 (D)

ลูกหมีคลอดแล้ว..ๆ..ๆ หลายคนตื้นเต้นดีใจ(ขอชมเชยความสามารถของสวนสัตว์เชียงใหม่ที่ประสบผลสำเร็จในการผสมพันธ์ครั้งนี้) สื่อต่างๆนำเสนอข่าวต่อเนื่อง ผู้คนร่วมส่งชื่อหนีน้อยมากมาย(รางวัลน่าสนใจไม่น้อยนะ..อิ.อิ) การเตรียมสถานที่สำหรับครอบครัวหมี จำลองให้คล้ายเมืองจีนทำได้ดี(โอ้..พระเจ้า เชียงใหม่มีหิมะแล้วหรือนี่ ..?) ใช้งบก่อสร้าง 60 ล้านบาท (โอย...อยากตายแล้ว...ขอเกิดเป็นลูกหมีในเมืองไทยได้มั้ย...?) เรื่องการเกิดเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ต่างฝ่ายต่างดีใจ ใช้จ่ายมากมายเพื่อโปรโมทลูกหมีน้อย (ในขณะที่คนว่างงานไม่มีรายได้หลายหมื่นคนไม่มีค่าเช่าบ้านรถยนต์จะถูกยึด ลูกไม่มีตังค์ไปโรงเรียน..!!)
ภาพจากมติชน
ช้างไทย ขณะเดียวกัน "พังกำไร" หลังจากเกิดอุบัติเหตุต้องขอรับบริจาคสายดับเพลิงเก่าเพื่อมาช่วยทำสายสเตร์พยุงตัวและทำเตียงนอน(หลายวันกว่าจะพอทำเตียงได้) แต่ก็นับว่าเป็นบุญของพังกำไร ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้า บรมราชินีนาชฯ ทรงพระเมตตารับสั่งให้คณะแพทย์ดูแลพังกำไรอย่างดี อาการของพังกำไร ก็ดีขึ้นตามลำดับ ข่าวเกี่ยวกับช้างอีกเชือก คือ"พังน้ำฝน"ลูกช้างที่ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เธอยังอยู่ในวัยที่ต้องกินนม แต่เคราะห์ร้ายที่แม่ไม่ยอมให้นม ไม่โชคดีอย่างลูกของหลินฮุ่ย นอกจากพังน้ำฝนกินนมแม่ไม่ได้แล้ว ยังจะถูกแม่ไล่กระทืบอีก เขาต้องจับแยก และเลี้ยงพังน้ำฝนด้วยน้ำข้าวซึ่งทำให้ผอมผิดรูปช้าง ตามที่เชื่อว่าใครจะเขียนรูปช้างหรือรูปฤๅษี ต้องทำตามคำพังเพยว่า "คชาผี ฤๅษีผอม จึงงาม (จาก http://www.thaipost.net/sunday/070609/5848)
ภาพจากเวปไซค์
ปัจจุบันช้างที่เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยเรา ยังคงถูกบังคับใช้แรงงาน อยู่ในป่าเขา และป่าคอนกรีต จำนวนไม่น้อย ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องหางานให้ช้างทำเพื่อความอยู่รอดของช้างเอง(ไม่แน่ใจว่า เลี้ยงช้างหรือ ช้างเลี้ยง กันแน่...?) ช้างไทย ในเมืองไทยไม่เคยได้รับโอกาสแบบลูกหมีเลย(...น่าน้อยใจจริงๆ ... (น้ำตาคลอ...ฮึ..ฮึ...โฮ่...โฮ่..ๆๆ)...) แล้วจะให้จั่วหัวเรื่องเป็นอื่นได้อย่างไร...ขอรับกระผม...
เอา..พวกเราช่วยกันเป็นกำลังใจให้ช้างไทยทั้งประเทศด้วยนะ.....(คิดถึงต้มยำกุ้งเนอะ...(ยื้นแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้า...แล้วทำท่าจาพนม...)...ช้างกูอยู่ไหน..? เอาช้างกูคืนมา....มาๆๆๆๆๆ.....) |
|