ร่วมเสนอความคิดเห็น
หัวข้อกระทู้ :
@@คำถามครับ@@
(D)
วัดพะเนียงแตก ชื่อนี้มีที่มาอย่างไรครับ
(ไม่ธรรมดาครับ) ปล.ขออนุญาตหลวงพ่อแล้วครับ
อิอิ
โดยคุณ
กตเวท
(
151
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 06:27 น.]
โดยคุณ
กตเวท
(
151
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 06:42 น.] #813509 (1/15)
วันนี้แถวดอนหวายมีฝนตกมั้ยครับ ท่านใดที่อยู่แถวนั้นช่วยตอบที ขอบพระคุณมากครับ
โดยคุณ
สิทธิโชติ
(
263
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 06:43 น.] #813510 (2/15)
สวัสดียามเช้าครับท่านกตเวท
จัดให้ครับ
วัดพะเนียงแตก ตำบลมาบแค อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ตั้งอยู่เลขที่ 96 หมู่ที่ 4 พื้นที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 44 ไร่ 40 ตารางวาสร้างขึ้นมาราวประมาณ พ.ศ. 2334 เดิมชื่อวัดปทุมคงคา ชื่อนี้เข้าใจว่าหลวงพ่อทาเป็นผู้ตั้งชื่อเพราะอุโบสถหลังเก่าหลวงพ่อทาเป็นผู้สร้าง
แต่เดิมไม่ใช่ชื่อ "วัดพะเนียงแตก" เหตุมาจากที่หลวงพ่อทาชอบเล่นพลุไฟพะเนียง วันหนึ่งในงานเทศกาลประจำปีของวัด ท่านเอามือไปปิดปากพลุไม่ให้พลุออกมาทางปาก จึงระเบิดออกทางด้านข้าง แต่ท่านไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย ที่ทำเช่นนี้ ท่านต้องการให้พวกนักเลงหัวไม้เกรงขาม จะได้ปกครองและอบรมให้เป็นคนดีได้ ซึ่งก็เป็นดังนั้น ในงานเทศกาลประจำปีของวัด ไม่เคยต้องอาศัยตำรวจเลย เพราะไม่มีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นสักครั้งเดียว จนชาวบ้านให้ฉายาว่า "หลวงพ่อพะเนียงแตก" และเรียกชื่อวัดว่า "วัดพะเนียงแตก"
โดยคุณ
BCC-106
(
434
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 07:03 น.] #813533 (3/15)
โอ้โห .... ท่านสิทธิโชติ นี่ ถ้าเปรียบเป็นนักมวย ก็ เป็นมวยซุ่ม เก่งจริงๆ ที่ทราบรายละเอียดอย่างนี้ ผมเองไม่เคยรู้มาก่อน ต้องขอขอบคุณ ทั้งสองท่าน .... ท่านกตเวท เจ้าของกระทู้ ที่ตั้งคำถามดีดี และ ท่านสิทธิโชติ ที่ตอบ .... ผมมีความรู้รอบตัวอีกหนึ่งเรื่องแล้ว ..ขอบคุณมาก ครับผม
โดยคุณ
rewildy
(
4K
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 07:05 น.] #813535 (4/15)
คำว่า "พะเนียง" เป็นภาษาเขมร มีความหมายว่า เพลิง ไฟ ประกายไฟ หรือเปลวเพลิง "วัดพะเนียงแตก" ที่หลวงพ่อทาเคยเป็นเจ้าอาวาส ระหว่างปี พ.ศ. 2435 จึงมีความหมายว่า วัดที่ไฟระเบิดอะไรทำนองนี้ บางครั้งก็สงสัยเหมือนกันว่า พระภิกษุสงฆ์ท่านใดเป็นผู้ตั้งชื่อวัดที่มีความหมายร้อนแรงเช่นนี้ ผู้รู้บางท่านกล่าวว่า เหตุที่ได้ชื่อนี้ เนื่องจากมีพลุแตกในการเล่นพลุในงานประจำปีของวัดในคราวหนึ่งและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า วัดพะเนียงแตก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ว่าความจริงอีกแง่มุมหนึ่งนั้น วัดพะเนียงแตกนี้ เดิมเป็นวัดที่ "หลวงปู่สุข" ท่านสร้างที่ได้ชื่ออย่างนี้ เพราะในสมัยนั้นตำบลมาบแค มีชื่อเดิมว่าตำบลพะเนียงแตก และวัดที่หลวงปู่สุขสร้างเป็นวัดอยู่ในตำบลนี้ เดิมถ้าไม่ใช่ตำบลที่มี "ชาวเขมร" มาอยู่กันมาก ผู้ตั้งชื่อตำบลก็ต้องเป็นคนเขมร คนธรรมดาไม่มีทางรู้เลยว่า พะเนียง แปลว่าอะไร โดยเฉพาะคนไทยและคนจีนหรือคนชาติไหนที่ไม่ใช่เขมร ถ้าความจริงเป็นอย่างนี้อาจจะเป็นเพราะชื่อตำบลเป็นอย่างนี้ พอหลวงปู่สุขสร้างวัดนี้แล้ว อาจจะมีการคิดตั้งชื่อวัดเหมือนกัน แต่โดยสัญชาติญาณและนิสัยคนเราแล้ว ถามว่าจะเรียกเป็นชื่อวัดอะไรดี ก็ต้องตอบว่า "วัดตำบลพะเนียงแตก" หรือ "วัดพะเนียงแตก" อาจสะท้อนว่า สมัยนั้นตำบลนี้มีอยู่เพียงวัดเดียว "พระปิดตามหาอุตม์ของหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม" ที่โด่งดังเหมือนเสียงพลุแตกกลางฟ้าก็เหมือนกัน รูปแบบ "พระปิดตา" ของท่านไม่ว่าจะเป็นพิมพ์เกลอเดี่ยว พิมพ์สามเกลอ พิมพ์ขมวดมวย พิมพ์โต๊ะกัง และอื่น ๆ อีกหลายพิมพ์ ส่วนใหญ่โดยเฉพาะพิมพ์นิยมนั้น สร้างด้วย "เนื้อเมฆพัตร์" ที่เป็นรองลงไปก็มีแบบเนื้อสำริด เนื้อตะกั่ว เนื้อผงคลุกรัก เนื้อดินขุยปู ที่แปลกออกไปยังมีพระสังข์กัจจายน์ เนื้อเมฆพัตร ที่โด่งดังขึ้นชื่อลือชา นอกจากพระปิดตามหาอุตม์พิมพ์นิยมแล้ว เหรียญของท่านก็ติดอันดับแถวหน้าของเหรียญยอดนิยมของวงการนักนิยมสะสมเหรียญทั้ง 2 รุ่นเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง คือ "เหรียญหล่อพระพุทธ รุ่นแรก กับเหรียญหล่อพระพุทธ รุ่นที่ 2" และก็ยังมีเรื่องแปลกอีกเรื่องหนึ่ง ได้แก่ ความเหมือนหรือคล้ายคลึงกันระหว่างพระปิดตามหาอุตม์ หลวงพ่อทับ วัดทอง พิมพ์ยันต์ยุ่ง เข่ากว้างกับพระปิดตา (นะหัวเข่า) พิมพ์ต้อ เจ้าคุณเฒ่า หลวงปู่เอี่ยม วัดหนั่ง ฝั่งธนบุรี แตกต่างกันแค่ฝีมือช่าง โดยรวมแล้ว "พระปิดตามหาอุตม์" ที่มีความหมายว่า พระหัตถ์พระกรที่ปิดทวารมากกว่าหนึ่งคู่และเน้นอักขระเลขยันต์มากกว่าปกตินั้น อาจเป็นเพราะว่าต้องการแสดงเอกลักษณ์ความโดดเด่นของแต่ละสำนักเป็นหลัก และข้อสังเกตุก็คือ ลักษณะมหาอุตม์ทุกสำนัก เป็นแบบเดียวกันกับ "ศิลปะพระปิดตาเขมร" ซึ่งก็มีพระควัมบดีปิดตา พระอุปคุต ปิดตา พระพิฆเณสวร์ ปิดตา และพระกริ่งเขมร ปิดตา อย่างไรก็ตาม พระปิดตารุ่นเก่าหรือรุ่นกลางเก่า กลางใหม่ก็ดี เจ้าสำนักผู้สร้างมักจะมีความสัมพันธ์แบบ "สหธรรมิก" หรือ "สหายธรรม" แทบทุกเจ้าสำนัก ตัวอย่างก็คือ หลวงพ่อทับ วัดทอง ฝั่งธนบุรี เคยสร้างพระปิดตามหาอุตม์ แร่บางไผ่ เพราะหลวงปู่จัน วัดโมลี ผู้สร้างพระปิดตามหาอุตม์ เนื้อแร่บางไผ่ ได้ให้แร่บางไผ่แก่หลวงพ่อทับไว้ แต่ว่าสร้างไว้ไม่มาก เคยเห็นแค่ 2 - 3 พิมพ์ "หลวงปู่ทับ วัดทอง" ท่านมีประวัติอัตโนเป็นสหายธรรมกับ "หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง" ฝั่งธนบุรี ที่กล่าวถึงนัยแห่งความสัมพันธ์ในวงการพระเกจิอาจารย์ และความเหมือนกันในเชิงช่างและท่วงทีทางศิลปะโดยรวมนี้ก็เพื่อให้ผู้อ่านเห็นสอดคล้องกับข้อวินิจฉัยของผู้เขียน ซึ่งได้บันทึกไว้ในบทความเกี่ยวกับพระปิดตาและที่มาหลายชิ้นแล้วว่า "ลักษณะพระปิดตา" ของพระเกจิอาจารย์สำนักต่าง ๆ ทั้งเขตในและนอกสังฆมณฑล กรุงรัตนโกสินทร์ทั้งหมดนั้น มี "จุดกำเนิด" หรือที่มาจากจุดหรือแหล่งเดียวกัน ขอย้ำว่า จุดที่ว่านั้นก็คือ "ศิลปะเขมรยุคมืด" เพราะว่ายุคสูง ๆ แม้แค่สมัยอยุธยาก็ไม่เคยพบ แต่คงเป็นยุคหลังกรุงศรีอยุธยาล่มสลายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ก็ยังหาหลักฐานไม่พบว่า เจ้ากูท่านใด วัดไหนของเขมรเป็นผู้สร้าง ตรงกันข้าม ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีนี้ที่ว่า "พระปิดตาเป็นศิลปะเขมร" นั้น ขอให้ทราบไว้ด้วยว่า นอกจากศิลปกรรมสมัยลพบุรีกับละโว้ - อยุธยา หรืออู่ทอง หลักฐานในการสร้างพระกริ่งเขมร พระปิดตาสารพัดแบบของเขมร พระอุปคตเขมร ล้วนแล้วแต่พบเจ้ากูคนไทย วัดไทยเป็นแหล่งที่สร้างที่มาแทบทั้งสิ้น แต่ก็เป็นที่ต้องสังเกตุด้วยว่า เจ้ากูวัดไทยที่สร้างหรือเข้าใจว่าเป็นผู้สร้างศิลปกรรมเขมรดังกล่าว โดยเฉพาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังมักจะเป็น "พระภิกษุเขมร" หรือมีเชื้อสายเขมร เป็นลูกศิษย์ลูกหาเขมรหรือเป็นสหายธรรมกับพระเขมร หรือมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพระภิกษุเขมรไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง วัดพะเนียงแตกนั้น ได้ชื่อว่าเป็นวัดของตำบลพะเนียงแตก จะได้ชื่อนี้มาเพราะเกิดลูกแตก บ้องไฟแตก บั้งไฟแตก ในงานวัดครั้งใดก็ตาม คำว่า "พะเนียงเป็นภาษาเขมร" ย่อมเกี่ยวข้องกับคนเขมรหรือผู้รู้ภาษาเขมร ตำบลพะเนียงแตกย่อมเกี่ยวข้องกับคนเขมร (อาจมีคนเขมรอยู่มาก) จึงได้ชื่อเช่นนี้ หลวงพ่อทา ก็เช่นกันน่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเขมรมากกว่า แต่ไม่มีหลักฐานอื่นมาสนับสนุนยืนยัน
โดยคุณ
rewildy
(
4K
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 07:05 น.] #813538 (5/15)
ละเอียดแบบสุด สุด ครับผม
โดยคุณ
dokebi_123
(
685
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 07:08 น.] #813540 (6/15)
มาหาความรู้
โดยคุณ
กตเวท
(
151
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 07:46 น.] #813580 (7/15)
ผมได้อ่านในหนังสือมาว่า เกี่ยวกับข้อความอักษรโบราณที่จารึกไว้ที่ระฆัง ที่เขียนว่า
"โตงเตงโตงใต้ ใครคิดได้อยู่ใต้โตงเตง"
โดยคุณ
กตเวท
(
151
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 07:56 น.] #813586 (8/15)
เกียวกันอย่างไรในหนังสือบอกไว้ว่า
หลวงพ่อตีปริศนาข้อความและหยั่งรู้ด้วยญาณ ว่าที่ใต้ระฆังมีทรัพย์สมบัติซ่อนอยู่
เจ้าของทรัพย์ได้มอบให้เทวารักษ์ช่วยรักษา โดยเจ้าของเดิมปราถนาบุญกุศล
หลวงพ่อจึงทำการขุดขึ้นมาสร้างวัด พะเนียงแตก แต่ขุมทรัพย์ก็ยังไม่หมด
ท่านได้ทำการขุดขึ้นมาอีกสร้างวัดได้อีกสองวัด ก็ยังมีอีกเยอะ
เพลาใดถึงวันสำคัญทางพุทธศาสนา ไฟพะเนียงจะอุบัติขึ้น ณ จุดมีขุมทรัพย์นั้น
ไม่ทราบว่าถูกต้องมั้ยครับ ปล ผมเพิ่งซื้อหนังสือมาอ่านเมื่อวานนะครับ
โดยคุณ
kookkai
(
91
)
(
2
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 08:02 น.] #813589 (9/15)
โดยคุณ
กตเวท
(
151
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 08:08 น.] #813603 (10/15)
หนังสือฉบับนี้น่าอ่านมากครับ เขาคัดลอกมาจากหนังสือเก่าที่เขียนไว้ จากการบอกเล่าของหลวงปู่แช่ม อินทโชโต กับหลวงพ่อเต๋ คงทอง ที่เป็นศิษย์เอกของท่าน
โดยคุณ
ควร_เบญจ
(
1.5K
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 10:55 น.] #813797 (11/15)
โดยคุณ
pusit
(
1.7K
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 13:51 น.] #813947 (12/15)
โดยคุณ
somsak-poy
(
662
)
(
2
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 14:27 น.] #813975 (13/15)
โดยคุณ
กตเวท
(
151
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 18:39 น.] #814334 (14/15)
โดยคุณ
bannapong
(
1.2K
)
[ส. 29 ส.ค. 2552 - 23:17 น.] #814777 (15/15)
!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!
www1
Copyright ©G-PRA.COM