุบันคงใช้แต่ความสงบ ความร่มรื่น ความงดงามแห่งธรรมชาติ ที่แอบแฝงเอกลักษณ์เฉพาะทางธรณีวิทยาให้ผู้เยี่ยมเยือนได้สัมผัส และเรียนรู้ ทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (จ่าสิบเอกทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์) อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
ตั้ง อยู่ที่ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ในตัวเมืองพิษณุโลก เป็นที่เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านในอดีต ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ จนถึงชิ้นใหญ่ เช่น เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
ตั้ง อยู่ในบริเวณโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ซึ่งเป็นพระราชวังจันทน์มาก่อนในอดีต ตัวศาลเป็นศาลาทรงไทยโบราณตรีมุข พระรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีขนาดเท่าองค์จริง ประทับนั่ง พระหัตถ์ทรงพระสุวรรณภิงคารหลั่งน้ำในพระอิริยาบถประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง สร้างโดยกรมศิลปากร เสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2404 มีการจัดงานสักการะพระบรมรูปในวันที่ 25 มกราคมของทุกปี

วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
ชาว บ้านส่วนใหญ่มักเรียกขานกันว่า วัดใหญ่ หรือวัดพระศรี กันจนติดปาก แม้นพระประธานองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานในวิหารคือ พระพุทธชินราช ชาวเมืองพิษณุโลกก็นิยมเรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ ตามไปด้วย วัดใหญ่นับเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัด

วัดจุฬามณี อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
ตั้ง อยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกไปทางใต้ตามถนนบรมไตรโลกนารถ ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีมาก่อนสมัยสุโขทัย เคยเป็นที่ตั้งของเมืองสองแควเก่า ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถทรงสร้างพระวิหารและเสด็จออกผนวชที่วัดนี้ เมื่อ พ.ศ. 2007

ถ้ำพระวังแดง อำเภอเนินมะปราง จ.พิษณุโลก
เป็น ถ้ำที่ยาวและใหญ่เชื่อมต่อกันหลายถ้ำ มีความยาวประมาณ 12.5 กิโลเมตร ถือว่าเป็นถ้ำที่ยาวมาก ภายในถ้ำมีห้องโถงขนาดใหญ่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม

น้ำตกวังนกแอ่นหรือสวนรุกชาติสกุโณทยาน อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก
ตั้ง อยู่ที่บริเวณ กม. 33 ทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก - หล่มสัก) แยกขวาไปอีก 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็กในลำธารวังทอง อันมีต้นกำเนิดมาจากลำน้ำเข็ก

น้ำตกแก่งซอง อำเภอวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
อยู่ ริมทางหลวงหมายเลข 12 กม.45 มีขนาดใหญ่กว่าน้ำตกสกุโณทยาน มีร้านค้า บ้านเรือนต่างๆ ตั้งอยู่ริมน้ำตก มีสะพานแขวนเดินชมวิวแม่น้ำและข้ามไปหมู่บ้านฝั่งตรงข้าม ตามรายทางใกล้กับน้ำตกแก่งซอง มีร้านอาหารและบริการล่องแก่งน้ำเข็กที่ตื่นเต้นสนุกสนาน ล่องได้เฉพาะช่วงฤดูน้ำหลากประมาณสิงหาคมถึงตุลาคม

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย-เขาประดู่ อำเภอวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
มี พื้นที่กว่า 80,000 ไร่ ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2541 ที่ตั้งสำนักงานเขตฯ ตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านป่าคาย หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านนายาง อำเภอวัดโบสถ์ ห่างจากตัวเมือง 45 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อำเภอชาติตระการ จ.พิษณุโลก
ครอบ คลุมพื้นที่ในเขต อ. ชาติตระการ จ.พิษณุโลก และ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงตามแนวชายแดนไทย - ลาว บริเวณที่สูงที่สุดคือ ยอดภูสอยดาว

พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
จัด แสดงที่ชั้นสองของอาคารเอนกประสงค์ในมหาวิทยาลัยนเรศวร (ทุ่งหนองอ้อ) ประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ จัดแสดงผ้า ผลิตภัณฑ์จากผ้า ที่นำมาจากแหล่งต่าง ๆ ของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ้าและวิถีชีวิตของชาวไทยครั่ง

กำแพงเมืองคูเมือง อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
เดิม เป็นกำแพงดินเช่นเดียวกับกำแพงเมืองสุโขทัย คาดว่าสร้างขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถเพื่อเตรียมรับศึกพระเจ้าติ โลกราชแห่งอาณาจักรล้านนา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ได้โปรดให้ซ่อมแซมกำแพงเมืองอีกครั้งเพื่อ

หอศิลปและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
ตั้ง อยู่ในบริเวณศูนย์วิทยบริการ มหาวิทยาลัยนเรศวร (ส่วนสนามบิน) ถนนสนามบิน อำเภอเมือง จัดตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ

สวนนกไทยศึกษา อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
เปิด ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมแหล่งอนุรักษ์เรียนรู้นกที่พบใน เมืองไทย ซึ่งบางชนิดหายาก และใกล้จะสูญพันธุ์ และบางชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว อาทิ นกเปล้าหน้าแดง ที่มีความสะดุดตา นกเงือก

วัดนางพญา อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
ตั้ง อยู่บริเวณเดียวกับวัดราชบูรณะ ถัดไปทางทิศตะวันออก มีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยเดียวกับวัดราชบูรณะ ต่างกันที่วัดนางพญาไม่มีพระอุโบสถมีแต่วิหาร

วัดเจดีย์ยอดทอง อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
ตั้ง อยู่นอกกำแพงเมืองพิษณุโลก บนถนนพญาเสือ ทางเดียวกับวัดอรัญญิก ปัจจุบันเหลือเพียงเจดีย์ทรงดอกบัวตูมที่เป็นศิลปสุโขทัยเพียงองค์เดียวที่ พบในพิษณุโลก เจดีย์มีฐานกว้างประมาณ 9 เมตร สูง 21 เมตร เฉพาะที่ยอดทรงดอกบัวตูมนั้น ได้เห็นรอยกระเทาะของปูนทำให้แลเห็นการเสริมยอดโดยการพอกปูนเพิ่มที่ยอด แหลมของดอกบัว

วัดราชบูรณะ อำเภอเมือง จ.พิษณุโลก
ตั้ง อยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ทางใต้ของวัดพระศรีมหาธาตุ พระอุโบสถมีลักษณะพิเศษคือ ที่ชายคาตกแต่งด้วยนาค 3 เศียร มีลักษณะอ่อนช้อยงดงาม พิจารณาดูตามชื่อแล้ว วัดราชบูรณะน่าจะเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง เชื่อว่าเป็นสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ เนื่องจากทรงประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลกถึง 25 ปี และทรงมีบทบาททางบำรุงพระศาสนาที่พิษณุโลกมากที่สุด

เสาหลักเมืองพิษณุโลก อำเภอวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
ประดิษฐาน อยู่ภายในศาลหลักเมือง ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอเมือง ออกแบบอาคารโดยกรมศิลปากร เป็นแบบยอดปรางค์ เสาหลักเมืองทำจากไม้มงคลหลายชนิด คือ จากโคนลำต้นถึงลูกฟัก ทำจากไม่ราชพฤกษ์ ท่อนลูกแก้วท่อนบนทำจากไม้ชิงชัน ส่วนยอดบัวตูมประกอบด้วยลูกแก้วทำจากไม้สักทองตายพราย และได้นำไปเข้าพิธีพุทธาภิเษกที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพฯ

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:08 น.] #725232 (9/96)
เอาล่ะครับเที่ยวเมืองพิษณุโลกกันพอสมควร ตอนนี้ก็มาเรื่องยอดฮิตอีกสักเรื่องครับ

"ไข้หวัดใหญ่ 2009"
1. ไข้หวัด 2009 ดูเหมือนไม่รุนแรง อัตราตายต่ำ แต่แพร่ระบาดง่ายและรวดเร็ว ( การแพร่กระจายสูง)
2. ความน่ากลัวของหวัด 2009 คือการกลายพันธุ์ต่างหาก และการกลายพันธุ์จะเกิดง่ายที่สุด
เมื่อคน 1 คน หรือสัตว์ 1 ตัว ทะลึ่งติดหวัด 2 ชนิดพร้อมกัน (เช่นหวัด 2009 +
หวัด ธรรมดา พร้อมกัน หรือ หวัด 2009 + หวัดนก พร้อมกัน)

ขณะนี้"หวัดนกซึ่งรุนแรงและมีอัตราตายสูงมากกก ยังไม่ได้หายไป"
และแนวโน้มของหวัดนก จะ"ระบาดซ้ำอีก ทุกๆปลายปี"
แม้ว่าหวัด 2009 มันไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยให้แพร่แบบนี้ "อีกไม่นานมันอาจผสมกัน"

.........เอาความสามารถในการแพร่กระจายของหวัด 2009 บวกกับความรุนแรงของหวัดนก เมื่อนั้นก็หายนะ !!!!!

และนั่นคือสาเหตุ ที่อยากให้คนไทยทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี อย่าให้เป็นหวัด อย่าให้โรคนี้แพร่กระจายไปกว่านี้

ถ้าเป็นหวัดแล้ว แยกตัวจากคนอื่นทันที อย่าแรดเดินตลาด อย่าแรดไปห้างหรือที่ชุมชน และ ใส่หน้ากากทันทีอย่าให้แพร่เชื้อสู่คนและสัตว์รอบข้าง ถึงแม้จะอยู่บ้านที่มีสมาชิกแค่ 2 คนก็ตาม

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:10 น.] #725236 (10/96)
2. ถ้าเป็นขึ้นมา ไปหาหมอเดี๋ยวก็หาย???

Answer : NO!! แม่เจ้า พศ.นี้ยังเข้าใจกันแบบนี้อีกเหรอนี่??

คุณรู้มั้ยว่า เวลาคุณไปหาหมอเพราะเป็นหวัด หมอจะจ่ายยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ให้คุณ แต่ไม่มียาฆ่าเชื้อหวัด!!!
นอกจากคุณติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม เช่น ทอนซิลอักเสบ คออักเสบ หมอจึงจะจ่ายยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ที่ติดซ้ำเติมให้ แต่ก็ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสหวัดให้อยู่ดี!!
เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะยาฆ่าไวรัส มันแพงมาก และไม่คุ้มที่จะแจกจ่ายพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำให้ไวรัสยิ่งกลายพันธุ์ดื้อยาขึ้นไปอีก

99.99% ของคลินิก และ โรงพยาบาลขนาดเล็ก จึงไม่มียารักษาการติดเชื้อไวรัสหวัด ไว้ในสต็อกยาเลยครับ

สิ่งที่ดีที่สุดในการรักษาไข้หวัด คือการกินยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ตามอาการ
แล้วนอนพักผ่อนมากๆ พยายามอย่าไปแพร่เชื้อใส่ใคร เดี๋ยวก็หายเพราะร่างกายรักษาตัวเองครับ

แต่กรณีไข้หวัดใหญ่ มีลุ้นหน่อย เพราะเชื้อรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา บางคนหาย บางคนไม่รอด
ณ จุดนี้ยังนับว่าโชคดี ที่อัตราตายจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังนับว่าต่ำอยู่.... แต่อย่างที่บอกข้อแรก
มันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปไหม?....คำตอบตอนนี้ ไม่

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:11 น.] #725237 (11/96)
3. ฉีดวัคซีนป้องกันได้???

Answer : วัคซีนที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้คือวัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่สเปนครับ

เป็น H1N1 เหมือนกัน แต่เป็นเชื้อคนละตัว ( เหมือนตระกูลงวงคำเหลา เหมือนกัน แต่ หม่ำกับ
ตุ๊กกี้เป็นคนละคนกัน มีสิ่งที่ชอบที่กลัวไม่เหมือนกัน) พูดง่ายๆ คือ
ในทางทฤษฎี วัคซีนนี้ไม่น่าจะป้องกันหวัด 2009 ได้เลย แต่ให้ฉีดไว้ก่อนเพราะ

- ตอนแรกนักวิทย์คำนวณไว้อยู่แล้วว่า ปีนี้ ไข้หวัดสเปนต้องระบาด (ใครจะนึกว่ามันทะลึ่งกลายพันธุ์เป็น 2009 )
อย่างน้อยการฉีดนี้เป็นการตัดไข้หวัดสเปนออกไปก่อน พูดง่ายๆ คือ ถ้าใครเดินมา รพ.
เราจะได้สงสัยไปเลยว่าเป็น หวัด 2009 ไม่ใช่หวัดสเปน จะได้ง่ายต่อการควบคุมรักษา

- ถ้าเกิดไข้หวัดสเปน เกิดบ้าจี้ ระบาดขึ้นมาพร้อมกันตอนนี้ อัตราตายมันสูงกว่า หวัด 2009 มากนะครับ

- แม้ทางทฤษฎี วัคซีนนี้จะกัน 2009 ไม่ได้เลย แต่ไหนๆมันก็เชื้อตระกูลเดียวกัน และเป็นเชื้อใหม่ด้วย
ใครจะไปรู้ว่ามันอาจป้องกันหวัด 2009 ได้ซัก 1% ก็ได้ มีตังค์ก็ฉีดๆ ไปเหอะ
Better Than Nothing แต่ต้องรู้นะ ว่า การฉีดวัคซีนนี้ ไม่ได้แปลว่า คุณไม่ต้องกลัวแล้ว
ไม่ได้แปลว่าคุณมีภูมิคุ้มกันต่อหวัด 2009 แล้ว มันแค่ลดความเสี่ยงไปซักถึง 1% รึเปล่ายังไม่รู้เลย??

โดยคุณ BCC-106 (434)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:11 น.] #725239 (12/96)
อรุณสวัสดิ์ครับ ท่าน ศ.เดชา/nava75 พิธีกร ..... อาจารย์ภูษิค .... ท่านสิทธิโชติ ..... และเพื่อนๆทุกๆท่าน ครับผม

เห็นอาจารย์ภูพูดเป็นทำนองท่านโชคดี ไม่ทราบว่าได้เลื่อนฐานันดรศักดิ์หรือยัง ก็ขอ เขียนย่อว่า " ศ. " ไว้ก่อน ผิดก็ต้องกราบขออภัยครับผม

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:12 น.] #725240 (13/96)
4. แล้วอะไร คือสิ่งที่ควรทำตอนนี้???

Answer :


4.1 ระดับส่วนตัวและครอบครัว

ในภาวะปกติ

ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ทุกแหล่งชุมชนคือจุดเสี่ยงในการแพร่ระบาด โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นห้องแอร์ระบบปิด
เช่นในห้างสรรพสินค้า โรงหนัง บนรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ถ้าจะเดินเข้าแหล่งชุมชนเหล่านี้
ควรใส่หน้ากากป้องกันตัวเองได้แล้วครับ!!!!!


ถ้าคุณมีอาการของโรคหวัด แค่ ไอ จามเล็กๆน้อยๆ

- ควรแยกตัวจากครอบครัวและสังคมเท่าที่ทำได้ เช่นแยกห้องนอนจากคนอื่น
ถ้าต้องอยู่ร่วมกันก็ใส่หน้ากากตลอดเวลา (หาซื้อไม่ได้ ก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาผูกไว้ก็ยังดีกว่าหายใจรดกันตรงๆ)

- ปิดปากปิดจมูกเสมอ อย่าหายใจรดใคร อย่าไอจามใส่ที่สาธารณะ เลิกถ่มน้ำลายลงพื้นได้แล้ว

- ล้างมือให้บ่อยที่สุด การเอามือไปป้ายโน่นป้ายนี่ เป็นช่องทางการแพร่เชื้อที่ดีเยี่ยม

- ตอนเช้าตื่นนอน กรุณา เปิดหน้าต่างกว้างๆ เปิดพัดลมไล่อากาศออกซักนิด
ก่อนจะให้ใครคนอื่นเดินเข้ามาในห้องเรา เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ปลอกหมอน หมั่นซักบ่อยๆ
( ไม่รู้มีคราบเสมหะ ตอนเราไอจามติดอยู่รึเปล่า ) ล้างมือให้บ่อยที่สุด แต่ไม่ต้องถึงกับแยกห้องน้ำ
หรอกนะ แค่เอาแปรงสีฟันเราออกมาเก็บเอง อย่าใส่ถ้วยเดียวกะคนอื่นก็พอ

อาการอย่างไรจึงควรไปตรวจที่รพ.?

1. มีไข้ 38 ํC ขึ้นไปร่วมกับ
2. อาการอย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ, ไอ, หายใจผิด ปกติ (หอบ, ลำบาก), หรือแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นปอดบวม ร่วมกับ มีผู้สัมผัสร่วมบ้านหรือในที่ทำงานป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบ ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนวันเริ่มป่วย

ถ้าอาการแค่เป็นหวัดเจ็บคอธรรมดา ไข้ไม่สูง ไม่นอนซม ไม่ต้องสะดิ้งวิ่งไปรับเชื้อที่รพ.นะครับ อย่าลืมว่าตอนนี้ รพ.นั่นแหละ เป็นแหล่งแพร่เชื้อที่ดีที่สุด.................


4.2 ระดับนโยบายของรัฐ และ สื่อมวลชน

มาดูกันนิดนึง ว่าทำไมประเทศเราถึงควบคุมการระบาดไม่ได้เลย ขณะที่ประเทศต้นตำรับการระบาดอย่าง
Mexico ซึ่งไม่ได้เจริญกว่าบ้านเราเลย เขาถึงควบคุมการระบาดระลอกแรกได้....

จำข่าวได้มั้ยครับ ว่าตอนแรกที่ Mexico เขาระบาดเขาทำอะไรบ้าง ??
ปิดเลยครับ !!! เขากล้าพอที่จะ ปิดโรงเรียนทุกแห่ง โรงหนังทุกแห่ง ห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง
ทั่วประเทศ พร้อมกัน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้ง พ่นยาฆ่าเชื้อ ตามโรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ใหญ่ๆด้วย
นั่นคือสาเหตุที่เขาควบคุมการระบาดระลอกแรกได้ทันทีในสัปดาห์ต่อมา....

แล้วพี่ไทยล่ะทำอะไรบ้าง ?? นอกจากออกข่าว ว่า ไม่มีอะไร้ ไม่น่ากลัว
แต่คนติดเชื้อเพิ่มเป็นหลักร้อย หลักพันทุกวัน???
มัวแต่กลัวว่าเศรษฐกิจจะทรุด การท่องเที่ยวจะกระทบ ...
คิดกันบ้างมั้ยว่า ถ้าคนไทย ตัยหอง กันหมด จะมีเศรษฐกิจดีๆไว้ทำอารายจ๊ะ??
เศรษฐกิจ คือ สิ่งที่เราสร้างได้แน่นอน ถ้าคนไทยยังมีลมหายใจอยู่คับ (ว้อยยยยยย )


และคุณสื่อมวลชนครับ ... ผมว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกคุณจะต้องพูดความจริง.....
ถ้าจำไม่ได้ว่าผมพล่ามอะไร ให้ พูดดังนี้นะครับ
1. โรคนี้ อันตรายครับ .... และยังกลายพันธุ์ให้อันตรายกว่านี้ได้อีกในปลายปีนี้ครับ
2. โรคนี้ หวังพึ่งยารักษาไม่ได้ครับ และตอนนี้เริ่มดื้อยาแล้วด้วยครับ
3. โรคนี้ต้องป้องกันอย่างเดียวครับ
4. จะควบคุมการระบาดได้ ต้องพร้อมใจกัน ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ พร้อมกันทั้งสังคมครับ
5. จะควบคุมการระบาดได้ ปิดโรงเรียน โรงหนัง ศูนย์การค้าใหญ่ๆ ได้แล้วครับ ขอแค่ 3 วันก็ยังดีครับ!!!!!

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:12 น.] #725241 (14/96)


(D)


สวัสดียามเช้า ๆ ครับเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกท่าน และท่านอาจารย์nava75 พิธีกรวันนี้ @@@ รายการคุยกันทั้งวันเช้า...ยันดึก@@@ ขอให้มีความสุข สนุกสนาน มีชีวิตที่สดชื่น แจ่มใสเบิกบาน ตลอดวันนี้และวันต่อ ๆ ไป

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:16 น.] #725248 (15/96)


(D)
สวัสดีตอนเช้าครับท่านคนสุพรรณฯ เช้านี้คงเป็นเช้าที่สดชื่นแจ่มใสทุกคนนะครับ

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:19 น.] #725249 (16/96)


(D)


มาดูโฆษณาเก่าๆกันก่อน และต้องขอตัวไปปฏิบัติภาระกิจของพ่อคือส่งลูกไปโรงเรียนก่อนครับ แต่ได้ข่าวว่าโรงเรียนจะหยุด 1 วันเดี๋ยวขอไปตามข่าวก่อนครับ

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:21 น.] #725250 (17/96)


(D)


ภาพโฆษณาแบบนี้ไม่ค่อยจะได้เห็นเท่าไหร่นัก

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:22 น.] #725252 (18/96)


(D)


สวัสดียามเช้าครับ ท่านพิธีกร "nava75" และเพื่อนๆ ทุกๆท่าน ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:23 น.] #725253 (19/96)


(D)


ขอบพระคุณท่านบ้านพระ ที่ทำหน้าที่พิธีกรเมื่อวานนี้ด้วยครับ


โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:24 น.] #725255 (20/96)


(D)


ทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ก่อนนะครับยังมีเวลาคุยกันอีกทั้งวัน สายๆมาพบกันใหม่ เชิญทุกท่านนะครับ คุยกันให้สนุกความเครียดพยายามตัดทิ้งไปทุกปัญหามีทางออกต้องใช้สติปัญญาครับ

โดยคุณ tor2520 (1K)(2)   [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:24 น.] #725256 (21/96)


(D)
สวัสดียามเช้าครับพี่เดชา.....

ไม่ได้มีโอกาสผ่านขึ้นไปเที่ยวสักทีครับ...อยู่ห่างกันแค่นี้เอง

พี่เดชาสบายดีนะครับผม ยุ่งๆครับช่วงนี้เห็นพี่ออนไม่ได้ทักไปเลย....

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สวัสดียามเช้าพี่ๆสมาชิกทุกๆท่านด้วยนะครับผม ฝนตกกันบ้างมั้ยครับ นครสวรรค์ฝนตกชุ่มฉ่ำเลย

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:24 น.] #725257 (22/96)


(D)
วันนี้ในอดีต ครับ

13 กรกฎาคม:

• พ.ศ. 2421 (ค.ศ. 1878) - สนธิสัญญาเบอร์ลิน: ประเทศมหาอำนาจในทวีปยุโรปวาดแผนที่คาบสมุทรบอลข่านขึ้นใหม่ เซอร์เบีย มอนเตเนโกร และโรมาเนียได้รับเอกราชจากจักรวรรดิออตโตมาน

• พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) - วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112: เรือรบฝรั่งเศส 2 ลำ รุกเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา (ในภาพ) เกิดการยิงต่อสู้กัน และนำไปสู่การสูญเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง

• พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) - การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรก

• พ.ศ. 2473 (ค.ศ. 1930) - ฟุตบอลโลกครั้งแรก จัดขึ้นในประเทศอุรุกวัย


โดยคุณ nat_bangrak (4.6K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:25 น.] #725258 (23/96)
อรุณสวัสดิ์ครับท่าน nava75 และเพื่อน ๆ พี่ ทุก ๆ ท่านครับ




โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:25 น.] #725259 (24/96)


(D)
สุภาษิตและสำนวนไทย ครับ

จับแพะชนแกะ

หมายถึง การทำอะไรที่ขาดความเรียบร้อยไม่เป็นกิจลักษณะ คือเอาทางโน้นมาใช้ทางนี้ เอาทางนี้ไปแทนทางโน้น สับสนวุ่นวายไปหมดหรือทำให้ไม่ประสานกันหรือไม่ต่อเนื่องกัน เท่ากับเอาแพะมาชนกับแกะ เพราะแกะเป็นสัตว์ต่างพันธุ์หรือต่างชนิดกัน และไม่เคยปรากฏว่าแพะกับแกะจะมีผู้เคยเอามาชนกันมาก่อน


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:27 น.] #725261 (25/96)


(D)
คติเตือนใจ ครับ

* เมตตาพาให้เรียนรู้

เมตตาพาให้ตนได้ฝึกฝน

เมตตาพาให้เกิดสันติสุข

เมตตาพาให้ใจสงบ

เมตตาพาให้เกิดปัญญา

เมตตาพาให้เกิดวิริยะ

เมตตาพาให้เกิดขันติ

เมตตาพาสัทจะ

เมตตาพาให้เกิดอธิฐาน

เมตตาพาให้ใจเป็นสุข

เมตตาพาให้เกิดอุเบกขา

เมตตาพาให้พ้นทุกข์


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:28 น.] #725262 (26/96)


(D)
คำคมจากโกวเล้ง มาฝาก ครับ

“…ชั่วชีวิตมนุษย์…สิ่งที่บันดาลให้หดหู่ รันทด มิใช่การจำพราก…หากเป็นการอยู่ร่วม
เพราะหากไม่เคยอยู่ร่วม ไหนเลยมีการจำพรากได้…”


โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:29 น.] #725264 (27/96)
สวัสดีตอนเช้าครับท่านสิทธิโชติ ขาดตกบกพร่องอะไรท่านช่วยเสนอแนะด้วยนะครับสายๆมาพบกันใหม่ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:29 น.] #725265 (28/96)


(D)


กลศึกสามก๊ก วันที่เสนอกลยุทธที่ 5 ครับ

กลศึกสามก๊ก

ว่าด้วยกลยุทธชนะศึก

กลยุทธ์ที่ 5 ตีชิงตามไฟ

กลยุทธ์ตีชิงตามไฟ หรือ เชิ่นหว่อต่าเจี๋ย เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊ก กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการที่ศัตรูยังอยู่ในสถานการณ์ที่อ่อนแอและย่ำแย่ ควรรีบฉกฉวยโอกาสนำทัพเข้าโจมตีเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ หรือมอบหมายให้แม่ทัพหรือทหารที่มีความเข้มแข็งนำทัพเข้าโจมตี ซึ่งเป็นการฉกฉวยเอาผลประโยชน์จากเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงและยุ่งเหยิง นำความดีความชอบมาเป็นของตน

ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ตีชิงตามไฟไปใช้ได้แก่ตั๋งโต๊ะที่ฉกฉวยโอกาสยึดเอาเมืองหลวงและราชสำนักของพระเจ้าหองจูเหียบมาเป็นของตน และแต่งตั้งตนเองเป็นมหาอุปราชและเป็นบิดาบุญธรรมของพระเจ้าหองจูเปียน

เมื่อพระเจ้าฮั่นเลนเต้สวรรคต เกิดการแย่งชิงราชสมบัติและการสืบทอดรัชทายาทระหว่างหองจูเหียบและหองจูเปียน โฮจิ๋นซึ่งเป็นพระเชษฐาของพระนางโฮเฮา พระมารดาของหองจูเปียน ได้คิดแต่งตั้งหองจูเปียนขึ้นเป็นองค์รัชทายาทสืบทอดราชสมบัติต่อจากพระเจ้าฮั่นเลนเต้ แต่เกิดการกบฏจากเหล่าสิบขันทีที่คิดจะแต่งตั้งหองจูเหียบขึ้นเป็นองค์รัชทายาทแทนและวางแผนลอบฆ่าโฮจิ๋น ราชสำนักเกิดความวุ่นวายจากเหล่าขันที บ้านเมืองโกลาหลระส่ำระสาย แผนการลอบฆ่าโฮจิ๋นเกิดการรั่วไหล โฮจิ๋นจึงนำกำลังทหารบุกเข้าวังหลวงเพื่อกำจัดเหล่าขันที

เหล่าขันทีทั้งสิบพากันหลบหนีไปพึ่งพระนางโฮเฮาให้ไว้ชีวิต ทำให้โฮจิ๋นไม่สามารถจำกัดขันทีได้สำเร็จและกลายเป็นเสี้ยนหนามอยู่ตลอดเวลา จึงวางแผนลอบส่งสาส์นไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ให้นำทัพมากำจัดขันทีทั้งสิบ ตั๋งโต๊ะซึ่งมีจิตใจหยาบช้าและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน มองเห็นโอกาสที่จะฉกฉวยแย่งชิงเอาราชสมบัติมาเป็นของตนจึงรีบนำทัพเข้าวังหลวง ขันทีทั้งสิบทราบแผนการของโฮจิ๋นจึงลวงเข้าวังหลวงเพื่อฆ่าทิ้ง อ้วนเสี้ยวและโจโฉซึ่งเป็นนายทหารของโฮจิ๋นพากันโกรธแค้นจึงนำทัพทหารบุกเข้าวังหลวงหวังฆ่าเหล่าขันทีทั้งสิบ เกิดเหตุการณ์วุ่นวายโกลาหลไปทั่ว ขันทีทั้งสิบต่างพากันหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอดโดยอุ้มพระราชบุตรทั้งสองลอบหนีออกจากวังหลวง

ระหว่างทางหลบหนีเข้าป่า เหล่าขันทีพบตั๋งโต๊ะตั้งทัพอยู่จึงเชิญเข้าวังหลวง ตั๋งโต๊ะรีบฉกฉวยโอกาสในขณะที่วังหลวงกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่วุ่นวาย นำกำลังทหารเข้ายึดครองอำนาจเป็นของตน สั่งถอดพระเจ้าหองจูเปียนจากตำแหน่งจักรพรรดิและสั่งประหารชีวิต ก่อนจะแต่งตั้งพระเจ้าหองจูเหียบขึ้นเป็นจักรพรรดิแทน และแต่งตั้งตนเองเป็นมหาอุปราชและเป็นบิดาบุญธรรมของพระเจ้าหองจูเหียบ กลยุทธ์ตีชิงตามไฟหรือเชิ่นหว่อต่าเจี๋ยของตั๋งโต๊ะที่ฉกฉวยโอกาสที่ราชสำนักเกิดความวุ่นวายในการแย่งชิงอำนาจ ก็ประสบความสำเร็จในการเข้ายึดครองอำนาจและราชสำนักมาเป็นของตนเองไว้ได้อย่างงดงาม


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:31 น.] #725266 (29/96)


(D)
ข้อคิดดี ยามเช้า ครับ

1.เอาใจเขามาใส่ใจเรา

2.เชื่อมั่นตัวเอง

3.อย่ามองคนที่หน้าตา

4.กล้าคิด พูด และทำ

5.เมื่อมีเรื่อง จงหมั่นปรึกษาผู้อื่น

6.และจงเป็นที่ปรึกษาให้ผู้อื่นด้วย

7.อย่าโกหกกับเรื่องที่คุณคิดว่าผิด

8.ไว้ใจบุคคลที่สมควรไว้ใจ

9.เปิดใจให้กว้าง

10.มองการณ์ไกล


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:33 น.] #725268 (30/96)


(D)
สุภาษิต "ฉบับภาษาเหนือ" ครับ

***สุภาษิต***

กิ้งก่าได้ทอง-จั๊กก่าได้ทอง

เข็นครกขึ้นภูเขา = หยู้ครกขึ้นดอย

น้ำขึ้นให้รีบตัก = น้ำขึ้นขะไจ๋ตัก

ขี่ช้างไล่จับตั๊กแตน = ขี่จ้างไล่ยับตั๊กแต๋น

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ= ต๋ำน้ำพริกไน่แม่น้ำ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:35 น.] #725270 (31/96)


(D)


เชื่อหรือไม่ครับ มันมากจากกล่องกระดาษ ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:36 น.] #725272 (32/96)


(D)



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:36 น.] #725273 (33/96)


(D)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:38 น.] #725274 (34/96)


(D)
คำสอนสมเด็จพระพุฒาจารย์ ครับ

ตอน โลกพร่องอยู่เสมอ

คราวหนึ่งที่สมเด็จฯ โต ไปบิณฑบาตในพระราชวัง พระที่มารับบิณฑบาตนั้น นิมนต์เป็นเวรกันมารับ เรียกว่า “บิณฑบาตเวร”

วันนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบาตรด้วยแตงโม สมเด็จฯ โต ท่านได้เอาย่ามใบใหญ่ ตัดกันเป็นช่องโตถือไป เมื่อทรงหยิบแตงโมใส่ย่าม แตงโมก็ลอดช่องย่าม ตกไปบนพื้นดิน

พระจอมเกล้าฯ รู้ได้ทันทีถึงปริศนาธรรม จึงรับสั่งว่า “ฟ้ารู้ทันแล้ว”

สมเด็จฯ โตถวายพระพรว่า “โลกมันพร่องอยู่เสมอ ไม่รู้จักเต็มอย่างนี้”


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:40 น.] #725276 (35/96)


(D)
แหรวันนี้ ขอแนะนำ "ซูชิ" ครับ


โดยคุณ บ้านพระ (4.7K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:42 น.] #725284 (36/96)


(D)
หนุ่มแสบโทรศัพท์หลอกโอนเงิน อ้างจะได้รับเงินคืนจากสำนักงานประกันสังคม เหยื่อลงเชื่อโอนเงินให้ สูญเงินกว่า 3 หมื่น ตร.เช็คเบอร์โทรศัพท์ เตรียมออกหมายจับมาดำเนินคดีต่อไป..

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ไพบูลย์ สาที สารวัตรเวร สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งจาก นางสาวอลงกรณ์ พิทักษ์สุริยะราษฎร์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 ม.4 ต.ท่าช้าง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ให้ช่วยจับกุมคนร้ายที่หลอกต้มตุ๋นเอาเงินไปจำนวน 28,337 บาท โดยนางสาวอลงกรณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเย็นวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์จากชายคนร้าย อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ประกันสังคม แจ้งให้ทราบว่า จะได้รับเงินคืนจากสำนักงานประกันสังคมเป็นเงิน 11,572 บาท โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ พร้อมทั้งขอให้บอกเลขบัญชีที่มีอยู่ คือ ธนาคารกรุงเทพ สาขาวิเศษชัยชาญ และ ธนาคารออมสิน สาขาวิเศษชัยชาญไป

จนกระทั่งเมื่อตอนบ่ายวันที่ 11 กรกฎคม 2552 คนร้ายได้ศัพท์มาแจ้งว่า ได้โอนเงินเข้าบัญชีของตนแล้ว ขอให้ไปตรวจสอบหากไม่ถูกต้องจะได้รีบแก้ไข

จึงไปที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาวิเศษชัยชาญ แล้วใช้บัตรเอทีเอ็มกดตรวจสอบยอดเงิน แต่ไม่มีเงินโอนเข้ามา คนร้ายจึงบอกให้ทำตามที่บอกจนเสร็จ จากนั้นจึงได้ให้ไปที่ธนาคารออมสิน และทำตามที่บอกอีกแต่ไม่พบมีเงินโอนเข้ามา ทำให้จึงเอะใจย้อนมาตรวจสอบยอดเงินในบัญชีทั้งสองแห่ง พบว่า ที่ธนาคารกรุงเทพถูกโอนเงินไป 20,781 บาท และ ธนาคารออมสิน 7,556 บาท จึงรู้ว่าถูกต้มจนเปื่อย จึงมาแจ้งความ หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของคนร้ายทราบว่าชื่อ นายมาโนช หอมชาติ ส่วนเจ้าของบัญชีที่รับโอนเงินของตนไปชื่อนางอุบล บัวเคน อายุ 47 ปี อยู่ที่เขตหัวหมาก ซึ่งจะได้รวบรวมหลักฐานและออกหมายจับมาดำเนินคดีต่อไป.

โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:43 น.] #725287 (37/96)

โดยคุณ บ้านพระ (4.7K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:44 น.] #725289 (38/96)


(D)
จิ้งจกและตัวซาลามานเดอร์ เม็กซิโก อันเป็นสัตว์เลื้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำคล้ายจิ้งจก อาจจะมีส่วนทำบุญคุณกับวงการแพทย์ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์พบวิธีให้มนุษย์สามารถทำให้แขนขา ที่ต้องสูญเสียไปกลับงอกขึ้นมาอย่างเดิมได้

นักวิจัยซึ่งพยายามหาเคล็ดลับของมันว่า มันทำให้อวัยวะที่เสียหายหลุดขาดไป กลับงอกคืนดีขึ้นมาได้เหมือนปาฏิหาริย์ได้อย่างใด ได้พบว่าเคล็ดของมันก็คล้ายคลึงกับวิธีการบำบัดรักษาของมนุษย์ และเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะสามารถล้วงความลับของมันได้จนหมดเกลี้ยง เอามาใช้กับคนเรา โดยตั้งโปรแกรมให้กับร่างกายเสียใหม่ ให้ซ่อมแซมตัวเอง ให้กลับคืนดีได้ใหม่ เหมือนกับไม่เคยเป็นอะไร

อย่างไรก็ดี สัตว์เหล่านั้นมีวิธีการที่เกือบจะเป็นแบบฉบับของมัน เมื่อหางและขาของมันหลุดขาดไป ตรงแผลจะเกิดบวมปูดขึ้นมาก่อน และจะงอกเป็นตุ่มขึ้นในเวลาต่อมา

และภายในชั่วเพียงแค่ 3 อาทิตย์เท่านั้น ต่อมนั้นจะงอกขึ้นเป็นแขนขาใหม่ที่สมบูรณ์ โดยไม่มีแผลเป็นเลย ในชั้นแรก เชื่อกันว่าความสามารถนี้ จะมีเฉพาะกับสัตว์เท่านั้น ไม่อาจจะลอกเลียนเอามาใช้รักษาร่างกายมนุษย์ที่บาดเจ็บได้ แต่นักวิจัยมหาวิทยาลัยฟลอริดา มาได้พบว่า วิธีการของมันก็ไม่ได้วิเศษแตกต่าง อย่างที่เชื่อทีแรก เราสามารถจะเรียนลอกแบบเอามาใช้กับคนได้ นายมัลคอล์ม มาเดน ผู้ทำรายงานกล่าวว่า "ผมคิดว่ามันเหมือนกับแบบวิธีของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่าที่คาด ทำให้เราเกิดความหวังว่า วันหนึ่งจะนำมาใช้ซ่อมแซมเนื้อเยื่อคนเราให้กลับคืนดีได้

รายงานผลการศึกษาในวารสาร "ธรรมชาติ" เปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่า ขบวนการงอกใหม่ของมัน คล้ายคลึงกับแบบวิธีการรักษาของมนุษย์และสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนม ในแบบที่ซับซ้อนสูงกว่ามาก.

โดยคุณ ibapra (1K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:44 น.] #725290 (39/96)


(D)



โดยคุณ บ้านพระ (4.7K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 06:46 น.] #725294 (40/96)


(D)
แพทย์ฮาวาร์ดเตือนการทาแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้นเพื่อลดความอับชื้นเพียงสัปดาห์ละครั้ง เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ถึง 36 เปอร์เซ็นต์ และจะเพิ่มสูงถึง 41 เปอร์เซ็นต์หากใช้ทุกวัน

บทสรุปนี้ได้มาจากการที่คณะแพทย์ทำการทดลองกับผู้หญิงกว่า 3,000 คน โดยให้ทาแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้น จากนั้นตรวจดูบริเวณรังไข่พบว่าเซลล์บริเวณนี้มีการขยายตัว เป็นปฏิกิริยาคล้ายการเกิดเซลล์มะเร็ง ซึ่งสมมติฐานของเหตุการณ์นี้คือเกิดจากทัลค์ (talc) หรือแร่ธาตุจำพวกซิลิเกตชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหลักของแป้งและเครื่องสำอางนั่นเอง

แม้จะไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าผงแป้งเดินทางผ่านช่องคลอดไปถึงรังไข่ได้อย่างไร แต่ข้อมูลจากผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ที่ยืนยันว่าใช้แป้งทาเพื่อความสบายตัวทุกวัน ก็ช่วยสนับสนุนผลการวิจัยนี้ได้อย่างดี

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 07:42 น.] #725328 (41/96)


(D)
สวัสดีครับผม...............พี่ๆทุกๆท่านครับ...............อิอิอิ.........

โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 07:50 น.] #725331 (42/96)


(D)
อรุณสวัสดิ์ยามเช้าครับ ท่านพิธีกร (nava75) และทุก ๆ ท่าน

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 07:56 น.] #725340 (43/96)


(D)
สวัสดีครับทุกๆท่านที่เข้าเยี่ยมชมรายการ มาถึงที่ทำงานแล้วครับท่านใดมีสาระดีๆจะเข้ามาคุยกันเรียนเชิญเลยนะครับ

โดยคุณ กตเวท (151)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 08:02 น.] #725352 (44/96)


(D)
สวัสดีครับ

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 08:03 น.] #725353 (45/96)


(D)
มาคุยกันเรื่องหมาๆดีกว่าครับ
หมาประจำจังหวัดพิษณุโลกก็คือ หมาพันธุ์บางแก้ว
สุนัขพันธุ์ "บางแก้ว" เป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิด เกิดที่บ้านบางแก้ว ต. ท่านางงาม อ.บางระกำ จังหวัด พิษณุโลก เป็นสุนัขไทยพันธุ์หนึ่งที่มีความสวยงามคล้ายสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ ที่มีขนยาว สวยงาม หางเป็นพวง เป็นสุนัขที่มีรูปร่างขนาดปานกลาง รูปทรงของลำตัวตั้งแต่ช่วงขาหน้าถึงขาหลัง เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สันนิษฐานกันว่า สุนัขพันธุ์บางแก้ว คงจะได้รับสายพันธุ์จากสุนัขป่า
( สุนัขจิ้งจอก-สุนัขไน ) เมื่อได้รับการผสมภายในเหล่าเดียวกัน หลายๆ ช่วง จึงบังเกิดสุนัขพันธุ์ใหม่ ลูกสุนัขบางแก้วพันธุ์แท้ที่มีลักษณะดีเด่น ขึ้นมา โดยธรรมชาติ เนื่องจากบ้านบางแก้วในอดีตนั้น ชาวบ้านจะมีที่อยู่อาศัยเป็นเรือนแพจอดอยู่สองข้างฝั่งของลำคลองบางแก้วสภาพโดยทั่ว ไป ก็ยังเป็นป่ารกชัฎ จะมีสุนัขไทยที่เลี้ยงไว้อยู่ก็ที่บริเวณวัดบางแก้ว ที่มีบริเวณกว้างขวาง
วัดบางแก้ว ในสมัยที่ท่าน หลวงปู่มาก เมธาวี เจ้าอาวาสอยู่ เวลาท่านจะเดินทางไปไหนไกลๆ ด้วยกิจนิมนต์ ท่านต้องใช้ม้าเป็นพาหนะ เดินทาง หลวงปู่มาก ท่านเป็นพระภิกษุที่โอบอ้อมอารี มีเมตตา รักสัตว์เลี้ยง ท่านเลี้ยงม้าไว้หลายตัว บริเวณวัดก็มีทั้งสุนัข แมวและไก่พันธุ์พื้น เมือง ภายหลังสุนัขของท่านได้คลอดลูกออกมา มีลักษณะที่ดีเด่นผิดแปลกไปจากสุนัขพันธุ์ไทยทั่วๆไป โดยเป็นสุนัขที่ขนฟูยาว เป็นขนสองชั้น หูเล็ก ปากแหลม หางเป็นพวง เมื่อสุนัขเหล่านั้นได้ผสมกันเองภายในเหล่าเดียวกัน จนในระยะหลังจึงกลายเป็นสุนัขพันธุ์แท้ที่มีลักษณะเป็นของตัวเองการเลี้ยงของชาวบ้านบางแก้วในสมัยนั้น ก็มักเลี้ยงกันภายในบริเวณเรือนแพ สุนัขบางแก้วที่ได้มีการเลี้ยงแพร่หลายออกไปจากบ้านบางแก้วไปในบริเวณใกล้เคียง เช่น บ้านชุมแสงสงคราม บ้านห้วยชัน บ้านวังแร่ บ้านบางระกำ ปัจจุบันสุนัขพันธุ์บางแก้วได้มีการเลี้ยงแพร่พันธุ์ออกไปทั่วประเทศ เป็นที่นิยมของท่านที่มีจิตใจรักสัตว์เลี้ยง เพราะสุนัขพันธุ์บางแก้วเป็น สุนัขที่มีอุปนิสัยรักเจ้าของ รักถิ่นฐาน ซื่อสัตย์ ฝึกสอนง่าย ฉลาดว่องไว และเป็นสุนัขที่มีนิสัยดุกว่าสุนัขพันธุ์ไทยอื่นๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการจะ ใช้สุนัขพันธุ์บางแก้ว เป็นสุนัขที่ใช้งาน ในด้านการพิทักษ์รักษาทรัพย์สินภายในบ้าน ไร่นาและสวน หรือโกดังต่างๆ ได้ดีอีกทั้งสุนัขพันธุ์บางแก้ว ยังมีลักษณะที่สวยงามเป็นจุดเด่นกว่าสุนัขไทยอื่นๆ สุนัขพันธุ์บางแก้ว จึงเป็นที่นิยมของผู้ซื้อหาเอาไปเลี้ยงจนในแต่ละปีลูกสุนัขออกมาเท่าไรก็ยัง ไม่พอต่อความต้องการของผู้ซื้อในปัจจุบัน
สุนัขพันธุ์บางแก้วมีจุดกำเนิดมาจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง สุนัขป่าและสุนัขบ้านจึงทำให้มันมีลักษณะค่อนข้างดุ แต่ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของเป็นอย่างมากมีฟาร์มเลี้ยงสุนัขหลาย แห่งบริการขายสุนัขพันธุ์บางแก้วนี้ใน พิษณุโลกสุนัขพันธุ์บางแก้ว เป็นความภูมิใจของชาวพิษณุโลก ราคาซื้อค่อนข้างสูง กิตติศัพท์ของสุนัข บางแก้วคือ ดุ ซื่อสัตย์ กตัญญูต่อผู้เลี้ยง และค่อนข้างขี้อิจฉา ลักษณะพันธุ์แท้นั้น ปากแหลมคล้ายสุนัขจิ้งจอก หางเป็นพวง หูชัน ชอบเล่นน้ำ ทนความร้อนไม่ดี

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 08:35 น.] #725402 (46/96)
สวัสดีท่านอาจารย์เดชา......พิธีกรวันนี้และพี่ๆน้องๆทุกท่านครับ...........
มาเสาะหาความรู้ที่นี่..ยามเช้าๆ......
ไม่ผิดหวังครับ...ยอดเยี่ยมมากๆครับ..........

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 08:36 น.] #725403 (47/96)
สวัสดีท่านพิธีกร.................(.ตาลาย.......อิ อิ)

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 08:36 น.] #725404 (48/96)


(D)
สวัสดีคะ.. ท่านพิธีกร nava75 ..


สวัสดีทุกๆๆๆๆท่านด้วยนะคะ

โดยคุณ inta156 (57K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 08:57 น.] #725432 (49/96)


(D)
สวัสดีครับ.. ท่านพิธีกร nava75 .. และทุกๆๆๆๆท่าน....



โดยคุณ toei89 (625)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 09:08 น.] #725445 (50/96)
สวัสดีครับท่านnava75 และทุกท่านด้วยนะครับ

โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 09:14 น.] #725460 (51/96)


(D)
สวัสดีครับท่าน ผ.อ. และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ

โดยคุณ ครูน้อย (717)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 09:20 น.] #725473 (52/96)


(D)


สวัสดีครับ พิธีกร nava75 ท่านสิทธิโชติ คุณพี่วิบูลย์ คุณคนสุพรรณ ท่านอ.ภู และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

โดยคุณ JOMPOL10 (4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 09:31 น.] #725490 (53/96)


(D)
หนุ่มเกษตรสุดหล่อ สู้...

โดยคุณ wunchaicoth (8.1K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 09:34 น.] #725493 (54/96)
สวัสดี ยามเช้า ครับ ท่าน พี่ ศ.เดชา/nava 75 และพี่ ๆทุกท่าน ครับ

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 09:43 น.] #725512 (55/96)


(D)
สวัสดีครับทุกท่านครับ เป็นแค่ ผศ.ครับ ศ.คงเอื้อมไม่ถึงครับท่าน

โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 10:04 น.] #725536 (56/96)

โดยคุณ kaiser (73)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 10:28 น.] #725564 (57/96)


(D)
ความรู้มากมายครับ

โดยคุณ หลวงแก่ (0)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 10:43 น.] #725595 (58/96)
ขอบคุณครับ ได้ความรู้เยอะเลยครับ

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 10:52 น.] #725616 (59/96)


(D)
สวัสดีครับ ทุกท่าน กะลังอบรม แว๊บมาครับ อิอิ


โดยคุณ somsak-poy (662)(2)   [จ. 13 ก.ค. 2552 - 11:08 น.] #725644 (60/96)
สวัสดีครับท่านพิธีกร และพี่ๆเพื่อนๆทุกท่านครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 11:28 น.] #725703 (61/96)


(D)
สวัสดีครับท่านพิธีกร พี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่านครับ....งานยุ่งมากๆเพิ่งได้เข้ามา

โดยคุณ pusit (1.7K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 11:29 น.] #725706 (62/96)


(D)
วันนี้ได้รับ สาระ บันเทิง มากมาย

โดยคุณ aey11 (1.2K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 11:44 น.] #725747 (63/96)
สวัสดีครับพี่ๆทุกๆท่านครับ

โดยคุณ kookkai (91)(2)   [จ. 13 ก.ค. 2552 - 11:48 น.] #725753 (64/96)

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 12:24 น.] #725788 (65/96)


(D)


สวัสดีท่านอาจารย์เดชา..nava 75....พิธีกรวันนี้ สวัสดีครับ ท่านพี่ องภู สวัสดีครับท่านพี่ทนายสิทธิโชติ พิธีกรหลัก และสวัสดีครับพี่ๆทุกท่าน.....
หมอ...มาแล้วครับ...

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 12:34 น.] #725796 (66/96)


(D)



โดยคุณ korachaa (1.3K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 12:36 น.] #725797 (67/96)


(D)


กฏแห่งกรรม

1. เหตุใดคุณ มีเสื้อผ้าแพรพรรณอันงดงามสวมใส่มากมาย
เพราะชาติก่อนคุณเคยถวายจีวรแด่พระสงฆ์

2. เหตุใดชาตินี้คุณมีอาหารดีดีรับประทานอยู่เสมอ
เพราะชาติก่อนคุณเคยทำทานอาหารแก่คนยากจนในชาติก่อน

3. เหตุใดชาตินี้คุณอดอยากยากจน ไม่มีเสื้อผ้าดีดีสวมใส่
เพราะคุณตระหนี่ขี้เหนียวไม่ยอมทำทานคนจน ในชาติก่อน

4. เหตุใดชาตินี้คุณมีบ้านเรือนให¬ญ่โต
เพราะคุณเคยถวายข้าวสารเข้าวัดในชาติก่อน

5. เหตุใดชาตินี้คุณมีความเจริ¬ญรุ่งเรืองและมีความสุขมาก
เพราะคุณเคยถวายเงินสร้างวัดในชาติก่อน

6. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนสวย และรูปงาม
เพราะคุณเคยถวายดอกไม้สดบูชาพระด้วยความเคารพในชาติก่อน

7. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องมีปัญญาดี
เพราะคุณเคยเป็นพุทธมามกะและทานมังสวิรัติในชาติก่อน

8. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นที่รักของทุกๆ คนและมีเพื่อนมากมาย
เพราะคุณเคยสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อทุกคนในชาติก่อน

9. เหตุใดชาตินี้คุณมีพ่อ แม่อยู่พร้อมหน้า
เพราะคุณเคารพและให้ความช่วยเหลือ ไม่ดูแคลนคนไร้¬ญาติในชาติก่อน

10. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นเด็กกำพร้า
เพราะคุณเคยยิงนก ตกปลา และพรากสัตว์ในชาติก่อน

11. เหตุใดชาตินี้คุณมีอายุยืนแข็งแรง
เพราะคุณเคยปล่อยนก ปล่อยปลา สิ่งมีชีวิตในชาติก่อน

12.. เหตุใดชาตินี้คุณอายุสั้น
เพราะชาติก่อนคุณเคยฆ่าสัตว์มากมาย

13. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนรับใช้
เพราะชาติก่อนคุณเคยดูถูกเหยียดหยามคนจน

14. เหตุใดชาตินี้คุณมีดวงตาสดใส
เพราะชาติก่อนคุณเคยเติมน้ำมันตะเกียงและจุดไฟบูชาพระ

15. เหตุใดชาตินี้คุณโง่ปั¬¬ญญาอ่อนและหูหนวก
เพราะชาติก่อนคุณเคยด่าว่าและหยาบคายต่อหน้าพ่อแม่

16. เหตุใดชาตินี้คุณต้องตายเพราะยาพิษ
เพราะชาติก่อนคุณเจตนาวางยาในต้นน้ำลำธารให้เป็นพิษ

17. เหตุใดชาตินี้คุณจึงแขวนคอตาย
เพราะชาติก่อนคุณใช้ตะข่ายล่าและดักสัตว์

18. ถ้าชาตินี้คุณฆ่าเขา
ชาติหน้าเขาก็จะฆ่าคุณ และจะฆ่ากันไป-มาไม่มีสิ้นสุด

19. ถ้าชาตินี้คุณบอกเล่ากฏแห่งกรรม
คุณจะเป็นที่เคารพนับถือมากมายในชาติหน้า

**อ่านเสร็จแล้ว ถ้าส่งต่อ ก็เหมือนได้ปฏิบัติตามกฏแห่งกรรม ข้อที่ 19 แล้ว ด้วยความปราถนาดี**

""""โชคดี นะครับ"""

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 12:52 น.] #725836 (68/96)


(D)



โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 13:21 น.] #725887 (69/96)
สวัสดีตอนบ่ายครับทุกท่าน เดี๋ยวกลับมานะครับ ไปประชุมที่เกษตรอำเภอเดี๋ยวกลับมาครับ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 13:48 น.] #725935 (70/96)
ช่วยๆกันหน่อยครับ เดี๋ยว Rating ตก ไม่ถึง 100 กระทู้ ...อาจารย์ภู เจ้าของรายการจะดุเอาว่า ไม่ช่วย ท่าน ผศ.เดชา ครับผม

โดยคุณ g-dragon (386)(1)   [จ. 13 ก.ค. 2552 - 14:22 น.] #726023 (71/96)

โดยคุณ thanaanan (7K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 15:11 น.] #726066 (72/96)


(D)


สวัสดียามดึกครับ ท่าน Nava75.... พิธีกรรายการประจำวันนี้...

สวัสดีครับ ท่าน อ.ภูษิต...ท่านยอดทนาย สิทธิโชติ...ท่านโก้ Korachaa...อีก 3 พิธีกรหลักประจำรายการ....

สวัสดีครับ ท่าน พี่ๆ...เพื่อนๆ...ขาประจำรายการฯและห้องสนทนาฯทุกๆท่าน...

ลงรูปจากงานไปเรื่อยๆครับ


โดยคุณ เสือน้อย8ริ้ว (778)(2)   [จ. 13 ก.ค. 2552 - 15:33 น.] #726102 (73/96)

โดยคุณ เกียรตินิรันดร์ (1)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 17:58 น.] #726342 (74/96)


(D)
สวัสดีค่ะท่านพิธีกร และทุก ๆ ท่าน
เพิ่งกลับมาถึงบ้านค่ะ

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:04 น.] #726350 (75/96)
สวัสดีท่านพิธีกร และทุกๆท่านครับ

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:41 น.] #726419 (76/96)


(D)


สวัสดีตอนเย็นครับ ยังทำงานอยู่งานเริ่มซาแล้วครับ...............

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:44 น.] #726433 (77/96)


(D)


ขออนุญาตลงรูปงานมิตติ้งต่อนะครับ ยังไม่มีโอกาสได้ลงกระทู้เลยครับ........

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:45 น.] #726438 (78/96)


(D)


มีโอกาสถ่ายรูปกับหลวงพ่อสาครได้แค่นี้..........ใกล้สุดๆ......

โดยคุณ น้ำปาย (429)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:47 น.] #726441 (79/96)
สวัสดียามเย็นครับท่านพิธีกร และพี่ๆสมาชิกทุกท่านครับ หิวข้าวคร๊าบ.......

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:47 น.] #726442 (80/96)


(D)


หลังจากนั้น ไปกราบนมัสการหลวงพ่อสินต่อ............

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:50 น.] #726452 (81/96)


(D)


พี่แบ๊งค์บอก ถ่ายเต็มที่เลยน้อง............

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:51 น.] #726460 (82/96)


(D)


ได้ใกล้ชิดหลวงพ่อทุกคน............

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:53 น.] #726467 (83/96)


(D)
หลวงพ่อท่านเมตตา จารรูปถ่ายให้........
เด็กๆไปก็ไม่เหงา

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:55 น.] #726474 (84/96)


(D)


เด็กอยู่มุมนึง...........
ผู้ใหญ่มุมนึง............

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 18:58 น.] #726482 (85/96)


(D)


หลังจากนั้นไปไหว้พระต่อ ที่เขาสามมุกใกล้ๆ บางแสน.......

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 19:01 น.] #726492 (86/96)


(D)


ไปบางแสนหลายที เพิ่งรู้ครับว่ามีวัดอยู่บนนี้ด้วย..........
บรรยากาศเงียบสงบดีครับ.........

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 19:05 น.] #726503 (87/96)


(D)


สวัสดีครับพี่น้ำปาย หิวข้าวเหมือนกันครับ..........

พี่ๆท่านใดผ่าน ลองแวะมากราบนมัสการดูนะครับ

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 19:44 น.] #726638 (88/96)


(D)
ครับสวัสดีตอนค่ำๆครับทุกท่าน มาต่อกันอีกสักหน่อย

เรื่องที่ 1 "ทัพพีที่หายไป"

เมื่อวินัยเชิญแม่ของเขา มากินมื้อค่ำที่อพาร์ทเมนท์...
ซึ่งเขาอยู่กับสาวสวย ชื่อ นิสา
คุณแม่จึงอดเคลือบแคลงในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้
ระหว่างร่วมโต๊ะมื้อเย็นนั้นเอง
คุณแม่ของวินัยเฝ้าสังเกตสายตาที่ทั้งคู่มองสบกัน
จนลูกชายชักเดาใจออก จึงรีบพูดขึ้นว่า
“ผมรู้นะว่าแม่กำลังคิดอะไร .. แต่ผมยืนยันได้แน่ว่า
ผมกับนิสาเป็นแค่รูมเมทเท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยจริงๆ”
หลังจากแม่ของวินัยกลับไปได้ 1 อาทิตย์
นิสาจึงบอกวินัยว่า
“ตั้งแต่แม่ของคุณมาเยี่ยมเราคราวนั้น
ฉันก็หาทัพพีคันโปรดไม่เจอเลย
ที่จริง..ฉันก็ไม่คิดว่าแม่ของคุณจะเอาไปหรอกนะคะ
หรือคุณว่ายังไง”
วินัยจึงตอบว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่จะลองเขียนจดหมายไปถามคุณแม่ดู”
วินัยจึงนั่งลงเขียนจดหมาย เนื้อความว่า..
“เรียน คุณแม่สุดที่รัก..
ผมไม่ได้คิดว่าคุณแม่จะเผลอเอาทัพพี
ที่บ้านผมไปหรอกนะครับ
แต่จะว่าแม่ไม่ได้เอาไป.....
ก็ยังไงอยู่ เพราะทัพพีสวย ๆคันหนึ่งหายไป
ตั้งแต่วันที่คุณแม่มาทานข้าวเย็นที่บ้าน
ขอแสดงความนับถือ
วินัย”
หลายวันต่อมา วินัยได้รับจดหมายตอบจากแม่ของเขา
เนื้อความว่า..
“ถึง ลูกชายสุดที่รักของแม่
แม่ไม่เคยพูดว่าลูกมีอะไรกับนิสา
แต่แม่ก็ไม่ได้คิดว่าลูกจะไม่มีอะไรกับเธอ
เพราะความจริงมีอยู่ว่า...
ถ้านิสานอนที่ห้องตัวเอง
ก็คงเจอทัพพีนั่นไปตั้งนานแล้ว รักมาก
แม่”

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 19:47 น.] #726646 (89/96)


(D)
เรื่องที่ 2 "ตอนเป็นแฟนกัน อะไรๆมันก็ดีอย่างนี้"

ชายหนุ่ม : บ้านคุณอยู่ไกล ซอยเปลี่ยว อันตราย
ให้ผมไปส่งดีกว่า...
หญิงสาว : ซอยมันแคบกลับรถลำบากนะค่ะ
ชายหนุ่ม : ไม่เป็นไรครับ ผมถอยหลังผ่านตลอดออกได้
เมื่อแต่งงานกันผ่านไป 5 ปี.... อะไรอย่างนี้ก็เกิดขึ้น
ภรรยา : พี่ ๆ กลับเถอะดึกมากแล้ว
สามี : จะคุยกับเพื่อน กลับไปก่อนซิ
ภรรยา : ซอยมันเปลี่ยว อันตรายน่ะพี่
สามี : กลับประจำ ไม่มีอะไรหรอก
ภรรยา : ชั้นกลัวถูกข่มขืน
สามี : ไม่หรอกน่า ... เดี๊ยวนี้
โจรมันฉลาด... มันรู้จักเลือก

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 19:50 น.] #726655 (90/96)


(D)
เรื่องที่ 3 "วิธีประหยัด"

เรื่องของคุณลุงคนนึง แกทำงานอยู่ กทม.
ใกล้จะเกษียณแล้วล่ะ
วันหนึ่งก็มารอรถเมล์จะกลับบ้าน
รออยู่คันแล้วคันเล่ารถก็ดูเต็มทุกคัน
แกรออยู่ตั้งนาน เวลาก็ค่ำลงๆ
ก็มีอยู่คันหนึ่ง ทำท่าว่าจะจอดรับ
แต่ก็ไม่จอด แต่ลุงแกนึกว่าจะจอด
ก็ค่อยๆ วิ่งไล่ตามแกวิ่งไล่ตามไปเรื่อยๆ
เผลอไปสักพักใหญ่
....เฮ้ย .....ถึงบ้านแล้วนี่หว่า แกดีใจ
เออดี .....ไม่ต้องเสียค่ารถเมล์สามบาท
แกดีใจ ใหญ่เลย กลับไปเล่าให้เมียฟัง
ลุง : นี่เธอจ๋า .. วันนี้พี่วิ่งไล่ตามรถเมล์มานะ ถึงบ้านพอดี
ตังค์ก็ไม่ต้องเสียตั้งสามบาทล่ะ
เมีย :(พอได้ยินแทนที่จะดีใจไปด้วยกลับด่าส่ง)
...ไอ้แก่จะตายแล้วยังจะโง่อีก
ลุง : อ้าวมาด่าชั้นทำไมล่ะ
เมีย : นี่ถ้าแกวิ่งตามแท็กซี่
แกรู้มั้ย ประหยัดได้อีกตั้งเท่าไหร่

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 19:56 น.] #726673 (91/96)


(D)
เรื่องที่ 4 "ทางแก้ปัญหา"

สามี: เธอพกรูปฉันไว้ในกระเป๋าเสมอ
ทำไมหรอ
ภรรยา: อ๋อ ก็ถ้ามีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน
ฉันก็จะดูรูปเธอ แล้วปัญหาก็หายไปเลย
สามี: เห็นมั้ย ว่าฉันเป็นสิ่งมหัศจรรย์
สำหรับเธอขนาดไหน
ภรรยา: ใช่ ฉันมองภาพเธอแล้วก็พูดกับตัวเองว่า
“ปัญหาอะไรจะมาหนักหนากว่านี้อีกนะ”

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 20:14 น.] #726728 (92/96)


(D)


เวลาถ่ายรูประวังคนอื่นจะเด่นกว่านะ(ขำๆ)

โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 20:17 น.] #726741 (93/96)


(D)


อย่าคิดมากขำๆครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 20:35 น.] #726813 (94/96)
สวัสดียามค่ำ ครับ แวะมาทักทายอีกรอบ ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 20:36 น.] #726817 (95/96)


(D)


วิสกี้ไม๊ครับ


โดยคุณ nava75 (565)  [จ. 13 ก.ค. 2552 - 20:52 น.] #726868 (96/96)


(D)
สวัสดีครับท่านสิทธิโชติ ตามสบายเลยครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM