ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : เป็นห่วงพี่น้องสามจังหวัดชายแดนใต้

(D)
สวัสดีครับทุกๆท่าน วันนี้ผมขึ้นต้นกระทู้ด้วยเรื่อง "เป็นห่วงพี่น้องสามจังหวัดชายแดนใต้" เพราะว่ามีข่าวคราวในเรื่องที่โจรร้ายได้กระทำการอย่างอุกอาจในหลายพื้นที่ด้วยกัน เป็นการฆ่ารายวัน เท่าที่ติดตามในหน้าหนังสือพิมพ์ และในข่าวโทรทัศน์ เมื่อใหร่ปัญหานี้จะจบเสียทีก็ไม่รู้ รบกวนผู้รู้ตอบหน่อยครับ
ในการใช้ชีวิตประจำวันของพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในแต่ละวันคงจะลำบากมากนะครับ ตั้งแต่เช้าจะไปกรีดยาง จะไปทำมาหากิน ก็ต้องเหลียวหน้า แลหลัง ไม่รู้ว่าคนที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ตามมา หรือคนที่เดินสวนทางมาเป็นโจรใต้หรือเปล่า แล้วอย่างนี้ จะใช้ชีวิตอยู่กันได้อย่างไร
ปัญหานี้เริ่มตั้งแต่มีการปล้นปืน(หรืออาจจะก่อนหน้านี้ แต่ไม่เป็นข่าว) เรื่อยมาจนทุกวันนี้ ตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทย รัฐบาลชุดถอยหลังลงคลองของ คมช รัฐบาลพลังประชาชน จนมาถึงรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่คุยนักคุยหนาว่าปัญหาภาคใต้สามารถแก้ได้ไม่ยาก แต่เอาเข้าจริงๆท่านทำอะไรกันอยู่
ในขณะเดียวกันท่านออก กม.หรือพรบ.ความมั่นคง ในเขตดุสิตที่เสื้อแดงจะไปชุมนุม ท่านเตรียมการรับมืออย่างเต็มที่ แต่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านไม่ทำอะไรเลย ท่านหมดมุขที่จะไปแก้ใข ทหารออกมากำหราบประชาชนที่มาชุมนุมอย่างเข้มแข็ง แต่ที่ภาคใต้ ยุทธวิธีในการต่อสู้ ทหารหาญของไทยตามหลังโจรใต้อยู่หนึ่งก้าว หรือหลายๆก้าวอยู่เสมอ หน่วยข่างกรองของเราทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพ
ผมเคยเห็นข่าวที่พระสงฆ์ออกบิณฑบาตรแล้วถูกลอบสังหาร มันเป็นความรู้สึกที่หดหู่ในหัวใจของชาวพุทธอย่างผม และอีกหลายคนเป็นอย่างมาก ปัญหานี้มันเรื้อรังมานาน จนนานวันเข้าก็ตกผลึกยากที่จะแก้ใขแล้วหรือครับ
ขอเถอะครับท่านนายกฯ และคณะรัฐบาล ท่านเอาเวลาในการแก้ปัญหา และการจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมในกรุงเทพฯ นำไปใช้กับสามจังหวัดชายแดนใต้บ้างครับ ปรับวิธีการ และยุทธวิธี ให้สำเร็จ เพราะผมมีความรู้สึกว่า ที่ผ่านมานี่ใช้ไม่ได้ และที่สำคัญ ใจ ครับ ให้ท่านทุ่มเทแรงกาย แรงใจลงไปให้เต็มที่ ประเทศไทยเสียดินแดนมาเยอะแล้วครับ ผมไม่อยากให้ประเทศไทยต้องเสียดินแดนอีก

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:10 น.]



โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:11 น.] #820099 (1/24)


(D)


ในการชุมนุมของกลุ่มการเมืองต่างขั้วจากท่าน ท่านปราบปรามอย่างเข้มแข็ง

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:12 น.] #820105 (2/24)


(D)
แต่ที่ภาคใต้ มันต่างกันมากครับ ภาพนี้เป็นภาพที่กลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงาน

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:16 น.] #820119 (3/24)
นำบทความนี้มาให้อ่านเล่นๆครับ

สถานการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยที่ประทุต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า ๒ ปี จนบัดนี้ นั้น ในช่วงแรกผู้คนในประเทศไทย ทั้งประเทศ นับแต่ผู้คนระดับประเทศไปจนถึงประชาชนรากหญ้าต่าง "เป็นงง" ว่า ใครเป็น "ผู้ก่อการ" และเกิดสมมติฐานการคาดเดากันไปต่างๆ นาๆ ท่ามกลางรอยเลือดคราบน้ำตาและ "กองกระดูก" ของ ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐทั้งเด็กผู้ใหญ่ผู้หญิงผู้ชาย คนแก่วัยรุ่นวัยหนุ่มสาว วัยฉกรรจ์วัยเรียนวัยทำงาน ทั้งไทยพุทธและไทยมลายูมุสลิมในพื้นที่ทว่าหลังการสังหาร ๒ นาวิกโยธินไทย โดย "ฝีมือ/ฝีเท้า" ใน "วงล้อม" ของ "ผู้ก่อการ" ในคราบ "ชาวบ้าน" ที่หมู่บ้านตันหยงลิมอร์ จังหวัดนราธิวาส ก็ได้เปลี่ยนสถานการณ์ให้ "ประชาชนทั่วไปในประเทศ" สามารถทำความเข้าใจกับสภาพการณ์ของปัญหาใน "บริบท" ของ สามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นและดำเนินมาได้ชัดเจนขึ้นในทางความคิด แม้ในทางปฏิบัติจะยังไม่สามารถสาวถึง "ผู้ก่อการระดับผู้บงการ" หรือ ระบุตัวกลุ่ม "ผู้ก่อการระดับผู้ปฎิบัติการ" อย่างตรงตัวกันจะๆ แบบ "คาหนังคาเขา" ก็ตามที แต่ก็.. เชื่อว่า หากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและ ภาคประชาชน ผนึกกำลังกันทั้งในทางความคิดและในทางปฏิบัติให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ประเทศไทยจะสามารถร่วมกันฟันฝ่า อุปสรรคลุยดับ"ไฟใต้" /"ลุยดับ" เด้อ, บ่แม่น "ลุยดะ"/ ที่กำลังลุกโชนอยู่ที่ปลายด้ามขวานไทยในยุคนี้ไปได้ แม้ไม่ได้โดยง่ายแต่ก็ไม่น่าจะยากจน เหลือบ่ากว่าแรงของ "คุณประเทศไทย" ที่มีอายุยืนนานผ่านร้อนผ่านหนาวทุกรูปแบบมาเป็นเวลากว่าครึ่งค่อนพันปี เพียงแต่ "คนของประเทศไทย" ทุกฝ่ายจะต้อง ทำความเข้าใจ มี คำถาม และ มี คำตอบ ให้แก่ "ตัวเอง" และ "ประชาคม" ใน "สังคมประเทศไทย" ทั้งประเทศในประเด็นดังต่อไปนี้ ดังนี้ประเด็นที่หนึ่ง/-สภาพการณ์ของความขัดแย้งในบริบทของประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศหนึ่งในประชาคมโลก
เท่าที่ติดตามสถานการณ์ "ไฟใต้" ที่เปิดฉากมาด้วย "การปล้นปืน" จากค่ายทหาร ที่ดังระเบิดเทิดเทิงแบบหยามศักดิ์ศรี สมรรถนะของ "กองทัพไทย" เสียจนหน้าแหกแหลกลาญ ตามมาด้วย เหตุการณ์นองเลือดกรือแซะตากใบ การปลิดชีพทหารไทย ๒ นาย ด้วยการปล่อยข่าวลือเรื่องนินจา โดยมีการฆ่าไม่เลือกรายวันแบบท้าทายและหยามน้ำหน้า "อำนาจรัฐไทย" /ซะไม่มี/ ตั้งแต่การรอบยิง ประชิดตัวจ่อยิง กราดยิง ปาดคอฆ่าตัดหัว วางระเบิด ฯลฯ เป็นหนังม้วนเดียวที่ฉายซ้ำซากต่อเนื่อง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จักหยุดจักหย่อนเป็นพื้นหลัง โดยมีแก่นของเรื่องอยู่ที่ว่า "คนมุสลิมที่พูดภาษามลายูถูกอำนาจรัฐไทย กลั่นแกล้งรังแก" ทั้งการถีบลงเขาเผาลงถังแดงกระทั่งการถ่วงทิ้งทะเลสาบสงขลาในอดีตจนมาถึงการอุ้มฆ่าในปัจจุบัน ทั้งนี้จากการเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่ค่อยๆ คลี่คลายขยายตัวและค่อยๆ เปิดเผย "ปัจจัย" อันเป็นเหตุของเหตุการณ์นั้นๆ ก็จะเห็นความพยายามของ "ผู้ก่อการระดับผู้บงการ" ว่า ในช่วงแรกมีความพยายามจะให้เหตุการณ์บานปลายกลายเป็น "สงครามศาสนา" ระหว่าง "คนไทยพุทธ" กับ "คนไทยมุสลิม" ซึ่ง "ผู้ก่อการระดับผู้บงการ" จะสามารถระดมความช่วยเหลือจากมุสลิมทั่วโลกได้ โดยพยายามขยายผลกรณีกรือแซะ ตากใบ ให้ขึ้นสู่ระดับสากล และ พยายามโยงปัญหาสั่งสมอื่นๆ ทางสังคมเศรษฐกิจการเมืองการศึกษาที่ถูกทอดทิ้งมาแต่ครั้งรัฐบาลก่อนๆๆๆและก่อนๆๆ โดยพุ่งตรงไปที่ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ศาสนาและภาษาพูด โดย "ชู" เรื่องราวความเป็นมาที่ "รุกรานรบราฆ่าฟันแย่งชิงกันมาแต่ครั้งประวัติศาสตร์ยุค "พระเจ้าเหา" ให้เป็นปมยุ่งเหยิง ที่รัฐบาลปัจจุบันไม่อาจและไม่สามารถจะ "รับผิดชอบ" และ "แก้ได้" ในระยะสั้น แต่เป็นเรื่องที่ "ผู้ก่อการระดับผู้บงการ" ระดับต่างๆ /ตั้งแต่ระดับ "เซลล์" ในหมู่บ้าน ไปจนถึงแนวร่วมระดับชาติและระดับสากล / สามารถจะนำมาขยายผล ชูเป็นประเด็นขึ้นมาเปิดยุทธการข่าวลือข่าวปล่อย ลดความน่าเชื่อถือของ "รัฐบาล/เจ้าหน้าที่รัฐ" ได้ตลอดอย่างต่อเนื่อง จนสวมรอยและปลุกระดมชาวบ้านให้ลงมือ "รุมสกรัมฆ่า" เจ้าหน้าที่ได้อย่างทารุณ ไม่ว่าจะเป็นกรณีโจรนินจาหรือกรณี ๒ นาวิกโยธินที่ตันหยงมอร์นราธิวาส โดยที่ รัฐ/รัฐบาล-เจ้าหน้าที่-คนไทยทั้งประเทศ ได้แต่พากันนั่งดูตาปริบๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะฟึดฟัดฟาดงวงฟาดงากัน ก่นด่าแช่งชักหักกระดูกสาปส่ง "ผู้ก่อการ" กันตามเวบบอร์ดในโลกอิสเตอร์เนทและตามสื่อต่างๆ กับการต้อง "ทำใจ" /ข่มใจ /มีขันติ/จะตอบโต้อะไรแม้กระทั่ง "คำพูด" ยังไมได้ เดี๋ยวจะ "ก่อความแตกแยก" เข้าทาง "ผู้ก่อการ" จึงได้แต่นั่งดู พวก "ผู้ก่อการระดับปฏิบัติการ" /ซึ่งส่วนมากพูดภาษามลายู?/ มันสอยเจ้าหน้าที่และปลิดชีวิตประชาชน "คนของประเทศไทย" ร่วงแล้วร่วงอีกร่วงลงไปเรื่อยๆ จนบัดนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าหยุด
อย่างไรก็ดี จากการที่สถานการณ์ค่อยๆ คลี่คลายขยายตัวไปเรื่อยๆ สถานการณ์ก็ค่อยๆ เผยให้เห็น "ปัจจัย" อันเป็นเหตุของ เหตุการณ์ซึ่งยังให้ภาพของ "ผู้ก่อการระดับผู้บงการ" ที่มืดมิดอยู่ในเงามืดค่อยชัดเจนให้เห็นเป็นเลาๆ ขึ้นเป็นลำดับ จนอาจจะอนุมาน ได้ว่า ในที่สุด "ผู้ก่อการระดับผู้บงการ" น่าจะเป็นใคร?! ไปได้? โดยดูจาก....
๑/ "ผู้ก่อการระดับผู้ปฎิบัติการ"/ผู้ลงมือกระทำงานรูปธรรม /โดยเฉพาะในเหตุการณ์สำคัญๆ อย่างกรือแซะตากใบ กรณีโจรนินจา และ ล่าสุดคือ กรณี ๒ นาวิกโยธินที่ตันหยงลิมอร์/ ที่มักจะมี "หัวโจก" เป็น "ไอ้โม่ง" อยู่จำนวนหนึ่ง แทรกและหลบอยู่ในฝูงชนคอยชักใยชักนำให้สถานการณ์เข้าไปสู้ "ความรุนแรง" องค์ประกอบของฝูงชน ณ ที่เกิดเหตุ ซึ่งจากปากคำของชาวบ้านตันหยงลิมอร์ ที่ปรากฏเป็นข่าว บอกว่า มีคนมาจากนอกหมู่บ้าน มาจากที่อื่นด้วย ที่บางกลุ่มเขาก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใครมาจากไหน จึงมีทั้งคนในพื้นที่หมู่บ้านละแวกที่เกิดเหตุและที่มาจากที่อื่นหมู่บ้านอื่นหรือกระทั่งจะมาจากนอกประเทศ ๒/ แนวโน้มว่าผลประโยชน์สูงสุดหาก "คุณประเทศไทย" ภายใต้การนำของ คุณทักษิณ เป็นฝ่ายพ่าย จะไปตกอยู่ที่ ใคร/กลุ่มไหน? ตอนต้นๆ ของไฟใต้ยังไม่มีการพุ่งประเด็นไปที่การมีเป้าหมายของการจะ "แบ่งแยกดินแดน" เพียงแต่ประเมินกันว่า เป้าหมายของ "ผู้ก่อการ" จะอยู่ที่ การลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เพื่อโค่นคุณทักษิณ เพื่อการเปลี่ยนแปลงขั้วของรัฐบาล ซึ่งยังคงเป็นการประเมินสถานการณ์ ในกรอบของเรื่องการแย่งชิงผลประโยชน์ภายใน ชนชั้นปกครองไทยด้วยกันเอง ด้วยเพราะนโยบายของรัฐบาลนี้ ตัด "แหล่งทำกิน" ของชนชั้นปกครองที่เคยยึดกุม อำนาจรัฐกลุ่มเก่าๆ /ที่มีผลประโยชน์อิงแอบอยู่กับ "เจ้าพ่อ"/"เจ้าแม่" อิทธิพลท้องถิ่น แต่นโยบายของคุณทักษิณกวาดล้าง อิทธิพลท้องถิ่น แต่จะส่งอิทธิพลจาก "ส่วนกลาง" ไปครอบแบบ "ธุรกิจขายตรง" ตรงๆ โดยเฉพาะพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนพื้นที่ "เจ้าปัญหา" นี้ เต็มไปด้วย อิทธิพลท้องถิ่น/ทั้งการค้าของเถื่อน-ของหนีภาษี-น้ำมันเถื่อน-ค้ายา-ค้าประเวณี/ แต่เมื่อสถานการณ์ ขยายตัวไป จึงเผยให้เห็น "ตัวตน" ที่แท้จริงของสถานการณ์ ว่า มีความพยายยามจะยกระดับสถานการณ์ขึ้นสู่ระดับสากล โดยมี การชี้นำและแทรกแซง มาจาก ภายนอกประเทศ และมี การขานรับประสานเสียงสนับสนุน จากภายในประเทศ ให้เห็น ทิศทางของสถานการณ์ ที่จะนำพาไปสู่การ "แบ่งแยกดินแดน" ! แสดงให้เห็นว่า อุดมการณ์เพื่อ "การแบ่งแยกดินแดน" ยังซ่อนตัวสืบทอดฝังลึกอยู่ในดินแดนปลายด้ามขวานบิ่นๆ รอวันประทุ อยู่ทุกขณะถ้ามี "เงื่อนไข" เหมาะๆจึงประเมินได้ว่า ผลประโยชน์สูงสุดหาก "คุณประเทศไทย" เป็นฝ่ายพ่าย จะไปตกอยู่ที่ ใคร? จะใช่ กลุ่มชน ชั้นปกครอง เชื้อสาย อาณาจักรที่ล่มสลายไปกว่าร้อยปีมาแล้ว หรือไม่? ก็ต้องพิจารณาจาก ปมประวัติศาสตร์ ความเป็นมาเป็นอยู่และเป็นไปของ "คุณประเทศไทย" ในหัวข้อต่อไป๓/ พิจารณาจากปมประวัติศาสตร์ ความเป็นมาและความเป็นไปของ "คุณประเทศไทย" ตั้งแต่ "ยุคพระเจ้าเหา" ในอดีตกาลจนมาจนถึงยุคทักษิณทักษิโณมิกในปัจจุบัน"เฉพาะ" ดินแดนปลายด้ามขวานนั้น ยังคงมี เชื้อสาย ของ กลุ่มชนชั้นปกครอง แห่ง อาณาจักรที่ล่มสลายไปกว่าร้อยปีมาแล้ว ดำรงอยู่ โดยยังคงมีการถ่ายทอดส่งต่อส่งผ่าน "อุดมการณ์" / คือ ต้องเข้าใจว่า "อุดมการณ์" เป็นอะไรที่ รุนแรงทางความคิด-ทางการปฏิบัติ ที่มี ความมุ่งมั่น มุ่งหวัง มุ่งผลสัมฤทธิ์ ในทางปฏิบัติ (commitment) ในระดับสูง โดยเฉพาะในกรณีนี้ ก็คือ สูงถึงระดับยอมตายถวายวิญญาณ / อย่างต่อเนื่อง ไว้เป็นตัวหนังสือเป็นคัมภีร์คำสอนทางศาสนา /เห็นว่าแต่งไว้หลายเล่ม/ แล้วส่งต่อถ่ายทอดโดยอาศัยกลไกเพื่อการสอนศาสนา ที่เรียกว่า "ปอเนาะ" ซึ่งได้สร้างและก่อตั้งวางรากฐานไว้อย่างแน่นหนา ! สำหรับการปลูกฝัง(หัว) ยุวชนเยาวชนไทยมุสลิมที่พูดภาษามลายูรุ่นต่อรุ่น จนตกผลึกลุกขึ้นมา "พลีชีพ/ฆ่าคน" เพื่อฟื้นฟู อาณาจักรที่ล่มสลายไปกว่าร้อยปีมาแล้ว เพื่อการ "แบ่งแยกดินแดน" ในวันนี้!(?) ใน ยุคของทักษิณทักษิโนมิก
จึงประเมินว่า ถ้าไม่มีการแทรกแซงเพื่อยุติสถานการณ์ "ไฟใต้" ให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จในระยะเวลาอันใกล้ โดยปล่อยให้ยืดเยื้อไปเรื่อยๆ จุดจบของ "ไฟใต้" ก็คือ "แบ่งแยกดินแดน"
ทั้งนี้วิเคราะห์ว่า หาก "ไฟใต้" ทำให้อุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนของ "ประชากรที่พูดภาษามลายู" บรรลุผลสัมฤทธิ์ ก็คาดการณ์ต่อไปได้ว่าพื้นที่ต่อไป ก็อาจจะคือ พื้นที่ของ "ประชากรที่พูดภาษาเขมร" /มีข่าวลือว่า มุสลิมเขมรร่วมสังฆกรรมอยู่ในสถานการณ์การฆ่าทารณเพื่อข่มขวัญ "คนไทย" ทั้งประเทศในครั้งนี้ด้วย(?) / ฯลฯ "คุณประเทศไทย" ก็จะแตกจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ แยกย่อยออกเป็นประเทศเล็กประเทศน้อย ซึ่งง่ายต่อการแผ่ "อิทธิพล" ทุกชนิด ทั้งอิทธิพลดีและอิทธิพลชั่ว
ถามว่า กรณีสาม-ห้าจังหวัดภาคใต้ของไทยนี้ แยกไปแล้วประชาชนคนในพื้นที่จะมี "คุณภาพชีวิต" ดีขึ้นหรือไม่? ประชาชนในพื้นที่จะมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้นหรือไม่? ตอบว่า ดูจาก ๑.วิธีการและกระบวนการที่ฆ่าไม่เลือกบนพื้นฐานการบิดเบือนทางศาสนา ๒.องค์ประกอบของประชาชนในพื้นที่-เต็มไปด้วยพวกอิทธิพลท้องถิ่นมืด/ค้าของเถื่อน/ค้ายา/ค้าประเวณี-ฯลฯ/ ๓.การฆ่ามีความรุนแรง/เหี้ยมโหดผิดมนุษมนาและถี่ขึ้นเรื่อยๆ แสดงถึงอิทธิพลของการก่อการร้ายข้ามชาติแบบตาลีบัน ๔.จากการสนับสนุนและได้ "หลังพิง" จากรัฐฝ่ายค้าน/รวมทั้งโดยพรรคฝ่ายค้านของประเทศเพื่อนบ้าน ก็สามารถคาดการณ์ได้ว่า หากแบ่งแยกดินแดนออกไปได้ การปกครองจะมีแนวโน้มเป็น "รัฐอิสลาม"/ แบบทาลีบัน ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่จะไม่ได้อะไรเลย นอกจากกลุ่มชนชั้นปกครองที่กดขี่กว่าเก่าโหดร้ายกว่าเก่า และประชาชนคนในพื้นที่เองจะถูกกดขี่ข่มเหงและถูกปิดหูปิดตาอย่างหนัก (เช่น ทาลีบันในอัฟกานิสถานห้ามผู้หญิงเรียนหนังสือ ทำลายล้างรูปเคารพและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนศาสนาอื่น ฯลฯ)
[รวมทั้งถือเป็นภัยคุกคามทุกประเทศในภูมิภาคแถบนี้ เพราะ "รัฐอิสลาม" ที่เกิดใหม่นี้(ถ้าได้เกิดนะ!) จะเป็นฐานการส่งออก "การก่อการร้าย" เข้าไปในพื้นที่ประเทศไทย (ที่เหลือ!?/โดยอาศัยชุมชนมุสลิมที่กระจายอยู่ทั่วประเทศเป็น "เซลล์" อีกนั่นแหละ!) เพื่อสู้กับอิทธิพลอเมริกาที่ดำรงอยู่ก่อนแล้ว รวมทั้งประเทศอื่นๆ แม้แต่มาเลเซียเองก็เถอะ เตรียมรองรับการแยกตัวของ "รัฐกะลันตัน" ตลอดจนรัฐอื่นๆ ที่ใกล้ชิด รัฐกะลันตันไว้ได้เลย และจะเป็น "ภัยคุกคามอย่างยิ่ง" ต่อ "ผู้คน" ในประเทศไทยอย่างยิ่งยวด]
ถามว่า ทำไม การ "แบ่งแยกดินแดน" เพื่อฟื้นฟู อาณาจักรที่ล่มสลายไปกว่าร้อยปีมาแล้ว จึงประทุขึ้น ในวันนี้! ใน ยุคของทักษิณ ทักษิโนมิก ตอบว่า เพราะมีเงื่อนไขที่สุกงอมด้วยประการทั้งปวงทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก แต่ปัจจัยที่ชี้ขาดคือ ปัจจัยภายนอก ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ทางสากล/สถานการณ์โลก เป็นอันดับแรก เข้าใจสถานการณ์ภูมิภาคเป็นอันดับต่อมา แล้วจึงจะเข้า สถานการณ์ของประเทศได้อย่างถ่องแท้ สถานการณ์ทั่งทั้งโลกมีผลต่อสถานการณ์ภูมิภาคเป็น "ปัจจัยภายนอกที่อยู่ในฐานะเป็นฝ่ายกระทำ ต่อประเทศไทย" ในขณะนี้/ตุลาคม 2548/ โดยผนึกกำลังกับ "ปัจจัยภายในประเทศที่ไม่เป็นคุณ" ดังนี้
ปัจจัยภายนอก คือ สถานการณ์โลกสถานการณ์ทางสากล ต้องเข้าใจว่ากระแสอุดมการณ์ที่ต่อสู้กันในโลกนี้มีกระแสใหญ่หลักๆ อยู่ ๓ กระแสคือ กระแสอุดมการณ์ทุนนิยมอเมริกา/ศาสนาคริสต์ กระแสอุดมการณ์อิสลาม/ศาสนาอิสลาม และ กระแสอุดมการณ์คอมมิวนิสต์/ไม่มีศาสนา ที่ปะทะต่อสู้กันตลอด และทุกกระแสเป้าหมายอยู่ที่การแผ่ขยายอุดมการณ์ของตนเอง ให้ครอบคลุมโลกทั้งใบในที่สุดทั้งสิ้น
โดยประแสที่ "น่าเกลียด/อัปลักษณ์/สามาณย์" ที่สุด คือกระแสทุนนิยมที่จะแปลงทุกสิ่งทุกอย่างเป็น "ทุน"/"สินค้า"/"กำไร"/และ "การบริโภค"
ยุคที่ผ่านมากระแสที่ปะทะต่อสู้กันเป็นด้านหลักของโลก คือ คอมมิวนิสต์กับทุนนิยมอเมริกา ปัจจุบันเมื่อคอมมิวนิสต์ล่มสลาย กลายเป็น พวกเดียวกับทุนนิยมหรือเป็นปฏิปักษ์กันน้อยลงไปในทางการเมืองการทหาร โดยไม่ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย เหมือนก่อน และ ยังร่วมกัน "พัฒนาเศรษฐกิจเทคโนโลยี่/พลังการผลิต" รวมทั้งวัฒนธรรมในการบริโภคให้เป็นแบบทุนนิยม อยู่ในสภาพที่ "ทุนนิยม" กำลังกลืนกิน "โลกคอมมิวนิสต์" สยายปีกโลกธุรกิจแบบทุนนิยมที่มี "การบริโภคสินค้า ที่เกินจำนวนมากจากพลังการผลิตแบบทุนนิยม" เป็น "ท่อส่งน้ำหล่อเลี้ยงสำคัญ" เข้าไปครอบงำแทรกซึมโลก คอมมิวนิสต์ให้กลายพันธุ์เป็น "เนื้อนาบุญ/นาบาป" ส่วนหนึ่งของจักรวรรดิทุนนิยม โดยเฉพาะประเทศจีนผืนแผ่นดินใหญ่ เมื่อบริโภคมากก็ต้องล้างผลาญพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการขับเคลื่อนมาก แต่ด้วยทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อน ทุนนิยมในยุคนี้ ก็คือ น้ำมัน ซึ่งเกือบทั้งหมดในโลกนี้อยู่ในความครอบครองของ โลกมุสลิม
ทุนนิยมอเมริกาจึง นอกจากกำลังผสมพันธุ์กลืนกินและย่อยสลายโลกคอมมิวนิสต์แล้ว ก็ยังจะต้องทำ อย่างนี้กับโลกมุสลิม ด้วยเช่นเดียวกัน อิทธิพลทุนนิยมอเมริกาทำให้โลกมุสลิมแยกออกเป็นสองสายคือ มุสลิมสายกลาง และ มุสลิมสายรุนแรง มุสลิมสายกลาง คือ มุสลิมที่พอจะเข้าและรับได้กับทุนนิยมอเมริกา เป็นมุสลิมที่มีความยืดหยุ่นซึ่ง รับเอาวัฒนธรรมแบบทุนนิยมอเมริกาเข้าไปในวิถีชีวิตในระดับหนึ่ง และบางประเทศยังปราบพวกมุสลิมหัวรุนแรงอย่างเด็ดขาดจนต้องหนีออกนอกประเทศอีกด้วย มุสลิมสายรุนแรง/สายก่อการร้าย จะเป็นอะไรเหมือนว่า พยายามจะดึงโลกให้ย้อนยุคประวัติศาสตร์กลับไปสู่อดีต เมื่อครั้งที่โลก อิสลามดึกดำบรรพ์ เจริญรุ่งเรือง สามารถเผยแพร่ความเชื่อของตนไปได้ครึ่งค่อนโลก ด้วยวิธีล้างผลาญฆ่าฟันผู้คนที่มีความเชื่ออื่นซึ่งในสมัยนั้น ก็คือ ความเชื่อแบบพุทธ/แบบพราหมณ์-ซึ่งเป็น ความเชื่อ ที่เกิดมีมาก่อนความเชื่อแบบอิสลามหรือคริสต์หลายศตวรรษ เป็นความเชื่อแบบมีรูปปั้น มีรูปเคารพ ซึ่งเมื่อพวก มุสลิมดึกดำบรรพ์ ซึ่งจะยึดถือแต่คำสอนในคัมภีร์ของตนเท่านั้น แผ่อิทธิพลเข้ามาได้ ก็จะทำการเข่นฆ่าทำลายล้างทั้งคนที่เป็นพุทธเป็นพราหมณ์ และรูปเคารพ เสียให้อย่างสิ้นทราก แบบที่ไม่ให้เหลืออะไรไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษาได้ว่า เคยมีอารยะธรรมอื่นนอกเหนือ จากอารยะธรรม ของอิสลามมาก่อน และ มุสลิมสายรุนแรงปัจจุบัน ก็กำลังทำเช่นเดียวกับ มุสลิมดึกดำบรรพ์ ในอดีต รูปธรรมย้อนหลังไปใกล้หน่อย ก็อย่างเช่น ที่พวกตาลีบันทำกับรูปเคารพ ของศาสนา พุทธในอัฟกานิสถาน ไกลหน่อยก็ที่พวกมุสลิมมะละกาทำกับอาณาจักร รัฐปัตตานีเมื่อกว่า ร้อยปีมาแล้ว เป็นต้นการแผ่อิทธิพลความเชื่อของตัวเองด้วยการสร้าง อัตตลักษณ์ ที่ยึดติดไม่ยืดหยุ่น ที่ใครจะแตะต้อง เปลี่ยนแปลงแม้แต่นิดเดียวมิได้ โดยจะหยิบยกเอามาอ้างเป็นประเด็น "ก่อความรุนแรงทำลายล้าง" กลุ่มชนความเชื่ออื่นตลอดมา ตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ในอดีตจนถึงยุคปัจจุบัน เช่น การแต่งกายที่เข้มงวด การไม่เคารพรูปเคารพ การที่ผู้หญิงต้องคลุมหน้า ฯลฯ หมายถึง อิสลามดึกดำบรรพ์ / อิสลามสายรุนแรง เข้าไปอยู่ที่ไหน หรือไปเป็นใหญ่ที่ไหน ที่นั่น ก็จะต้องมีแต่อิสลามเท่านั้น! พฤติกรรมเช่นนี้ จึงเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่ร่วมกันของเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ที่หลากหลายความเชื่อโดยตรง แม้แต่ความเชื่อแบบอิสลามเดียวกันแต่ต่างนิกายก็รบราฆ่าฟันกัน
แต่ทุนนิยมอเมริกาที่ในที่สุดแล้วพัฒนาการเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่อย่างสุดๆ แล้ว ก็คือ กลุ่มทุนผูกขาดข้ามโลกข้ามชาติ
ที่ฝ่ามิติขีดจำกัด แห่งรัฐและชาติพันธุ์ ทำให้โลกทั้งโลกกลายเป็น แหล่งผลิต กับ แหล่งระบายผลผลิต เพื่อการบริโภค/การบริการ เท่านั้น ด้วยการจะกลืนกินโลกทั้งโลก โดยมีวัฒนธรรมการบริโภคที่เกินความจำเป็น นำทางด้วยอบายมุข และความชั่วช้าทางศีลธรรมทั้งปวง เช่น วัฒนธรรมการแต่งตัวที่ยั่วตัญหาทางเพศ การค้าประเวณี การพนัน วัฒนธรรมทางเพศที่ต่ำทรามและเหลวแหลก การเสพสุขทางวัตถุ ฯลฯ เพื่อยั่วกิเลสตัญหาให้บริโภค บริโภคและบริโภคและบริโภค.... ซึ่ง เมื่อรุกเข้าไปในโลกมุสลิมเพื่อยึดกุมแหล่งทรัพยากร "น้ำมัน" จึงต้องเจอกับการต่อต้านจากลักษณะ อัตตลักษณ์ของมุสลิมสายรุนแรงอย่างรุนแรง แต่เนื่องจาก "ความด้อยกว่า" ในเทคโนโลยี่และกำลังการสู้รบทุกๆ ด้าน มุสลิมสายรุนแรง จึงเลือกใช้การตอบโต้ด้วยความรุนแรงสุดขั้วที่ไม่มีมิติของศีลธรรม จริยธรรมใดๆ ในยุคนี้ฉาบหน้าอยู่เลย ทั้งนี้ต่างจากแต่เนื่องจากอุดมการณ์ของคอมมิวนิสต์นั้น อยู่กับโลกความเป็นจริงแห่งวัตถุและให้ความสำคัญมนุษย์ในโลกนี้/ โลกวิทยาศาสตร์ ไม่ได้งมงายไปกับเรื่อง "พระผู้สร้าง"/"โลกหน้า-โลกหลังความตายของร่างกาย" อุดมการณ์คอมมิวนิสต์เคารพประชาชนที่เป็นพวกเดียวกันกับตนหรือประชาชนที่ตนกำลังจะแย่งชิงและช่วงชิงอุดมการณ์ด้วยการทำ ให้ประชาชนเข้าใจในอุดมการณ์ของตนโดยต้องไม่ลืมว่า "คุณประเทศไทย" นั้น มี "พฤติกรรม" เดินตามก้นไอ้กันและเป็น "เด็กดี" ของไอ้กันตลอดมา และจากอุดการณ์การปกครอง จากการได้รับการอบรมบ่มของชนชั้นนำที่มักจบจากอเมริกา-อังกฤษ รวมทั้งการมีผลประโยชน์ร่วมและความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ แล้วก็ไม่มีทีท่าว่า "คุณประเทศไทย" จะละเลิก "พฤติกรรม" ดังกล่าวนี้ไปได้ ซึ่งก็จะทำให้พวก "อุดมการณ์มุสลิมแบบทาลีบัน" ใช้เป็นข้ออ้างให้ โจมตี/ก่อวินาศกรรม/เข่นฆ่า "ผู้คนในประเทศไทย" ได้ทั้งปี

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:42 น.] #820202 (4/24)


(D)
เห็นภาพเหล่านี้แล้วรู้สึกอย่างไรครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:43 น.] #820204 (5/24)


(D)
-

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:43 น.] #820205 (6/24)
-

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:43 น.] #820208 (7/24)


(D)


-

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:44 น.] #820211 (8/24)


(D)


-

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:45 น.] #820217 (9/24)


(D)
พวกท่านคือทหารกล้าของจริงครับ ขอยกย่องจากใจจริงครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:48 น.] #820231 (10/24)
สำหรับพี่น้องชาว g-pra ที่อยู่ที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบารมีของคุณพระคุ้มครองท่านด้วยนะครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 22:57 น.] #820274 (11/24)


(D)
แนวทางของท่านนายกครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันรัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยจะใช้การเมืองนำการทหาร ที่มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่และบุคลากรเพื่อสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างสันติสุข การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน รวมทั้งการไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งรัฐบาลมั่นใจจะสามารถแก้ปัญหาได้แต่อาจต้องใช้เวลา
"เป้าหมายสุดท้ายคือการมีคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดสันติสุข และประชาชนไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ต่างกับเป้าหมายของผม แต่ผมจะไม่ยอมรับวิธีการที่รุนแรง และไม่เชื่อว่าการใช้ความรุนแรงจะสามารถนำไปสู่ความเป็นธรรมได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าวปากฐาในหัวข้อ"ทิศทางการแก้ไขปัญหาภาคใต้ในระยะต่อไปของรัฐบาล"ให้กับสถาบันพระปกเกล้า
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากเห็นประชาชนในพื้นที่ทุกคนอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน แต่ต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน แม้จะมีความแตกต่างกันเรื่องภาษาและศาสนา
สถานการณ์ในขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังพลเข้าไปปฏิบัติการดูแลในพื้นที่ แต่ในอนาคตสิ่งที่จะชี้วัดความสำเร็จได้คือการถอนกำลังออกจากพื้นที่ และลดการจัดสรรงบประมาณไปในพื้นที่น้อยลงจึงจะถือเป็นความสำเร็จที่ชัดเจน และสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหา คือ ต้องอาศัยความอดทน และเวลา ซึ่งมั่นใจว่าการนำกระบวนการทางยุติธรรมและกลไกทางการเมืองจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งปรับปรุงกฎหมายความมั่นคงที่จะนำมาบังคับใช้แทนการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและกฎอัยการศึก
"ความสำเร็จวัดที่การถอนกำลังได้เมื่อไหร่ งบประมาณด้านนี้ลดลงเมื่อไหร่ วัดความสำเร็จได้ชัดเจน แต่ความจำเป็นที่ยังมีอยู่คือการสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับพี่น้องผู้บริสุทธิ์" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ยังงัยก็ขอเอาใจช่วย และขอให้ทำจริงๆทีเถอะ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 02 ก.ย. 2552 - 23:13 น.] #820325 (12/24)
เหตุการณ์ทั้งหมด

พ.ศ. 2545
30 มีนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอยุบ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ 43 (พตท. 43)
30 เมษายน รัฐบาลมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ยุบ ศอ.บต. และ พตท. 43

พ.ศ. 2547
4 มกราคม เกิดเหตุการณ์เผาโรงเรียน 20 แห่ง ใน จ.นราธิวาส ซึ่งเชื่อว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส อันมีปืนไรเฟิล 400 กระบอก ปืนพก 20 กระบอก ปืนกล 2 กระบอก การจู่โจมครั้งนี้มีทหารตาย 4 นาย และทำให้รัฐบาลเสียหน้าอย่างมาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น หัวเสียอย่างหนัก กล่าวตำหนิทหารที่ไม่ระมัดระวัง และถึงกับหลุดคำพูดว่า "ถ้าคุณมีกองทหารทั้งกองพันอยู่ที่นั้น แต่คุณก็ยังไม่ระวังตัว ถ้าอย่างนั้นก็สมควรตาย"
เหตุระเบิดกลางตลาดจังหวัดปัตตานี โดยมีระเบิดทิ้งไว้ที่จักรยานยนต์
พ.ต.ท. ทักษิณ ยืนยันจะแก้ปัญหาภาคใต้แบบถอนรากถอนโคน
12 มีนาคม สมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ที่รับทำคดีเกี่ยวกับความมั่นคงในชายแดนใต้ ถูกลักพาตัว
28 เมษายน เกิดกรณีกรือเซะ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกระจายกันโจมตีฐานตำรวจ-ทหาร 12 จุด คนร้ายเสียชีวิต 107 ศพ บาดเจ็บ 6 คนถูกจับกุม 17 คน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย
25 ตุลาคม เกิดกรณีตากใบ เจ้าหน้าที่สลายผู้ชุมนุมมีผู้เสียชีวิต 84 ศพ แบ่งเป็นในที่เกิดเหตุ 6 ศพ ระหว่างขนย้าย 78 คน
5 ธันวาคม โปรยนกกระดาษ 60 ล้านตัว ตามโครงการ "60 ล้านใจ สานสายใยพี่น้องใต้ ด้วยดอกไม้และนกกระดาษ" จากประชาชนไทยทั่วประเทศ
โจรใต้แจกใบปลิวในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง ขู่ฆ่าประชาชนที่เก็บนกกระดาษ

พ.ศ. 2548
8 มกราคม - ระเบิดสถานีรถไฟจังหวัดยะลา
23 กุมภาพันธ์ - ครูในจังหวัดปัตตานีขอให้รัฐบาลอนุญาตการพกปืน เพื่อป้องกันตัวจากผู้ก่อความไม่สงบ
17 มีนาคม - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส รับฟังปัญหาภาคใต้ ก่อนสรุปข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล
28 มีนาคม - นายกฯ พร้อมเผยผลสอบสวน กรณีกรือเซะและตากใบ ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอ
17 กุมภาพันธ์ - เหตุการณ์ระเบิดคาร์บอมบ์ในตำบลสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิต 6 และบาดเจ็บมากกว่า 40 คน
3 เมษายน เกิดระเบิดพร้อมกัน 3 จุด ที่ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ หาดใหญ่, ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ และหน้าโรงแรมกรีนเวิลด์พาเลซ สงขลา
24 มิถุนายน กอบกุล รัญเสวะ ผอ.ร.ร.บ้านตือกอ อำเภอจะแนะ นราธิวาส ถูกยิงเสียชีวิต
14 กรกฎาคม - เกิดความรุนแรงในเขตเทศบาลนครยะลา โจมตีโรงไฟฟ้าในเวลากลางคืน ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และประชาชนบาดเจ็บ 23 คน และไฟฟ้าดับทั้งเมืองเป็นเวลาหลายชั่วโมง
15 กรกฎาคม - จังหวัดยะลา เกิดเหตุระเบิด มีผู้บาดเจ็บ 4 คน และจังหวัดนราธิวาส มีเหตุการณ์ยิงกัน ครูเสียชีวิต 2 คน
16 กรกฎาคม - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยร่าง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
18 กรกฎาคม - รัฐบาลประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจัดตั้งตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ
19 กรกฎาคม - สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสื่อหลายแขนงออกแถลงการณ์คัดค้านการออก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ
21 กรกฎาคม - ยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ จ.นราธิวาส, จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา
สิงหาคม มีคำขู่ฆ่าผู้เปิดร้านและทำงานในวันศุกร์
21 กันยายน- ทหารนาวิกโยธิน 2 นายจากค่ายจุฬาภรณ์ ถูกชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส รุมทำร้ายเสียชีวิต หลังจากมีการจับเป็นตัวประกันนานกว่า 19 ชั่วโมง เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุใช้อาวุธสงครามกราดยิงเข้าใส่ร้านน้ำชาใน อ.ระแงะ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 5 ราย
26 ตุลาคม คนร้ายปล้นปืนพร้อมกันใน 3 จังหวัด ได้ปืนไป 99 กระบอก แบ่งเป็นใน จ.ปัตตานี 39 กระบอก ยะลา 41 กระบอก และนราธิวาส 19 กระบอก คนร้ายตาย 1 ศพ ถูกจับได้ 1 คน ฝ่ายรัฐผู้ใหญ่บ้านและ ชรบ.เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บอีก 4 คน
2 พฤศจิกายน คนร้ายโจมตีระบบไฟฟ้าเมืองนราธิวาส ด้วยระเบิดพร้อมกัน 16 จุด ระเบิด 8 จุด

พ.ศ. 2549
1 สิงหาคม เวลาประมาณ 20.20 น. คนร้ายลอบวางเพลิงใน จ.ปัตตานี-นราธิวาส หลายจุดพร้อมกัน วางระเบิด ทำลายทรัพย์สินและเผายางรถยนต์ แต่ไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
31 สิงหาคม เวลา 11.20 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดธนาคาร 22 จุดทั่ว จ.ยะลา มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 30 คน
4 กันยายน มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 คนในเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2547
16 กันยายน เกิดเหตุระเบิดในเวลาไล่เลี่ยกัน 4 จุด กลางเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บมากกว่า 50 คน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 1,000 คน ที่พักผ่อนอยู่ในโรงแรม ซึ่งตั้งอยู่ในแนวที่เกิดเหตุระเบิดมากกว่า 10 แห่ง ต่างพากันหลบหนีออกจากโรงแรม จนทำให้เกิดความโกลาหล
21 กันยายน คนร้ายใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่ชาวบ้านจนได้รับบาดเจ็บ 1 รายและเสียชีวิต 1 ราย
23 กันยายน ตำรวจ 4 นาย ได้รับบาดจากระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ที่จุดจอดรถ
25 กันยายน คนร้ายประมาณ 30 คน ก่อเหตุโจมตีสถานีตำรวจที่ จ.ยะลา ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 1 นาย
28 กันยายน หน่วยปกป้องครูชายแดนภาคใต้ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ถูกคนร้ายใช้ระเบิดซุ่มโจมตี ทำให้ทหาร 5 นายได้รับบาดเจ็บ ทหารนายหนึ่งได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ
27 ตุลาคม คนร้ายยิงพนักงานเก็บค่าไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ยะลา อาการสาหัส
28 ตุลาคม คนร้ายลงมือก่อเหตุยิง ชาวบ้านขณะกำลังออกไปกรีดยาง เสียชีวิต 1 ราย ที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
2 พฤศจิกายน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พร้อมคณะรัฐบาล กล่าวขอโทษต่อชาวมุสลิมกรณี "กรือเซะ-ตากใบ" ที่มีความเห็นว่ารัฐบาลที่ผ่านมาทำเกินกว่าเหตุ
3 พฤศจิกายน คนร้ายดักยิงรถบรรทุกนักเรียนบนถนนสาย 410 ยะลา–เบตง บ้านพงยือไร หมู่ที่ 1 ต.บันนังสาเร็ง อ.เมือง จ.ยะลา คนขับรถบาดเจ็บสาหัส ในเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายก่อเหตุยิงลูกจ้าง 3 คนของ กอ.สสส.จชต ที่บริเวณริมถนนสาย 410 ยะลา–เบตง หมู่ที่ 5 บ้านบันนังสาเร็ง อ.เมือง จ.ยะลา บาดเจ็บสาหัส
3 พฤศจิกายน คนร้ายประมาณ 5 คน พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ ถล่มยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนคีรีบูรณ์วัฒนา ม.5 ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
4 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้ายิง รองนายกฯ อบต.บาโงสะโต เสียชีวิต[22]
4 พฤศจิกายน เกิดเหตุลอบวางเพลิงโรงเรียนอีก 3 จุด ในพื้นที่ อ.บันนังสตา คือ โรงเรียนบ้านเตาปูน ม.3 ต.บันนังสตา โรงเรียนบ้านบางลาง ม.3 ต.บาเจาะ และโรงเรียนบ้านสาคู ม.4 ต.บาเจาะ
5 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้าน อ.บันนังสตา เสียชีวิต 1 ราย
5 พฤศจิกายน ชาวบ้านใน ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา กว่า 200 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง รวมตัวเพื่อเรียกร้องให้ถอนกำลัง ตำรวจ ตชด.ที่ดูแลความปลอดภัยให้กับโรงเรียนบ้านบาเจาะ ออกจากพื้นที่ และได้ปิดถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน สาเหตุมาจากมีราษฎรถูกยิงเสียชีวิต ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่
5 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ยอมรับข้อเสนอย้ายฐานปฏิบัติการ ตชด.ออกจากพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านพอใจและสลายการชุมนุม หลังการเจรจาเสร็จสิ้นในช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่ทหารถูกลอบวางระเบิดเสียชีวิตทันที 2 นาย ระหว่างทางกลับจากหมู่บ้าน บริเวณถนนยะลา-เบตง ต.บันนังสาเรง อ.เมือง
7 พฤศจิกายน คนร้ายลอบเผาโรงเรียนบ้านตะบิงติงงีสามัคคี บ้านบาลอบาตะ หมู่ที่ 13 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา
9 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ก่อเหตุยิงผู้รับเหมาก่อสร้าง บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านดอนรัก หมู่ 2 บ้านดอนรัก ต.ดอนรัก จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่
9 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางระเบิดหน้าอู่ซ่อมรถ เลขที่ 83/1 ม.7 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน
9 พฤศจิกายน โชว์รูมรถยนต์ถูกลอบวางระเบิดพร้อมกัน 8 แห่ง ที่ อ.เมืองยะลา
10 พฤศจิกายน คนร้ายขับรถตามประกบยิงชาวบ้านขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงบนถนนหน้าโรงเรียนบ้านกระโด ม.1 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
10 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้ายปาระเบิดและตามด้วยใช้อาวุธสงครามยิงถล่มฐานปฏิบัติการทหารชุด ฉก.11 ที่ยะลา
11 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับจักรยานยนต์ประกบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านโคกสะตอ ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต
11 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับจักรยานยนต์ประกบยิงชาวบ้านปัตตานีหน้ามัสยิดอูแตกอแล ม.3 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต
11 พฤศจิกายน คนร้ายกว่า 10 รายบุกโจมตีฐานปฏิบัติการตชด.33 อ.ยะหา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย
12 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คนบุกเข้าบ้านพักพ่อค้ารับซื้อไม้ยาง จ.ยะลา แล้วชักปืนพกสั้นประกบยิงจนเสียชีวิต
13 พฤศจิกายน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ขณะนี้มีความรุนแรงมากขึ้น กลายเป็นปัญหาไปถึงชาวไทยพุทธที่อยู่ในพื้นที่ จนเกรงกันว่าปัญหาจะบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างไทยพุทธกับไทยมุสลิม พร้อมยินดีกราบเท้าขอโทษ หากทำให้เหตุการณ์ยุติ
13 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่พ่อ-แม่-ลูกชาวยะลาได้รับบาดเจ็บ บริเวณบนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง หน้าสถานีอนามัย บ้านแหร ม.1 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา[38]
13 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงอุซตาชโรงเรียนปอเนาะใน ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เสียชีวิตคาที่
17 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน หน้าร้านน้ำชาบริเวณปากซอยประชานิมิตร ถนนระแงะมรรคา ใกล้ตลาดบางนาค ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 19 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
17 พฤศจิกายน คนร้ายใช้ จยย.ประกบยิงพ่อค้าขายไอศกรีมวอลล์วัย 52 ปีระหว่างทางเข้าหมู่บ้านที่ยะลา เสียชีวิตคาที่
17 พฤศจิกายน คนร้ายจำนวน 6 คน สวมชุดดาวะห์ เข้าปล้นอาวุธปืนลูกซองจำนวน 1 กระบอก ของชุด ชรบ. ในบ้านเลขที่ 118 หมู่ 5 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
18 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงนายนำ ศรีพลอย อายุ 73 ปีที่ออกไปเลี้ยงวัวกลางทุ่งใกล้บ้าน เสียชีวิตแล้วเผาศพจนไหม้เกรียมทิ้งไว้ก่อนหลบหนี
18 พฤศจิกายน คนร้ายลอบยิงตำรวจ ตชด. กก.ที่ 44 ค่ายพยาลิไท อ.เมืองยะลา ระหว่างเดินทางกลับบ้านเพียงลำพัง อาการสาหัส
18 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ไม่มีชื่อ หมู่ที่ 1 ต.ธารโต จ.ยะลา
19 พฤศจิกายน คนร้ายจำนวน 2 คน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ชาวบ้านจำนวน 4 นัด ก่อนที่จะใช้ของมีคมฟันเข้าบริเวณลำคอ ส่งผลให้เสียชีวิตในทันที
20 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดบริเวณตลาดสดใกล้โรงแรมเกนติ้ง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 18 ราย
21 พฤศจิกายน ชาวบ้าน ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา จำนวน 3 หมู่บ้าน กว่า 200 คน ชุมนุมเรียกร้องให้ถอนกำลังทหารพราน และ ตชด.ออกจากพื้นที่
22 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้าย 7 คน จุดไฟเผาห้องเรียนในพื้นที่ ต.บาเจาะ และ ต.บันนังสตา ต่อหน้าต่อตาครูและเด็ก
23 พฤศจิกายน รัฐบาลกำหนดพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางเพลิง โรงอาหาร ร.ร.บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางเพลิงเผาอาคารเรียนโรงเรียนบ้านดอนนา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
23 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้ายลักพาตัวเจ้าหน้าที่ ตจด. 3 นายจากฐานปฏิบัติการในหมู่บ้านสันติ 1 และหมู่บ้านสันติ 2 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบยิงลูกจ้างชั่วคราวชลประทานเขื่อน จ.ปัตตานี เสียชีวิต
23 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้าดักซุ่มยิงใส่ชาวบ้าน ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เสียชีวิต
23 พฤศจิกายน คนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงครูโรงเรียนบ้านดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิต
24 พฤศจิกายน คนร้ายลอบเผาอาคารเรียนอนุบาล ร.ร.บ่อทอง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เสียหายทั้งหลัง
24 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิง ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางเก่า หมู่ 2 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต ส่งผลให้โรงเรียนในอำเภอหนองจิก กว่า 40 โรง ปิดการเรียนการสอน
24 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดร้านขายของชำกลางตลาดอำเภอยะหา จ.ยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน
24 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครยะลา ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่บริเวณปากทางเข้า มสธ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บสาหัส

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 06:45 น.] #820481 (13/24)
อยากให้ทุกอย่างสงบ สันติภาพ ครับ ทั้งเหตุการณ์ บ้านเมือง และชีวิตผม ครับผม

โดยคุณ karn_999 (96)  [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 06:47 น.] #820483 (14/24)
เห็นใครบางคน บอกว่าเป็น ' โจรกระจอก' ไม่ใช่หรือครับ
บางทีความหลง ลำพอง ก็ทำให้คน ประมาทได้นะครับ

โดยคุณ กตเวท (151)  [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 07:08 น.] #820494 (15/24)


(D)


ขอร่วมสดุดีไว้อาลัยให้แก่ทหารหาญทุกท่าน
ลูกผู้ชายชาติทหารคุณเยี่ยมมาก
http://video.google.com/videoplay?docid=-4860847885479773918#

โดยคุณ กตเวท (151)  [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 07:12 น.] #820496 (16/24)


(D)
อีกภาพครับเก็บไว้นานแล้ว

โดยคุณ กตเวท (151)  [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 07:18 น.] #820501 (17/24)


(D)


อีกความรู้สึกในสถานะการณ์ที่แตกต่างกัน

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 08:23 น.] #820570 (18/24)


(D)
พระคุ้มครองด้วยครับ

โดยคุณ toei89 (625)  [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 08:54 น.] #820619 (19/24)

โดยคุณ aragon_ttt (5K)  [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 09:26 น.] #820672 (20/24)

โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 10:02 น.] #820733 (21/24)

โดยคุณ kookkai (91)(2)   [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 12:28 น.] #820903 (22/24)

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 16:50 น.] #821218 (23/24)
ถ้าจะทำจริงจัง ก็ทำได้
งบประมาณที่สรรหามา รับประทานกัน เจียดมาก็สามารถซื้อยุทธโธปกรณ์ ที่ทันสมัย
ไม่ว่าหน่วยข่าวกรอง เทคโนโลยีทางการข่าว อื่นฯ อีกมากมาย เสื้อเกาะ อาวุธ
เครื่องตรวจสารพัด



เว้นแต่ ผู้ก่อการร้ายได้รับแรงสนับสนุนจากภายใน(ที่เข้มแข็งกว่า)....เศร้าวะ..... เศร้าครับพี่
ผมพยายามไม่เข้ามาตอนเช้า อดใจไมได้ ดูแล้ว ฟังแล้ว เกิดอารมณ์....

โดยคุณ คอปแมน (47K)  [พฤ. 03 ก.ย. 2552 - 17:20 น.] #821277 (24/24)
ทำเพื่ออะไรใครรู้บ้าง ฆ่าคนเพื่ออะไร
คนเราจะอยู่กันอีกนานแค่ไหน เดี๋ยวก็ตายกันหมด

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM