เอาข่าวมาฝากครับ........
ปล้นแบ๊งค์ครับ
*************************
สยบโจรติ๊งต๊อง ใส่เกราะ-ปืนปลอม บุกเดี่ยวปล้นแบงก์ หนักอาวุธ-หนีไม่ทัน
คออลัมน์ สดจากสนามข่าว
ศิริพงษ์ แก้วบัวดี เรื่อง/ภาพ
เที่ยงวันที่ 26 ต.ค. บรรยากาศที่ธนาคารเอเชีย สาขาถนนศรีวรา ย่านวังทองหลาง ผู้คนเริ่มดูบางตาลงไปบ้างเพราะเป็นช่วงพักกลางวัน พนักงานส่วนใหญ่จึงเตรียมตัวออกไปกินข้าว โดยมีบางส่วนยังปักหลักให้บริการลูกค้าอยู่หน้าเคาน์เตอร์
โดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น
ปัง...!??
เสียงปืนดังกัมปนาทขึ้น 1 นัด ทุกคนหันไปมองตรงหน้าประตูเป็นสายตาเดียวกัน ซึ่งตรงนั้นเป็นจุดปรากฏกายของชายวัยกลางคน หนวดยาวเฟิ้ม อยู่ในชุดออกศึก สวมเสื้อยืดคอกลม มีเสื้อแจ๊คเก็ตสีเทาคลุมทับ นุ่งกางเกงยีนขายาว สวมรองเท้าผ้าใบสีน้ำเงิน แถมที่ศีรษะยังโพกผ้ามีสัญลักษณ์เป็นรูปเขาควายติดอยู่
"หยุด...นี่คือการปล้น"
มันตะคอกใส่ทุกคนแบบสำนวนหนังไทย ก่อนจะค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามาถึงเคาน์เตอร์ด้วยความมุ่งมั่น อาวุธปืนในมือที่ถูกผ้าคลุมไว้อย่างพิลึกพิลั่น สอดส่ายไปมายังเป้าหมายพนักงานธนาคารที่อยู่หลังเคาน์เตอร์
ก่อนที่มันจะหยุดชะงักแล้วเปิดเสื้อคลุมออกมาโชว์ระเบิดสารพัดชนิด ที่ห้อยโตงเตงอยู่ที่เอว แถมมีเสื้อเกราะสวมทับอยู่อีกชั้น
ไม่ต่างอะไรไปจากฉากหนึ่งในหนังเรื่อง "แรมโบ้" ประมาณนั้น แต่ออกไปทางแรมบ้ามากกว่า!?!
หลังจากมั่นใจว่าข่มขวัญคู่ต่อสู้อยู่หมัด โจรแรมบ้าก็กระโดดตัวลอยข้ามเคาน์เตอร์ นำกระเป๋าเดินทางสีดำขนาดกลางมาไว้ พร้อมกวาดเงินสดที่อยู่ภายในลิ้นชักโกยใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ โดยไม่แคร์สายตาเจ้าหน้าที่แบงก์นับ 10 คนที่ได้แต่หมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
พอได้เงินจนหนำใจจึงวิ่งหนีออกไปทางประตูหลังธนาคาร ทะลุเข้าหมู่บ้านทาวน์อินทาวน์ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน จังหวะนั้นนายยรรยง ไตรสมพร อายุ 58 ปี รปภ.ประจำธนาคาร เห็นตำรวจสายตรวจสน.วังทองหลาง ขับรถผ่านมาพอดีจึงแจ้งให้จับกุม
นาทีไล่ล่าจึงเริ่มขึ้น
ห้วงนาทีเป็นนาทีตายในการวิ่งหนีตำรวจของขุนโจรแรมบ้า ดูเหมือนจะหนักหนาสาหัสเอาการ เพราะนอกจากจะหนักอุปกรณ์การสู้รบทั้งปืน ระเบิดที่ห้อยโตงเตง รวมทั้งกระเป๋าใส่เงินแล้ว
ยังหนักเสื้อเกราะที่ขนใส่มาป้องกันตัวจนวิ่งไม่ไหว เล่นเอาหอบแฮกๆ ไปตลอดทาง
แต่ที่โชคร้ายยิ่งกว่านั้นก็ตรงที่มันดันวิ่งหนีไปตรงทิศทางที่พ.ต.ท.เอกวีร์ พงศ์สร้อยเพ็ชร สว.กก.สส.น.5 พร้อมพวก ตำรวจอีกชุดที่กำลังทำงานล่อซื้อยาบ้าอยู่แถวถนนประดิษฐ์มนูธรรมพอดี พ.ต.ท.เอกวีร์ เห็นตำรวจสายตรวจกำลังไล่จับคนร้ายอยู่ เลยโดดคว้าคอเสื้อคนร้ายไว้ทัน
หมดฤทธิ์เดชยอมสยบอยู่ตรงนั้น
จากการตรวจสอบในกระเป๋าใส่เงินพบเงินสด 934,600 บาท ส่วนอาวุธปืนที่อยู่ในมือคนร้ายเป็นปืนปลอม ใช้ท่อเหล็กมาทำเป็นปืนแล้วใช้ผ้าพันปิดไว้ และวัตถุระเบิดก็ปลอมเช่นกันทำขึ้นมาจากปูนปลาสเตอร์หล่อ ขณะที่เสื้อเกราะก็เป็นเพียงแผ่นเหล็กที่ถูกนำมาเชื่อมติดกันรวม 8 แผ่น มีเชือกผูกยึดติดกับลำตัว สำหรับหนวดปลอมตกอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร
งานนี้เล่นเอาตำรวจชุดไล่ล่าถึงกับส่ายหน้าไปตามๆ กัน
จากการสอบสวนทราบชื่อคนร้ายรายนี้คือนายสมคิด พำนัก อายุ 34 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 69 ม.13 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย รับสารภาพว่ามีอาชีพทำงานก่อสร้างและรับจ้างทั่วไป โดยพักอาศัยอยู่เพิงพักคนงานริมถนนประดิษฐ์มนูธรรมใกล้ๆ กันนี้เอง
นายสมคิดให้การว่า ก่อนลงมือปล้นธนาคารครั้งนี้ได้มาดูลาดเลาล่วงหน้าหลายวันแล้ว ก่อนจะกลับไปทำอุปกรณ์การปล้นและอุปกรณ์การป้องกันตัวทั้งปืน ระเบิดและเสื้อเกราะ กระทั่งวันเปิดทำการของธนาคารที่หยุดมาหลายวัน จึงลงมือ ส่วนกระเป๋าที่นำมาใส่เงินไปหาซื้อที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
"เงินที่ปล้นได้ครั้งนี้ ผมตั้งใจจะนำไปรักษาอาการป่วยเป็นโรคไซนัส เพื่อขอหญิงสาวแต่งงาน และตั้งใจจะเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อไปเที่ยวงานเทศกาลดูบั้งไฟพญานาค" โจรแรมบ้าสารภาพหน้าตาย
และย้ำว่า การปล้นครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ส่วนที่มีเสียงดังคล้ายเสียงปืนนั้น ความจริงแล้วเป็นเพียงเสียงแก๊ปที่ประดิษฐ์ขึ้น โดยการนำไปกระแทกกับเคาน์เตอร์เพื่อให้เกิดเสียงดัง ข่มขู่ให้พนักงานตกใจกลัว ส่วนเสื้อเกราะเตรียมไว้เพื่อป้องกันหากมีการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่
"ผมหนีไม่รอดเพราะเตรียมของมาเยอะไปหน่อย ทั้งปืนและระเบิด โดยเฉพาะเสื้อเกราะมันหนักมาก ทำให้วิ่งไม่ออก ถ้าไม่เช่นนั้นก็จับผมยาก" นายสมคิดพูดเชิงท้าทาย
ซึ่งงานนี้ต้องยกความดีให้ชุดทำงานกก.สส.น. 5 ที่บังเอิญปฏิบัติหน้าที่อยู่แถวนั้นพอดี จึงสามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้
หลังได้ตัวคนร้ายพล.ต.ต.วิทยา โกสิยะสถิต ผบก.น.4 พ.ต.อ.นิพนธ์ ภู่พันธุ์ศรี รองผบก.น.4 พ.ต.อ.พินิจ มณีรัตน์ ผกก.สน.วังทองหลาง พ.ต.ท.อมรนัต มาลัย รองผกก.(สส.) พ.ต.ท.ณัฏฐพงศ์ ธรพูลผล สว.สส. พ.ต.ท.ถนัด นักธรรม สวป.สน.วังทองหลาง พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน นำตัวนายสมคิดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และเก็บหลักฐานเพิ่มเติม
เริ่มจากจุดปล้น จุดขนเงิน และขั้นตอนการหลบหนีอย่างละเอียด ท่ามกลางความสนใจของพนักงานแบงก์และประชาชนจำนวนมาก
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจค้นภายในเพิงพักคนงานไม่มีเลขที่ ย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม พบเสื้อเกราะอีก 1 ตัวที่มีการลักษณะคล้ายกับที่สวมใส่ และหมวกเหล็กแบบทหารที่ใช้ออกรบน้ำหนักประมาณ 2 ก.ก. ซุกซ่อนไว้ในบ้าน จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
สำหรับประวัติของนายสมคิด โจรติ๊งต๊องรายนี้ไม่ธรรมดา เมื่อปี 2546 เคยก่อคดีต่อสู้ขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ถูกศาลจังหวัดหนองคายออกหมายจับกุมมาแล้วก่อนหน้านี้
คดีเก่ายังไม่ทันถูกชำระมาก่อเหตุแผลงๆ บุกเดี่ยวปล้นแบงก์โดยใช้ปืนปลอม ระเบิดปลอมแบบไม่กลัวตาย
เพี้ยนๆ แบบนี้มีเยอะ!?!
 |
|