(D) สุริยุปราคาที่จะเกิดในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ที่เห็นมืดเต็มดวงในอินเดียและจีน แต่เป็นแบบบางส่วนในไทย เป็นสุริยุปราคาที่อยู่ในชุดซารอสที่ 136
ซารอส (Saros) หมายถึง ระยะเวลา 6,585.32 วัน (18 ปี 11 วัน 8 ชั่วโมง) เป็นความยาวนานของวัฏจักรการเกิดอุปราคา เมื่อเกิดสุริยุปราคาขึ้นในวันใด มีความเป็นไปได้สูงว่าเมื่อ 18 ปี 11 วันก่อน ได้เคยเกิดสุริยุปราคามาแล้ว และอีก 18 ปี 11 วันข้างหน้าก็จะเกิดสุริยุปราคาขึ้นอีก สุริยุปราคาที่อยู่ห่างกันหนึ่งรอบซารอสดังกล่าวนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน เนื่องจากสภาพทางเรขาคณิต ได้แก่ ตำแหน่งและระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ กับระหว่างโลกกับดวงจันทร์ที่ใกล้เคียงกัน
นักดาราศาสตร์แบ่งสุริยุปราคาและจันทรุปราคาออกเป็นชุด เรียกว่าชุดซารอส (Saros Series) จากสถิติในช่วงค.ศ. 1999 ถึงค.ศ. 3000 แต่ละชุดมีจำนวนสุริยุปราคา 6987 ครั้ง ชุดหนึ่งๆ มีอายุ 1,2261,551 ปี
ชุดซารอสที่ 136 มีสุริยุปราคาเต็มดวงหลายครั้งที่ระยะเวลามืดเต็มดวงค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับชุดซารอสอื่นๆ ที่ดำเนินอยู่ในยุคปัจจุบัน สุริยุปราคา 8 ครั้งแรกของชุดนี้เป็นสุริยุปราคาบางส่วน ซึ่งมีแต่เงามัวของดวงจันทร์เท่านั้นที่สัมผัสผิวโลก ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ปีค.ศ. 1360 เห็นได้ในมหาสมุทรใกล้ชายฝั่งทวีปแอนตาร์กติกา
สุริยุปราคาเงามืดครั้งแรกของชุดซารอสนี้เกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.ย. 1504 โดยเห็นเป็นสุริยุปราคาวงแหวน เส้นทางคราสผ่านแอนตาร์กติกาและตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก สุริยุปราคาอีก 5 ครั้งถัดมาล้วนเป็นชนิดวงแหวน ความยาวนานของสุริยุปราคาวงแหวนสั้นลงเรื่อยๆ เนื่องจากดวงจันทร์เข้าใกล้โลกมากขึ้น ขณะที่เส้นทางคราสค่อยๆ ขยับขึ้นเหนือ
วันที่ 22 พ.ย. 1612 สุริยุปราคาชุดนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นชนิดผสม (Hybrid หรือ Annular-Total Solar Eclipse) คือมีบางส่วนตามแนวกึ่งกลางคราส ที่เห็นเป็นสุริยุปราคาวงแหวน (โดยมากจะเป็นส่วนต้นกับส่วนท้าย) อีกส่วนหนึ่งเห็นเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง (โดยมากเป็นส่วนกลางของแนวคราส) สุริยุปราคาในวันนั้นทั้งสองส่วนต่างก็มีระยะเวลาของการเป็นวงแหวนและเต็มดวงสั้นมาก (วงแหวนไม่เกิน 35 วินาที และเต็มดวงเพียง 0.8 วินาที) เนื่องจากขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เกือบเท่ากัน และเป็นไปได้ว่าส่วนที่เห็นเต็มดวงอาจไม่เต็มดวงจริงๆ เพราะขอบดวงจันทร์ไม่เรียบ หลุมและหุบเขาบนดวงจันทร์ทำให้แสงอาทิตย์ลอดผ่านมา ลักษณะเดียวกับปรากฏการณ์ลูกปัดเบลีย์ (Bailys Beads) ซึ่งปกติมีโอกาสเห็นได้ในระยะเวลาสั้นๆ ช่วงก่อนและหลังเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง
สุริยุปราคาอีก 5 ครั้งถัดมายังคงเป็นชนิดผสม แต่มีช่วงเวลาของสุริยุปราคาเต็มดวงยาวนานขึ้น สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งแรกที่เห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์มิดดวงตลอดแนวคราสในชุดซารอสนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 1721 มีเวลาเต็มดวงสูงสุด 1 นาที 7 วินาที เส้นทางคราสครั้งนั้นผ่านตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก บางส่วนผ่านทวีปอเมริกาใต้
ความยาวนานของสุริยุปราคาเต็มดวงในชุดซารอสนี้เพิ่มขึ้นจนนานกว่า 6 นาที เมื่อเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 20 นักดาราศาสตร์ได้ใช้สุริยุปราคาเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 1919 ในการพิสูจน์ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่พยากรณ์ว่าดาวฤกษ์บริเวณใกล้ดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนตำแหน่งไปเล็กน้อยตามการบิดโค้งของปริภูมิเวลา (Spacetime) เนื่องจากแรงโน้มถ่วง
สุริยุปราคาเต็มดวงวันที่ 8 มิ.ย. 1937 ยาวนานเกิน 7 นาทีเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สุริยุปราคาเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 1098 แต่เส้นทางคราสเกือบทั้งหมดอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ตอนท้ายผ่านด้านตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ ครั้งถัดมาเกิดในวันที่ 20 มิ.ย. 1955 (พ.ศ. 2498) เส้นทางสุริยุปราคาเต็มดวงผ่านศรีลังกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยลากผ่านกรุงเทพฯ ของไทย และมะนิลาของฟิลิปปินส์ จุดที่เห็นเต็มดวงนานที่สุดอยุ่ในมหาสมุทร นานถึง 7 นาที 8 วินาที
สุริยุปราคาเต็มดวง 2 ครั้งถัดมาในซารอสนี้ เกิดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 1973 และวันที่ 11 ก.ค. 1991 ครั้งแรกผ่านตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ครั้งถัดมาผ่านหมู่เกาะฮาวาย เม็กซิโก อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ถือได้ว่าเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่ผ่านสหรัฐอเมริกาครั้งล่าสุด (ครั้งถัดไปจะผ่านในปี 2017)
วันที่ 22 ก.ค. 2009 เส้นทางสุริยุปราคาเต็มดวงผ่านอินเดีย จีน ก่อนลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก จุดที่เห็นคราสเต็มดวงนานที่สุด 6 นาที 39 วินาที อยู่ในมหาสมุทร วันที่ 2 ส.ค. 2027 ผ่านตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ตามแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
สหรัฐอเมริกาได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงชุดซารอสนี้อีกครั้งในวันที่ 12 ส.ค. 2045 โดยผ่านหลายรัฐ ลากตั้งแต่ทางเหนือของแคลิฟอร์เนียซึ่งอยู่ทางตะวันตก ไปยังตอนกลางของฟลอริดาซึ่งอยู่ทางตะวันออก ระยะเวลาเต็มดวงสูงสุดคือ 6 นาที 6 วินาที วันที่ 3 ม.ค. 2280 (พ.ศ. 2823) เส้นทางคราสเต็มดวงในสุริยุปราคาชุดนี้ผ่านประเทศไทยอีกครั้ง คาดว่าจะเห็นได้จากภาคเหนือและอีสานตอนบน ลากจากจังหวัดตากซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก ไปยังนครพนมซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออก เต็มดวงนาน 3 นาที 4 วินาที
สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งสุดท้ายในชุดซารอสนี้จะเกิดในวันที่ 13 พ.ค. 2496 นาน 1 นาที 2 วินาที หลังจากนั้นอีก 7 ครั้งเป็นสุริยุปราคาบางส่วน ชุดซารอสที่ 136 สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ค. 2622 สรุปแล้ว เกิดสุริยุปราคาในชุดซารอสนี้ทั้งสิ้น 71 ครั้ง เริ่มด้วยสุริยุปราคาบางส่วน 8 ครั้ง วงแหวน 6 ครั้ง ผสม 6 ครั้ง เต็มดวง 44 ครั้ง และปิดท้ายด้วยสุริยุปราคาบางส่วนอีก 7 ครั้ง กินระยะเวลานาน 1,262 ปี
ท้องฟ้าในรอบสัปดาห์ (19-26 ก.ค.)
ดาวเสาร์ (โชติมาตร +1.1, กลุ่มดาวสิงโต) อยู่ทางทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ ดาวเสาร์เคลื่อนต่ำลงมากขึ้นทุกวัน โดยมีมุมเงยประมาณ 30 องศา ในเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืด กล้องโทรทรรศน์ส่องเห็นวงแหวนซึ่งบางลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ มีเวลาสังเกตดาวเสาร์ได้จนถึงประมาณ 3 ทุ่มเศษ ซึ่งเวลานั้น ดาวพฤหัสบดี (โชติมาตร 2.8, กลุ่มดาวแพะทะเล) จะเริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก มันเคลื่อนไปถึงจุดสูงสุดบนฟ้าในเวลาตี 2 ที่มุมเงย 60 องศาทางทิศใต้ และอยู่สูงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลาเช้ามืด
เวลาประมาณตี 3 ครึ่ง ดาวอังคาร (โชติมาตร +1.1) และดาวศุกร์ (โชติมาตร 4.1) อยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในกลุ่มดาววัว มองเห็นดาวศุกร์อยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้ามากกว่า ดาวศุกร์สว่างกว่าดาวอังคารราว 120 เท่า เพราะมันสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดีและอยู่ใกล้โลกกับดวงอาทิตย์มากกว่าดาวอังคาร จะสังเกตได้ว่าสีของดาวอังคารแตกต่างจากสีขาวของดาวศุกร์
เช้ามืดวันที่ 20 หรือ 21 เป็นวันท้ายๆ ที่เห็นจันทร์เสี้ยวอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ดวงจันทร์จะเคลื่อนไปอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 22 ก.ค. เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง เห็นได้จากหลายประเทศในเอเชียและมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ประเทศไทยเห็นดวงอาทิตย์แหว่งไปบางส่วนเท่านั้น แหว่งเต็มที่ในเวลาประมาณ 8 โมงเศษ ภาคเหนือบังลึกที่สุด กรุงเทพฯ บังประมาณครึ่งดวง วันที่ 23 ก.ค. หากฟ้าเปิดน่าจะเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกในเวลาพลบค่ำ วันที่ 25 ก.ค. ดวงจันทร์อยู่ทางซ้ายมือเยื้องลงไปด้านล่างของดาวเสาร์
กลางสัปดาห์ กรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.00 น. ตกเวลา 18.49 น. เชียงใหม่ ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.58 น. ตกเวลา 19.03 น. ภูเก็ตดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.18 น. ตกเวลา 18.48 น. อุบลราชธานีดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.40 น. ตกเวลา 18.34 น.
 |
|