ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : @@@....รายการ “คุยกันทั้งวัน....เช้ายันดึก” .... (เว้านำกันเหมิดมื่อเหมิดเว้น)....@@@



(D)


สวัสดีครับพี่ๆชาว G-pra ทุกๆท่านที่เคารพรัก
สืบเนื่องมาจาก คุณพี่ต้น bannapong และอาจารย์ภู ได้ให้เกียรติผมได้เป็นคนนำเสนอ เรื่องราวในรายการ “คุยกันทั้งวัน....เช้ายันดึก” ในวันนี้ครับผม

หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ

ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ
ลูกข้าวเหนียว หนุ่มหน้ามน คนโก๋ ลูกพระใส หนองคาย เรียก น้องแทน ก็ได้นะครับ
เริ่มจากการกราบนมัสการองค์หลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านคู่เมือง ของชาวหนองคาย กันก่อนอื่นเลยนะครับ

คาถาบูชาหลวงพ่อพระใส
ตั้งนะโม 3 จบ
อะระหัง พุทโธ โพธิชโย เสยยะคุโณ โพธิสัตโต มหาลาโภ ปิยัง มะมะ ภะวันตุโน โหตุ สัพพะทา

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:00 น.]



โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:10 น.] #775962 (1/163)


(D)


วันนี้ขอตั้งหัวข้อที่ผมจะขอนำเสนอให้แก่พี่ๆชาว G-pra ได้รับสาระข่าวสารข้อเท็จจริงๆต่างๆ
ในหัวเรื่อง เทศกาลออกพรรษา 15ค่ำ เดือน 11 บั้งไฟพญานาค จังหวัดหนองคาย
ขอเริ่มจาก ประวัติ หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย ........

ประวัติ หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย

หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมือง ประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย ซึ่งมีฐานะเป็นวัดอารามหลวง

ตั้งอยู่ที่ถนนโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมือง ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปประมาณ 2 กิโลเมตร ตามทาง หลวงหมายเลข 212 ทางไป อ.โพนพิสัย วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก หน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากพระชงฆ์เบื้อล่างถึงยอดพระเกศ ๔ คืบ ๑ นิ้วของช่างไม้

ประวัติการสร้าง
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ในหนังสือประวัติพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งพิมพ์แจกในงานทอดกฐินพระราชทาน พ.ศ. 2468 ว่า หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง บางท่านก็ว่าเป็นพระราชธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนาม พระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง พระใสประจำน้องสุดท้องมีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ

การประดิษฐาน
เดิมทีนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า "เวินแท่น"

การล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "เวินสุก" และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้

ก็ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ)

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯและอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสจนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก"

ประวัติ หลวงพ่อพระใส(พระคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย)

นี่เป็นเพียงประวัติเท่านั้น หากท่านมีโอกาส ก็มานมัสการหลวงพ่อพระใสได้ที่วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวง

ประวัติหลวงพ่อพระใส

หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีพระรูปลักษณะงดงามมาก ขนาดหน้าตักกว้าง ๒ คืบ ๘ นิ้ว ส่วนสูงจาก พระชงฆ์เบื้อง ล่างถึงยอดพระเกศ ๔ คืบ ๑ นิ้ว ปัจจุบันนี้ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัยอำเภอเมืองหนองคาย

การหล่อ ประวัติเกี่ยวกับการหล่อ ตามความสันนิษฐานเข้าใจว่าหล่อในสมัยเชียงแสนช่วงหลังๆ จะหล่อที่ไหน เมื่อไรนั้นไม่ปรากฏแน่ชัด แต่เชื่อแน่ว่าไม่ใช่หล่อที่เมือง เชียงแสนดังที่บางท่านเข้าใจ ทั้งนี้เพราะมีคำที่รับรองกันได้โดยมากว่าเป็นพระพุทธรูปลานช้าง ซึ่งสมัยนั้น(สมัยเชียงแสน) ประเทศลานช้างยังเป็นประเทศที่รุ่งเรืองอยู่ และพระพุทธศาสนาก็กำลังเจริญรุ่งเรือง พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงฝักใฝ่พระทัยในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการหล่อพระพุทธรูปยิ่งสนพระทัยเป็นพิเศษ

อนึ่ง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ลงความเห็นไว้ในหนังสือตำนานพุทธเจดีย์สยาม หน้า ๑๐๒ ว่า “ พระพุทธรูปลานช้างที่งามยิ่งกว่าองค์อื่นคือ “พระเสริม” อยู่ในพระวิหารวัดประทุมวัน” นี้แสดงให้เห็นว่า พระใสต้องเป็นพระพุทธรูปที่หล่อในประเทศลานช้างแน่เพราะพระพุทธรูป ๓ องค์คือ พระสุก พระเสริม พระใส หล่อในคราวเดียวกันและเคียงคู่กันมาเสมอเท่าที่กล่าวมานี้ ก็เพื่อจะให้เป็นเหตุสนับสนุนทางที่จะเล่าทางหนึ่งว่า หลวงพ่อพระใสหล่อที่ประเทศลานช้าง โดย มีธิดา ๓ พระองค์แห่งกษัตริย์ลานช้างเป็นเจ้าศรัทธา ทั้งหมดเป็นพี่น้องร่วมพระวงศ์เดียวกัน (บางท่านว่าเป็นธิดาของพระไชยเชฏฐาธิราช) มีพระนามตามลำดับว่า สุก เสริม ใส มีพระทัยร่วมกันเป็นเอกฉันท์ในอันที่จะหล่อพระพุทธรูปประจำองค์ จึงได้พร้อมกันขอพรจากพระบิดาพระบิดาประทานพรให้ จึงให้ช่างหล่อพระพุทธรูปขึ้น ๓ องค์ ขนาดลดกันตามลำดับ ครั้นแล้วจึงขนานนามพระพุทธรูปเหล่านั้นโดยขอฝากพระนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระสุก (ประจำผู้พี่ใหญ่) พระเสริม(ประจำคนกลาง) พระใส (ประจำคนเล็ก)

ในการทำพิธีหล่อนั้นทั้งทางบ้านและทางวัดได้ช่วยกันเป็นการใหญ่โต มีคนทำการสูบเตาหลอมทองอยู่ไม่ขาดระยะ นับเป็นเป็นเวลา ๗ วันแล้วทองก็ยังไม่ละลาย ถึงวันที่ ๘ เวลาเพล (๑๑.๐๐น) เหลือพระภิกษุแก่ กับเณรน้อยรูปหนึ่งทำการสูบเตาอยู่ ในขณะนั้นได้ปรากฎมีชีปะขาวตนหนึ่งมายังที่นั้นและขอทำการสูบเตาช่วยซึ่งพระภิกษุและสามเณรน้อยนั้นก็มิได้ขัดข้อง เมื่อชีปะขาวทำการสูบเตาแทนแล้ว พระภิกษุและสามเณรก็ได้ขึ้นไปฉันเพลบนศาลาตามปกติธรรมดาทุกวัน เมื่อพระกำลังฉันเพลอยู่ญาติโยมที่มาส่ง เพลย่อมลงมาทำการสูบแทนเสมอ แต่วันนั้นญาติโยมแลเห็นคนสูบเตามากกว่าปกติท่อเตาก็มีมาก แต่ละคนเป็นชีปะขาวเหมือนกันหมด ด้วยความอัศจรรย์ใจยิ่งจึงได้ถามพระ ภิกษุ แต่พระภิกษุแลไปก็เห็นเพียงชีปะขาวรูปเดียวเท่านั้น พอฉันเพลเสร็จ คนทั้งหมดก็พากันลงมาดู ครั้นถึงก็เกิดความอัศจรรย์ใจยิ่ง เพราะเหตุที่ได้เห็นทองทั้งหมดถูกเทลงในเบ้าทั้ง ๓ เบ้าโดยเรียบร้อยแล้ว และไม่ปรากฏเห็นชีปะขาวนั้นเลยสักคนเดียว

ที่ประดิษฐานพระสุก พระเสริม พระใส คราวแรกประดิษฐานอยู่ ณ เมืองเวียงจันทร์ นานเท่าไรไม่ปรากฏ ครั้นพ.ศ ๒๓๒๑ เมื่อรัชกาลพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้เกิดสงคราม ขึ้นระหว่างกรุงธนบุรีกับกรุงศรีสัตนาคนหุต(เวียงจันทร์) ครั้นนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้เป็นจอมพลยกทัพมาตีเวียงจันทร์ เมืองเวียงจันทร์จึงเกิดยุคเข็ญขึ้น พระเจ้าธรรมเทวงศ์จึงได้อันเชิญไปไว้ที่เมืองเชียงคำ ครั้นต่อมาด้วยเหตุใดไม่ทราบได้ พระใสจึงถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัด โพนชัย เมือง เวียงจันทร์อีก

ต่อมารัชการที่ ๓ แห่งจักรีวงศ์ปรากฏว่าที่เมืองเวียงจันทร์ (เจ้าอนุฯ ) เกิดเป็นขบถ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้ทำลายเมืองเวียงจันทน์เสีย พระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ได้เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ เมื่อเมืองเวียงจันทน์ สงบดีแล้ว จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม พระใส มาประดิษฐาน ณ ที่วัดโพธิ์ชัยเมืองหนองคาย

ในตอนที่อัญเชิญพระใสจากเวียงจันทน์ มาประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัยเมืองหนองคายนี้ คราวอัญเชิญมาไม่ได้อัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทน์โดยตรงแต่ได้อัญเชิญมา จากถูเขาควายซึ่งชางเมืองได้อัญเชิญไปซ่อนไว้แต่ครั้งเวียงจันทน์เกิดสงคราม การอัญเชิญมาได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ซึ่งอัญเชิญมาทั้ง ๓ องค์ ล่องมาตามลำแม่น้ำโขงเมื่อถึงตรงบ้านเวินแท่นที่นั้นได้เกิดอัศจรรย์คือ แท่นของพระสุกได้แหกแพจมลงในน้ำโดยเหตุที่มีพายุแรงจัดพัดแพจนเอนเอียงแพไม่สามารถรับน้ำหนักของพระแท่นไว้ได้ อาศัยเหตุที่แท่นของพระสุกได้จมลง ณ ที่ตรงนั้นจึงได้ชื่อว่า “เวินแท่น” มาจนบัดนี้

ครั้นเสียแท่นพระสุกแล้วก็ยังอัญเชิญล่องมาตามลำน้ำโขง (น้ำงึ่ม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เล็กน้อย พอถึงที่นั้นได้บังเกิดพายุใหญ่เสียงฟ้าคะนองร้องลั่น จนในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงในน้ำ พอพระสุกจมลงในน้ำแล้วอาการวิปริตต่างๆ ก็สงบเงียบอาศัยเหตุนี้ ที่นั้นจึงได้นามว่า “เวินสุก” (จนบัดนี้พระสุกยังจมอยู่ในน้ำโขงตรงนั้นตราบเท่าทุกวันนี้ ) เมื่อเป็นเช่นนี้ยังคงเหลืออยู่แต่พระเสริมกับพระใส ที่ได้นำเข้ามาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัยส่วนพระใสได้ประดิษฐานไว้ ณ วัดประดิษฐ์ธรรมคุณ (วัดหอก่อง) ต่อมาในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จฯ พระจอมกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและข้าหลวงอัญเชิญ พระเสริม จากวัดโพธิ์ชัยลงไปกรุงเทพฯ ขุนวรธานีเมื่อมาถึงหนองคาย ได้ทราบว่าพระใสเป็นคู่กับพระเสริมจึงได้อัญเชิญจากวัดหอก่องขึ้นสู่เกวียน นัยว่า จะอัญเชิญไป กรุงเทพฯ กับพระเสริม แต่พอมาถึง ณ วัดโพธิ์ชัย พระใสได้แสดงปาฏิหาริย์ไม่สามารถขับเกวียนซึ่งประดิษฐานหลวงพ่อพระใสให้เคลื่อนที่ไปได้ แม้ใช้เครื่องฉุดก็ไม่สามารถเช่นเดียวกัน ได้ทำการอ้อนวอนด้วยประการต่างๆ ก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดเกวียนไดหักลง คราวนี้ได้หาเกวียนใหม่มาเป็นที่ประดิษฐาน แต่ก็อัศจรรย์อีกเพราะเกวียนไม่สามา รถจะเคลื่อนที่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงปรึกษากันว่าจะอัญเชิญหลวงพ่อพระใสประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ชัยแล้วก็ทำการอธิษฐานเป็นผลดังใจนึกพอเข้าหามไม่กี่คนเท่านั้นองค์หลวงพ่อพระใส ก็ถูกยกขึ้นประดิษฐานไว้ในอุโบสถวัดโพธ์ชัยได้โดยง่ายให้พวกเราได้เคารพสักการะเป็นการกุศล ส่วนพระเสริมนั้นได้อัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ประดิษฐานอยู่วัดปทุมวนารามจนถึงทุกวันนี้

ส่วนพระสุกซึ่งจมน้ำอยู่ที่เวินสุกนั้นได้ทราบว่า เมื่อหลายสิบปีก่อนทางฝ่ายบ้านเมืองที่จังหวัดหนองคาย ได้ทำการปรารภจะอันเชิญขึ้นจากน้ำ เพื่อจะได้นำมาประดิษฐานไว้คู่เคียงกับพระใส แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะมีเหตุขัดข้องบางประการที่ได้ทราบมา คือ อาศัยความที่ พระสุกได้จมอยู่ในน้ำเป็นเวลาช้านานทำให้ดินทับทมไม่สะดวกในการที่จะอันเชิญได้โดยง่าย อีกอย่างหนึ่งเป็นเพราะชาวบ้านแถวนั้นไม่ยินยอมให้นำขึ้นเพราะเกรงกลัวต่อภยันตรายอันจะพึงมีมา ทั้งนี้ เนื่องด้วยประชาชนในถิ่นนั้น (รวมทั้งถิ่นอีสานส่วนมากด้วย) ถือว่า การกระทำเช่นนี้ย่อมให้เจ้าภูมิท้องถิ่น เกิดความไม่พอใจแล้วอาจบันดาลให้มีเหตุเภทภัยนานาประการ

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:13 น.] #775966 (2/163)
อยากไปเที่ยวที่หนองคายจังเลยครับ..

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:16 น.] #775971 (3/163)
ช่วงไหนครับ..ที่มีลูกไฟขึ้นจากน้ำอ่ะครับ

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:16 น.] #775973 (4/163)
อยากไปดูมั่งอ่ะครับ..

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:17 น.] #775975 (5/163)
แล้ว..เป็นลูกไฟจิงๆเลยป่ะคับ

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:18 น.] #775977 (6/163)
อยากทราบคับ

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:18 น.] #775979 (7/163)
ไปไหน..แล้วคับ

โดยคุณ toei89 (625)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:19 น.] #775980 (8/163)
สวัสดีวันใหม่ครับพี่แทน

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:20 น.] #775981 (9/163)


(D)
หลังจากที่พี่ได้กราบนมัสการองค์หลวงพ่อพระใส
และได้ทราบประวัติความเป็นมาขององค์หลวงพ่อพระใสกันเรียบร้อยแล้ว
ต่อมาผมก็จะขอนำเสนอประเด็น เทศกาลออกพรรษา 15ค่ำ เดือน 11 บั้งไฟพญานาค จังหวัดหนองคาย กันเลยนะครับ

อันดับแรกพี่ๆทราบคำขวัญของจังหวัดหนองคายกันแล้วหรือยังครับ
บางท่านอาจจะทราบ บางท่านอาจจะยังไม่ทราบ งั้นผมขอนำเสนอเลยแล้วกันนะครับ

อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ หลวงพ่อใส ประชาใฝ่ธรรม
เกษตรอุตสาหกรรมรุ่งเรือง เฟื่องฟูไม้ผล ต้นยางพารามากหลาย
หาดทรายขาวจอมมณี น้ำใจไทยดี สามัคคีสองฝั่งโขง จรรโลงมิตรภาพไทย - ลาว

หนองคาย เมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลก จังหวัดภาคอิสานตอนบน ไกลสุดจากกรุงเทพมหานคร มีอะไรหลายอย่างที่เราคุ้นเคย แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่พวกเรา ไม่เคยพบ ไม่เคยเห็น หรือไม่เคยแม้กระทั่งได้ยินชื่อมาก่อนเลยก็มี

เปิดประเด็น "เทศกาลออกพรรษา 15ค่ำ เดือน 11 บั้งไฟพญานาค" กันเลยครับพี่ๆ

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:28 น.] #775991 (10/163)
สวัสดีครับคุณพี่ kukai วันที่เกิดปรากฎการเหนือธรรมชาติ บั้งไฟพญานาคนั้น
จะตรงกับวันออกพรรษา 15 ค่ำ เดือน 11 ที่ผมกำลังจะนำเสนอ เกี่ยวกับความเชื่อของชาวสองฝังลุ่มแม่น้ำโขง ที่มีต่อพระพุทธศาสนา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง องค์หลวงพ่อพระใส และสิ่งมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาค ครับผม

สวัสดีครับคุณพี่ toei89 ผู้ใจบุญ อย่าทิ่งกันไปไหนนะครับ อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน วันนี้มีเรื่องที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงยังไม่ได้ ในทางวิทยาศาตร์ บั้งไฟพญานาค มานำเสนอนะครับ

โดยคุณ nat-36 (213)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:31 น.] #775993 (11/163)
เอ้าไม่ทันมองครับ ขอโทษที เห็นมืดๆนึกว่าไม่มีใคร ดึกแล้วยังไม่หลับไม่นอนกันเหรอครับ
แล้วนั่งคุยอะไรกันล่ะครับ ดึกๆดื่นๆ

โดยคุณ nat-36 (213)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:33 น.] #775997 (12/163)
อ้อๆ บั้งไฟ คร๊าบ ขอเซิ้งบั้งไฟม่วนๆ จักหน่อยแน้

โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:34 น.] #775998 (13/163)

เข้ามาทักทายทุกทุกท่านครับ...สวัสดี และราตรีสวัสดิ์สำหรับคืนนี้ครับ...

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:34 น.] #776000 (14/163)


(D)
นาค…เจ้าแห่งงู หรือ พญานาค
• พญานาค เป็นสัตว์มหัศจรรย์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถแปลงกายได้ พญานาค มีอิทธิฤทธิ์ และมีชีวิตใกล้กับคน พญานาค สามารถแปลงเป็นคนได้ เช่นคราวที่แปลงเป็นคนมาขอบวชกับพระพุทธเจ้า ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวถึงนาคที่ชื่อ ถลชะ ที่แปลว่า เกิดบนบก จะเนรมิตกายได้เฉพาะบนบก และนาคชื่อ ชลซะ แปลว่า เกิดจากน้ำ จะเนรมิตกายได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น
• พญานาค ถึงแม้จะเนรมิตกายเป็นอะไร แต่ในสภาวะ 5 อย่างนี้ จะต้องปรากฎเป็นงูใหญ่เช่นเดิม คือ ขณะเกิด ขณะลอกคราบ ขณะสมสู่กันระหว่างนาคกับนาค ขณะนอนหลับ โดยไม่มีสติ และที่สำคัญ ตอนตาย ก็กลับเป็นงูใหญ่เหมือนเดิม
• .พญานาค มีพิษร้าย สามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษ ถึง 64 ชนิด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า สัตว์จำพวกงู แมงป่อง ตะขาบ คางคก มด ฯลฯ มีพิษได้ ซึ่งก็ด้วยเหตุที่ นาคคายพิษทิ้งไว้ แล้วพวกงูไปเลีย พวกที่มาถึงก่อนก็เอาไปมาก พวกมาทีหลัง เช่น แมงป่อง กับ มด ได้พิษน้อย แค่เอาหาง เอากันไปป้ายเศษพิษ จำพวกนี้จึงมีพิษน้อย และพญานาคต้องคายพิษทุก 15 วัน
• พญานาค อาศัยอยู่ใต้ดิน หรือบาดาล คนโบราณเชื่อว่าเมื่อบนสวรรค์มีเทพเทวาอาศัยอยู่ลึกลงไปใต้พื้นโลก ก็น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวว่า ที่ที่นาคอยู่นั้นลึกลงไปใต้ดิน 1 โยชน์ หรือ 16 กิโลเมตร มีปราสาทราชวังที่วิจิตรพิสดารไม่แพ้สวรรค์ ที่มีอยู่ถึง 7 ชั้น เรียงซ้อน ๆ กัน ชั้นสูง ๆ ก็จะมีความสุขเหมือนสวรรค์
• พญานาค สามารถผสมพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ แปลงกายแล้วผสมพันธุ์กับมนุษย์ได้ เมื่อนาคตั้งท้องจะออกลูกเป็นไข่เหมือนงู มีทั้งพันธุ์เศียรเดียว 3, 5 และ 7 เศียร สามารถขึ้นลง ตั้งแต่ใต้บาดาลพื้นโลก จนถึงสวรรค์ ในทุกตำนานมักจะกล่าวถึงนาคที่ขั้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองสวรรค์ ที่จะแปลงกายเป็นอะไรตามที่คิด ตามสภาวะเหตุการณ์นั้น ๆ
จะเห็นว่า พญานาค หรือ งูใหญ่ นั้นมีความเป็นมาและถิ่นที่อยู่เป็นสัดส่วนในภพหนึ่งต่างหาก จะมีเป็นบางครั้งที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ พญานาค เป็นทั้งเอกลักษณ์ของความดี และความไม่ดี

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:36 น.] #776001 (15/163)
นาค…เกี่ยวพันกับชีวิต น้ำ ธรรมชาติ



จะได้ยินอยู่เสมอว่า ปีนี้นาคให้น้ำเท่าไร กี่ตัว ฝนฟ้าดี หรือไม่ดี นาคให้น้ำสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่สรรพชีวิตทั้งปวง พญานาค ที่อาศัยอยู่ในสวรรค์ใต้น้ำ ตามคติฮินดู พญาอนันตนาคราช แท่นบรรทมของพระนารายณ์ ที่นับถือเป็นเทพเจ้า พญานาค เปรียบได้กับท้องน้ำทั้งหลายในจักรวาล นาคมีอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกหรือไม่ตกก็ได้ ตลอดจนสามารถแปลงกายเป็นเมฆฝนได้ พญานาค...เป็นที่มาของแม่น้ำต่าง ๆ อันหมายถึงผู้รักษาพลังแห่งชีวิตทั้งหลาย ตามความเชื่อของชาวพุทธ เทวดาแห่งน้ำ คือ วรุณและสาคร ที่ต่างก็เป็นจอมแห่งนาคราช นอกจากที่เกี่ยวข้องกับน้ำบนโลกแล้ว นาคยังเกี่ยวข้องกับน้ำในสวรรค์อีกด้วย คนโบราณเชื่อว่า สายรุ้ง กับ นาค เป็นอันเดียวกัน ที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ข้างหนึ่งของรุ้งจะดูดน้ำจากพื้นโลกขึ้นไปข้างบน เมื่อถึงจุดที่สูงสุดก็จะปล่อยน้ำลงมาเป็นฝนที่มีลำตัวของนาคเป็นท่อส่ง

ในตำนานสิงหนวัติ กล่าวว่า เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคแปลงกายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมือง 4 ด้าน เป็น เมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมาเมื่อยกทัพปราบเมืองอื่นได้ และรวมดินแดนเข้าด้วยกัน จึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนาคราช ที่เห็นได้ชัดก็คือ ที่ปราสาทพนมรุ้ง จะมีคูเมืองที่เป็นสระน้ำ 4 ด้าน รอบปราสาทและมี พญานาค อยู่ด้วย ตามความเชื่อของคนสมัยโบราณ นาคจะมีความหมายเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากน้ำ เช่น การสร้างศาสนสถานไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ นาคที่ราวบันได จึงมี พญานาค ซึ่งตามความเป็นจริง (ความเชื่อ) การสร้างต้องสร้างกลางน้ำ เพื่อให้ดูเหมือนว่าศาสนสถานนั้นลอยอยู่เหนือน้ำ แต่ก็ไม่ต้องสร้างจริง ๆ เพียงแต่มีสัญลักษณ์ พญานาค ไว้ เช่น ที่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น

แม้เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ก็จะมีอยู่ในราศีเกิด เช่นของคนนักษัตรปีมะโรง ที่มีความหมายถึง ความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจ ที่มี พญานาค เป็นสัญลักษณ์

นาคให้น้ำ...พญานาค เป็นสัญลักษณ์แห่งธาตุน้ำ "นาคให้น้ำ" เป็นเกณฑ์ที่ชาวบ้านรู้และเข้าใจดี ที่ใช้วัดในแต่ละปี จำนวนนาคให้น้ำมีไม่เกิน 7 ตัว ถ้าปีไหนอุดมสมบูรณ์มีน้ำมากเรียกว่า "นาคให้น้ำ 1 ตัว" แต่หากปีไหนแห้งแล้งเรียกว่าปีนั้น "มีนาคให้น้ำ 7 ตัว" จะวัดกลับกันกับจำนวนนาค ก็คือที่น้ำหายไป เกิดความแห้งแล้งนั้นก็เพราะ พญานาคกลืนน้ำไว้ในท้อง

เกี่ยวข้องกับคนไทย...เรามักจะเห็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนาคได้เสมอ ในงาน จิตรกรรม ประติมากรรม และหัตถกรรม นาคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะตามอาคารวัดต่าง ๆ หลังคาอาคารที่สร้างขึ้นสำหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถานบันศาสนสถาน ตามคตินิยมที่ว่า นาคยิ่งใหญ่คู่ควรกับสถาบันอันสูงส่ง เช่น นาคสะดุ้ง ที่ทอดลำตัวยาวตามบันได นาคลำยอง ที่ทำเป็นป้านลมหลังคาโบสถ์ ที่ต่อเชื่อมกับนาคสะดุ้ง นาคเบือน นาคจำลอง และนาคทันต์คันทวยรูปพญานาค

พญานาค...เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา

ตามตำนาน พญานาค มีอยู่ก่อนสมัยพระพุทธเจ้าแล้ว ดังเช่น หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมพิเศษแล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่าง ๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ "มุจลินท์" ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำ ๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อ "มุจลินท์" เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว คลายขนดออก แปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า

ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบพระนั่งบนตัวพญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอาพญานาคเป็นบัลลังก์ เพื่อให้เกิดความสง่างาม และทำให้คิดว่า พญานาค คือผู้คุ้มครองพระศาสดา

พญานาค...สะพาน (สายรุ้ง) ที่เชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ โลกศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อที่ว่า พญานาคกับรุ้ง เป็นอันเดียวกัน ก็คือสะพานเชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์นั่นเอง

นาคสะดุ้ง...ที่ราวบันไดโบสถ์นั้นได้สร้างขึ้นตามความเชื่อถือ "บันไดนาค" ก็ด้วยความเชื่อดังกล่าว แม้ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ก็โดยบันไดแก้วมณีสีรุ้ง ที่เทวดาเนรมิตขึ้นและมีพญานาคจำนวน 2 ตน เอาหลังหนุนบันไดไว้หรือแม้แต่ ตุง ของชาวล้านนา และพม่า ก็เชื่อกันว่าคลี่คลายมาจากพญานาค และหมายถึงบันไดสู่สวรรค์

ความเชื่อของชาวฮินดู ก็ถือว่า นาคเป็นสะพานเชื่อมภาวะปกติ กับที่สถิตของเทพ ทางเดินสู่วิษณุโลก เช่น ปราสาทนครวัด จึงทำเป็น พญานาคราช ที่ทอดยาวรับมนุษย์ตัวเล็ก ๆ สู่โลกแห่งความศักดิ์สิทธิ์ หรือก็บั้งไฟของชาวอีสานที่ทำกันในงานประเพณีเดือนหก ก็ยังทำเป็นลวดลาย และเป็นรูปพญานาค พญานาคนั้นจะถูกส่งไปบอกแถนบนฟ้าให้ปล่อยฝนลงมา

ในสมัยพระพุทธเจ้า มีพญานาคตนหนึ่งนั่งฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วได้เกิดศรัทธา จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ขอบวชเป็นพระภิกษุ แต่อยู่มาวันหนึ่งเข้านอนในตอนกลางวัน หลังจากหลับแล้วมนต์ได้เสื่อมกลายเป็นงูใหญ่ จนพระภิกษุรูปอื่นไปเห็นเข้า ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุนาคนั้นสึกออกไป เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตน

ต่อจากนั้นมาพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไม่ให้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าจะเป็นนาค ครุฑ หรือสัตว์อื่น ๆ บวชอีกเป็นอันขาด เพราะก่อนที่อุปัชฌาย์จะอุปสมบทให้แก่ผู้ขอบวชจะต้องถาม อัตรายิกธรรม หรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระภิกษุไม่ได้ รวม 8 ข้อเสียก่อน ในจำนวน 8 ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า "ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า"

เหตุที่พระสุกจมน้ำ ที่เวินสุก บ้านหนองกุ้ง อำเภอโพนพิสัย
มีการเล่าขานถึงความศรัทธาของพญานาคว่า เหล่าพญานาค นั้นเป็นผู้ที่มีความเคารพ และศรัทธาในพระพุทธเจ้ามาก หลังจากที่มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นที่เมืองล้านช้าง ประเทศลาว ความทราบถึงเหล่าพญานาค ที่อยู่เมืองบาดาล จึงได้แปลงกายขึ้นไปขอพระพุทธรูปกับเจ้าเมืองล้านช้าง โดยเจาะจงขอเอาพระสุก เพื่อไปไหว้สักการะบูชา ที่เมืองบาดาล ปกติเหล่าพญานาคเป็นผู้ที่ถือศีลแปดเคร่งครัดมาก พญานาค จะไม่ทำร้ายใคร ส่วนมนุษย์ตายในน้ำที่ว่าเงือกกินนั้น เงือกก็คือ พญานาค ชั้นเลว ประพฤติตนเกเร จึงชอบทำร้ายมนุษย์ตามน้ำ เดี๋ยวนี้พระสุกก็ยังจมอยู่ในแม่น้ำโขง ที่ที่เป็นที่อยู่ของเหล่า พญานาค ในเมืองบาดาล เวินสุกอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองกุ้ง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ตรงนั้นเป็นบริเวณปากน้ำงึมไหลลงมาออกแม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำสองสี

เมืองพญานาค หรือเมืองบาดาล
ในเมื่อมีเมืองมนุษย์ หรือโลกมนุษย์ โลกสวรรค์ หรือเมืองสวรรค์ ก็ต้องมีเมืองบาดาล (เมืองพญานาค) สองเมืองนอกจากเมืองมนุษย์แล้วหลายคนก็คงต้องอยากไปเป็นแน่ วิสัยของมนุษย์ชอบในสิ่งที่ท้าทาย ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากพบ อยากเห็นเมืองบาดาลอยู่ใต้เมืองมนุษย์ลงไปในใต้ดิน 16 กิโลเมตร (ตามความเชื่อ) มีคำเล่าลือเกี่ยวกับเมืองบาดาลในเขต อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย (แต่อย่าอุตริขุดไปหาพญานาคก็แล้วกัน)

พระพุทธเจ้าเสด็จเทวโลก
ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จพร้อมด้วยพระอรหันต์จำนวน 500 รูป เพื่อเสด็จไปยังเทวโลก ได้ผ่านวิมานของเหล่าพญานาค ที่กำลังมีการรื่นเริงกันอย่างสนุกสนาน ที่มี นันโทปะนันทะนาคราช เป็นประธานใหญ่ เมื่อเห็นคณะสงฆ์ผ่านไปเหนือวิมานจึงมีความโกรธมาก จึงได้ตรงไปยังเขาพระสุเมรุแปลงตนเป็นนาคขนาดใหญ่ พันโอบเขาพระสุเมรุด้วยขดถึง 7 รอบ แล้วแผ่พังพานบังชั้นดาวดึงส์เอาไว้ เพื่อไม่ให้พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ผ่านไปได้ และเมื่อเป็นดังนั้นได้มีพระอรหันต์หลายรูปอาสาปราบ แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต จน พระโมคคัลลานะ ผู้ซึ่งตามเสด็จไปด้วยอาสา พระองค์จึงทรงอนุญาต ดังนั้น พระโมคคัลลานะ จึงได้แปลงกายเป็นนาคราชขนาดใหญ่กว่าถึงเท่าตัว พันเอานาคนันโทปะนันทะนาคราช เอาไว้ด้วยขดถึง 14 รอบ นาคราชทนไม่ไหวบันดาลให้ไฟลุกขึ้น พระโมคคัลลานะ ก็ให้เกิดไฟขึ้นเช่นกัน ไฟของนันโทปะนันทะนาคราชสู่ไม่ไหว จึงถามว่า "ท่านผู้เจริญ ท่านเป็นใคร" ตอบว่า "เราคือโมคคัลลานะ ศิษย์ของตถาคต" นันโทปะนันทะนาคราช จึงบอกว่า ท่านจงคืนร่างกลับเป็นพระเหมือนเดิมเถิด แต่ด้วยนิสัยของผู้รู้ว่า นันโทปะนันทะนาคราช เป็นคนไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ จึงได้แปลงกายให้เล็กนิดเดียว สามารถเข้ารูหู รูจมูกได้ แล้วเข้าไปตามรูต่าง ๆ จน นันโทปะนันทะนาคราช ทนไม่ไหว และนันโทปะนันทะนาคราช สู้ไม่ได้จึงหนีไป พระโมคคัลลานะ จึงแปลงร่างเป็นพญาครุฑไล่ติดตามไป เมื่อหนีไม่พ้นจึงแปลงร่างเป็นมาณพหนุ่ม ยอมแพ้พระโมคคัลลานะและที่สุดจึงยอมให้พระพุทธเจ้าพร้อมพระอรหันต์ผ่านไปแต่โดยดี

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:38 น.] #776005 (16/163)


(D)
มาเด้ออ้ายมามวนนำกันครับอ้าย nat-36

สวัสดีครับเฮีย Chew_JJ แปลกจังคนแก่ทำไมนอนดึกจังครับ อิอิอิ (ล้อเล่นอย่าโกรธนะ)

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:38 น.] #776006 (17/163)
โอ้วว..ข้อมูลสุดยอดมากๆครับพี่...

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:40 น.] #776007 (18/163)
ตำนานการเกิดบั้งไฟพญานาค
ครั้งเมื่อพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็น พญาคันคาก ได้จุติอยู่ในครรภ์ของพระนางสีดา เมื่อเติบใหญ่ได้บำเพ็ญเพียรภาวนา จนพระอินทร์ชุบร่างให้เป็นชายหนุ่มรูปงาม พระอินทร์ได้ประธานนางอุดรกุรุตทวีปเป็นคู่ครอง พญาคันคากและนางอุดรกุรุตทวีป ได้ศึกษาธรรม และเทศนาสอนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่เป็นประจำ
มนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายครั้นได้ฟังธรรมจากพระโพธิสัตว์คันคากก็เกิดความเลื่อมใสจนลืม ถวายเครื่องบัดพลี พญาแถน ซึ่งเป็นเทพเจ้าผู้ก่อกำเนิดเผ่าพันธุ์และบันดาลน้ำฝนแก่โลกมนุษย์
พญาแถนครั้นไม่ได้รับเครื่องบัดพลีจากมนุษย์และสรรพสัตว์ รวมทั้งเทวดาที่เคยเข้าเฝ้าเป็นประจำ ไปฟังธรรมกับพญาคันคากจนหมดสิ้น จึงบังเกิดความโกรธแค้นยิ่งนัก
พญาแถนโกรธแค้นที่เหล่ามนุษย์และสรรพสัตว์หันไปบูชาพญาคันคาก จึงสาปแช่งเหล่ามวลมนุษย์ไม่ให้มีฝนตกเป็นเวลาเจ็ดปี เจ็ดเดือน เจ็ดวัน ทำให้เกิดความแห้งแล้งไปทุกหย่อมหญ้า เหล่ามวลมนุษย์จึงได้เข้าเฝ้าพระโพธิสัตว์ทูลถามและขอความช่วยเหลือ
พญาคันคากรู้ด้วยญาณจึงบอกมนุษย์ว่า เพราะพวกเจ้าไม่บูชาพญาแถน ท่านจึงพิโรธ จึงบันดาลมิให้มีฝนตกลงมา ความแห้งแล้งมีมาเจ็ดปี พญานาคีผู้เป็นใหญ่ในเมืองบาดาลที่เข้าเฝ้าพระโพธิสัตว์คันคากอยู่ขณะนั้นได้รับฟังจึงยกทัพบุกสวรรค์โดยไม่ฟังคำทัดทานของพระโพธิสัตว์คันคาก
แต่พญานาคีพ่ายแพ้กลับมาและบาดเจ็บสาหัสด้วยต้องอาวุธของพญาแถน พระโพธิสัตว์คันคากเกิดความสงสารด้วยเห็นว่าพญานาคีทำไปด้วยต้องการขจัดความทุกข์ให้เหล่ามวลมนุษย์ จึงได้ให้พรแก่พญานาคีและเหล่าบริวาร
“ขอให้บาดแผลเจ้าทั้งกายให้หายขาด กลายเป็นลวดลายงามดั่งเกล็ดมณีแก้ว หงอนจงใสเพริศแพร้วเป็นสีเงินยวง ความเจ็บปวดทั้งปวงจงเหือดหายไปจากเจ้า อันว่าตัวเจ้านั้นต่อแต่นี้ให้ศรีชื่น เป็นตัวแทนความเย็นในเวินแก้ว…แท้นอ” (คัดลอกจากบทการแสดง ปรับบางคำให้เป็นภาษากลาง)
นับจากนั้นเป็นต้นมาพระพญานาคีได้ปวารณาตนเป็นข้าช่วงใช้พระโพธิสัตว์ไปทุกๆ ชาติ แต่ความแห้งแล้งยังคงอยู่กับเหล่ามวลมนุษย์ พระโพธิสัตว์คันคากจึงได้วางแผนบุกสวรรค์ โดยให้พญาปลวกก่อจอมปลวกสู่เมืองสวรรค์ พญาแมงงอด แมงเงาเจ้าแห่งพิษ (แมงป่องช้าง) ให้จำแลงเกาะติดเสื้อผ้าพญาแถน พญานาคีให้จำแลงเป็นตะขาบน้อยซ่อนอยู่ในเกือกพญาแถน เมื่อองค์พระโพธิสัตว์คันคากให้สัญญาณจึงได้กัดต่อยปล่อยพิษ
พญาแถนพ่าย…ร้องบอกให้พระโพธิสัตว์คันคากปล่อยตนเสีย แต่พระโพธิสัตว์คันคากกลับบอกว่าขอเพียงพญาแถนผู้เป็นใหญ่ให้พรสามประการ ก็จะมิทำประการใด
หนึ่ง…ให้ฝนตกลงมาตามฤดูกาล เหล่ามวลมนุษย์จะจุดบั้งไฟบวงสรวงพญาแถน
สอง…แม้ว่าฝนตกลงมาดั่งใจมาดแล้ว ให้ในทุ่งนามีเสียงกบเขียดร้อง
สาม…เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวขึ้นเล้า (ยุ้งข้าว) ตัวข้าพญาคันคากจะส่งเสียงว่าวสนูให้พ่อฟังเป็นสัญญาณว่า ปีนั้นข้าวอุดมสมบูรณ์
พญาแถนได้ฟังคำขอพรสามประการ(ความจริงแล้วสำหรับความคิดผมเองเป็นการขอประการเดียว และมีการบวงสรวงบูชา พญาแถนคงเห็นว่าคุ้ม) จึงได้ให้พรตามปรารถนา นับเนื่องจากนั้นมากลางเดือนหกของทุกๆ ปี ชาวอีสานจะร่วมกันทำบั้งไฟแห่ไปรอบๆ หมู่บ้านแล้วจุดบูชาพญาแถน
ครั้งเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ พระองค์ได้เสด็จเผยแพร่ศาสนาไปทั่วชมพูทวีป พญานาคีผู้เฝ้าติดตามเรื่องราวพระองค์ บังเกิดความเลื่อมใสและศรัทธายิ่งนัก รู้ด้วยญาณว่าพระองค์คือพญาคันคากมาจุติ จึงจำแลงกายเป็นบุรุษขอบวชเป็นสาวก ตั้งใจปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธองค์
ค่ำคืนหนึ่งพญานาคีเผลอหลับไหลคืนร่างเดิม ทำให้เหล่าภิกษุที่ร่วมบำเพ็ญเพียรทั้งหลายตื่นตระหนก ครั้งเมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบเรื่องจึงขอให้พญานาคีลาสิกขา เนื่องจากนาคเป็นเดรัจฉานจะบวชเป็นภิกษุมิได้
พญานาคียอมตามคำขอพระพุทธองค์ แต่ขอว่ากุลบุตรทั้งหลายทั้งปวงที่จะบวชในพระพุทธศาสนาให้เรียกขานว่า “นาคี” เพื่อเป็นศักดิ์ศรีของพญานาคก่อนแล้วค่อยเข้าโบสถ์ จากนั้นเป็นต้นมาจึงได้เรียกขานกุลบุตรทั้งหลายที่จะบวชว่า “พ่อนาค”
ต่อมาเมื่อครั้งพระพุทธองค์ได้เสด็จไปแสดงธรรมและจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อโปรดพุทธมารดาและเหล่าเทวดา กระทั่งครบกำหนดวันออกพรรษา พญานาคี นาคเทวี พร้อมทั้งเหล่าบริวารจัดทำเครื่องบูชาและพ่นบั้งไฟถวาย ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
นับเนื่องจากนั้น ทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 จึงได้มีปรากฏการณ์ประหลาดลูกไฟสีแดงพวยพุ่งขึ้นจากลำน้ำโขงสู่ท้องฟ้า ปรากฏมาให้เห็นตราบเท่าทุกวันนี้ ทุกคนเรียกขานว่า “บั้งไฟพญานาค”

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:40 น.] #776008 (19/163)
อ่าน..จนตาลายไปหมดแล้วครับ...

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:41 น.] #776011 (20/163)
อืมม...

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:42 น.] #776015 (21/163)
กราบขอขอบคุณครับ คุณพี่ kukai เตรียมข้อมูลไว้ตั้งแต่รู้ว่าจะได้จัดรายการ ไว้เลยครับ
อยากให้พี่ๆชาว G-pra ได้รับข้อมูลที่เป็นเรื่องราว ต้นสายปลายเหตุ เรียงลำดับในการนำเสนอ
จะได้ไม่งง ไงครับผม

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:43 น.] #776016 (22/163)
พี่ครับ.....

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:44 น.] #776017 (23/163)
แล้วถ้าผมจะขับรถไปเที่ยวน่ะครับ

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:44 น.] #776018 (24/163)
ไปเส้นทางไหนครับ

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:45 น.] #776020 (25/163)
เริ่มจากจันทบุรีเลยครับ

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:45 น.] #776021 (26/163)
อยากพาพ่อ..แม่ไปดูสักครั้งหนึ่งครับ

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:46 น.] #776022 (27/163)
ไกลมั้ยครับ

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:46 น.] #776024 (28/163)
ระยะทางกี่กิโลเมตรครับ

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:46 น.] #776025 (29/163)
โดยคุณ kukai (118.172.240.*) [8 Aug 2009 00:40] #776008 (19/21)

อ่าน..จนตาลายไปหมดแล้วครับ...

งั้นพักกันไปฟังเพลงนี้กัน พญานาค Laos ชมคลิปกันก่อน

http://www.youtube.com/watch?v=QW7tH7uc-M4

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:47 น.] #776026 (30/163)
ที่พักจะเต็มมั้ยครับ..ช่วงเทศกาล.......น่ะครับ

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:50 น.] #776027 (31/163)
เรียนคุณพี่ kukai ระยะทางจากจันทบุรี ถึง หนองคาย ระยะทางโดยประมาณ 860กิโลเมตร ครับผม

โดยคุณ nat-36 (213)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:50 น.] #776028 (32/163)


(D)

โดยคุณ nanacake (294)(3)   [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:52 น.] #776031 (33/163)
เคยไปดูตอนหนังดังใหม่ๆ รถติดมากต้องฟังวิทยุท้องถิ่นคอยบอกทางลัด และค่าที่พักจะแพงกว่าปกติด้วย....

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:54 น.] #776033 (34/163)
โดยคุณ kukai (118.172.240.*) [8 Aug 2009 00:47] #776026 (30/32)

ที่พักจะเต็มมั้ยครับ..ช่วงเทศกาล.......น่ะครับ

เรื่องนี้ถ้าหากว่างแผ่นที่จะมา ก็จองที่พักล่วงหน้าก่อนไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนครับผม
แต่ถ้าอยากจะแบบลูกทุ่งๆแบบผมละก็ สถานที่เกิดปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค
ที่เกิดที่วัดไทย อำเภอโพพิสัย นั้นผมกราบเรียนถามและขออนุญาติทางเจ้าอาวาส
พระครูบุญกว้างได้เรียบร้อยแล้วครับ ผมขอจองศาลาได้ตอนรับพี่ที่จะมาชมบั้งไฟพญานาค
ในแบบลูกทุ่ง ลุยๆได้เรียบร้อยแล้วครับ และท่านก็ยินดีต้อนรับทุกท่านครับผม

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:55 น.] #776034 (35/163)
ขอบคุณครับ...เตรียมข้อมูลไว้ก่อนน่ะครับ

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 00:57 น.] #776035 (36/163)
โดยคุณ nanacake (222.123.175.*) [8 Aug 2009 00:52] #776031 (33/34)

เคยไปดูตอนหนังดังใหม่ๆ รถติดมากต้องฟังวิทยุท้องถิ่นคอยบอกทางลัด และค่าที่พักจะแพงกว่าปกติด้วย....


ตอนนี้ทางจังหวัดได้ตัดถนนจาก 2เลน เป็น 4เลนเรียบร้อยแล้วครับ
เดินทางสะดวกรถไม่ติดเหมือนก่อนแล้วครับ ส่วนเรื่องที่พักนั้น
หากชอบสนุกแบบลุยๆลูกทุ่งๆ ชาวบ้านคุ้มวัดไทยยินดีต้อนรับครับผม

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:00 น.] #776038 (37/163)
ความเชื่อ สิ่งที่เล่าสืบต่อกันมา
ใต้เมืองโพนพิสัย
ลักษณะของอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหัวเมืองจะมีลำห้วยหลวงไหลออกมา เรียกว่า ปากห้วยหลวง ตรงข้ามกับอำเภอโพนพิสัย คือ บ้านโดน ที่ขึ้นกับเมืองปากงึม ทุกวันนี้มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับเมืองบาดาลที่เชื่อว่าอยู่ใต้อำเภอโพนพิสัย ว่า ในหน้าแล้งจะมีหาดทรายขึ้นกลางแม่น้ำโขง แต่บริเวณอำเภอโพนพิสัยหาดทรายนี้จะขึ้นอยู่ฝั่งลาว บริเวณบ้านโดน วันหนึ่งในหน้าแล้งตอนเที่ยงวัน ได้มีหญิงสาวชาวบ้านโดนคนหนึ่ง ได้ลงมาตักเพื่อไปดื่ม โดยมีกระป๋องน้ำ (หาบครุ) ลงมาที่หาดทราย เพราะบริเวณนั้นมีน้ำออกบ่อ (น้ำริน) เมื่อลงมาแล้วได้หายไป ชาวบ้านลงมาเห็นแต่กระป๋องน้ำ (หาบครุ) พ่อ แม่ ต่างก็ตามหากันแต่ไม่พบ จนครบ 7 วัน เมื่อไม่เห็นลูกสาว และคิดว่าลูกสาวคงจมน้ำตายแล้ว จึงได้พร้อมกับญาติพี่น้อง ชาวบ้านจัดทำบุญอุทิศให้ ในตอนกลางคืนก็มีหมอลำสมโภช จนเวลาต่อมาเวลาประมาณเที่ยงคืน ลูกสาวคนที่เข้าใจว่าจมน้ำตาย ก็ปรากฎตัวขึ้นที่บ้าน ขณะที่ชาวบ้านกำลังฟังหมอลำกันอยู่ ทำให้ญาติพี่น้องแตกตื่นกันเป็นอย่างมาก บางคนก็วิ่งหนีเพราะคิดว่าเจอผีหลอกเข้า สุดท้ายลูกสาวจึงได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง หลังจากที่ตั้งสติได้ และแล้วญาติพี่น้องก็เข่ามาร่วมวงนั่งฟัง หญิงสาวเล่าให้ทุกคนฟังว่า

"วันนั้นอากาศร้อนมาก น้ำดื่มหมดโอ่ง เมื่อลงไปเพื่อจะตักน้ำ เมื่อวางกระป๋องน้ำ (หาบครุ) ปรากฎว่าเห็นมีหมู เหมือนกับว่าได้ยกเท้าหน้าเรียกให้เข้าไปหา ตนได้เดินเข้าไปหา แล้วหมูตัวนั้นก็บอกว่าให้หลับตา จะพาลงไปเมืองบาดาล พอหลับตาได้สักครู่ หมูตัวนั้นก็บอกให้ลืมตา เมื่อลืมตาขึ้นปรากฎว่าตนมาอยู่อีกเมืองหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับเมืองมนุษย์ มีดิน มีบ้านเรือนเรียงรายกันอยู่ แต่จะมีแปลกก็ตรงที่ทุกคนจะนุ่งผ้าแดง และมีผ้าพันศรีษะเป็นสีแดงเหมือนกัน โดยด้านหน้าจะปล่อยให้ผ้าแดงห้อยลงเหมือนกับหัวงู เมื่อเดินตามชายคนนั้น (กลับร่างหมู กลายเป็นคน) ก็มีชาวบ้านถามกันว่า นำมนุษย์ลงมาทำไม (เพราะกลิ่นมนุษย์ต่างกับเมืองบาดาล) ชายคนนั้นก็บอกว่าพามาเที่ยวดูเมือง ได้เดินไปเรื่อย ๆ เมื่อแหงนหน้ามองดูท้องฟ้ากลับปรากฎว่าเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ เหมือนสีขุ่น ๆ ของน้ำ ชายคนนั้นได้บอกว่า นี่เป็นเมืองบาดาล และเป็นเมืองหน้าด่าน ส่วนตัวเมืองหลวงนั้นยังอยู่อีกไกล และชาวเมืองจะมีงานสมโภชเมื่อถึงวันออกพรรษาของเมืองมนุษย์ ซึ่งถือว่าตลอด 3 เดือน ที่เข้าพรรษานั้นเหล่าชาวเมืองที่นี่ก็จะจำศีลปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า หลังจากที่เดินชมเมืองอยู่ไม่นาน ชายคนนั้นก็ได้นำขึ้นมาส่ง โดยการเดินมาทางเดิม ก็เป็นการเดินมาเรื่อย ๆ แต่ได้ขึ้นมายืนอยู่บริเวณหาดทรายเหมือนเดิม แล้วก็ได้ขึ้นมาหาพ่อ แม่ นี้"

โดยคุณ nat-36 (213)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:01 น.] #776039 (38/163)
น่าสนุกนะครับ แต่ผมกลัว

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:01 น.] #776040 (39/163)
บั้งไฟพญานาค
เหตุที่เชื่อเช่นนั้นเพราะที่นี่มีลูกไฟที่เรียกว่า บั้งไฟพญานาค เกิดขึ้นเช่นกัน แต่แตกต่างจากที่อื่น เพราะที่อื่นลูกไฟที่เกิดขึ้นจะเป็นสีแดงอมชมพู แต่บริเวณแก่งอาฮงนี้จะเป็น ลูกสีเขียว มีคนเคยเห็นลูกไฟที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อหลายปีก่อนว่า ลูกไฟโตเท่าแท้งค์น้ำ สีเขียวสว่างพุ่งขึ้นจากใต้น้ำ ทำให้บริเวณใกล้เคียงสว่างไสวราวกับว่าเป็นเวลากลางวัน ขึ้นสูงประมาณ 20 เมตร และสาเหตุที่เชื่อว่าแก่งอาฮงเป็น เมืองหลวงของเมืองบาดาล ก็เพราะว่า ตลอดแนวแม่น้ำโขงตลอดสาย ตั้งแต่ประเทศจีน ผ่านมาจนถึงจังหวัดหนองคาย แก่งอาฮง ออกสู่ทะเล แก่งอาฮงถือว่าเป็นสะดือทะเล แม่น้ำโขงที่มีความลึกในหน้าแล้ง ที่ชาวประมงใช้เชือกผูกก้อนหินหย่อนลงไป มีความยาววัดได้ 99 วา ของผู้ใหญ่ เพราะตรงนั้นจะเป็นแอ่งที่มองเห็นด้วยตามนุษย์ บริเวณด้านหลังศาลาวัดอาฮง และยังมีความลึกลับกว่านั้นอีกว่า บริเวณสะดือแม่น้ำโขงดังกล่าวยังเป็นถ้ำใต้น้ำทะลุไปออกที่ ภูงู ฝั่งตรงข้ามที่ประเทศลาวอีกด้วย


บริเวณแก่งอาฮง ตรงที่เป็นสะดือแม่น้ำโขง ภูเขาที่ด้านหลังคือภูงูที่มีถ้ำทะลุถึง

แก่งอาฮง...บริเวณดังกล่าวเมื่อวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ บรรดาวิญญาณทั้งหลายก็จะมารวมกันที่นี่ ส่วนจะมารวมกันเพื่ออะไรนั้นยากที่จะบอกได้ แต่ที่แน่ ๆ บรรดาวิญญาณทั้งหลายจะมารวมกัน แต่หากผู้ใดมีจิตใจเข้มแข็ง เข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ ไม่วอกแวก ก็จะได้ยินเสียงโหยหวน บ้างก็มีเสียงปี่ เสียงกลอง เหมือนกับคนกระทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง แต่หากคิดอีกทางหนึ่งก็เพราะว่าบริเวณแก่งอาฮงนี้ หากมีคนตายไหลตามน้ำมาก็จะติดอยู่แก่งนี้ เมื่อก่อนหากมีคนตายในแม่น้ำโขง ก็จะมาโผล่ที่นี่ติดอยู่ตามเกาะ แก่งที่มีอยู่มากมายในหน้าแล้ง แม้แต่หน้าฝนที่นี่ก็จะมีคลื่น เนื่องจากกระแสน้ำกระทบเข้ากับแก่งหิน จึงเป็นที่รวมวิญญาณต่าง ๆ ก็เป็นไปได้
เทพเจ้าทางน้ำ...สิ่งหนึ่งที่ปรากฏให้เห็นตามริมแม่น้ำโขงในเขตจังหวัดหนองคาย จากตัวจังหวัดลงไปถึงอำเภอบึงกาฬ ซึ่งสิ่งนี้คือ หอเจ้าแม่สองนาง ซึ่งจะมีอยู่ที่วัดหายโศก อ.เมืองหนองคาย เรื่อยไปที่ อ.โพนพิสัย อยู่ที่ปากห้วยหลวง แก่งอาฮง และที่หน้าโรงพยาบาล อ.บึงกาฬ คำว่า สองนางในที่นี่คือ งู 1 คู่ คือ งู 2 ตัว
สมัยก่อนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง จะใช้การติดต่อกันในทางทำธุรกิจค้าขาย ต้องเดินทางกันทางน้ำ เพราะไม่มีรถยนต์เหมือนทุกวันนี้ ดังนั้นจะต้องใช้เรือล่องผ่านหมู่บ้านต่าง ๆ และหมู่บ้านก็จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะการเดินทางไปมาสะดวกสบาย เพราะฉะนั้นการเดินทางค้าขายจึงต้องมีการทำพิธีบวงสรวง เทพเจ้าทางน้ำ ที่เขาเชื่อและนับถือว่าจะให้ความปลอดภัยในการเดินทาง ในการทำพิธีบวงสรวงก็จะมีเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เหล้าขาว หมากพูล ข้าวดำ ข้าวแดง ก่อนออกเรือก็จะเทเหล้าขาวลงน้ำ เพื่อเป็นการบอกกล่าวว่า การออกเรือครั้งนี้ขอให้มีความปลอดภัย ประสบความสำเร็จในการค้าขายและเดินทาง ก่อนออกเดินทางทุกครั้งชาวลุ่มแม่น้ำโขงจะต้องทำพิธีบวงสรวงให้เกิดโชคลาภทุกครั้ง และการเดินทางทางเรือจะต้องใช้เวลานานเป็นเดือน ๆ ยิ่งตอนกลับทวนน้ำแล้วยิ่งต้องใช้เวลานาน

บ่อยครั้งเหมือนกันที่มีชาวลุ่มน้ำโขงต้องเสียชีวิตลงในระหว่างการเดินทางทางน้ำ แต่นั้นพวกเขาจะเชื่อว่าเป็นการทำผิดต่อเจ้าแม่สองนาง หรือเทพเจ้าทางน้ำ จึงถูกลงโทษ เหตุการณ์เหล่านี้จะถูกเรียกว่า "เงือกกิน" "เงือก" "งู" เป็นสิ่งเดียวกัน "พญานาค" ก็เป็นสิ่งเดียวกัน แต่พญานาคนั้นมีภพที่อยู่อีกมิติหนึ่ง พญานาคจึงสามารถแปลงร่างได้หลายชนิด และแปลงกายเป็นมนุษย์ หรืออะไรก็ได้ สุดแท้แต่จะแปลง เพียงแค่คิดก็แปลงร่างแล้ว ถึงแม้จะแปลงเป็นมนุษย์ได้ แต่การอยู่ก็มีภูมิ หรือภพอยู่ต่างมนุษย์

จึงมีปรากฏการณ์ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ว่ามีคนเห็นงูใหญ่ หรือเห็นคนเดินลงไปในน้ำแล้วหายไปต่อหน้าต่อตา บางครั้งถึงกับมีการแปลงร่างเป็นหนุ่มมาเกี้ยวสาว จนกระทั่งมีการติดพันเกิดความรักระหว่างพญานาคกับมนุษย์ ก็มีอยู่บ่อยครั้ง เรื่องนี้สามารถสอบถามชาวบ้านท่าม่วง ตาลชุมได้ ขึ้นต่อกิ่ง อ.รัตนวาปี จ. หนองคา ย เพราะสมัยก่อนสาว ๆ บ้านท่าม่วง และบ้านตาลชุม จะมีพญานาคแปลงกายเป็นหนุ่ม ๆ ขึ้นมาเกี้ยวพาราสีอยู่เป็นประจำ ถึงขนาดได้ชวนสาว ๆ ลงไปชมเมืองบาดาล แต่หลังจากนั้นอีก 7 วัน สาว ๆ ที่ลงไปก็เกิดอาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตไปในที่สุดก่อนเวลาอันสมควร คือหลังจากขึ้นมาได้ 7 วัน ก็เสียชีวิต

รอยพญานาค
ในแต่ละปีของวันออกพรรษา อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จะเป็นแหล่งนัดพบของบรรดาผู้ที่ต้องการพิสูจน์ความจริงของปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ได้ยินแต่คนอื่นพูดให้ฟังว่า ที่เขต อ.โพนพิสัย นั้นมีลูกไฟที่พุ่งขึ้นมาใต้แม่น้ำโขง เป็นลุกไฟสีแดงอมชมพู ไม่มีเสียง ไม่มีแสง และไม่มีควัน ไม่มีโค้งตกลงมาเหมือนลูกไฟทั่วๆ ไป และลูกไฟที่ว่านี้จะไม่เป็นที่กำหนดว่าจะเกิดขึ้นบริเวณใด จำนวนกี่ลูก และจะขึ้นสูงขนาดไหน ไม่มีกำหนด แต่จะเฉลี่ยแล้วจะขึ้นไม่แน่นอน จุดละ 3-20 ลูก ขึ้นสูงกว่า 100 เมตร ตามจุดต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว ลูกไฟนี้ชาวบ้าน อ.โพนพิสัย ตั้งแต่สมัยผู้เฒ่าผู้แก่ เรียกว่า "บั้งไฟพญานาค" เพราะเป็นที่เชื่อว่าจะเป็นบั้งไฟที่พญานาคจุดขึ้นมา เพื่อเป็นพุทธบูชาต่อพระพุทธเจ้า ที่เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากที่ไปโปรดพระมารดา เป็นเวลา 3 เดือน จึงมีทั้งเมืองมนุษย์ สวรรค์ และเมืองบาดาล ที่ต่างก็สาธุการจัดงานสมโภช ที่ประเพณีไทยทำมาก็คือ การตักบาตรเทโวในวันออกพรรษา

หลังจากเหตุการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ผ่านไปแล้ว ก็เหลือแต่ความทรงจำ และความประทับใจสำหรับผู้ที่มาพิสูจน์ความจริงว่า ลูกไฟนั้นคืออะไร หลายคนก็ต้องนำกลับไปคิด ไปวิเคราะห์ เนื่องจากสิ่งที่เห็นมากับตานั้นเป็นอะไรกันแน่ พอผ่านไปได้อีก 7 วัน หลังออกพรรษา ชาวโพนพิสัยก็จะจัดงานแข่งเรือยาวประจำปี เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้ 2536 มีสิ่งที่ประหลาดเกิดขึ้นบนหน้ารถยนต์ของสองสามีภรรยา ที่นำผลไม้ไปขายในวันแข่งเรือ โดยนำรถยนต์โตโยต้า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ป.8380 อุดรธานี จอดไว้บริเวณหน้าวัดไทย เพื่อขายส้มในงาน สองสามีภรรยา ชื่อ นายลี และนางอารีย์ ไม่ทราบนามสกุล เป็นคนจังหวัดอุดรธานี พอตกกลางคืน หลังจากขายส้มแล้วก็นอนพักเอาแรงเพื่อจะได้ขายในวันต่อมา พอตกกลางคืน นางอารีย์ก็ฝันว่า มีชายสองคน นุ่งห่มผ้าขาว โพกหัวด้วยผ้าขาว ผูกด้านหน้าเป็นกระจุกเหมือนหัวพญานาค ขึ้นมาขอกินส้ม แต่นางไม่ให้กิน พอคืนที่สองมาก็ฝันเห็นเรือยาวลำหนึ่งจอดขวางอยู่กลางลานวัด (จอดบนบก) และได้ยินเสียงชายคนเดิมมาขอกินส้มอีก แต่นางก็ไม่พูดอะไร พอตื่นเช้ามาก็เล่าเรื่องฝันให้ชาวบ้านฟัง คนแก่ก็เลยบอกให้สองสามีภรรยา จัดขันดอกไม้ ธูปเทียน เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตนเอง พอคืนต่อมาอีก ก็ฝันเห็นชายดังกล่าวมาขอส้มอีก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรแล้ว เพราะฝันเห็นมา 3 วัน หลังจากตื่นขึ้นตอนเช้าก็จะมาขายส้มต่อ ก่อนนอนสองสามีภรรยา ได้นำผ้าคลุมรถเอาไว้ก่อนนอน ก่อนขายส้มตอนเช้าจึงได้เปิดผ้าคลุมรถออก นำส้มมาวางขาย แต่เช้าของคืนที่ 3 ก็ต้องตกใจ เมื่อเปิดผ้าคลุมรถยนต์เพราะในความรู้สึกบอกว่ามีอะไรบางอย่างขดอยู่หน้ารถในความรู้สึกว่ามีจริง จนสุดท้ายจึงตัดสินใจเดินมาเปิดผ้าคลุมรถยนต์ออก แต่ก็ต้องแปลกใจอีกครั้งที่เห็น รอยประหลาดเหมือนกับรอยตะขาบขนาดใหญ่ เป็นรอยนูนและยังเปียก เป็นดินโคลนสีแดง ตรวจดูตามข้างรถยนต์ ก็ไม่มีรอยปีนขึ้น-ลง มีเฉพาะนอนขดอยู่หน้ารถมีรูปร่างเหมือนตะขาบ มีเกล็ด มีขา เป็นรอยมันใส ดู ๆ แล้วเป็นดินที่ไม่เหมือนกับดินในหนองน้ำ หรือโคลนบนบก เพราะดมดูก็ไม่มีกลิ่นเหมือนโคลนทั่ว ๆ ไป นางอารีย์ตกใจมาก เพราะกลัวว่าจะเป็นลางบอกเหตุที่ไม่ดีกับตน เมื่อชาวบ้านทราบเรื่องเข้าก็มามุงดูกันใหญ่ ด้วยความตกใจ ต่อมาจึงมีคนมาแนะนำให้ไปเข้าทรงดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้เข้าทรงก็ทราบว่า โดยการเชิญดวงวิญญาณของหลวงพ่อใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ในอุโบสถวัดไทย และหลวงพ่อใหญ่นี้สามารถที่จะติดต่อกับเมืองพญานาค หลังจากที่เข้าทรงทราบว่า รอยดังกล่าวเป็นรอยของพญานาคจริง ที่แปลงร่างขึ้นมาปรึกษากับหลวงพ่อใหญ่ในการที่จะบำรุงรักษาวัดให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป เพราะสภาพปัจจุบันนี้ขาดการดูแล และพญานาคที่ขึ้นมานั้นก็เป็นพญานาคระดับหัวเมือง ที่มาเพื่อที่จะแสดงให้เหล่ามนุษย์รู้ว่าเมืองบาดาล และพญานาคนั้นมีจริงและบังเอิญขึ้นมาพบกับนายลี ซึ่งในชาติก่อน นายลีเป็นลูกชายของพญานาค ที่เมืองบาดาล เมื่อมาพบจึงเกิดความดีใจ พร้อมกับได้ขอกินส้ม และประกอบกับความดีใจจึงได้กระโดดขึ้นบนหน้ารถยนต์แล้วประทับรอยเอาไว้ ได้ขึ้นมาตอนเที่ยงคืน มาทั้งหมด 7 คน อีก 6 คนไม่แสดงตัวให้เห็น ส่วนสองสามีภรรยา ที่ไปขายส้ม ก็ไม่เคยไปที่ อ.โพนพิสัย มาก่อน

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:03 น.] #776042 (40/163)
โดยคุณ nat-36 (112.142.146.*) [8 Aug 2009 01:01] #776039 (38/39)

น่าสนุกนะครับ แต่ผมกลัว

รับลองว่าถ้าหากคุณพี่ได้มีโอกาสได้มาชมแล้ว ปีต่อๆมาจะเหมือนมีมนต์
จะทำให้ต้องกลับมาชมทุกๆปี ชาวบ้านที่เป้นกันเอง สิ่งที่เหนือความคาดหมาย บั้งไฟพญานาค

โดยคุณ middleway (0)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:03 น.] #776043 (41/163)
สวัสดีค่ะ คุณ ลูกพระใส
เคยไปหนองคายแล้วเหมือนกันค่ะ
ไปเที่ยววัดโพธิ์ชัย กราบหลวงพ่อพระใส แวะ พระปรางค์แก้วกู่
แล้วก็ แหนมเนือง อาหารเวียดนามข้างแม่น้ำโขงก็อร่อยมากค่ะ คนเยอะแต่ก็บริการเร็วดีค่ะ

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:04 น.] #776044 (42/163)
วังนาคินทร์คำชะโนด หรืออีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกคือ เมืองชะโนด อยู่ระหว่าง ต.วังทอง และ ต.บ้านม่วง และ ต.จันทร์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี


วังนาคินทร์ คำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี (ที่เกิดตำนานเปรตอาจารย์กู้)

ตามตำนานกล่าวว่า เมืองชะโนด มี เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธ เป็นใหญ่ ครองเมืองหนองกระแสครึ่งหนึ่ง มีบริวาร 5,000 ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของ สุวรรณนาค และมีบริวาร 5,000 เช่นกัน ทั้งสองฝ่ายอยู่ด้วยกันด้วยความรัก สามัคคี มีอะไรก็แบ่งกันกินเป็นเช่นนี้ตลอดมา จนอยู่มาวันหนึ่ง สุวรรณนาค พาบริวารออกไปล่าเนื้อหาอาหาร ได้ช้างมาเป็นอาหาร จึงได้แบ่งให้ สุทโธนาค ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับนำขนช้างไปให้ดูเพื่อเป็นหลักฐาน ต่างฝ่ายต่างก็อิ่มหนำสำราญ และอยู่มาวันหนึ่ง สุวรรณนาค ก็ออกหาอาหารอีก ครั้งนี้ได้เม่นมาเป็นอาหาร จึงได้แบ่งให้สุทโธนาคไปครึ่งหนึ่ง พร้อมกับนำขนไปให้เพื่อเป็นหลักฐานเช่นเคย เม่นตัวนิดเดียวแต่ขนใหญ่ เมื่อแบ่งให้ สุทโธนาค ก็ไม่พอใจ เพราะพิจารณาดูแล้ว ขนาดขนยังใหญ่ขนาดนี้ แล้วตัวคงใหญ่กว่านี้แน่นอน จึงไม่รับเนื้อเม่น พร้อมกับส่งคืน สุวรรณนาค เห็นดังนั้นจึงไปชี้แจงให้ทราบ ขอให้รับไว้เป็นอาหาร และผลสุดท้ายทั้งสองจึงประกาศสงครามกัน สาเหตุที่เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งออกหาอาหาร อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องไม่ต้องออกไป เพราะกลัวว่าบริวารจะปะทะกัน

เมื่อประกาศสงครามกันขึ้น ต่างฝ่ายต่างก็ระดมไพร่พลบริวาร สงครามเกิดขึ้น ไม่มีฝ่ายไหนแพ้ ชนะ พญานาคทั้งสองรบกันอยู่เป็นเวลา 7 ปี ก็ไม่มีใครแพ้ ชนะ เพราะต่างฝ่ายต่างก็หวังครองหนองกระแสเพียงฝ่ายเดียว จนทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่รอบ ๆ หนองกระแสเกิดความเสียหาย เดือดร้อนไปตาม ๆ กัน พื้นโลกสะเทือนเกิดแผ่นดินไหว เทวดาต่างก็เดือดร้อนกันไปด้วยสามภพ ความเดือดร้อนทราบไปถึงพระอินทราธิราชผู้เป็นใหญ่ เทวดาทั้งหลายต่างก็พากันไปร้องทุกข์และเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้พระอินทร์ได้ทราบ ดังนั้นจึงได้หาวิธีให้พญานาคทั้งสองหยุดรบกัน เพื่อความสงบสุขของไตรภพ จึงได้เสด็จลงจากดาวดึงส์มายังเมืองมนุษย์โลก ที่หนองกระแส แล้วตรัสเป็นเทวราชโองการ ว่า "ให้ท่านทั้งสองหยุดรบกันเดี๋ยวนี้" การทำสงครามครั้งนี้ถือว่าเสมอกัน และให้หนองกระแสเป็นเขตปลอดสงคราม และให้พญานาคทั้งสองสร้างแม่น้ำคนละสาย จากหนองกระแส ใครสร้างถึงทะเลก่อนจะได้ปลาบึกไปไว้ในแม่น้ำแห่งนั้น และให้ถือเอาภูเขาพญาไฟเป็นเขตกั้นคนละฝ่าย ใครข้ามไปราวีรุกรานกันขอให้ไฟจากภูเขาไฟไหม้ฝ่ายนั้นเป็นจุลมหาจุล

หลังจากพระอินทร์ตรัสเป็นเทวราชโองการเช่นนั้น สุทโธนาค พร้อมไพร่พลอพยพออกจากหนองกระแสสร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศตะวันออกของหนองกระแส เมื่อถึงตรงไหนเป็นภูเขาก็คดโค้งไปตามภูเขา หรืออาจจะลอดภูเขาบ้างตามความยกง่ายในการสร้าง เพราะสุทโธนาคเป็นคนใจร้อน แม่น้ำนี้เรียกว่า "แม่น้ำโขง" คำว่า โขง มาจากคำว่า โค้ง ได้ถึงทะเลก่อนจจีงได้เป็นผู้ชนะปลาบึกจึงอยู่แม่น่ำโขง ส่วนฝั่งลาวเรียกว่า แม่น้ำของ

ส่วน สุวรรณนาค เมื่อได้รับเทวราชโองการก็พาบริวารไพร่พลออกจากหนองกระแส สร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศใต้ของหนองกระแส สุวรรณนาค เป็นคนตรงพิถีพิถันและยังเป็นผู้มีจิตใจเย็น การสร้างแม่น้ำจึงต้องทำให้ตรง เ แม่น้ำนี้เรียกว่า แม่น้ำน่าน แม่น้ำแห่งนี้จึงเป็นแม่น้ำที่ตรงกว่าแม่น้ำทุกสานในประเทศไทย

การสร้างแม่น้ำแข่งขัน ปรากฏว่า สุทโธนาค สร้างแม่น้ำโขงเสร็จก่อนตามสัญญาของพระอินทร์ สุทโธนาค เป็นผู้ชนะ และปลาบึกจึงต้องไปอยู่แม่น้ำโขงแห่งเดียวในโลก จากนั้น สุทโธนาค สร้างเสร็จ ปลาบึกขึ้นอยู่แม่น้ำโขงและเป็นผู้ชนะตามสัญญาแล้ว จึงได้แผลงฤทธิ์เหาะไปเฝ้าพระอินทร์ ณ ดาวดึงส์ ทูลถามพระอินทร์ว่า "ตัวข้าเป็นชาติเชื้อพญานาค จะอยู่โลกมนุษย์นานเกินไปก็ไม่ได้" จึงได้ขอทางขึ้นลงระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองมนุษย์ เอาไว้ 3 แห่ง พร้อมกับทูลถามว่า "จะให้ครอบครองอยู่ตรงไหนแน่นอน" พระอินทร์ผู้เป็นใหญ่จึงอนุญาตให้มีรูพญานาคเอาไว้ 3 แห่ง คือ ที่ธาตุหลวงนครเวียงจันทน์ ที่หนองคันแท และที่พรหมประกายโลก(คำชะโนด) ธาตุหลวงนครเวียงจันทน์ และหนองคันแท เป็นทางขึ้น-ลงของพญานาคเท่านั้น ส่วนพรหมประกายโลก คือที่พรหมได้กลิ่นไอดิน เมื่อพรหม เทวดา ลงมากินดินจนหมดฤทธิ์ กลายเป็นมนุษย์ แล้วให้สุทโธนาคไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นั่น ซึ่งมีต้น

ชะโนดขึ้นเป็นสัญลักษณ์ (ชะโนดมีลักษณะเหมือนต้นมะพร้าว ต้นหมาก และต้นตาล ผสมกัน) และให้ถือเป็นต้นไม้บรรพกาลให้สุทโธนาค มีลักษณะ 31 วัน ข้างขึ้น 15 วัน ให้สุทโธนาคและบริวารกลายร่างเป็นมนุษย์ เรียกว่า "เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธ" มีวังนาคินทร์คำชะโนดเป็นถิ่น และอีก 15 วันข้างแรม ให้สุทโธนาคและบริวารกลายร่างเป็นนาค และเรียกชื่อว่า "พญานาคราชศรีสุทโธ" ให้อาศัยอยู่เมืองบาดาล

ดังนั้นชาวบ้านม่วง บ้านเมืองไพร บ้านวังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี จึงพบเห็นชาวเมืองชะโนดไปเที่ยวงานบุญประจำปี ทั้งผู้หญิงผู้ชายอยู่หลายครั้ง บางทีจะเห็นผู้หญิงไปยืมฟืม (เครื่องมือทอผ้า) ไปทอผ้าอยู่เป็นประจำ และเมื่อคุยกับชาวบ้านถูกคอกันก็ได้นอนพักที่บ้านชาวบ้าน แต่ขอให้จัดที่นอนให้เป็นใต้ถุนบ้านในพะเนียด (กระเฌอใหญ่) แต่เมื่อชาวบ้านตื่นขึ้นมาดูหญิงสองคนนั้นกลายเป็นงูใหญ่นอนขดอยู่หรือไม่บางครั้งชาวเมืองชะโนด ได้จัดงานบุญประจำปี มีการมาว่าจ้างเอาภาพยนตร์ไปฉายที่เมืองชะโนดก็เคยมี จนหน่วยฉายหนังเร่เมืองอุดรธานี กลัวไปตาม ๆ กัน เรื่องนี้สามารถที่จะสอบถามชาวบ้านในระแวกนั้นได้ถึงเรื่องอัศจรรย์ต่าง ๆ หรือแม้เวลาที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่ที่คำชะโนดกลับยกตัวลอยขึ้นทั้งเกาะ น้ำจะไม่ท่วม เมื่อเวลาน้ำลดก็จะลดลงเหมือนเดิม

โดยคุณ nanacake (294)(3)   [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:05 น.] #776045 (43/163)
ชาวบ้านคุ้มวัดไทยทำแบบไหนครับ เป็มแบบโฮมสเตย์หรือเปล่า....หรือให้พักฟรี

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:07 น.] #776047 (44/163)
โดยคุณ middleway (115.67.71.*) [8 Aug 2009 01:03] #776043 (41/42)

สวัสดีค่ะ คุณ ลูกพระใส
เคยไปหนองคายแล้วเหมือนกันค่ะ
ไปเที่ยววัดโพธิ์ชัย กราบหลวงพ่อพระใส แวะ พระปรางค์แก้วกู่
แล้วก็ แหนมเนือง อาหารเวียดนามข้างแม่น้ำโขงก็อร่อยมากค่ะ คนเยอะแต่ก็บริการเร็วดีค่ะ


ถ้าง้นก็ยิ่งไม่ควรพลาดที่จะมาชม บั้งไฟพญานาค นะครับ
หากมาเที่ยวที่หนองคายอย่าลืมกลับมาอีกนะครับ
ชาวหนองคายยินดีต้อนรับ น้ำใจเป็นกันเองครับผม

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:11 น.] #776049 (45/163)
โดยคุณ nanacake (222.123.175.*) [8 Aug 2009 01:05] #776045 (43/44)

ชาวบ้านคุ้มวัดไทยทำแบบไหนครับ เป็มแบบโฮมสเตย์หรือเปล่า....หรือให้พักฟรี

ตอนนี้ผมได้คุยกับท่านเจ้าอาวาส บุญกว้าง เจ้าอาวาสวัดไทยไว้
เรื่องจะขอที่พักที่ศาลาวัดไทย ท่านยินดีต้อนรับทุกๆท่าน
เที่ยวแบบลูกทุ่งๆ ชมบั้งไฟพญานาค ครับผม ส่วนชาวบ้านก็เป้นกังเอง
ลูกข้าวเหนียว ปั้นข้าวเหนียวบุ้ยตำบักฮุง ฉีกปลาแดกเป็นต่อนๆ น้ำลายไหล

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:13 น.] #776054 (46/163)
คลิป บั้งไฟพญานาค โพนพิสัย หนองคาย
http://www.nurnia.com/nuke/html//modules.php?name=News&file=article&sid=3415
บั้งไฟพญานาค
หรือ บั้งไฟผี เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ยังไม่สามารถหาคำอธิบายที่ ชัดเจนได้ โดยมีลักษณะเป็นลูกไฟสีชมพู ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง

โดยคุณ middleway (0)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:15 น.] #776056 (47/163)
ไปคราวที่แล้ว เมื่อสองปีที่แล้ว ช่วงเดือนตุลา วันหยุดวันปิยะค่ะ
จริงๆข้ามไปเที่ยวลาว แต่ขากลับแวะที่ หนองคาย แว้บเดียว เที่ยวแค่ช่วงเช้าถึง เย็น
แล้วนั่งรถทัวร์กลับค่ะ

ตอนนั้นจำได้ว่า มีงานที่ริมฝั่งโขงด้วย แต่รู้สึกว่าไม่ใช่งานพญานาค

ชอบนะค่ะ รถรับจ้างที่เป็นมอเตอร์ไซต์ต่อท้ายที่นั่ง ก็นั่งสนุกมันส์ดี
นั่งจากวัดโพธิ์ชัย ไป พระปรางค์แก้วกู่ ก็มันส์ ตรงที่จะโดนรถสิบล้อเสยซะก่อนนะค่ะ แต่รอด

ไว้มีโอกาสต้องไปอีกแน่ๆค่ะ ตั้งใจไว้แต่คราวที่แล้ว แล้วค่ะ

โดยคุณ toei89 (625)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:17 น.] #776058 (48/163)
ข้อมูลแน่น..เยี่ยมมากครับ

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:17 น.] #776060 (49/163)
คลิปลูกไฟ บั้งไฟพญานาค

http://www.jeedjard.com/jeedyclub/viewhzG-p-0DayM.html#clip_video

โดยคุณ nanacake (294)(3)   [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:18 น.] #776061 (50/163)
ไหนๆก็คุยเกี่ยวกับพญานาคแล้ว พี่พอมีรูปที่เป็นพญานาคหรือว่าคล้ายๆบ้างไหมอยากดูไม่เอารูปที่ทหารฝรั่งช่วยกันอุ้มน่ะอันนั้นเห็นบ่อย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:19 น.] #776066 (51/163)
บั้งไฟพญานาค51

http://www.jeedjard.com/jeedyclub/viewlO2sVMt35Jo.html#clip_video

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:21 น.] #776067 (52/163)
เคยได้ยินบ้างไหม(บั้งไฟพญานาค)

http://www.jeedjard.com/jeedyclub/viewQNHzwnTPPv8.html#clip_video

โดยคุณ thanaanan (7K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:22 น.] #776068 (53/163)


(D)


สวัสดีวันใหม่ครับ คุณแทน ลูกพระใส พิธีกรรายการประจำวันนี้

สวัสดีเพื่อนๆชมรมคนนอนดึกทุกท่านครับ เริ่มจาก ท่านพี่จิว..คุณkukai...คุณ toei89...คุณ nat-36...คุณ nanacake...คุณ middleway....

เอาโลโก้รายการมาฝากคุณแทนครับ...


โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:25 น.] #776070 (54/163)
โดยคุณ nanacake (222.123.175.*) [8 Aug 2009 01:18] #776061 (50/52)

ไหนๆก็คุยเกี่ยวกับพญานาคแล้ว พี่พอมีรูปที่เป็นพญานาคหรือว่าคล้ายๆบ้างไหมอยากดูไม่เอารูปที่ทหารฝรั่งช่วยกันอุ้มน่ะอันนั้นเห็นบ่อย

ไม่มีเลยครับ มีแต่ปลาที่ว่ากันว่าคล้ายในตำนานพญานาค
หรือสิ่งที่ปรากฎการณ์ต่างๆที่ว่ากันว่าพญานาคเป็นคนทำ

โดยคุณ kukai (1.1K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:26 น.] #776071 (55/163)
สวัสดีครับ

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:27 น.] #776072 (56/163)
โดยคุณ thanaanan (124.120.189.*) [8 Aug 2009 01:22] #776068 (53/54)





(Y)




สวัสดีวันใหม่ครับ คุณแทน ลูกพระใส พิธีกรรายการประจำวันนี้

สวัสดีเพื่อนๆชมรมคนนอนดึกทุกท่านครับ เริ่มจาก ท่านพี่จิว..คุณkukai...คุณ toei89...คุณ nat-36...คุณ nanacake...คุณ middleway....

เอาโลโก้รายการมาฝากคุณแทนครับ...


กราบขอขอบคุณคุณพี่ thanaanan อย่างสูงยิ่งครับผม

โดยคุณ nanacake (294)(3)   [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:31 น.] #776074 (57/163)
ประมาณแบบนั้นครับที่อยากดู ว่าใครถ่ายอะไรไว้ได้บ้างหรือเก็บอะไรได้ที่อ้างว่าเกี่ยวกับพญานาค ไม่ใช่ไม่เชื่อเรื่องพญานาคน่ะเพราะเค้าเชื่อกันมาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าแล้ว...
อย่างเพชรพญานาคอะไรทำนองนี้ครับ

โดยคุณ nat-36 (213)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:37 น.] #776079 (58/163)


(D)
อันนี้ ไว้จุดบั้งไฟพญานาค ขอรับกระผม แก้ง่วงหน่อยแน้

โดยคุณ nat-36 (213)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:41 น.] #776085 (59/163)


(D)
ปลาเขาว่าคล้ายพญานาค

โดยคุณ nat-36 (213)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:42 น.] #776086 (60/163)


(D)

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:45 น.] #776089 (61/163)


(D)


โดยคุณ nanacake (222.123.175.*) [8 Aug 2009 01:31] #776074 (57/58)

ประมาณแบบนั้นครับที่อยากดู ว่าใครถ่ายอะไรไว้ได้บ้างหรือเก็บอะไรได้ที่อ้างว่าเกี่ยวกับพญานาค ไม่ใช่ไม่เชื่อเรื่องพญานาคน่ะเพราะเค้าเชื่อกันมาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าแล้ว...
อย่างเพชรพญานาคอะไรทำนองนี้ครับ

จัดไปครับผม รอยพญานาคที่เชื่อกันว่าขึ้นกระโปงรถ

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:45 น.] #776090 (62/163)
สวัสดีคะ,,, คุณแทน.. พิธีกรประจำวัน


l สวัสดีทุกๆๆๆท่านด้วยนะคะ... คนหนองคายมาช่วยน้องแทนต้อนรับอีกคนคะ

โดยคุณ promlok (6.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:45 น.] #776091 (63/163)
-ข้อมูลแน่นมากๆๆ ขอชม สวัสดียามเช้าครับ อากาศดีมากเลยครับ

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:47 น.] #776092 (64/163)
โดยคุณ nat-36 (112.142.146.*) [8 Aug 2009 01:41] #776085 (59/61)





(Y)
ปลาเขาว่าคล้ายพญานาค

กราบขอขอบคุณครับ จัดช่วยผม ผมยินดีครับผม มือใหม่จากจะยังไม่คล่องเท่าไหร่ครับ
ฝากด้วยนะครับพี่ nat-36 ร่วมด้วยช่วยกัน

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:48 น.] #776093 (65/163)
โดยคุณ ศรารีย์ (222.123.225.*) [8 Aug 2009 01:45] #776090 (62/64)

สวัสดีคะ,,, คุณแทน.. พิธีกรประจำวัน


l สวัสดีทุกๆๆๆท่านด้วยนะคะ... คนหนองคายมาช่วยน้องแทนต้อนรับอีกคนคะ

นึกว่าจะไม่มาแล้วครับพี่ รออยู่เลยครับ
ชาวหนองคายทุกๆท่านรวมทีมครับผม

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:51 น.] #776096 (66/163)
โดยคุณ promlok (202.176.91.*) [8 Aug 2009 01:45] #776091 (63/65)

-ข้อมูลแน่นมากๆๆ ขอชม สวัสดียามเช้าครับ อากาศดีมากเลยครับ

อย่ามัวแต่ชมสิครับพี่ promlok รบกวนให้คำแนะนำด้วยนะครับ
ครั้งแรกมือใหม่ครับผม หากมีข้อผิดพลาด หรือล่าช้า ก็ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ

พี่ๆชาวสองฝั่งโขงเรียนเชิญร่วมจัดรายการร่วมกันนะครับ
มีคนเยอะสนุกดีครับผม

โดยคุณ thanaanan (7K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:51 น.] #776097 (67/163)


(D)


สวัสดีครับ คุณอารีย์ พิธีกรผู้ช่วยประจำวันนี้

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:51 น.] #776098 (68/163)
คอมฯ โดนยึด.... เพิ่งยึดคืนมาได้ชั่วคราวจร้า.... ท่านใดสนใจมาเยี่ยมชม

ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค รบกวนแจ้งล่วงหน้าด้วยนะคะ.....

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:53 น.] #776100 (69/163)
สวัสดีคะ.. ท่าน thanaanan รอฃมแมวสวยๆๆ อยู่นะคะ ไม่ได้ชมมา 2 วัน

แล้วคะ..

โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:54 น.] #776102 (70/163)
เหนื่อยคร๊า .... จะเดือนหนึ่งเต็มๆ ไม่ได้พักเลย แง๊ ๆ

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:55 น.] #776103 (71/163)
สาวฮอตมาแว้วววววว

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 01:56 น.] #776105 (72/163)
โดยคุณ สาวบางโพ (91.9.225.*) [8 Aug 2009 01:54] #776102 (70/70)

เหนื่อยคร๊า .... จะเดือนหนึ่งเต็มๆ ไม่ได้พักเลย แง๊ ๆ

ที่เหนื่อยนิ นับตัง จนเหนื่อยหรือเปล่าครับพี่

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:00 น.] #776109 (73/163)
คลิปวิดีโอ : รอยพญานาค โผล่กรุงเก่า เรื่องจริงผ่านจอ

http://video.mthai.com/player.php?id=6M1238730466M0

โดยคุณ thanaanan (7K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:01 น.] #776110 (74/163)


(D)


เด๋วสายๆจัดให้นะครับคุณอารีย์....แต่ตอนนี้ขอตัวไปพักผ่อน ราตรีสวัสดิ์ครับทุกๆท่าน

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:02 น.] #776111 (75/163)
คลิปวิดีโอ : ตามรอยพญานาค ในบางอ้อ_1

http://video.mthai.com/player.php?id=6M1224834389M0

โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:02 น.] #776112 (76/163)
เงินอ่ะ ผ่านมือจริงคร๊า... เยอะด้วย แต่ไม่ใช่ของของเรา ฮี่ ๆๆ ....


/
/

อย่าแซวหมดแรง ... คิืดถึงเลยแว๊ปมา ฮี่ ๆ

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:03 น.] #776114 (77/163)
ฝันดีครับคุณพี่ thanaanan ราตรีสวัสดิ์ครับผม

โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:04 น.] #776115 (78/163)
งานยังไม่เสร็จเลย ... ต้องขอตัวก่อนนะคะ พี่ปิ๊วววว อาบน้ำยัง?

พี่แทน อย่านอนดึกน๊า ... เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ดีต่อสุขภาพจ้าาา

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:05 น.] #776117 (79/163)
คลิปวิดีโอ : ตามรอยพญานาค ในบางอ้อ_2

http://video.mthai.com/player.php?id=6M1224834385M0

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:07 น.] #776119 (80/163)
เรียกผมซะแก่เลยนะครับ
อย่าหักโหมมากนะครับรักษาสุขภาพด้วยนะครับ
และอย่าลืมรักผมด้วย อิอิอิ (ล้อเล่นนา)

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:07 น.] #776121 (81/163)
ราตรีสวัสดิ์คะ.. ท่าน thanaanan



... อ้าว คนสวยไปซะแล้ว พักผ่อนเยอะๆๆๆเช่นกันน๊า.. ตัวเอง

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:07 น.] #776122 (82/163)
คลิปวิดีโอ : ตามรอยพญานาค ในบางอ้อ_3

http://video.mthai.com/player.php?id=6M1224834333M0

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:09 น.] #776123 (83/163)


(D)
พี่ปิ๊วครับผมมีบุญมาฝาก

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:10 น.] #776124 (84/163)
รับทราบจร้า... ว่าจะไปที่วัดอยู่จร้า....

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:14 น.] #776127 (85/163)
ผมได้ซองจากอาเฮีย มา 10ซองเลยนำพระลงประมูลให้พี่ๆชาว G-pra ร่วมทำบุญกันครับ

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:16 น.] #776128 (86/163)
อนุโมทนาบุญด้วยจ๊ะ... พี่ก็ว่าจะชวนเพื่อนไปดูที่วัดกันอยู่....

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:19 น.] #776129 (87/163)


(D)
ไปทำโรงทาน

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:22 น.] #776131 (88/163)
ขอตัวไปอาบน้ำอีกซักรอบก่อนนะครับ ร้อนมากๆ
และชงน้ำชามานั้งจิบคุยกับพี่ๆกันต่อนะครับ อย่าพึ่งนอนกันก่อนละครับ

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:24 น.] #776132 (89/163)
ขอตัวก่อนนะ.. น้องแทน.. ข้าศึกมาบุกยึดคอมฯ พี่อีกแล้ว... สายๆๆจะแวะเข้ามาใหม่จร้า

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:45 น.] #776139 (90/163)
ฝันดีครับ พี่ปิ๊ว

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:47 น.] #776140 (91/163)
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ด้วยนะครับ

หลวงพ่อระใส รุ่นบารมีพ่อ
ขอเชิญบูชาวัตถุมงคลหลวงพ่อพระใส รุ่นบารมีพ่อ เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างถาวรวัตถุวัดโพธิ์ (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
พระบูชาจำลองและวัตถุมงคลหลวงพ่อพระใส รุ่นบารมีพ่อ
1.พระบูชา 19นิ้ว บูชา 25,000บาท
2.พระบูชา 16นิ้ว บูชา 18,000บาท
3.พระบูชา 9นิ้ว บูชา 4,500บาท
4.พระบูชา 7นิ้ว บูชา 3,000บาท
5.พระบูชา 5นิ้ว บูชา 1,700บาท
6.พระบูชา 3นิ้ว บูชา 1,000บาท
7.ลูกแก้วพระใส บูชา 250บาท
8.เหรียญแช่น้ำมนต์พระใส บูชา 250บาท
9.พระใสยอดธงเนื้อนวโลหะ บูชา 150บาท
10.พระใสยอดธงเนื้อไมครอนใหญ่ บูชา 120บาท
11.พระใสยอดธงเนื้อไมครอนเล็ก บูชา 100บาท
12.กำไลพระใสปั้ม บูชา 100บาท
13.เหรียญต้นตระกูล 7สี 7องค์ บูชา 450บาท
14.น้ำเต้าหลวงพ่อพระใส บูชา 60บาท
15.พระใสไมครอนประดับเพชร บูชา 350บาท
16.เหรียญไมครอนประดับเพชร บูชา 350บาท
17.สร้อย 9 กาสมเด็จแตกลายงา บูชา 250บาท
18.สร้อยแร่อเมไท้เนื้อปรอท บูชา 250บาท
19.พระใสตั้งหน้ารถ บูชา 100บาท
20.พระใสเนื้อผง 3กษัตริย์ บูชา 50บาท
21.ล็อกเก็ตพระใส 7สี บูชา 150บาท
22.พระใสเนื้อผงเล็กเพ้นท์ทอง บูชา 30บาท
23.พระใสเนื้อทองผงบุทอง บูชา 200บาท
24.พระใสเนื้อผงเล็ก บูชา 20บาท
25.เหรียญสามเหลี่ยมไมครอนใหญ่ บูชา 100บาท
26.เหรียญสามเหลี่ยมไมครอนเล็ก บูชา 60บาท
27.เหรียญสามเหลี่ยมนวใหญ่ บูชา 100บาท
28.เหรียญสามเหลี่ยมนวเล็ก บูชา 60บาท
29.เหรียญสามเหลี่ยมลงยาใหญ่ 7สี บูชา 100บาท
30.เหรียญสามเหลี่ยมลงยาเล็ก 7สี บูชา 60บาท
31.เหรียญพระใสสามกษัตริย์ชุดใหญ่ บูชา 250บาท
32.เหรียญพระใสสามกษัตริย์ชุดเล็ก บูชา 150บาท
33.เหรียญสามเหลี่ยมพระใสเนื้อเงินใหญ่ บูชา 350บาท
34.เหรียญสามเหลี่ยมพระใสเนื้อเงินเล็ก บูชา 200บาท
35.เสื้อยันต์พระใส 3สี บูชา 150บาท
36.พระใสปรกใบขาม บูชา 10บาท
พิธีมหาพุทธาภิเษก พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อพระใส รุ่นบารมีพ่อ
กำหนการ
วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พุทธศักราช 2552
เวลา 09.00 น. ลงทะเบียนบวชชีพราหมณ์
เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณร
เวลา 15.19 น. พระเทพวิทยาคม (หวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)
ประธานจุดเทียนชัย, เจ้าคุณเที่ยง วัดระฆัง จุดเทียนพุทธาภิเษก
พลโทวิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 จุดเทียนน้ำมนต์
ประกอบพิธีพุทธาภิเษกโดยพระคณาจารย์ชื่อดัง
เช่น หลวงปู่เจือ, เจ้าคุณธงชัย, เจ้าคุณเที่ยง
หลวงพ่อขาว, หลวงพ่อป่วน, พระอาจารย์ไพรินทร์
หลวงพ่อเจริญ ฯลฯ
วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พุทธศักราช 2552
เวลา 04.19 น. ดับเทียนชัยโดยหลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว
เวลา 04.49 น. เชิญรับ พระใสยอดธง 3 กษัตริย์ ฟรี
เวลา 13.00 น. เปิดให้บูชาวัตถุมงคล
วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
โทรศัพท์. 042-460938, 042-411128
08-1975-3751
08-9571-4973, 08-1954-1627
โทรสาร. 0-4246-1124, 0-4246-0297
0-4246-0475
กรุงเทพฯ สั่งจองได้ที่ : วัดไตรมิตรวิทยาราม
โทรศัพท์. 08-0059-6718 (คุณต่าย)




งานเทศกาลตรุษสงกรานต์อีสานหนองคาย และสมโภชหลวงพ่อพระใส ประจำปี2552
13-17 เมษายน 2552 ณ.วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.หนองคาย
ยิ่งใหญ่มโหฬารสืบสานประเพณีไทย
13 เมษายน 2552 ก้อย สิริชัย
14 เมษายน 2552 แก่นนครบันเทิงศิลป์ / เอิ้นขวัญ วรัญญา
15 เมษายน 2552 จินตหรา พูนลาภ
16 เมษายน 2552 ศิริพร อำไพพงษ์ / พี สะเดิด
17 เมษายน 2552 เสียงอีสาน
ภาพยนตร์จอยักษ์ ทุกคืนโต้รุ้ง ร่วมบำเพ็ญกุศล สะเคราะห็-ตักบาตร108 ถวายสังฆทาน แก้บะแก้บน บูชาดอกไม้ธูปเทียน น้ำอบน้ำหอมรดสรงน้ำหลวงพ่อพระใส

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:49 น.] #776141 (92/163)


(D)
รูปถ่ายเก่าๆของเกจิสายอีสาน

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:51 น.] #776143 (93/163)


(D)


รูปถ่ายเก่าๆของเกจิสายอีสาน

ทั้งสามภาพนี้ถ่ายที่วัดศรีเมือง หนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 02:58 น.] #776144 (94/163)


(D)


หลวงปู่เทศ
วัดหินหมากเป้ง
อำเภอศรีเชียงใหม่
จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:01 น.] #776145 (95/163)


(D)


หลวงปู่เทศ
วัดหินหมากเป้ง
อำเภอศรีเชียงใหม่
จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:02 น.] #776146 (96/163)


(D)


หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:03 น.] #776147 (97/163)


(D)
หลวงปู่ขาว-หลวงปู่จันทร์

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:04 น.] #776148 (98/163)


(D)
หลวงปู่มั่น ,หลวงปู่หลุย , หลวงปู่ขาว , หลวงตามหาบัว

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:05 น.] #776149 (99/163)


(D)
รวม หลวงปู่เหรียญ หลวงปู่เทศ หลวงปู่บัวพา

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:21 น.] #776151 (100/163)


(D)


ต่อไปผมจะถ่ายทอดหนังสือประวัติวัตถุมงคลขององค์หลวงพ่อพระใส
ที่จัดทำเป็นหนังสือ แต่นี้เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นนะครับผม

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:22 น.] #776152 (101/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:23 น.] #776153 (102/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:23 น.] #776154 (103/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:24 น.] #776155 (104/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:24 น.] #776156 (105/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:25 น.] #776157 (106/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:25 น.] #776158 (107/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:26 น.] #776159 (108/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:26 น.] #776160 (109/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:27 น.] #776161 (110/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:27 น.] #776162 (111/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:28 น.] #776163 (112/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:28 น.] #776164 (113/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:29 น.] #776165 (114/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:29 น.] #776166 (115/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:30 น.] #776167 (116/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:31 น.] #776168 (117/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:31 น.] #776169 (118/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:32 น.] #776170 (119/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:32 น.] #776171 (120/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:33 น.] #776172 (121/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:33 น.] #776173 (122/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:34 น.] #776174 (123/163)


(D)


วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:35 น.] #776175 (124/163)


(D)
วัตถุมงคลองค์หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

นี้เป็นเพียงบางส่วนของวัตถุมงคล ขององค์หลวงพ่อพระใส
ยังมีอีกหลายพิมพ์ หายรุ่น ที่ยังไม่ได้จัดลงหนังสือ
เป็นเพียงส่วนที่พบเจอกันบ่อยโดยทั่วไปในสนามพระเครื่อง

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 03:50 น.] #776176 (125/163)
สมควรแก่เวลาแล้วครับผม
พรุ้งนี้เจอกันใหม่นะครับพี่ๆ
ส่วนคืนนี้นอนหลับฝันดีนะครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:18 น.] #776186 (126/163)


(D)


สวัสดีครับ "คุณแทน" พิธีกรวันนี้ และพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกๆ ท่าน ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:20 น.] #776187 (127/163)


(D)
ฟังเพลง "ค่าน้ำนม" http://www.imeem.com/boyzoo/music/SDBq2SP9// กันครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:22 น.] #776188 (128/163)


(D)
วันนี้ในอดีต ครับ

8 สิงหาคม: วันพ่อในไต้หวัน

• พ.ศ. 2329 (ค.ศ. 1786) - ดร.มิเชล กาเบรียล แพกการ์ด และ ชาก บัลมา พิชิตยอดเขามงบล็องบนเทือกเขาแอลป์ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก

• พ.ศ. 2419 (ค.ศ. 1876) - โทมัส เอดิสัน จดสิทธิบัตร เครื่องพิมพ์ปรุไข

• พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) - ภูฏานมีเอกราช

• พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) - สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานคร

• พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) - การลุกฮือ 8888 ในพม่า จากการลุกฮือดังกล่าวทำให้ อองซาน ซูจี เข้าสู่วงการเมืองเป็นครั้งแรก


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:23 น.] #776189 (129/163)


(D)
สุภาษิตและสำนวนไทย ครับ

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

สำนวนนี้ โบราณมักใช้พูดกันมาก หมายถึงการกระทำอะไรสักอย่างที่ไม่เหมาะสมหรือได้สมดุลกัน หรือใช้จ่ายทรัพย์ลงทุนไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เช่นลงทุนเล็กน้อยเพื่อทำงานใหญ่ซึ่งต้องใช้เงินมาก ๆ ย่อมไม่อาจสำเร็จได้ง่าย ต้องสูญทุนไปเปล่า ๆ เปรียบเหมือนตำน้ำพริกเพียงครกเดียว เอาไปละลายในแม่น้ำกว้างใหญ่ เมื่อละลายไปก็จะสูญหายไปหมดสิ้นไปทำให้แม่น้ำเกิดอะไรผิดปกติขึ้น เสียน้ำพริกไปเปล่า ๆ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:28 น.] #776190 (130/163)


(D)


กลศึกสามก๊ก วันนี้เสนอเป็นบทที่ 22 ในกลยุทธ์ติดพัน ครับ

กลยุทธ์ติดพัน

กลยุทธ์ที่ 22 ปิดประตูจับโจร

กลยุทธ์ปิดประตูจับโจร หรือ กวนเหมินจวอเจ๋ย เป็นกลยุทธ์ที่มีความหมายถึงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีความอ่อนแอแลด้วยจำนวนที่น้อยนิด พึงตีโอบล้อมแล้วบุกทำลายเสียให้สิ้นซาก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เป็นภัยต่อไปในภายหลัง คัมภีร์อี้จิ้งกล่าวว่า "ปล่อยมิเป็นคุณซึ่งติดพัน" โดยคำว่า "ปล่อย" หมายความถึงการแตกกระจายออกเป็นกองเล็กกองน้อยของศัตรู พละกำลังย่อมอ่อนเปลี้ย ไร้สมรรถนะ เสียขวัญและกำลังใจในการต่อสู้ คำว่า "ติดพัน" หมายความถึงการติดตามไล่ล่าอย่างไม่ลดละทั้งระยะทางใกล้หรือไกล ซึ่งคำว่า "มิเป็นคุณติดพัน" ก็คือเมื่อแม้นศัตรูจะแตกออกเป็นกองเล็กกองน้อย หากในการทำศึกสงครามแล้วปล่อยให้หลบหนีไปได้ด้วยเหตุอันใดก็ตาม แม้จะเป็นเพียงกองเล็ก ๆ แต่อาจนำภัยหวนย้อนกลับมาสร้างความยุ่งยากได้ในภายหลังจนต้องไล่ติดตามเพื่อทำลายเสีย เช่นนี้มิเป็นประโยชน์ในการทำศึกสงคราม ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ปิดประตูจับโจรไปใช้ได้แก่ลิบองที่วางกลอุบายดักจับกวนอูและกวนเป๋งที่นำกำลังทหารหวนกลับมาตีเกงจิ๋วคืน หลังจากกวนอูพลาดท่าเสียทีให้แก่ซุนกวน


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:29 น.] #776191 (131/163)
"ขอบคุณแฟนเพลง" ยอดรัก สลักใจ ครับ http://aelyodrak.com/admin/music_box.php?id_music=106


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:31 น.] #776192 (132/163)


(D)
ขำๆ ฮาๆ ยามเช้ากันครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:32 น.] #776193 (133/163)
ขออภัย ครับ ลืมโพสต์ ครับ

......เป็นสนิม


คุณแม่ไปเยี่ยมลูกสาวที่แต่งงานออกเรือนไปแล้ว เธอพบลูกสาวเดินเปลือยกายอยู่ในบ้าน

"ทำไมถึงได้โป๊แบบนี้ล่ะ" แม่ถาม

"นี่เป็นชุดของความรักนะแม่" ลูกสาวตอบ

คุณแม่กลับมาถึงบ้านเธอก็เลียนแบบลูกสาวโดยการเปลือยกายรอสามีอยู่ที่โซฟา

สามีกลับมาถึงบ้าน "ทำไมมานั่งแก้ผ้าอยู่แบบนี้ล่ะ" สามีถาม

"นี่ ชั้นกำลังใส่ชุดแห่งความรักอยู่นะ"

"เหรอ"

สามีเหลือบตามอง

"รู้จักรีดเสียมั่งสิ"


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:37 น.] #776194 (134/163)


(D)


ชมการทำขนมครก กับ "ครูหนุ่ย" นำเสนอโดย "น้อง middleway " https://www.g-pra.com/webboard/show.php?Category=general_talktalk&No=146043

อย่าลืมไปตอบคำถามกันน่ะครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:40 น.] #776195 (135/163)


(D)
ขอเชิยร่วมตอบคำถามของพี่ติ่ง สาธุ กันครับ กระทู้ "ตอบมาก่อนนะว่าคิดว่าไง.........." https://www.g-pra.com/webboard/show.php?Category=general_talktalk&No=146017


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:41 น.] #776196 (136/163)
ขอเชิญร่วมทำบุญวัดละหารใหญ่กับครูน้อย ครับ https://www.g-pra.com/webboard/show.php?Category=general_talktalk&No=146013


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:45 น.] #776198 (137/163)


(D)
พบกับท่านอาจารย์วิบูลย์ ทุกๆ เช้ากันน่ะครับ นำเสนอศัพท์ภาษาอังกฤษ "วันละคำ" ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:47 น.] #776199 (138/163)


(D)


ขอบพระคุณครูน้อยที่ส่งกองทัพปลัดขิก หลวงปู่สิน วัดละหารใหญ่ มาให้ ครับ

วันนี้จะนำออกแจกจ่ายเพื่อนๆ ชมรมธรรมะหรรษาทัวร์ ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:50 น.] #776200 (139/163)


(D)


ให้กำลังใจและเอาใจช่วย "ท่านเจ้าแม่โพธิ์ทอง" กับเรื่องราวที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ขอให้สำเร็จด้วยดี ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:53 น.] #776201 (140/163)


(D)
วันนี้วันหยุดสุดสัปดาห์ พักผ่อนสบายๆ กัน ครับ สำหรับผมมีภาระกิจเกือบทั้งวัน กลับมาอีกครั้งค่ำๆ ครับ ส่วนวันพรุ่งนี้ต้องไปราชบุรี "ภาระกิจวันแม่" ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:54 น.] #776204 (141/163)


(D)


ไข่เจียวหมูสับที่อร่อยมาก ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:56 น.] #776205 (142/163)


(D)


วันนี้วันเสาร์ หลวงปู่แย้ม วัดสามง่าม จะทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง "รุ่น รวย รวย รวย" และนำออกให้บูชาในวันอาทิตยืแต่เช้า ท่านใดสนใจให้ไปที่วัดแต่เช้าน่ะครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 05:58 น.] #776207 (143/163)


(D)


อย่าเช่ากุมารทองจากในบริเวณวัดเด็ดขาดน่ะครับ ของแท้อยู่บนกุฏิหลวงปู่ และควรรับจากมือหลวงปู่ ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 06:00 น.] #776208 (144/163)


(D)


บ่ายๆ ต้องไปแบงก์ยูโอบี สาขาโรบินสัน รัชดาภิเษก คงได้ฮา มันส์ กับน้องจิราภรณ์ และน้องแอ้ม ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 06:02 น.] #776210 (145/163)


(D)


พรุ่งนี้วันหยุด ไปราชบุรี ภาระกิจวันแม่ และพักผ่อน แบบสบายๆ ตามใจคุณนายเป๊ปซี่ คงจะดึก ครับ สำหรับวันนี้ต้องขอตัวก่อนครับ ขอบคุณมากๆ ครับ


โดยคุณ pusit (1.7K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 06:04 น.] #776211 (146/163)


(D)


สวัสดียามเช้าครับท่านพิธีกร พี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่านครับ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 06:49 น.] #776227 (147/163)
อรุณสวัสดิ์ครับคุณแทน/ลูกพระใส พิธีกร ให้ความรู้เรื่องหลวงพ่อพระใส ที่ผมศรัทธาเต็มที่เลยครับ ขอบตุณมากครับ ... สวัสดีครับท่านอาจารย์ภูษิต .... ท่านสิทธิโชติ ... และทุกๆท่าน ครับผม

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 07:27 น.] #776251 (148/163)
สวัสดีครับ พิธีกรร่วม ท่านศรารีย์ ครับ ...........

กล่าวกันว่า หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำโขง ก้มีความสัมพันธ์ เกี่ยวกับพญานาคในชาติปางก่อน ด้วยใช่ไหมครับ .... อยากศึกษาเรื่องเหล่านี้ ไว้ประดับความรู้ครับ
คุณแทน และท่านปิ๋ว ที่นับถือ ครับผม

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 07:56 น.] #776273 (149/163)


(D)
สวัสดียามเช้า...ท่านพิธีกร และ พี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ทุก ๆ ท่านจ้า ขอให้สนุกสนานกันเต็มที่ในวันหยุดจ้า...

โดยคุณ เกียรตินิรันดร์ (1)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 08:15 น.] #776303 (150/163)
สวัสดียามเช้าค่ะน้องแทนและทุก ๆ ท่าน

แวะมาทักทายค่ะ คิดถึง คิดถึงค่ะ


โดยคุณ toei89 (625)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 08:59 น.] #776376 (151/163)
สวัสดีตอนเช้าครับทุกท่าน

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 09:30 น.] #776416 (152/163)
สวัสดีครับทุกๆท่าน............
อ่านแล้วอยากไปเที่ยวบ้างจังครับ....................

โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 09:50 น.] #776449 (153/163)

โดยคุณ น้องกระแต (1.8K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 10:02 น.] #776466 (154/163)
........ข้อมูลแน่นปึ้ก!!!!....ได้ความรู้เต็มๆ....

........ขอขอบพระคุณ ท่านพิธีกร "ลูกพระใส" ด้วยครับ........


โดยคุณ โชติอนันต์ (5K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 10:23 น.] #776497 (155/163)
หวััดดีครับ ท่าน พระใสผู้ชายใจบุญ

โดยคุณ ควร_เบญจ (1.5K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 10:37 น.] #776514 (156/163)
สวัสดีครับ ท่านพิธีกรวันนี้ และพี่ๆทุกท่าน วันนี้คุณแทนนำเสนอได้ดีมากเลยครับ

โดยคุณ thanaanan (7K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 11:26 น.] #776597 (157/163)


(D)


สวัสดีรอบสองครับ คุณแทน ลูกพระใส....พิธีกรรายการประจำวันนี้...

สวัสดีครับ ท่าน อ.ภูษิต...ท่านยอดทนาย สิทธิโชติ...ท่านหมอโก้ Korachaa ...อีก 3 พิธีกรหลักประจำรายการ....

สวัสดีครับ ท่าน พี่ๆ...เพื่อนๆ...ขาประจำรายการฯและห้องสนทนาฯทุกๆท่าน...



ต่อด้วยเรื่องแมวๆ (อาจจะไม่ต่อเนื่อง ต้องขออภัยนะครับ)

แมว พม่า........เกิดจากนักผสมพันธุ์สัตว์ที่ชื่อ ดร.โจเซฟ ทอมสัน เขาได้ผสมพันธุ์แมวพม่าตัวเมียกับแมวไทยพันธุ์วิเชียรมาศตัวผู้ และได้ลูกออกมาเป็นหลายๆเฉดสี หนึ่งในนั้นคือ ลูกแมวสีน้ำตาลดำและมันได้ถูกนำมาคัดเป็นต้นกำเนิดลูกแมวพม่าตัวต่อๆมา

ลักษณะสายพันธุ์
สี : น้ำตาลแดงเป็นสีดั้งเดิม ปัจจุบันมีคนผสมพันธุ์ออกมาเป็น 8 เฉดสี
รูปร่างและขนาด : เป็นแมวขนาดกลาง รูปร่างแข็งแรงลำตัวสั้น มีหางยาวปานกลาง หัวเป็นรูปลิ่ม มีกระดูกแก้มสูง จมูกสั้นมีดั่งจมูกชัดเจน ตาด้านบนจะโค้งน้อยกว่าด้านล่าง สีตาเป็นสีเหลืองทอง ใบหูขนาดกลางปลายกลม ขายาวและเรียวเท้าเล็กรูปไข่
ลักษณะนิสัย : ถ้าเทียบกับแมวไทยแล้วแมวพม่าจะไม่ค่อยหนีเที่ยวซุกซนเท่าแมวไทยเรา มันออกจะชอบอยู่กับบ้านและนอนสบายๆ


โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 12:11 น.] #776657 (158/163)
สวัสดีครับพี่ๆชาว G-pra ทุกๆท่าน
วันที่ที่อุดร ตลาดปรีชามีงานนัดพระเครื่องเช็คออกใบรับรอง
แผงเยอะมากครับ (แพงมากๆด้วยครับ) หยิบไม่ไหวเลยครับผม

โดยคุณ kookkai (91)(2)   [ส. 08 ส.ค. 2552 - 13:31 น.] #776752 (159/163)

โดยคุณ phaisan (3.9K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 16:19 น.] #776943 (160/163)
สวัสดียามเย็นครับ....ได้สาระข้อมูลดี...เพียบ

โดยคุณ สีชมพูองค์ตื้อ (403)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 18:39 น.] #777111 (161/163)

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [ส. 08 ส.ค. 2552 - 21:44 น.] #777351 (162/163)
สวัสดีครับพี่ๆทุกๆท่าน...........อิอิอิ..........วันนี้งานยุ่งมากครับ...........อิอิอิ

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [อา. 09 ส.ค. 2552 - 03:40 น.] #777631 (163/163)


(D)


หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ .....แอบ มาปิดรายการให้.จ่ะ.

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM