(D)
เวลาเราไม่ได้รับความเป็นธรรม จากกรณีใดก็ตาม มีข้อแนะนำแบบบ้าน ๆ ดังนี้นะครับ
1. ก่อนอื่นให้พิจารณาดูก่อน ว่าเราเสียหายเรื่องอะไร เช่น โดนโกง โดนหลอกลวง หรือทำให้เราเข้าใจผิด แล้วเราเสียหาย อันนี้ก็เข้าข่ายกลฉ้อฉลได้
2. ให้พิจารณาต่อไปว่า การที่เราโดนแบบนั้น เราเสียหายแค่ไหน เราพร้อมที่จะเสียเวลาในการเรียกร้องความเป็นธรรมหรือเปล่า ดูว่ามันคุ้มไหม เพราะบางกรณีเป็นทั้งคดีอาญา (แจ้งตำรวจได้ทันที ตกลงความเสียหายต่อเจ้าพนักงานได้และลงบันทึกประจำวันไว้) และคดีแพ่ง (อันนี้คงต้องฟ้องศาลแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายเอาเอง)
3. เราเสียหายคนเดียวหรือเปล่า ถ้าคนเดียวเราก็ดำเนินการคนเดียว แต่ถ้ามีผู้เสียหายหลายคน ก็รวม ๆ กันดำเนินการอันนี้จะมีน้ำหนักมากขึ้น เนื่องจากมีผู้เสียหายหลายคน กรณีนี้เราก็เล่นข้อหาหลอกหลวงประชาชน เพื่อเพิ่มโทษเข้าไปได้อีก
4. เรื่องหลักฐาน อันนี้สำคัญมาก เพราะจะดำเนินการอะไรข้างต้นต้องมีหลักฐาน ไว้เพื่อให้เจ้าพนักงาน หรือศาลท่านดู คือพูดง่าย ๆ อะไรก็ได้เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าเราเสียหายจากกรณีนั้น ๆ และหลักฐานเหล่านั้นควรจะเก็บไว้ให้ดี ตัวอย่างของหลักฐานก็เช่น สัญญาต่าง ๆ , บัตรรับประกันคุณภาพ , หรือข้อตกลงกัน แต่บางอย่างแค่ตกลงด้วยวาจาก็ถือเป็นข้อผูกมัดแล้ว แต่อันนี้ต้องดูพยายแวดล้อมประกอบด้วยนะครับ
5. การดำเนินการจะต้องทำอย่างไร เอาเป็นว่าถ้าเราไม่รู้อะไรเลย ก็ไปโรงพักครับ ปรึกษาตำรวจดู และที่สำคัญก็ต้องให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานด้วย ส่วนเวลาจะไปตอนไหนนั้น อันนี้ต้องระวังนิดนึงนะครับ เพราะบางคดี อายุความมันจะสั้น ยกตัวอย่างเช่น อายุความ ในกรณีกระทำละเมิดนั้น กฎหมายกำหนดอายุความให้ผู้เสียหายฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการทำละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องชดใช้ค่าเสียหาย หรือภายใน 10 ปี นับแต่วันทำละเมิด (จะรู้ตัวผู้ทำละเมิดเมื่อใดก็ช่าง) แต่ถ้าการทำละเมิดนั้นมีโทษตามกฎหมายอาญาด้วยแล้วอายุความอาญายาวกว่าอายุความที่กล่าวมา กฎหมายก็ให้เอาอายุความที่ยาวกว่านั้นมาบังคับใช้ได้ (นึกไม่ถึงละสิ)
ส่วนผิดสัญญานั้น กฎหมายกำหนดอายุความไว้ต่างกันแล้วแต่ว่า ผิดสัญญาเรื่องใด 3 เดือนบ้าง 6 เดือนบ้าง 1-2 ปีก็มี
สรุปว่า อันนี้จะไม่ลงลึกนะครับ ต้องปรึกษาตำรวจ หรือทนายเอาเอง
6. ข้อนี้ก็สำคัญ เราจะไปดำเนินการที่ไหน หรืออย่างไร ค่าใช้จ่ายมีไหม อันนี้บอกยากครับ เพราะบางกรณีก็แทบไม่ต้องเสีย เช่น ถ้าสามารถตกลงกันได้ที่ สน. ก็จบตงนั้น ถ้าต้องฟ้องร้องต่อ อันนี้ถ้าไม่มีตังค์ก็แนะนำให้ไปที่สภาทนายความเลยครับ (อยู่ตรงแถวราชดำเนิน) ลองไปปรึกษาดู อันนี้ส่วนมากจะฟรีนะครับ อาจเสียบ้างเล็ก ๆ น้อย แต่ถ้ากรณีที่มีผู้เสียหายมาก และเป็นข่าว อันนี้จะดีและเร็วมากนะครับ 
ก็แนะนำกันไว้เท่านี้นะครับ ออกตัวก่อนว่าไม่ใช่ทนาย หรืออัยการ แต่ชอบศึกษา และไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบ ก็เลยดิ้นรนไปเรียนปริญญาอีกใบด้านกฏหมายเท่านั้น เพราะถ้าโดนกับตัวเองก็ต้องใช้วิธีข้างต้นเหมือนกันครับ ขาดตกบกพร่องอะไร สมาชิกท่านอื่นที่เป็นสายตรง หรือมีความรู้มากกว่านี้ ก็เพิ่มเติมหรือแก้ไขได้นะครับ เพราะประโยชน์โดยส่วนรวมครับ |
|