 (D)
ความสุขจากการไม่มี
ร้อยคนร้อยความคิด พันคนพันความเห็น คุณลองหารดูสิ ถ้าคุณคบผู้ชายสักคนหนึ่งแล้ว คุณอยากจะแต่งงานกับเขา แล้วพาไปเปิดตัวกับเพื่อน คุณว่าดีไหม
เพื่อนจะวิจารณ์ทุกคนเลยนะ สุดท้ายชักไม่มั่นใจแฟนแล้ว ทั้งๆ ที่ไปสอยมาเองแท้ๆ ให้เพื่อนโหวตดู ไม่ได้เลย
ถ้าคุณเอาปากคนเป็นบรรทัดฐาน ในการดำเนินชีวิต ชั่วชีวิตนี้ไม่มีสันติสุข อย่าไปวิ่งตามสังคมค่านิยมแบบนั้น ยิ่งทุกวันนี้ ค่านิยมจอมปลอมทั้งนั้น
วันหนึ่ง อาตมาไปประชุมที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อนพระด้วยกัน อายุเท่ากัน ถามว่า โทษนะครับ ทุกวันนี้ท่าน ว.เป็นอะไร ในความหมายก็คือ มีตำแหน่งเป็นอะไร มีแววจะเป็นเจ้าคุณ หรือยัง
อาตมาบอก ไม่เป็นอะไร ทำไมไม่รีบขอ อายุก็ปานนี้แล้ว อาตมารีบถามว่า แล้วท่านเป็นอะไร ผมเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส แต่ปีหน้าก็ทำเรื่องขอแล้ว คิดว่าน่าจะได้
อาตมาบอกว่า ถ้าท่านจะเป็นน่ะ ผมขออนุโมทนาด้วย แต่ผมจะรักษาความไม่เป็นอะไรให้สุดชีวิต เพราะผมได้รู้แล้วว่า การไม่เป็นน่ะมันสุขที่สุดเลย
วันหนึ่ง อาตมาจะจัดงานแล้วให้โยมมาแสดงมุทิตาจิตกับอาตมา ในฐานะที่ไม่ได้เป็นอะไรเลย มันมีความสุข
เพราะการที่คุณเป็นอะไร คุณจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อ คนอื่นต้องเห็นว่าสำคัญใช่ไหม ถ้าอาตมาเป็นเจ้าคุณ แล้วอาตมาเดินไปแล้วโยมไม่ทัก โยมเอาอาหารไม่อร่อยมาถวาย ท่านเจ้าคุณโกรธนะ
แต่อาตมาไม่เป็นอะไรเลย ไม่ต้องมีมาตรฐาน ใครอยากมาก็มา ใครอยากคุยก็คุย พระพุทธเจ้าของเราไม่ได้เป็นอะไรเลยนะ
ครูของอาตมาที่สอนวิปัสสนากรรมฐานที่ดงพญาเย็น ท่านบอกว่า ท่าน ว. ความเป็นพระงดงามที่สุด ก็ต่อเมื่อเรารักษาความเป็นพระธรรมดาเอาไว้ จะเสียหายที่สุด เมื่อความเป็นพระของเรามันเริ่มรุงรัง
เพราะฉะนั้น ในชีวิตของอาตมา ไม่ตะกุยตะกายจะเป็นอะไร ขอเป็นพระธรรมดา ที่ใช้ชีวิตเดินสายบรรยายธรรม มีเวลาก็นั่งดูจิตดูใจ หรือไม่ก็นั่งอ่านหนังสือ หรือไม่ก็อยู่ป่าอยู่เขาไป
อาตมาขอแค่นี้ ไม่ปรารถนาอะไรมากไปกว่านี้ แล้วคุณโยมก็จะรู้ว่า ชีวิตที่อยู่นอกค่านิยมของสังคม เพราะเราเป็นตัวของตัวเองอย่างถึงที่สุด
คุณโยมจะมีความสุขทุกเวลานาที เพราะอะไร คนจะเห็นหรือไม่เห็น ฉันก็มีความสุข แต่ถ้าคุณเอาบรรทัดฐานของสังคมมาเป็นเกณฑ์ ถึงคุณมีแล้ว สังคมก็จะบอกว่า เออมีอันนี้แล้วใช่ไหม โทรศัพท์รุ่นนี้มันดีนะ แต่เห็นไหม เจ้านายเราเขามีอีกเครื่องหนึ่ง ไอโฟน เราก็มีเท่ากับเจ้านายเรา พอมีเท่าเจ้านายปุ๊บ นายไปมีอีกรุ่นหนึ่ง สั่งมาจากญี่ปุ่น มันก็จะไต่ระดับค่านิยมไปเรื่อยๆ
สุดท้าย ถ้าตามค่านิยมไป คุณทำให้ตัวเองสมหวังในค่านิยมหนึ่ง คุณจะไปเจอค่านิยมใหม่ คุณสมหวังแล้วในค่านิยมไทย
แต่ถ้าคุณไปคบเพื่อนอเมริกัน คุณก็จะต้องไต่อันดับค่านิยมอเมริกัน ค่านิยมอเมริกันสมหวังแล้ว คุณไปคบชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้ดี คุณก็พยายามจะทำตัวเป็นผู้ดีชาวอังกฤษ สุดท้ายตามสังคมไป ไม่เป็นตัวของตัวเองหาตัวเองไม่เจอ
ฉะนั้น ถ้าเราเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นอย่างที่เป็น ถ้าความเป็นนั้นทำให้เรามีความสุข อาตมาคิดว่า นั่นก็พอแล้ว
เหมือนเราเป็นดอกกุหลาบ พอใจแล้ว ถ้าเราเป็นดอกกุหลาบ ดอกกุหลาบดัดจริตอยากเป็นดอกทิวลิปเมื่อไหร่น่ะทุกข์ เอาคำถามต่อไป
ถาม : อยากเรียนถามพระคุณเจ้าว่า เราทำไมจะลดยึดติดกับขันธ์ห้าได้ ไม่ได้กลัวตาย แต่กลัวแก่ อยากให้มันคงสภาพอย่างนี้ แต่ว่าเราก็จะไม่มีความสุขกับการที่เราเห็นว่า เราเป็นอย่างนี้ จะทำยังไง ให้เราปรับตัวให้ได้ พอมันมาแล้ว เรายอมรับมันได้ อย่างนี้นะครับ
ตอบ : ทำไมคนไม่กลัวตาย คุณโยมรู้ไหม เพราะตายมันแป๊บเดียว หลังจากนั้นก็ไม่รู้แล้ว จะจัดศพกี่วัน หรีดจะมากี่พวง คุณหญิงคุณนายจะมาไหม จะได้ลงหน้าสี่ไทยรัฐ ไม่รู้เรื่องแล้ว ฉะนั้น คนไม่กลัวตาย อาตมาก็ไม่กลัวนะตายนี้ ตายเป็นของแถมของชีวิต นั่งอยู่ที่นี่จะได้ความตายฟรีทุกคนอยู่แล้ว ฉะนั้น ไม่ต้องกลัว แต่คนโดยมากกลัวแก่ เพราะอะไร ระยะเวลาแก่กินเวลายาวนาน อย่างผู้หญิงถือกันมาก โดยเพราะวัฒนธรรมฝรั่ง อย่าถามอายุ ถ้าถามอายุแล้วโกรธตาย
"ว.วชิรเมธี" |