 (D)

ภัยพิบัติทั้งหลายและภาวะโลกร้อน ล้วนเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้น โดยเกิดการใช้ทรัพยากรโดยขาดความคิด
บ่นกันไปว่าโลกร้อน แต่ก็ติดแอร์ ยิ่งเปิดแอร์โลกยิ่งร้อน ยิ่งร้อนก็ยิ่งเปิดแอร์ เป็นวงจรไม่สิ้นสุด โลกก็อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ
ผมคิดว่าต่อไป ชีวิตนี้ อาจได้พบกับอุณหภูมิโลก 50 องศาเซลเซียสในอนาคตอันใกล้ และจะได้เจอกับภัยพิบัติต่างๆ วาตภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว หากว่าเราทั้งหลายยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากร ถึงตอนนั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆคงไม่อาจช่วยได้
ยกตัวอย่างง่ายๆ ในขณะจอดรถติดไฟแดง ท่านเคยดับเครื่องยนต์หรือไม่ คนที่ขับรถยนต์หากไม่ดับเครื่องจะได้รับความเย็นสบายจากแอร์ที่ติดเครื่องไว้ คนที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ได้อะไรบ้าง หากไม่ดับเครื่องยนต์ ควันพิษเต็มๆ
ดับเครื่องยนต์แล้วจะได้อะไรบ้าง
1.) ประหยัดพลังงานน้ำมันให้แก่ประเทศและเงินในกระเป๋าของท่าน
2.) ราคาน้ำมันอาจถูกลง หากลดปริมาณการใช้ลง ไม่ต้องบ่นว่าใช้น้ำมันแพงว่ามาเลเซีย
3.) ลดภาวะโลกร้อน
4.) ลดมลพิษ สุขภาพของร่างกายจะดีขึ้น
5.) ลดภัยพิบัติต่างๆที่ตามมาจากภาวะโลกร้อน
6.) ทรัพยากร มีเหลือใช้ถึงลูกถึงหลาน
ข้อดีทั้งหมดนี้ ผมว่าน่าจะเพียงพอและมองเห็นประโยชน์คุ้มค่า เพื่อนสมาชิกมองเห็นอย่างผมหรือเปล่า ?
ปัจจุบันมีตัวบอกเวลาสัญญาไฟติดเกือบทุกทางแยก ผมเองดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อติดไฟแดง
และจะเริ่มสตาร์ทเครื่องก่อนสัญญาณไฟเขียว 10 วินาที เท่านี้ก็ประหยัด และลดมลพิษกับภาวะโลกร้อน
และจะเป็นการดีมากๆ หากใช้จักรยานแทน ในระยะทางใกล้ๆ
รถจะกินน้ำมัน เมื่อมันขยับเท่านั้น
บางท่านอาจมองว่า มีเงินจ่ายค่าน้ำมันที่ติดเครื่องไว้อย่างสบาย แต่จงเตรียมตัวจ่ายค่าตอบแทนที่สาสม
เมื่อผจญกับภัยพิบัติต่างๆข้างต้นก็แล้วกัน ดูตัวอย่างที่ฟิลิปปินส์เอาก็แล้วกัน
หากปฏิบัติตามข้างต้น รับรองว่าบ้านเมืองเราน่าอยู่แน่ๆ ดีกว่าปลูกต้นไม้คนละต้นเสียอีก
เหลือทรัพยากรให้ลูกหลาน อย่าผลาญให้หมดในยุคของตน
คำว่าใช้กับคำว่าผลาญ บางคนมองไม่เห็นความแตกต่าง แยกแยะไม่ได้
สิ่งที่ยกตัวอย่างนี้ เป็นเพียงตัวอย่างหัวข้อเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลายวิธีที่จะลดการใช้ทรัพยากรและภาวะโลกร้อน อยู่ที่ว่า จะมองเห็นวิธีหรือไม่ ถ้ามองเห็นแล้ว ช่วยกัน ช่วยกัน คนละไม้ละมือ เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ไปเรื่องใหญ่ๆ ช่วยๆกันไป เมืองไทยน่าอยู่ รักษ์เมืองไทย
ขอได้รับคำขอบคุณจาก Cholatan |