ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ประสพการณ์ดีๆ ของท่าน กับพระเครื่องที่ท่านแขวน

(D)
คนที่แขวนพระย่อมมีประสพการณ์หลากหลายแตกจ่างกันไป บ้างก็ตีรันฟันแทงไม่เข้า บ้างก็มีโชคลาภที่คาดไม่ถึง บ้างก็ประสพความสำเร็จในชีวิต เรามาแชร์ประสพการณ์กันครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 11:10 น.]



โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 11:12 น.] #748372 (1/52)


(D)


ส่วนของผมนี่ จะอาราธนา คาถาของหลวงปู่ทวด ในการเดินทางไปทำงาน ปลอดภัยดีครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 11:27 น.] #748391 (2/52)


(D)


ประวัติ หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้

สมเด็จเจ้าพะโคะหรือหลวงพ่อทวด เป็นที่รู้จักของชาวไทยทุกภูมิภาคในฐานะพระศักดิ์สิทธิ์ที่มีอิทธิปาฏิหาริย์และอภิญญาแก่กล้าจนได้สมญาว่า “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” ประวัติอันพิสดารของท่านมีเล่าสืบกันมาไม่รู้จบสิ้น ยิ่งนานวันยิ่งซับซ้อนและขยายวงกว้างออกไปกลายเป็นความเชื่อความศรัทธาอย่างฝังใจ
หลวงพ่อทวดเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงๆ เรื่องราวต่อไปนี้ผู้เขียนได้รวบรวมจากหนังสืออ้างอิงหลายเล่มทั้งที่เป็นตำนานหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หนังสือและเอกสารต่างๆ พอจะให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่า หลวงพ่อทวดคือใคร เกิดในสมัยใดและได้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและพระศาสนาไว้อย่างไรบ้าง เพื่อเป็นคติเตือนใจแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป
ทารกอัศจรรย์
เมื่อประมาณสี่ร้อยปีที่ผ่านมาในตอนปลายรัชสมัยของพระมหาธรรมราชา แห่งกรุงศรีอยุธยา ณ หมู่บ้านสวนจันทร์ ตำบลชุมพล เมืองจะทิ้งพระตรงกับวันศุกร์ เดือนสี่ ปีมะโรง พุทธศักราช 2125 ได้มีทารกเพศชายผู้หนึ่งถือกำเนิดจากครอบครัวเล็กๆ ฐานะยากจนแร้นแค้น แต่มีจิตอันเป็นกุศล ชอบทำบุญสุนทานยึดมั่นในศีลธรรมอันดี ปราศจากการเบียดเบียนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ทารกน้อยผู้
นี้มีนายว่า “ปู” เป็นบุตรของนายหู นางจันทร์ ในขณะเยาว์วัย ทารกผู้นั้นยังความอัศจรรย์ให้แก่บิดามารดาตลอดจนญาติพี่น้องทั้งหลาย ด้วยอยู่มาวันหนึ่งมีงูตระบองสลาตัวใหญ่มาขดพันอยู่รอบเปลที่ทารกน้อยนอนหลับอยู่ และงูใหญ่ตัวนั้นไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้เปลที่ทารกน้อยนอนอยู่เลย จนกระทั่งบิดามารดาของเด็กเกิดความสงสัยว่า พญางูตัวนั้นน่าจะเป็นเทพยดาแปลงมาเพื่อให้เห็นเป็นอัศจรรย์ในบารมีของลูกเราเป็นแน่แท้ จึงรีบหาข้าวตอกดอกไม้และธูปเทียนมาบูชาสักการะ งูใหญ่จึงคลายลำตัวออกจากเปลน้อย เลื้อยหายไป ต่อมาเมื่อพญางูจากไปแล้ว บิดามารดาทั้งญาติต่างพากันมาที่เปลด้วยความห่วงใยทารก ก็ปรากฏว่าเด็กชายปูยังคงนอนหลับอยู่เป็นปกติ แต่เหนือทรวงอกของทารกกลับมีดวงแก้วดวงหนึ่งมีแสงรุ่งเรืองเป็นรัศมีหลากสี ตาหู นางจันทร์จึงเก็บรักษาไว้ นับแต่บัดนั้นฐานะความเป็นอยู่การทำมาหากินก็จำเริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับอยู่สุขสบายตลอดมา
สามีราโม
เมื่อกาลล่วงมานานจนเด็กชายปูอายุได้เจ็ดขวบ บิดาได้นำไปฝากสมภารจวง วัดกุฏิหลวง (วัดดีหลวง) เพื่อให้เล่าเรียนหนังสือเด็กชายปูมีความเฉลียวฉลาดมาก สามารถเรียนหนังสือขอมและไทยได้อย่างรวดเร็ว ครั้นอายุได้ 15 ปี ก็บรรพชาเป็นสามเณรและบิดาได้มอบแก้ววิเศษไว้เป็นของประจำตัว ต่อมาสามเณรปูได้ไปศึกษาต่อกับสมเด็จพระชินเสน ที่วัดสีหยัง (สีคูยัง) ครั้นอายุครบอุปสมบทจึงได้เดินทางไปศึกษาต่อที่นครศรีธรรมราช ณ สำนักพระมหาเถระปิยทัสสี ได้ทำการอุปสมบทมีฉายาว่า “ราโม ธมฺมิโก” แต่คนทั่วไปเรียกท่านว่า “เจ้าสามีราม” หรือ “เจ้าสามีราโม” เจ้าสามีรามได้ศึกษาอยู่ที่วัดท่าแพ วัดสีมาเมือง และวัดอื่นๆ อีกหลายวัด เมื่อเห็นว่าการศึกษาที่นครศรีธรรมราชเพียงพอแล้วจึงขอโดยสารเรือสำเภาเดินทางไปกรุงศรีอยุธยา ขณะเดินทางถึงเมืองชุมพร เกิดคลื่นทะเลปั่นป่วน เรือไม่สามารถแล่นฝ่าคลื่นลมไปได้ต้องทอดสมออยู่ถึงเจ็ดวัน ทำให้เสบียงอาหารและน้ำหมดบรรดาลูกเรือตั้งข้อสงสัยว่าการที่เกิดเหตุอาเพศในครั้งนี้เพราะเจ้าสามีราม จึงตกลงใจให้ส่งเจ้าสามีรามขึ้นเกาะและได้นิมนต์ให้เจ้าสามีรามลงเรือมาด ขณะที่นั่งอยู่ในเรือมาดนั้น ท่านได้ห้อยเท้าแช่ลงไปในทะเลก็บังเกิดอัศจรรย์น้ำทะเลบริเวณนั้นเป็นประกายแวววาวโชติช่วง
เจ้าสามีรามจึงบอกให้ลูกเรือตักน้ำขึ้นมาดื่มก็รู้สึกว่าเป็นน้ำจืด จึงช่วยกันตักไว้จนเพียงพอ นายสำเภาจึงนิมนต์ให้ท่านขึ้นสำเภาอีก และตั้งแต่นั้นมาเจ้าสามีรามก็เป็นชีต้นหรืออาจารย์สืบมา
เมื่อถึงกรุงศรีอยุธยา ก็ได้ไปพำนักอยู่ที่วัดแค ศึกษาธรรมะที่ วัดลุมพลีนาวาส ต่อมาได้ไปพำนักอยู่ที่วัดของสมเด็จพระสังฆราช ได้ศึกษาธรรมและภาษาบาลี ณ ที่นั้นจนเชี่ยวชาญจึงทูลลาสมเด็จพระสังฆราชไปจำพรรษาที่วัดราชนุวาส เมื่อประมาณ พ.ศ. 2149 ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ


รบด้วยปัญญา
กระทั่งวันหนึ่งถึงกาลเวลาที่ชื่อเสียงของหลวงปู่ทวดหรือเจ้าสามีรามจะระบือลือลั่นไปทั่วกรุงสยาม จึงได้มีเหตุพิสดารอุบัติขึ้นในรัชสมัยของพระเอกาทศรถ กล่าวคือ สมัยนั้นพระเจ้าวัฏฏะคามินี แห่งประเทศลังกา ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรแหลมทองทางภาคใต้ คิดแก้มือด้วยการท้าพนันแปลธรรมะ และต้องการจะแผ่พระบรมเดชานุภาพมาทางแหลมทอง ใคร่จะได้กรุงศรีอยุธยามาเป็นประเทศราช แต่พระองค์ไม่ปรารถนาให้เกิดศึกสงครามเสียชีวิตแก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย จึงทรงวางแผนการเมืองด้วยสันติวิธี คิดหาทางรวบรัดเอากรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองขึ้นด้วยสติปัญญาเป็นสำคัญ เมื่อคิดได้ดังนั้น พระเจ้ากรุงลังกาจึงมีพระบรมราชโองการสั่งให้พนักงาน ท้องพระคลังเบิกจ่ายทองคำบริสุทธิ์แล้วให้ช่างทองประจำราชสำนักไปหล่อ ทองคำเหล่านั้นให้เป็นตัวอักษรบาลีเล็กเท่าใบมะขาม ตามพระอภิธรรมทั้งเจ็ดคัมภีร์ จำนวน 84,000 ตัว จากนั้นก็ทรงรับสั่งให้พราหมณ์ผู้เฒ่าอันมีฐานะเทียบเท่าปุโรหิตจำนวนเจ็ดท่านคุมเรืองสำเภาเจ็ดลำบรรทุกเสื้อผ้าแพรพรรณ และของมีค่าออกเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยาพร้อมกับปริศนาธรรมของพระองค์
เมื่อพราหมณ์ทั้งเจ็ดเดินทางลุล่วงมาถึงกรุงสยามแล้วก็เข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์นของกษัตริย์ตนแก่พระเจ้าเอกาทศรถ มีใจความในพระราชสาส์นว่าพระเจ้ากรุงลังกาขอท้าให้พระเจ้ากรุงสยามทรงแปลและเรียบเรียงเมล็ดทองคำตามลำดับให้เสร็จภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับพระราชสาส์นนี้เป็นต้นไป ถ้าทรงกระทำไม่สำเร็จตามสัญญาก็จะยึดกรุงศรีอยุธยาให้อยู่ใต้พระบรมเดชานุภาพของพระองค์ และทางกรุงสยามจะต้องส่งดอกไม้เงินดอกไม้ทองอีกทั้งเครื่องราชบรรณาการแก่กรุงลังกาตลอดไปทุกๆ ปีเยี่ยงประเทศราชทั้งหลาย
พระสุบินนิมิต

เมื่อพระเอกาทศรถทรงทราบความ ดังนั้น จึงมีพระบรมราชโองการให้สังฆการีเขียนประกาศนิมนต์พระราชาคณะและพระเถระทั่วพระมหานคร ให้กระทำหน้าที่เรียบเรียงและแปลตัวอักษรทองคำในครั้งนี้ แต่ก็ไม่มีท่านผู้ใดสามารถเรียบเรียงและแปลอักษรทองคำในครั้งนี้ได้จนกาลเวลาลุล่วงผ่านไปได้หกวัน ยังความปริวิตกแก่พระองค์และไพร่ฟ้าประชาชนต่างพากันโจษขานถึงเรื่องนี้ให้อื้ออึงไปหมด
ครั้นราตรีกาลยามหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้าพระบรรทมทรงสุบินว่า ได้มีพระยาช้างเผือกลักษณะบริบูรณ์เฉกเช่นพระยาคชสารเชือกหนึ่ง ผายผันมาจากทางทิศตะวันตก เยื้องย่างเข้ามาในพระราชนิเวศน์แล้วก้าวเข้าไปยืนผงาดตระหง่านบนพระแท่นพลางเปล่งเสียงโกญจนาทกึกก้องไปทั่วทั้งสี่ทิศ เสียงที่โกญจนาทด้วยอำนาจของพระยาคชสารเชือกนั้นยังให้พระองค์ทรงสะดุ้งตื่นจากพระบรรทม
รุ่งเช้าเมื่อพระองค์เสด็จออกว่าราชการ ได้ทรงรับสั่งถึงพระสุบินนิมิตประหลาดให้โหรหลวงฟังและได้รับการกราบถวายบังคมทูลว่า เรื่องนี้หมายถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์และพระบรมเดชานุภาพจะแผ่ไพศาลไปทั่วสารทิศเป็นที่เกรงขามแก่อริราชทั้งปวง ทั้งจะมีพระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งจากทางทิศตะวันตก มาช่วยขันอาสาแปลและเรียบเรียงตัวอักษรทองคำปริศนาได้สำเร็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ฟังดังนั้นจึงค่อยเบาพระทัย และรับสั่งให้ข้าราชบริพารทั้งมวลออกตามหาพระภิกษุรูปนั้นทันที
อักษรเจ็ดตัว
ต่อมาสังฆการีได้พยายามเสาะแสวงหาจนไปพบ “เจ้าสามีราม” ที่วัดราชานุวาส และเมื่อได้ไต่ถามได้ความว่าท่านมาจากเมืองตะลุง (พัทลุงในปัจจุบัน) เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย สังฆการี จึงเล่าความตามเป็นจริงให้เจ้าสามีรามฟังทั้งได้อ้างตอนท้ายว่า “เห็นจะมีท่านองค์เดียวที่ตรงกับพระสุบินของพระเจ้าอยู่หัว จึงใคร่ขอนิมนต์ให้ไปช่วยแก้ไขในเรื่องร้ายดังกล่าวให้กลายเป็นดี ณ โอกาสนี้” ครั้นแล้วเจ้าสามีรามก็ตามสังฆการีไปยังที่ประชุมสงฆ์ ณ ท้องพระโรง พระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งให้พนักงานปูพรมให้ท่านนั่งในที่อันควร พราหมณ์ทั้งเจ็ดคนได้ประมาทเจ้าสามีรามโดยว่า เอาเด็กสอนคลานมาให้แก้ปริศนา เจ้าสามีรามก็แก้คำพราหมณ์ว่า กุมารเมื่ออกมาแต่ครรภ์พระมารดา กี่เดือนกี่วันจึงรู้คว่ำ กี่เดือนกี่วันจึงรู้นั่ง กี่เดือนกี่วันจึงรู้คลาน จะว่ารู้คว่ำแก่ หรือจะว่ารู้นั่งแก่ หรือจะว่ารู้คลานแก่ ทำไมจึงว่าเราจะแก้ปริศนาธรรมมิได้ พราหมณ์ก็นิ่งไปไม่สามารถตอบคำถามท่านได้ จากนั้นจึงรีบนำบาตรใส่อักษรทองคำเข้าไปประเคนแก่เจ้าสามีราม
ท่านรับประเคนมาจากมือพราหมณ์แล้วนั่งสงบจิตอธิษฐานว่า “ขออำนาจคุณบิดามารดาครูบาอาจารย์และอำนาจผลบุญกุศลที่ได้สร้างมาแต่ปางก่อนและอำนาจเทพยดาที่รักษาพระนครตลอดถึงเทวดาอารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ครั้งนี้อาตมาจะแปลพระธรรมช่วยกู้บ้านกู้เมือง ขอให้ช่วยดลบันดาลจิตใจให้สว่างแจ้งขจัดอุปสรรคที่จะมาขัดขวาง ขอให้แปลพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าสำเร็จสมปรารถนาเถิด” ท่านรับประเคนมาจากมือพราหมณ์แล้วนั่งสงบจิตอธิษฐานว่า “ขออำนาจคุณบิดามารดาครูบาอาจารย์และอำนาจผลบุญกุศลที่ได้สร้างมาแต่ปางก่อนและอำนาจเทพยดาที่รักษาพระนครตลอดถึงเทวดาอารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ครั้งนี้อาตมาจะแปลพระธรรมช่วยกู้บ้านกู้เมือง ขอให้ช่วยดลบันดาลจิตใจให้สว่างแจ้งขจัดอุปสรรคที่จะมาขัดขวาง ขอให้แปลพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าสำเร็จสมปรารถนาเถิด”
ครั้นแล้วท่านก็คว่ำบาตรเทอักษรทองคำเริ่มแปลปริศนาธรรมทันที ด้วยอำนาจบุญญาบารมี กฤษดาภินิหารของท่านที่ได้จุติลงมาเป็นพระโพธิสัตว์โปรดสัตว์ในพระพุทธศาสนา กอปรกับโชคชะตาของประเทศชาติที่จะไม่เสื่อมเสียอธิปไตย เดชะบุญญาบารมีในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เทพยาดาทั้งหลายจึงดลบันดาลให้ท่านเรียบเรียงและแปลอักษรจากเมล็ดทองคำ 84,000 ตัว เป็นลำดับโดยสะดวกไม่ติดขัดประการใดเลย
ขณะที่ท่านเรียบเรียงและแปลอักษรไปได้มากแล้ว ปรากฏว่าเมล็ดทองคำตัวอักษรขาดหายไปเจ็ดตัวคือ ตัว สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ ท่านจึงทวงถามเอาที่พราหมณ์ทั้งเจ็ด พราหมณ์ทั้งเจ็ดก็ยอมจำนวน จึงประเคนเมล็ดทองคำที่ตนซ่อนไว้นั้นให้ท่านแต่โดยดี ปรากฏว่าท่านแปลพระไตรปิฎกจากเมล็ดทองคำสำเร็จบริบูรณ์เป็นการชนะพราหมณ์ในเวลาเย็นของวันนั้น

พระราชมุนี
สมเด็จพระเอกาทศรถทรงพระโสมนัสยินดีเป็นที่ยิ่ง ทรงมีรับสั่งถวายราชสมบัติให้แก่เจ้าสามีรามให้ครอง 7 วัน แต่ท่านก็มิได้รับโดยให้เหตุผลว่าท่านเป็นสมณะ พระองค์ก็จนพระทัยแต่พระประสงค์อันแรงกล้าที่จะสนองคุณความดีความชอบอันใหญ่ยิ่งให้แก่ท่านในครั้งนี้ จึงพระราชทานสมณศักดิ์ให้เจ้าสามีรามเป็น “พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์” ในเวลานั้น พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์หรือหลวงพ่อทวดได้ไปจำพรรษาอยู่ ณ วัดราชานุวาส ศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่เป็นเวลาหลายปี ด้วยความสงบร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา
โรคห่าเหือดหาย
ต่อจากนั้น กรุงศรีอยุธยาเกิดโรคห่าระบาดไปทั่วเมือง ประชาราษฎรล้มป่วยเจ็บตายลงเป็นอันมาก ประชาชนพลเมืองเดือดร้อนเป็นยิ่งนัก สมัยนั้นหยูกยาก็ไม่มี นิยมใช้รักษาป้องกันด้วยอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยพระเจ้าอยู่หัวทรงพระวิตกกังวลมากเพราะไม่มีวิธีใดจะช่วยรักษาและป้องกันโรคนี้ได้ ทรงระลึกถึงพระราชมุนีฯ มีรับสั่งให้อำมาตย์ไปนิมนต์ท่านเจ้าเฝ้า ท่านได้ช่วยไว้อีกครั้งโดยรำลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัยและดวงแก้ววิเศษ แล้วทำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมแก่ประชาชนทั่วทั้งพระนคร โรคห่าก็หายขาดด้วยอำนาจ คุณความดีและคุณธรรมอันสูงส่ง ทำให้พระเจ้าอยู่หัวทรงเลื่อนสมณศักดิ์ท่านขึ้นเป็นพระสังฆราชมีนามว่า “พระสังฆราชคูรูปาจารย์” และทรงพอพระราชหฤทัยในองค์ท่านเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับทรงมีรับสั่งว่า “หากสมเด็จเจ้าฯ ประสงค์สิ่งใด หรือจะบูรณะวัดวาอารามใดๆ ข้าพเจ้าจะอุปถัมภ์ทุกประการ”
กลับสู่ถิ่นฐาน
ครั้นกาลเวลาล่วงไปหลายปี สมเด็จเจ้าฯได้เข้าเฝ้า ถวายพระพรทูลลาจะกลับภูมิลำเนาเดิม พระองค์ทรงอาลัยมาก ไม่กล้าทัดทานเพียงแต่ตรัสว่า “สมเด็จอย่าละทิ้งโยม” แล้วเสด็จมาส่งสมเด็จเจ้าฯ จนสิ้นเขตพระนครศรีอยุธยา
ขณะที่ท่านรุกขมูลธุดงค์ สมเด็จเจ้าฯ ได้เผยแผ่ธรรมะไปด้วยตามเส้นทาง ผ่านที่ไหนมีผู้เจ็บป่วยก็ทำการรักษาให้ ตามแนวทางที่ท่านเดินพักแรมที่ใดนั้น ที่นั่นก็เกิดเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนในถิ่นนั้นได้ทำการเคารพสักการะบูชามาถึงบัดนี้ ได้แก่ที่บ้านโกฏิ อำเภอปากพนัง ที่หัวลำภูใหญ่ อำเภอหัวไทร และอีกหลายแห่ง
สมเด็จเจ้าพะโคะ

ต่อจากนั้น ท่านก็ได้ธุดงค์ไปจนถึงวัดพัทธสิงห์บรรพตพะโคะ อันเป็นจุดหมายปลายทาง ประชาชนต่างซึ่งชื่นชมยินดีแซ่ซ้องสาธุการต้อนรับท่านเป็นการใหญ่ และได้พร้อมกันถวายนามท่านว่า “สมเด็จเจ้าพะโคะ” และเรียกชื่อวัดพัทธสิงห์บรรพตพะโคะว่า “วัดพะโคะ” มาจนบัดนี้ สมเด็จเจ้าฯ เห็นวัดพระโคะเสื่อมโทรมมาก เนื่องจากถูกข้าศึกทำลายโจรกรรม มีสภาพเหมือนวัดร้างสมเด็จเจ้าฯ กับท่านอาจารย์จวง คิดจะบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพะโคะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ ยินดีและอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง โปรดให้นายช่างผู้ชำนาญ 500 คน และทรงพระราชทานสิ่งของต่างๆ และเงินตราเพื่อการนี้เป็นจำนวนมาก ใช้เวลาประมาณ 3 ปี จึงแล้วเสร็จ สิ่งสำคัญในวัดพะโคะหรือ พระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งพระอรหันต์นามว่าพระมหาอโนมทัสสีได้เป็นผู้เดินทางไปอัญเชิญมาจากประเทศอินเดียสมเด็จเจ้าฯ ได้จำพรรษาเผยแผ่ธรรมที่วัดพะโคะอยู่หลายพรรษา


เหยียบน้ำทะเลจืด
ขณะที่สมเด็จเจ้าฯ จำพรรษาอยู่ ณ วัดพะโคะ ครั้งนี้คาดคะเนว่า ท่านมีอายุกาลถึง 80 ปีเศษ อยู่มาวันหนึ่งท่านถือไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวไม้เท้านี้มีลักษณะคดไปมาเป็น 3 คด ชาวบ้านเรียกว่า “ไม้เท้า 3 คด” ท่านออกจากวัดมุ่งหน้าเดินไปยังชายฝั่งทะเลจีน ขณะที่ท่านเดินพักผ่อนรับอากาศทะเลอยู่นั้น ได้มีเรือโจรสลัดจีนแล่นเลียบชายฝั่งมา พวกโจรจีนเห็นท่านเดินอยู่คิดเห็นว่าท่านเป็นคนประหลาดเพราะท่านครองสมณเพศ พวกโจรจึงแวะเรือเทียบฝั่งจับท่านลงเรือไป เมื่อเรือโจรจีนออกจากฝั่งไม่นาน เหตุมหัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น คือ เรือลำนั้นแล่นต่อไปไม่ได้ต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่ พวกโจรจีนพยายามแก้ไขจนหมดความสามารถเรือก็ยังไม่เคลื่อน จึงได้จอดเรือนิ่งอยู่ ณ ที่นั้นเป็นเวลาหลายวันหลายคืน ในที่สุดน้ำจืดที่นำมาบริโภคในเรือก็หมดสิ้น จึงขาดน้ำจืดดื่มและหุงต้มอาหารพากันเดือดร้อนกระวนกระวายด้วยกระหายน้ำเป็นอย่างมาก สมเด็จเจ้าฯ ท่านเห็นเหตุการณ์ความเดือดร้อนของพวกโจรถึงขั้นที่สุดแล้ว ท่านจึงเหยียบกราบเรือให้ตะแคงต่ำลงแล้วยื่นเท้าเหยียบลงบนผิวน้ำทะเลทั้งนี้ย่อมไม่พ้นความสังเกตของพวกโจรจีนไปได้
เมื่อท่านยกเท้าขึ้นจากพื้นน้ำทะเลแล้วก็สั่งให้พวกโจรตักน้ำตรงนั้นมาดื่มชิมดู พวกโจรจีนแม้จะไม่เชื่อก็จำเป็นต้องลองเพราะไม่มีทางใดจะช่วยตัวเองได้แล้ว แต่ได้ปรากฏว่าน้ำทะเลเค็มจัดที่ตรงนั้นแปรสภาพเป็นน้ำจืดเป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก พวกโจรจีนได้เห็นประจักษ์ในคุณอภินิหารของท่านเช่นนั้น ก็พากันหวาดเกรงภัยที่จะเกิดแก่พวกเขาต่อไป จึงได้พากันกราบไหว้ขอขมาโทษแล้วนำท่านล่องเรือส่งกลับขึ้นฝั่งต่อไป
เมื่อสมเด็จเจ้าฯ ขึ้นจากเรือเดินกลับวัด ถึงที่แห่งหนึ่งท่านหยุดพักเหนื่อย ได้เอา “ไม้เท้า 3 คด” พิงไว้กับต้นยางสองต้นอันยืนต้นคู่เคียงกัน ต่อมาต้นยางสองต้นนั้นสูงใหญ่ขึ้น ลำต้นและกิ่งก้านสาขาเปลี่ยนไปจากสภาพเดิกกลับคดๆ งอๆ แบบเดียวกับรูปไม้เท้าทั้งสองต้น ประชาชนในถิ่นนั้นเรียกว่าต้นยางไม้เท้า ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งปรากฏอยู่ถึงทุกวันนี้
สมเด็จเจ้าพะโคะหรือหลวงปู่ทวดครองสมณเพศและจำพรรษาอยู่ที่วัดพะโคะ เป็นที่พึ่งของประชาราษฎร์มีความร่มเย็นเป็นสุข ได้ช่วยการเจ็บไข้ได้ทุกข์ บำรุงสุข เทศนาสั่งสอนธรรมของพระพุทธองค์ ประดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงพุทธศาสนิกชนตลอดมา
สังขารธรรม
หลังจากนั้นหลายพรรษา สมเด็จเจ้าฯ หายไปจากวัดพะโคะเที่ยวจาริกเผยแผ่ธรรมะไปหลายแห่ง จากหลักฐานทราบว่าท่านได้ไปพำนักที่เมืองไทรบุรี ชาวบ้านเรียกท่านว่า “ท่านลังกา” และได้ไปพำนักที่วัดช้างไห้ ชาวบ้านเรียกท่านว่า “ท่านช้างให้” ดังนี้ ท่านได้สั่งแก่ศิษย์ว่าหากท่านมรณภาพเมื่อใด ขอให้ช่วยกันจัดการหามศพไปทำการฌาปนกิจ ณ วัดช้างให้ด้วย ขณะหามศพพักแรมนั้น ณ ที่ใดน้ำเหลืองไหลลงสู่พื้นดิน ที่ตรงนั้นให้เอาเสาไม้แก่นปักหมายไว้ต่อไปข้างหน้าจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่มาไม่นานเท่าไร ท่านก็ได้มรณภาพลงด้วยโรคชรา ปวงศาสนิกก็นำพระศพมาไว้ที่วัดช้างให้ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี สถานที่ที่สมเด็จเจ้าฯ เคยพำนักอยู่ หรือไปมา นับได้ดังนี้ วัดกุฎิหลวง วัดสีหยัง วัดเสมาเมือง นครศรีธรรมราช กรุงศรีอยุธยา วัดพะโคะ วัดเกาะใหญ่ วัดในไทรบุรี และวัดช้างให้

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 11:29 น.] #748393 (3/52)


(D)
นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:07 น.] #748423 (4/52)
ประวัติ พระครูวิสัยโสภณ หรือ พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้
พระครูวิสัยโสภณ หรือ พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้(อาจารย์ทิม ธัมมธโร) อาจารย์ทิม เป็นผู้สร้างตำนานพระเครื่องหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทุกวันนี้
พระครูวิสัยโสภณ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในนามของ"อาจารย์ทิม" นั้นเดิมท่านชื่อนายทิม พรหมประดู่ เกิดเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๕ ณ บ้านนาประดู่ ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เป็นบุตรของนายอินทองกับนางนุ่ม พรหมประดู่ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวม ๖ คนเมื่อท่านอายุได้ ๙ ขวบ บิดามารดาได้ฝากให้อยู่กับพระครูภัทรกรณ์โกวิท ซึ่งขณะนั้นยังเป็น พระแดง ธมฺมโชโต เจ้าอาวาสวัดนาประดู่ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เพื่อจะได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดนาประดู่ ต่อมาเมื่ออายุได้ ๑๘ ปี อาจารย์ทิม ท่านได้บวชเป็นสามเณร

จากนั้นพระอาจารย์ทิมก็สึกออกมาช่วยพ่อแม่ทำนาจนอายุได้ ๒๐ ปี อาจารย์ทิม จึงบวชเป็นพระภิกษุที่วัดนาประดู่ โดยจำพรรษาที่วัดนาประดู่ ๒ พรรษา แล้วอาจารย์ทิม จึงย้ายไปอยู่ที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม และต่อมาก็ได้ย้ายกลับมาเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมที่วัดนาประดู่ หลังจากนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ พระอาจารย์ทิม ได้ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) ซึ่งในตอนแรกยังคงไปๆ มาๆ ระหว่างวัดช้างให้กับวัดนาประดู่เพราะ"อาจารย์ทิม"ท่านยังคงเป็นครูสอนนักธรรมอยู่ที่วัดนาประดู่ด้วย


ช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดปัตตานี รถไฟสายใต้จากหาดใหญ่ไปสุไหงโก-ลก ต้องขนทหารและสัมภาระผ่านหน้าวัดช้างให้วันละหลายๆ เที่ยวและหลายๆขบวน ทำให้ประชาชนขวัญเสียหวาดกลัวภัยสงคราม ท่านพระครูวิสัยโสภณ หรือ พระอาจารย์ทิม ต้องรับภาระหนัก คือต้องจัดหาอาหารและที่พักแก่ผู้ที่เดินทางผ่านวัดไม่เว้นแต่ละวัน นับเป็นผู้ทรงคุณธรรมที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มาตั้งแต่ต้น

เมื่อครั้งที่ พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ท่านไปอยู่ที่ วัดช้างให้ใหม่ๆนั้น วัดช้างให้อยู่ในสภาพที่ถูกทิ้งร้างทรุดโทรม อาจารย์ทิม ท่านได้ริเริ่มตกแต่งสถูปที่บรรจุอัฐิหลวงปู่ทวดให้เป็นที่น่าเคารพบูชา พระครูวิสัยโสภณ ท่านได้ดำริที่จะสร้างพระอุโบสถ โดยท่านได้ร่วมกับนายอนันต์ คณานุรักษ์ จัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวด โดยทำพิธปลุกเสกมีพระครูวิสัยโสภณ หรือ อาจารย์ทิม วัดช้างให้ เป็นประธานในพิธีและนั่งปรก ได้เงินจากผู้มีจิตศรัทธาที่มาเช่าพระเครื่องหลวงปู่ทวดได้นำเงินมาสร้างพระอุโบสถ และปรับปรุงบริเวณวัดช้างให้


พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) ได้เริ่มอาพาธด้วยโรคมะเร็งที่หลอดอาหารตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๐ และ พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ได้มรณภาพเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ แม้ว่า พระครูวิสัยโสภณแห่งวัดช้างให้ได้มรณภาพไปนานแล้ว แต่สิ่งที่ พระอาจารย์ทิมท่านสร้างไว้อาทิเช่นพระอุโบสถ วิหารสำหรับประดิษฐานหลวงปู่ทวด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนมาเคารพสักการะ สถูปที่บรรจุอัฐิธาตุของหลวงปู่ทวดที่ติดกับทางรถไฟสายใต้ กุฏิสำหรับเป็นที่อาศัยของพระเณร กุฏิเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ศาลาการเปรียญตลอดถึงวัตถุต่างๆ ที่มีอยู่ในวัดช้างให้ โรงเรียนวัดช้างให้หลังคาทรงเรือนไทยเป็นตึก ๒ ชั้น ติดกับทางรถไฟหน้าวัด พระเจดีย์องค์ใหญ่ที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางวัดช้างให้ ฯลฯ ล้วนสำเร็จด้วยความมุมานะของท่านอาจารย์ทิม(พระครูวิสัยโสภณ ทิม)

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:19 น.] #748439 (5/52)


(D)


วัดช้างให้ หรือวัดราชบูรณาราม ตั้งอยู่ที่บ้านป่าไร่ตำบลทุ่งพลา ริมทางรถไฟสายหาดใหญ่สุไหงโก-ลกระหว่างสถานีนาประดู่กับ สถานีป่าไร่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 31 กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางหลวงสายปัตตานี-โคกโพธิ์ ผ่านสามแยกนาเกตุตรงไปตามเส้น-ทางหลวงหมายเลข 409 (ปัตตานี-ยะลา) ผ่านชุมชน สุขาภิบาลนาประดู่ และสวนยางไปจนถึงซุ้มที่ประตูวัดทางซ้ายมือ เพื่อแยกเข้าสู่วัดช้างให้อีกประมาณ 700เมตร สภาพถนนลาดยางตลอดสาย วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมากว่า 300 ปี มาแล้ว แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่า ผู้ใดเป็นผู้สร้าง ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริง ประดิษฐานอยู่นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมของ สถูป เจดีย์ มณฑป อุโบสถและหอระฆังล้วน งดงามน่าชื่นชมทั้งสิ้น หลวงปู่ทวดวัดช้างให้ เป็นผู้มีความสามารถในการศึกษาเล่าเรียน พระปริยัติธรรม และด้านเวทมนตร์คาถาต่าง ๆ บางครั้งท่าน ได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คน เช่นครั้งที่ท่านเดินทางไปกรุงศรีอยุธยาด้วยเรือสำเภา ระหว่างทางเกิดพายุ จนกระทั่งข้าวปลาและอาหารตลอดจนน้ำดื่มตกลงทะเลไป ลูกเรือรู้สึกกระหายน้ำมากหลวงปู่ทวดจึงได้แสดงอภินิหารหย่อนเท้าลงไป ในทะเลปรากฏว่าน้ำในบริเวณนั้นได้กลาย เป็นน้ำจืดและดื่มกินได้ตั้งแต่นั้นมา ชื่อเสียงของท่านก็ขจรขจายไปทั่ว และต่อมาหลวงปู่ทวดได ้เสด็จมรณภาพที่ประเทศมาเลเซีย แล้วได้นำพระศพกลับมาที่วัดช้างให้ ที่พักพระศพของหลวงปู่ทวด ได้กลายมาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านสักการะมาจนทุกวันนี้ พระเครื่องสมเด็จหลวงปู่ทวดมีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เชื่อถือของนักเล่น พระมาก งานประจำปีในการสรงน้ำอัฐิ หลวงปู่ทวดวัดช้างให้ คือ แรม 1 ค่ำ เดือน 5 วัดช้างให้เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00-17.00 น. ครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:20 น.] #748442 (6/52)


(D)


วัดช้างให้ ในปัจจุบัน

โดยคุณ yasticker (3.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:20 น.] #748443 (7/52)
พระสวย....ข้อมูลเยี่ยม ขอเชิญชวนไปโชว์ กระดานข้างๆ บ้างครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:22 น.] #748447 (8/52)


(D)
ขุนแผนครับ....แขวนมาตั้งแต่สมัยเรียนม.ศ.2 ประสบการณ์เพียบ....แต่งงาน3ครั้งแล้ว....ปัจจุบัน โดนบังคับให้ปลดระวาง(ถ้านำมาแขวน...หัวแตก)

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:22 น.] #748448 (9/52)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:24 น.] #748453 (10/52)
สวัสดีครับ อาจารย์ภู

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:29 น.] #748458 (11/52)


(D)


ชุดนี้เลยครับ ประสบการณ์ด้านโภคทรัพย์ แคล้วคลาด ครบจริงๆครับ
1. เหรียญโภคทรัพย์ หลวงพ่ออุ้น เนื้อเงิน หนึ่งในดวงใจผมครับ หลวงปู่เสกไตรมาสเต็มๆ และประสบการณ์ทุกด้านครับ

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:32 น.] #748461 (12/52)


(D)


2. เหรียญไจยะเบงชร หลวงปู่ครูบาอิน เนื้อเงิน ไม่ค่อยเห็นกันนะครับ คนไปลองตัดรุ้งมาแล้ว โปรดใช้วิจารณญานในการฟังครับ แต่พระท่านดีจริงๆนะต้องลองใช้ครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:35 น.] #748469 (13/52)
พระสวยมากครับ ท่าน textile007 สุดยอดครับ

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:35 น.] #748470 (14/52)


(D)


3.เหรียญรุ่นแรก พระอาจารย์จิเนื้อเงิน เหรียญนี้นำไปให้พระอาจารย์ จารเพิ่มสองสามวันก่อนหวยออก ท่านบอกว่าเลขดีครับ ครับ หลังจากนั้นหวยออกเลขท้ายสองตัว66ครับ โชคลาภเป็นประจักษ์แท้ๆครับ

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:41 น.] #748479 (15/52)


(D)


ปล. องค์นี้บูชาที่บ้าน คุ้มครอง ร่มเย็นดีจริงๆครับ หลวงพ่อชำนาญ ปรกโพธิ์ รุ่นแรก

โดยคุณ WEERA_NUNGHOTMAI (2.8K)(16)   [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:42 น.] #748483 (16/52)


(D)
เดินทางปลอดภัย ครับองค์นี้

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:44 น.] #748490 (17/52)


(D)


ปัจจุบันผมใช้รุ่นนี้ครับ
หลวงพ่อทวดรุ่นสร้างพระวิหาร พระดีราคาถูก ตอนนี้มีอยู่ 5 องค์ จะเก็บไปเรื่อยๆครับ ชอบรูปลักษณะพิมพ์ทรง พุทธศิลป์ และขนาดเหรียญที่กำลังดี

เมื่อปี 2537 อ.นอง แห่งวัดทรายขาว ได้สร้างเหรียญหลวงพ่อทวดเพื่อแจกจ่ายสมนาคุณแก่ผู้ได้บริจากเงินและปัจจัยในการสร้างพระวิหารของวัดทรายขาว วัตถุมงคลชุดดังกล่าวได้นำไปทำพิธี ณ อุโบสถวัดช้างให้ เมื่อวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2537 โดยมีอ.นองเป็นประธานจุดเทียนชัยและนั้งปรกวัตถุมงคล พร้อมกับเกจิอาจารย์อีกหลายท่านเช่น พ่อท่านพลับ วัดชายคลอง ท่านชวนวัดโคกเนียม พ่อ่านดำวัดใหม่นภาราม ตากใบ พ่อท่านเนียม วัดต้นเลียบ พ่อท่านแดง วัดศรีมหาโพธิ์ เป็นต้น โดยมีพ่อท่านพลับเป็นประธานดับเทียนชับครับ

โดยคุณ WEERA_NUNGHOTMAI (2.8K)(16)   [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:45 น.] #748492 (18/52)


(D)



โดยคุณ chok77 (1.6K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:49 น.] #748497 (19/52)
พระสวยนะครับพี่วีระ

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:49 น.] #748498 (20/52)


(D)


สององค์นี้ ผมนิมนต์ท่านคุ้มครองเสมอครับ ปลอดภัยดีแท้ๆครับบบบบบบ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 12:53 น.] #748506 (21/52)
สององค์นี้ก็สวยมากครับพี่ textile007

โดยคุณ jcainfo (6K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:00 น.] #748517 (22/52)


(D)


พระขุนแผนสากหัก สร้างโดยมูลนิธิหลวงปู่ทิมครับ
องค์นี้ได้มาจากป๋าวิบูลย์ พอได้มาบูชาติดตัว เรียกพ่อพรายครั้งแรก ขนลุกทั้งตัว และต่อมาก็ได้ไปเที่ยวเมืองนอกฟรีๆ ได้เงินพิเศษทุกเดือน และล่าสุด ได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อต้นเดือนนี้ครับ

และที่ขาดไม่ได้คือหลวงพ่อแดงและหลวงพ่อโสธรครับ ตอนนี้บูชาหลวงพ่อแดง รุ่นแม่ทัพ บล็อคไม่มีดาว และหลวงพ่อโสธร หลวงปู่ทิมปลุกเสกครับ

โดยคุณ jcainfo (6K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:04 น.] #748523 (23/52)


(D)
สำหรับพระขุนแผนสากหัก ตอน present นายใหญ่ซึ่งเป็นคนที่ไล่บี้ในที่ประชุมเก่งมากๆ และไม่เคยชมใคร ผมอารธนาหลวงปู่และเรียกพ่อพราย ปรากฎว่า "ชม" ครับ

อีกเหรียญที่ได้มาบูชาก็มีแต่เรื่องดีๆ เพิ่มเข้าไปอีกคือปรกไตรมาส หลวงปู่ทิมครับ ได้มาจากพี่ท่านใด มีชื่อบอกไว้ครับ อิอิ

และยังมีพระปิดตาฝังพลอย หลวงปู่่่ทิม แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยครับ

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:05 น.] #748525 (24/52)


(D)


หลวงพ่อทวด ที่คนใต้ นับถือมากๆ เดินทางไกล ขับรถ ขับรา ต้องมีครับ นับถือสุดๆๆๆๆแล้วครับ ผมก็คนใต้ครับ สององค์นี้เหน็บติดกระเป๋าทุกวันครับ อีกองค์เป็นกริ่งเจริญลาภ หลวงปู่หมุน พระท่านเรื่องการงานดีครับ

โดยคุณ jcainfo (6K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:06 น.] #748526 (25/52)
ปรกไตรมาส ปัจจุบันนำออกจากตลับ ห่มจีวรไปแล้วครับ

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:11 น.] #748532 (26/52)


(D)
ขอตัวไปเคลียร์งานก่อนนะครับ พี่Panyasuparat คุณ เจ พี่จิว พระสวยๆๆๆๆๆ มากพุทธคุณ ครับ
ปล. บัวรอบอาจารย์นององค์นี้ อยากได้มานานครับ จุดธูปขอหลวงพ่อทวด สุดท้ายก็ได้มาราคาวัด2500ครับ แปลกจริงๆครับ

โดยคุณ jcainfo (6K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:15 น.] #748539 (27/52)
คุณปริวัตรพระสวยมากครับ เรื่องพุทธคุณยิ่งสุดยอด
ผมก็ชอบเหมือนพี่ปัญญาครับ เก็บไว้ 3 เหรียญครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:18 น.] #748544 (28/52)


(D)
ขอให้โชคดีในหน้าที่การงาน และชีวิตครอบครัวนะครับพี่ textile007

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:22 น.] #748555 (29/52)


(D)
ขอบคุณครับพี่ jcainfo (ฮิฮิ..มีคนชอบเหมือนผมด้วย... )

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:28 น.] #748565 (30/52)


(D)
ประวัติอาจารย์นอง วัดทรายขาว
เกิด วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2462 ตรงกับขึ้น 10 ค่ำ เดือน 11 ปีมะแม ณ บ้านนาประดู เป็นบุตรของ นายเรือง นางทองเพ็ง หน่อทอง
บรรพชา อายุ 19 ปี
อุปสมบท อายุ 21 ปี ตรงกับวันที่ 27 มิถุนายน 2482 ณ พัทธสีมาวัดนาประดู่
มรณภาพ วันเสาร์ที่ 11 กันยายน 2542 ณ โรงพยาบาลโคกโพธิ์
รวมสิริอายุ 80 ปี 59 พรรษา

วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
ในปี พ.ศ.2507 ได้เริ่มสร้างวัตถุมงคลเป็นครั้งแรก คือ พระหลวงพ่อทวดหมาน และพระสามทวด ปลุกเสกร่วมกับท่านพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ และที่ได้รับความนิยมมาก คือ รุ่นที่สร้างในปี 2514 ซึ่งเป็นพระพิมพ์หลวงปู่ทวด มีด้วยกันหลายพิมพ์ และรุ่นสุดท้าย คือ รุ่นครบรอบ 80 ปี

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:55 น.] #748595 (31/52)


(D)


แอบแว้ปมาชม เดี๋ยวไปต่อ เย็นๆจะเข้ามาชมใหม่นะครับ
ปล. สายอาจารย์นอง ผมก็มีนิดหน่อยครับพี่Panya ดีทุกรุ่นเลยครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 13:57 น.] #748599 (32/52)
โอ้โห .... สวยๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ........

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 14:10 น.] #748612 (33/52)


(D)
นอกเรื่องนิดนึงนะครับ .........
"เจอร์ราร์ด"รอดตัวศาลตัดสินไม่ผิดคดีไล่ตื้บดีเจ

คมชัดลึก : "สตีวี่จี" สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้เฮ ศาลตัดสินไม่มีความผิด คดีรุมทำร้าย มาร์คัส แม็คกี ดีเจเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เชื่อเป็นการป้องกันตัว


ความเคลื่อนไหวของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ดาวเตะทีมลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤษ ในคดีร่วมกับพวกรุมทำร้ายร่างกายของ มาร์คัส แม็คกี นักธุรกิจชาวอังกฤษ วัย 34 ปี ที่เลาจน์อินน์ ไนท์คลับ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หลังจากอัยการกล่าวหาว่า เจอร์ราร์ด เข้าไปต่อย แม็คกีอย่างดุเดือด ปล่อยหมัดชุดหลายหมัดยิ่งกว่านักมวย เนื่องจากไม่พอใจที่ แม็คกี ที่ทำหน้าที่เป็นดีเจ ในขณะนั้นไม่ยอมเปลี่ยนเพลงตามคำขอ


ขณะที่ เจอร์ราร์ด ได้แก้ต่างต่อศาลว่า แม็คกี ตะโกนด่าเขา เมื่อ เจอร์ราร์ดเข้าไปถามว่าเครื่องเล่นเพลงมีปัญหาอะไร แล้วทำไมต้องปฎิบัติต่อเขาอย่างหยาบคาย แต่จากนั้น แม็คกี ก็ข้ามบาร์ตรงเข้ามาหาเจอร์ราร์ดในระยะใกล้ทันที ทำให้เขาต้องป้องกันตัวเอง
"ผมเชื่ออย่างยิ่งว่า มาร์คัส ตรงเข้ามาเพื่อต่อยผม ดังนั้นกระโดดถอยหลังออกมา แต่เขายังติดตามมา เมื่อผมจับมาร์คัสได้ จำได้ว่าเหวี่ยงหมัดขวาออกไป 2 หรือ 3 หน" เจอร์ราร์ด กล่าว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมาศาลได้ประกาศคำตัดสินว่า เจอร์ราร์ด ไม่มีความผิดในคดีรุมทำร้ายร่างกาย แม็คกี เนื่องจากคณะลูกขุนเชื่อว่า กัปตันทีมลิเวอร์พูล ทำการป้องกันตัวจริง
ขณะที่ เจอร์ราร์ด ได้ออกมาขอโทษต่อทุกคน และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นักฟุตบอลต่างประเทศเพียงคนเดียวที่ผมชื่นชอบครับ

โดยคุณ sweetbee (547)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 14:11 น.] #748614 (34/52)
พระสวยๆๆสุดยอดเลยครับทั้ง 3 ท่าน

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 14:28 น.] #748631 (35/52)


(D)


ใหนๆ ก็นอกเรื่องแล้ว ขออีก 1 ท่านนะครับ
นักฟุตบองไทย ที่ผมชื่นชอบครับ ท่านนี้เลย ตะวัน ศรีปาน ตำนานยอด กองกลางทีมชาติไทย ในภาพเป็นแมตซ์เกียรติยศ อำลาสนามของตะวัน
ประเทศไทย VS ประทเศนิงซีแลนด์

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 14:29 น.] #748632 (36/52)


(D)


-

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 14:30 น.] #748633 (37/52)


(D)


-

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 14:33 น.] #748637 (38/52)
สวัสดีครับพี่ sweetbee สบายดีนะครับ...

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 14:38 น.] #748642 (39/52)
พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี ที่จัดสร้างขึ้นโดย พระอาจารย์ทิม (พระครูวิสัยโสภณ) ตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ จนถึงรุ่นสุดท้ายปี ๒๕๑๑ นับได้ว่า ในทุกวันนี้ได้รับความศรัทธาสนใจจากนักสะสมพระเครื่อง และชาวบ้านทั่วไปอย่างกว้างขวาง ด้วยประสบการณ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้ พระหลวงพ่อทวด ได้รับมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม นั้นได้รับการยืนยันจากทุกฝ่ายมาแล้วว่า มีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ พระหลวงพ่อทวด ที่ปลุกเสกโดย พระอาจารย์ทิม ได้รับความนิยมสูง และมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ

ขณะเดียวกัน ผู้ที่หาพระหลวงพ่อทวดของพระอาจารย์ทิม ไม่ได้ ก็ได้หันมาให้ความสนใจใน พระหลวงพ่อทวด ที่ปลุกเสกโดย พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว สหธรรมิกผู้น้องของพระอาจารย์ทิม มาใช้แทนกันแล้วอย่างกว้างขวาง

ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาในพระอาจารย์นอง ผู้เคยร่วมจัดสร้าง พระหลวงพ่อทวด ว่านรุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ กับพระอาจารย์ทิม มาแล้ว รวมทั้งได้รับคำแนะนำในการใช้คาถาอาคม และวิธีปลุกเสกพระหลวงพ่อทวด จากพระอาจารย์ทิมมาแล้วอย่างใกล้ชิด

ผู้ที่มีพระหลวงพ่อทวด วัดทรายขาว ไว้สักการบูชาจึงย่อมไม่แตกต่างไปพระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ แต่ประการใดเลย และยังมีราคาเช่าหาถูกกว่ากันเสียอีก

พระหลวงพ่อทวด วัดทรายขาว มีการจัดสร้างขึ้นมาหลายรุ่น ทั้งจากทางวัดโดยตรง และจากการสร้างถวายของลูกศิษย์ รวมทั้งหน่วยงานองค์กรต่างๆ เริ่มตั้งแต่รุ่นแรก ปี ๒๕๑๔ ถึงรุ่น ๒๕๔๒ มีหลายรุ่นที่เช่าหากันที่หลักหมื่นขึ้นไป และหลายรุ่นที่เช่าหากันที่หลักร้อยหลักพันก็มี จึงนับได้ว่าเป็นพระเครื่องประเภท "ของดีราคาถูก" ก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น ของถูก หรือ ของแพง ย่อมต้องมี ของปลอม ออกมาหลอกขายผู้ไม่รู้ ไม่เข้าใจในการดู ของแท้ อยู่ด้วยเสมอ พระหลวงพ่อทวด วัดทรายขาว หลายรุ่นจึงมี ของปลอม ออกมาแล้ว

ชาติกำเนิด

พระอาจารย์นอง ธมฺมภูโต เดิมชื่อ นอง หน่อทอง เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๔๖๒ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะแม ณ บ้านนาประดู่ ต.บ้านกล้วย อ.มะกรูด จ.ปัตตานี (ปัจจุบัน คือ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์) โยมบิดาชื่อ เรือง โยมมารดาชื่อ ทองเพ็ง อาชีพทำนา

พ.ศ.๒๔๘๑ ขณะมีอายุ ๑๙ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร และปีต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๘๒ ณ พัทธสีมาวัดนาประดู่ โดยมี พระครูวิบูลย์สมณวัตร เจ้าคณะใหญ่อำเภอหนองจิก วัดมุจลินทวาปีวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ (พระอุปัชฌาย์รูปเดียวกับ พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ซึ่งอุปสมบทก่อนหน้านี้ราว ๖ ปี) พระอธิการดำ ติสฺสโร วัดบุพพนิมิต (วัดนางโอ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการแดง ธมฺมโชโต วัดนาประดู่ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ธมฺมภูโต"

หลังจากนั้นได้จำพรรษาที่วัดนาประดู่ โดยตั้งใจศึกษาปริยัติธรรม และประพฤติปฏิบัติตนในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

ต่อมาท่านได้สอบนักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก ตามลำดับ ขณะเดียวกันก็ได้เรียนวิชาการต่างๆ กับพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ อีกด้วย

หลังจากนั้นท่านได้ย้ายมาอยู่ที่วัดทรายขาว และได้เป็นเจ้าอาวาสวัดนี้ จนถึงวันมรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๒ สิริรวมอายุ ๘๐ ปี พรรษา ๖๐

สมณศักดิ์และตำแหน่งงาน เริ่มจากปี ๒๕๐๕ เป็นพระปลัดนอง ธมฺมภูโต / เป็นรองเจ้าอาวาสวัดช้างให้ / เป็นเจ้าอาวาสวัดทรายขาว (๑ มิถุนายน ๒๕๑๑) / รักษาการเจ้าอาวาสวัดช้างให้ (ช่วงที่พระอาจารย์ทิม มรณภาพ) / ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูธรรมกิจโกศล (๕ ธันวาคม ๒๕๑) / เป็นเจ้าคณะตำบลโคกโพธิ์ / เป็นพระอุปัชฌาย์ / และในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๗ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลโคกโพธิ์ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

พระอาจารย์นอง เป็นพระบริสุทธิสงฆ์ที่น่ากราบไหว้อย่างยิ่ง มีชีวิตอยู่อย่างสมถะ สันโดษ ไม่สะสม ไม่ติดในลาภสักการะใด นับเป็น พระแท้ ของชาวบ้านผู้ดำรงชีวิตอย่างชนิด ตีนติดดิน อย่างแท้จริง

ครึ่งหนึ่ง นานมาแล้ว มีผู้นำ ตู้เย็น ไปถวายท่านที่วัด ท่านให้เอากลับไป ไม่รับ โดยให้เหตุผลว่า ชาวบ้านที่ใส่บาตรท่าน ยังไม่มีตู้เย็นใช้กันเลย เป็นพระอาศัยข้าวชาวบ้านกิน จะอยู่ดีกว่าชาวบ้านก็น่าบัดสี

ต่อมาอีก มีผู้นำ รถยนต์ ไปให้ใช้เวลาจะไปมาไหน เพราะเห็นว่าวัดทรายขาวอยู่ห่างจากถนนสายโคกโพธิ์-ยะลา มากพอสมควร การเดินทางของท่านไม่ค่อยสะดวกดีนัก ท่านก็ตอบปฏิเสธ ด้วยเหตุผลเดียวกัน จนกระทั่งต่อมา เมื่อชาวบ้านทั่วไปมีรถใช้กันมากขึ้นแล้ว ผู้มีนำรถยนต์ไปถวาย อ้อนวอนอยู่นาน ท่านถึงยอมรับ เป็นรถจี๊ปเล็ก คันเก่าๆ ที่เหลือใช้จากสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒

จากสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และชอบช่วยเหลือผู้ยากไร้อยู่เสมอ รวมการบริจาคสิ่งของต่างๆ ให้แก่โรงเรียน โรงพยาบาลหลายแห่ง วัดอื่นๆ การสงเคราะห์อนุเคราะห์แก่สังคมของท่านนั้น ไม่ใช่เฉพาะชาวพุทธเท่านั้น แม้แต่พี่น้องชาวมุสลิมที่อยู่รอบวัดทรายขาว ท่านก็ได้ให้ช่วยเหลืออยู่เสมอ จึงไม่น่าแปลกใจ เมื่อวันที่พระอาจารย์นองมรณภาพ มีพี่น้องชาวมุสลิมนับพันคนเข้าร่วมพิธีด้วย

พระอาจารย์นอง นอกจากจะเป็นพระเถราจารย์ผู้มีวัตรปฏิบัติอันน่าเคารพศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่งแล
ว ในด้านงานพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นภายในวัด หรือชุมชนสังคมโดยทั่วไป ท่านก็ได้ให้ความสนใจสร้างสรรค์ และให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด มีการประเมินวงเงินที่ท่านได้บริจาคช่วยเหลือสังคม และงานพัฒนาต่างๆ ระหว่างปี ๒๕๓๒-๒๕๔๐ เป็นตัวเลขถึง ๑๐๐ ล้านบาท

ส่วนใหญ่เป็นเงินที่ได้รับจากการบริจาค และจากการสร้างพระหลวงพ่อทวดให้ทำบุญบูชา โดยท่านได้แสดงหลักฐานที่มาที่ไปของจำนวนเงินต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน โปร่งใส หากเป็นเงินทำบุญเข้าวัด ท่านจะไม่ยอมแตะต้อง นำมาใช้จ่ายส่วนตัวเลย

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 15:16 น.] #748659 (40/52)


(D)
หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 15:26 น.] #748665 (41/52)


(D)


ฮิฮิ...ตอนนี้มีข่าวดีจะบอก แม่ขาโต๊ะสน๊กอันงามที่บ้าน อนุมัติงบประมาณ ในการซื้อกล้องถ่ายรูปพระแล้ว ...ไชโย ..ได้ถ่ายเองเสียที หลังจากรบกวนเพื่อนบ้านอยู่หลายวัน...

โดยคุณ jcainfo (6K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 16:04 น.] #748682 (42/52)


(D)


มีอยู่ 2 เหรียญครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 16:28 น.] #748716 (43/52)
สวยมากครับพี่.......

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 16:54 น.] #748740 (44/52)


(D)
มาทักทายตอนเย็น ๆ ครับ..... ท่าน panyasuparat และเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกท่าน...ข้อมูลสุดยอดครับ....แถมได้ชื่นชมพระสวยทั้งนั้นเลยเห็นแล้ว..ตกใจอยากมีกับเขาบ้างจัง และขอแสดงความยินดีด้วยdy[ ท่านpanyasuparat ....ที่ผบ.ทบ อนุมัติแอบอิจฉาเล็ก ๆ ครับส่วนผมสมาชิกในบ้านบอกคำเดียว...no...

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 17:10 น.] #748749 (45/52)


(D)


สวัสดีอีกรอยยามเย็นนะครับ
องค์นี้ละครับที่ผมอธิษฐาน ยามมีเรื่องร้อนใจเสมอๆครับ

โดยคุณ toei89 (625)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 17:20 น.] #748759 (46/52)

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 17:22 น.] #748765 (47/52)


(D)


สวัสดียามเย็นครับ ทุกๆ ท่าน พระสวยอีกเช่นเคยนะครับพี่ textile007

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 17:27 น.] #748771 (48/52)


(D)
สวัสดีครับ คุณอาสุบิน กว่าที่ ผบ.ทบ.ที่บ้านจะอนุมัติ ผมต้องขอร้อง แกมบังคับ แถมต้องยกแม่น้ำทั้ง 10 มาอธิบายกันยกใหญ่เลยครับ ช่วงนี้ลูกกำลังเล็กครับ รายจ่ายต่างๆ ก็ต้องคิดให้รอบคอบ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 17:28 น.] #748773 (49/52)
พี่ textile007 งานเป็นอย่างไรบ้างครับวันนี้.......

โดยคุณ sajjabun (508)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 18:48 น.] #748863 (50/52)


(D)
หลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน จังหวัดชุมพร ฉลองอายุ 60 พุทธคุณสูงล้ำ ราคาชาวบ้าน

โดยคุณ sweetbee (547)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 18:52 น.] #748867 (51/52)
สบายดีครับท่าน panyasuparat และท่าน textile007 คงยุ่งงานอิกเหมือนเดิมนะครับ
บินไปสวิส เอาแหม่มมาฝากสักคนนะท่าน อิอิอิ

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [ส. 25 ก.ค. 2552 - 20:31 น.] #749077 (52/52)


(D)


สวัสดีครับ พี่Panya และ ท่านSweetbee ตอนนี้งานผมก้อเดินทางตลอดจนมีโรงแรมเป็นบ้านไปแล้วละครับบบบบ ว่างๆทางผ่านก็แวะวัดตลอดครับ ผลพลอยได้ครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM