 (D)
เผยเคล็ดลับง่ายๆ 7 วิธี ที่ทำชีวิตให้มีความสุข
***
มนุษย์เราทุกคนล้วนอยากมีชีวิตที่ดี และมีความสุขด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็น่าแปลกว่าในขณะที่เราต้องการ ความสุข หรือ ความสบายกายสบายใจ นั้นมนุษย์เรากลับดำเนินชีวิตที่พาตัวเราเอง ไปสู่หนทางแห่งความทุกข์เสียเป็นส่วนใหญ่ เช่นมีเงินเดือนพออยู่พอกินอยู่แล้ว แต่อยากจะเป็นเจ้าของพวกเครื่องอำนวยความสะดวกหรือความทันสมัยทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถ มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์ กระเป๋าเสื้อผ้าแบรนด์เนมจนต้องตั้งหน้าตั้งตาหาเงินตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต เพื่อให้ได้ของเหล่านี้มาทำให้ตัวเองต้องลำบากหรือเป็นหนี้เป็นสิน และมีทุกข์ไม่จบสิ้น ดังนี้เป็นต้น
ถ้าในทางพุทธศาสนา เขาก็ว่ากิเลส ตัณหา ความอยากมี อยากเป็น อยากได้หรือไม่อยากมี
ไม่อยากเป็นและไม่อยากได้นั่นเอง ที่ทำให้คนเราเป็นทุกข์ ซึ่งพระพุทธองค์ ก็ทรงมีแนวทาง
ให้พุทธศาสนิกชนได้เลือกปฏิบัติ เพื่อความหลุดพ้นความทุกข์ในระดับต่างๆ กัน แต่ในที่นี้
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จะขอนำ
เคล็ดลับแห่งความสุข ที่แม้มิใช่ธรรมะโดยตรง แต่ก็เป็นกลวิธีที่เราทุกคน
สามารถนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิด ความสุขในเบื้องต้น ได้อย่างง่ายๆ ดังนี้
1.รู้จักการเป็นผู้ให้ เขาบอกว่า เคล็ดลับของความสุขข้อแรกคือ ต้องรู้จักการเป็น ผู้ให้การให้ ในที่นี้จะเป็นสิ่งของ ความรู้ น้ำใจข้อแนะนำหรือสิ่งอื่นใดก็ได้ที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นโทษต่อผู้รับพระพุทธเจ้าบอกว่า ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ นั่นก็หมายความว่า ใครก็ตามที่เป็น ผู้ให้ย่อมสร้างไมตรีให้เกิดขึ้นในใจของผู้รับ ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี และเป็นมิตรต่อกัน
ถ้าใครเคย ให้ จะรู้ว่าใบหน้าที่เบิกบาน ยินดีของผู้รับ จะทำให้เราผู้ให้เกิดความสุขและ
ปลื้มปีติเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ในยุทธภพเขาว่า ความสุขเป็นสิ่งประหลาดยิ่ง มันหาได้ลดน้อยลง
เพราะท่านแบ่งปันแก่ผู้อื่นไม่ ท่านยิ่งแบ่งปันกับผู้อื่นมากขึ้น ความสุขที่ท่านมียิ่งเพิ่มพูน
2. หากัลยาณมิตร การมีเพื่อนที่ดี ย่อมทำให้ชีวิตของเรามีความสุข และมีความหมายยิ่งขึ้น
เพราะอย่างน้อยเมื่อเราประสบความสำเร็จ ก็มีเพื่อนร่วมแสดงความยินดีด้วยอย่างจริงใจ
หรือหากผิดหวัง พลาดพลั้งในชีวิต กัลยาณมิตรก็จะช่วยปลุกปลอบให้กำลังใจ
หรือคอยแนะนำช่วยเหลือ ทำให้เราไม่รู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวในโลกกว้างใบนี้ ในยุทธจักรเขาว่า
ท่ามกลางลมหนาวและพายุร้าย หากที่นั่นมีสหาย ทั้งหมดจะกลายเป็นลมหายใจอันอบอุ่น
ที่ซึ่งมีมิตรแท้ จักอบอุ่นและเจิดจ้าตลอดกาล
3. ใช้ชีวิตเรียบง่าย ถ้าพูดแบบสมัยนี้ก็คือ ให้ดำรงชีวิตแบบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ รู้จักความเพียงพอโดยเฉพาะในเรื่องปัจจัยสี่ อันได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
บางคนอาจจะสงสัยว่า เพียงพอในเรื่องยารักษาโรคนี่เป็นอย่างไร ก็คงต้องบอกว่า
ในปัจจุบัน หลายคนกินยาสารพัดทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น เพราะมีให้เลือกมากมาย ดังนั้น
จึงต้องรู้จักประมาณตนในทุกเรื่อง อย่าตกเป็นทาสของลัทธิบริโภคนิยม ที่ต้องวิ่งตามโลก
ไม่ได้หยุดได้หย่อน เพราะจะทำให้เราเหนื่อยเกินไป และสร้างความท้อแท้ให้แก่ชีวิตได้ง่าย
ยุทธจักรเขาบอกว่าในโลกนี้ก็มีแต่คนที่รู้จักพอ จึงสามารถได้ลิ้มรสความเบิกบานที่แท้จริง
4. คาดหวังให้น้อยลง ชีวิตคนเราที่เป็นทุกข์สารพัดทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการ คาดหวัง เช่น
หวังว่าจะสอบได้ที่ 1,หวังว่าจะได้ตำแหน่ง,หวังว่าเขาจะรักเรา,หวังว่าจะได้มรดก,หวังว่าเจ้านายจะขึ้นเงินเดือน,หวังว่าพ่อจะซื้อรถให้ ฯลฯ ความคาดหวังเหล่านี้ทำให้เราต้องพบกับ ความผิดหวัง อยู่เสมอและทำให้เราหดหู่ ห่อเหี่ยวใจเมื่อไม่สมปรารถนา ดังนั้น หวังได้ แต่หวังให้น้อยลงและจงตั้ง ความหวัง ในสิ่งที่เป็นไปได้ และไม่ยากจนเกินความสามารถของเรา
หากไม่ได้ดังหวังก็ต้องหัด ปลง เสียบ้าง ในยุทธภพจึงสอนว่า
คนผู้หนึ่งขอเพียงปลงได้ตก ในโลกก็ไม่มีเรื่องใดควรคู่ให้ปวดร้าวกลัดกลุ้มอีก
5. จง "ละ ความโกรธ เกลียด ลงบ้างหลายๆ ครั้งในชีวิตเราอาจจะต้องเจอะเจอกับบุคคล เหตุการณ์หรือสถานที่ที่เราไม่พึงใจทำให้เราเกิดความรู้สึกโกรธ เกลียดในสิ่งที่พบ อยากจะหลีกลี้หนีห่างแต่บางครั้งก็ไม่อาจจะหลบไปได้ ต้องทนอยู่กับคนหรือสิ่งที่เราเกลียดอยู่เสมอ
ทำให้เกิดความเครียด และทุกข์ใจ ดังนั้น วิธีแก้ตรงจุดที่สุด คือ ต้องลดความโกรธหรือ
ความเกลียด ที่เป็นสาเหตุให้เกิดทุกข์ให้น้อยลง ด้วยการอย่ามัวแต่เพ่งจับผิด แต่ให้ใช้หลัก
เมตตาและให้อภัย โดยเฉพาะกับคนหรือสัตว์ หรือหากยังทำใจเมตตาไม่ได้ อย่างน้อยก็ให้
วางเฉย คิดเสมอว่าอย่าให้สิ่งเหล่านี้มามีอิทธิพลเหนือจิตใจเรา ซึ่งคนในยุทธภพเขาว่า
ความเปลี่ยนแปลง และการประสบกับสิ่งที่ไม่พอใจ คือชีวิตของคน หากท่านเข้าใจชีวิต
คนอย่างถ่องแท้ ความเศร้าเสียใจของท่านจะลดน้อยลง และความสุขในใจจะเกิดขึ้น
6. จง รักและพอใจงานที่ทำ เพราะมันเป็นส่วนสำคัญและกินเวลาเกือบครึ่งค่อนของชีวิตของเรา หากเราไม่ รักงานของเราแล้ว ชีวิตที่เหลือคงเป็นทุกข์ไม่จบสิ้นและเราก็ต้องจมปลักไปกับความเบื่อที่ยาวนาน การที่เราจะรักงานที่เราทำได้เราจะต้องพยายามศึกษาหาความรู้ในงานของเรา เพื่อให้รู้จักงานของเราอย่างถ่องแท้จนพัฒนางานให้ก้าวหน้า อันจะนำมาซึ่งความสำเร็จ และความภาคภูมิใจให้แก่ตัวเราเองได้ยุทธจักรเขาว่า โชคของคน ย่อมไม่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าเอง
7. ทำตน ใฝ่รู้ อยู่เสมอเช่น อ่านหนังสือทุกชนิด เรียนคอมพิวเตอร์ อบรมภาษา ฯลฯ เพราะจะทำให้เราไม่ล้าสมัยหรือตกยุค แต่จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวาอยู่ตลอดเวลา ไม่เป็นคนอมทุกข์ เหงาหงอยเพราะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เข้ากับใครก็ได้ แวดวงยุทธจักรเขาว่าคมดาบ ยิ่งฝนยิ่งแหลมคม คนไยมิเป็นเช่นเดียวกัน
เคล็ดลับแห่งความสุขข้างต้น เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ยาก แต่เคล็ดลับของเคล็ดลับก็คือ
ความตั้งใจที่จะเริ่มปฏิบัติตามกฎที่ว่า มิฉะนั้นแล้ว ความสุขที่เราปรารถนาก็ยังจะเป็นทุกข์ที่เราเรียกหามันอยู่ทุกวันเพราะความสำเร็จทั้งปวงก็ล้วนเริ่มต้นมาจากหยดน้ำเล็กๆ หาใช่เริ่มจากมหาสมุทรไม่
ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ..ขอขอบคุณครับ |
|