 (D)

ชาติภูมิ
พระครูสุวิชานวรวุฒิ นามเดิมคือ ปี้ ชูสุข
(คำว่า "ปี้" หมายถึง เงินตราสมัยโบราณ)
เกิดเมื่อวันพุธที่ 15 ตุลาคม 2455 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ปีขาล
ณ ตำบลลานหอย อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย
การปกครอง และสมณศักดิ์
พ.ศ. 2481 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเชิงคีรี
พ.ศ. 2485 ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดลานหอย และได้รับตราตั้งกรรมวาจาจารย์
พ.ศ. 2492 เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. 2496 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลบ้านด่านลานหอย
พ.ศ. 2510 เลื่อนขึ้นเป็นพระครูสัญญาบัตร พระครูเจ้าคณะตำบลชั้นโท
พ.ศ. 2510 เป็นเจ้าคณะตำบลกิตติมศักดิ์
อิทธิ-บารมี
อำเภอบ้านด่านลานหอย เป็นอำเภอที่มีที่ดินและป่าไม้มากในสมัยเมื่อ 20 ปีมาแล้ว ราษฎรที่ทำมาหากินในท้องถิ่นมีน้อย มีประชาชนอพยพมาจากจังหวัดอื่นๆ มากมายมาทำมาหากิน มีกรรมการวัดหลายท่านเล่าว่า "วันหนึ่งมีชายผู้หนึ่งซึ่งทำมาหากินในเขตหลวงพ่อ เมื่อชายผู้นั้นได้พบหลวงพ่อแล้วก็ได้ร้องบอกว่าหลวงพ่อเคยไปบิณฑบาตรที่บ้านของเขาทุกวัน จำได้อย่างแม่นยำ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่เคยออกบิณฑบาตรเลยในขณะที่ท่านย่างเข้าสู่วัยชรา เป็นไปได้อย่างไร เรื่องนี้หากได้ศึกษาประวัติพระบางรูปในอดีต จะทราบว่าเหตุการณ์อย่างนี้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพระสงฆ์ที่สำเร็จในทางสมาธิวิปัสสนา เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อมรณภาพแล้ว คณะกรรมการวัดได้มีโอกาสเข้าไปในกุฎิของท่านในห้องจะมีเพียงเสื่อผืน หมอนหนึ่งใบ เสื่อมีแต่คราบฝุ่นเกาะไม่ปรากฎร่องรอยแห่งการนอน มีแต่ร่องรอยนั่งเท่านั้น แสดงให้เห็นว่า หลวงพ่อท่านไม่ได้มีชีวิตเพื่อนอนเลย
ทุกวันจะมีผู้มากราบไหว้พระเดชพระคุณหลวงพ่อมากมาย จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน วันหนึ่งคณะกรรมการวัดและคณะครูกำลังนั่งคุยกันอยู่กับหลวงพ่อ สักพักท่านลุกขึ้นกลับเข้าไปในกุฏิ เอาถุงพระออกมาให้กรรมการนับและวางเรียงไว้ ประมาณครึ่งชั่วโมงมีรถทัศนาจรจากต่างจังหวัดในภาคอีสาน ผ่านอำเภอบ้านด่านลานหอย ได้แวะกราบนมัสการหลวงพ่อ และท่านได้แจกพระแก่คณะทัศนาจร จำนวนพระพอดีกับที่ท่านบอกให้กรรมการนับวางไว้ เหตุการณ์เช่นนี้มักเกิดขึ้นเสมอจนเป็นปกติวิสัยอันเป็นความเคยชินของกรรมการวัดลานหอย และถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
น้ำมนต์ยอดอภินิหาร
วันหนึ่งคณะกรรมการวัดฯ ได้นำน้ำใส่แท็งก์ไว้ประมาณ 4-5 แท็งก์ เพื่อให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อแผ่เมตตาให้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้นำไปใช้ ผู้เขียนได้กราบนมัสการหลวงพ่อว่า คงจะไม่มีคนมาเพราะสายมากแล้ว หลวงพ่อตอบว่า "ใจเย็นๆ โยม"
ต่อมาพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ขึ้นไปนั่งปรกแผ่เมตตาอยู่บนแท็งก์น้ำ เมื่อเสร็จพิธีประมาณ 1 ชั่วโมง ไม่น่าเชื่อว่าประชาชนได้หลั่งไหลเขามาในวันนั้นนับหมื่นคนแน่นไปหมด น้ำมนต์ที่ทำไว้หมดเกลี้ยง จนต้องเอาน้ำในบ่อขึ้นมาให้บูชาเพราะในวันนั้นน้ำในอาณาบริเวณวัดจะเป็นน้ำมนต์ทั้งสิ้น ความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำมนต์แห่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อปี้ เป็นที่เลื่องลือไปไกลและเป็นที่แน่นอนว่า ขณะนี้น้ำมนต์บางส่วนเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งวัตถุมงคลที่พระเดชพระคุณท่านได้แผ่เมตตาไว้อีกเป็นจำนวนมากมาย ถึงแม้จะเป็นเพียงพระดิน ถ้าใครมีโอกาสได้ไว้บูชาติดตัวก็นับว่าโชคดี
ล้ำเลิศทางแคล้วคลาด
อาจารย์ศรีนวล สร้อยสน (อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านด่าน ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว) เล่าว่าเมื่อครั้งหนึ่ง ในปี 2505 มีการปลุกเสกครั้งใหญ่ที่วัดลานหอย มีการทำพระเป็นจำนวนมากมาย นับแสนองค์ และไม่เคยมีครั้งใดที่ในจังหวัดสุโขทัย จะประกอบพิธียิ่งใหญ่อย่างนี้ โดยมีบรรดาเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมาร่วมพิธี อาทิ หลวงพ่อครูบาวัง วัดบ้านเด่น จังหวัดตาก, หลวงพ่อไว จังหวัดอุตรดิตถ์, หลวงพ่อเขียน จังหวัดพิจิตร, หลวงพ่อกัน จังหวัดนครสวรรค์, หลวงพ่อทบ จังหวัดเพชรบูรณ์, เจ้าคุณวรพรตปัญญาจารย์ (หลวงพ่อแก้ว) จังหวัดชลบุรี, หลวงพ่ออั่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, อาจารย์บุญโสม จังหวัดลำปาง, หลวงพ่อปี้ จังหวัดสุโขทัย ฯลฯ
เมื่อพิธีปลุกเสกเสร็จสิ้นลงแล้ว อาจารย์ศรีนวล สร้อยสน ได้รับพระพิมพ์มาหนึ่งองค์ อาจารย์ศรีนวล พูดถึงในทำนองไม่เชื่อว่าของที่ได้มาจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อจะขลังและศักดิ์สิทธ์จริง จึงได้นำพระที่ได้รับมาจากวัด ไปมัดไว้กับกระด้งใบใหญ่ แล้วยกมือไหว้ขอขมาหลวงพ่อ ใช้ปืนลูกซองยิงในระยะห่างเพียง 1 ศอก เมื่อปืนดังปรากฎว่า ไม่มีลูกปืนลูกใดถูกกระด้งเลย เป็นที่น่าอัศจรรย์ วัตถุมงคลชุดนี้เองที่หลวงพ่อได้นำเงินไปสร้างตึกสงฆ์ ณ โรงพยาบาลจังหวัดสุโขทัย สำหรับให้ประชาชนและพระภิกษุที่อาพาธได้ไปพักรักษา ตัวตึกพิเศษนี้ยังคงอยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัดสุโขทัย
ไม่สรงน้ำ
ไม่เคยมีผู้ใดเห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อสรงน้ำเลยตลอดชีวิตของบรรพชิตเรื่องการไม่เคยสรงน้ำนี้เอง มีเรื่องเล่าลือมากมายบางคนบอกว่าท่านสรงน้ำในโหลอันนี้เป็นไปได้ ถ้าเราเคยศึกษาประวัติของปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งเป็นอาจารย์ของกรมหลวงชุมพร ฯ แล้วจะพบว่าเป็นเรื่องจริงของผู้สำเร็จวิชาชั้นสูง และเป็นที่น่าสังเกตว่าเนื้อตัวของท่านสะอาดอยู่ตลอดเวลา เคยมีคนนมัสการถามเกี่ยวกับการสรงน้ำของท่านว่า "ไม่เห็นหลวงพ่อสรงน้ำ?" พระเดชพระคุณหลวงพ่อตอบว่า "ท่านสรงทุกวัน" ทุกคนในที่นั้นเลยนิ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อให้นำน้ำมาหนึ่งถัง ทุกคนเฝ้ามองการสรงน้ำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ไม่เห็นท่านสรงได้แต่พูดคุย เอามือลูบตามเนื้อตัวอยู่ตลอดเวลา ทันใดนั้นปรากฎมีน้ำเปียกชุ่มตามตัวของท่าน ท่านได้บอกว่า "เอ้าข้าอาบแล้ว" นับเป็นความประหลาดและสร้างความตะลึงแก่ผู้ที่อยู่ ณ ที่นั้นเป็นอย่างยิ่ง
เชิญเลยครับลูกศิษฐ์หลวงพ่อใครมีของดีแบ่งกันชมครับ
1. เหรียญรุ่นแรก ทองแดงกะไหล่เงิน ปี 2502
2. รูปหล่อรุ่นแรก ทองเหลือง ปี 2504 |