ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง ได้มาอุบลต้องแวะมานมัสการท่านนะครับพี่ฯ



(D)


เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปวัดหนองป่าพงมาเก็บภาพมาฝากครับ
ใครได้ผ่านมาจังหวัดอุบล ไปเยี่ยมชมและนมัสการท่านครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 13:53 น.]



โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 13:56 น.] #865169 (1/37)


(D)
นำเทียวและนมัสการโดย ดญ.แพร และ ดช.พีนะครับ
วัดจะออกไปจากตัวเมืองเพียง 10 กม.(ไปทางวาริน-สำโรง(ทางไปอ.เดชอุดม)
ไกล้มากครับ สถานที่ร่มรื่นเต็มไปด้วยตความสงบครับ


ไปเจอทางเข้าและที่แรกก็พิพิทภัณฑ์หลวงพ่อชา

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 13:57 น.] #865170 (2/37)
ที่ยืนค้ำเอวนะคนขับรถนะครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 13:58 น.] #865172 (3/37)


(D)


ข้างในจะมีตู้แบบนี้อยู่ 2-3ตู้(ไม่ได้นับแต่มากกว่า2แน่)

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 13:59 น.] #865175 (4/37)
มีน้าผี ด้วยเหรอครับ อยากไปครับๆๆๆๆๆ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:00 น.] #865177 (5/37)


(D)


รูปรอยมือและรอยเท่าเท่าน(รูปบน)
รูปล่างเป้นที่บรรจุเคยสังขารท่านครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:02 น.] #865178 (6/37)
สวัสดีครับพี่ เดี๋ยวมาอุบลแวะไปครับพี่ textile อย่าลืมพระชุดสายรก ว่าที่ของผมหละ..อิอิ
...........................................................

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:03 น.] #865179 (7/37)


(D)


คำสอนท่านที่ท่านสอนพระฝรั่ง สอนพระไทย
ข้างล่างเป็นรูปถ่ายท่าน

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:04 น.] #865182 (8/37)


(D)


ในห้องจะมีเครื่องมือโบรารแต่ผมไม่ได้ถ่ายมาครับ
แบตใกล้หมดก็เลยถ่ายแบบทะนุถนอมเกินไปหน่อย

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:06 น.] #865185 (9/37)


(D)
จากนั้นก็เดินต่อไปทางแนวต้นไม้ เพื่อไปเจดีย์ที่เก้บพระอัฐฐิธาตุของท่านครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:08 น.] #865189 (10/37)


(D)


ตามต้นไม้จะมีคำสอนบนต้นไม้ตลอด..เยอะมาก สงบมาก
ผมเลือกมาบางส่วน เท่าที่ตัวเองชอบเท่านั้น
แนะนำไม่ให้เอารถเข้ามานะครับถ้าพอเดิมไหว ประมาณ400 เมตรจากพิพิทภัณฑ์
จะได้เดิมอ่านไปเพลินฯรับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:09 น.] #865193 (11/37)


(D)


.....เน้นครับเยอะและดีมากครับ...

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:10 น.] #865195 (12/37)


(D)


เอาแค่นี้ก่อนครับ...สำหรับคำสอนของท่าน

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:11 น.] #865196 (13/37)


(D)
แล้วกถึงเจดีย์ครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:12 น.] #865197 (14/37)


(D)
ตอนเดิมเข้าไปอากาศร้อมตอนบ่ายพอเข้าไป เย็นมากฯครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:14 น.] #865202 (15/37)


(D)
และแล้วแบตหมดแล้วครับพ๊ม...เสียดายไม่ได้ชาร์ตแบตมา
มีให้ชมเยอะมาก และถ้าได้มีโอกาสเข้าไปกราบท่านเจ้าอาวาสจะดีมากนครับ
นี่ยังไม่ได้เข้าไปในบริเวณที่เป็นที่พำนักหรือวัดเลยครับ รอภาค2นะครับผม

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:18 น.] #865205 (16/37)


(D)


มาดูพระเครื่องของท่านบ้างครับ
องค์แรก ก็เหรียญพระแก้วมรกตหลวงพ่อชาครับ
เป็นเหรียญแรกในชีวิตที่เช่าพระมาในราคาหลักหมื่น
จากพี่เก่งPK...อิอิ(อันนี้ต้องนำเสนอหน่อย)

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:19 น.] #865206 (17/37)


(D)


และเหรียญรุ่นแรกเนื้อเงิน ครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:20 น.] #865208 (18/37)
ก็จะยังมีเหรียญและพระกริ่งศรีอุบล ที่ท่านเข้าร่วมปลุกเสกในพิธีด้วยครับเมื่อปี 2516

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:24 น.] #865210 (19/37)
พระโพธิญาณเถร นามเดิมว่า ชา ช่วงโชติ เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๑ ณ บ้านจิกก่อ หมู่ที่ ๙ ตำบลธาตุ อำเภอ วารินชำราบ จังหวัด อุบลราชธานี ตามประวัติท่านมีจิตฝักใฝ่ธรรมมาแต่เด็กบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อเดือนมีนาคม ๒๔๗๔ ได้ ๓ พรรษา แล้วก็ลาสิกขาอุปสมบทเป็นภิกษุเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ออกศึกษาปริยัติต่างถิ่นโดยเริ่มที่วัดสวนสวรรค์ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี การที่ท่านบวชแต่เยาว์วัยยังผลให้ท่านมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนทางโลกเพียงแค่ชั้นประถมปีที่ ๑

หลวงพ่อชาเป็นผู้สนใจธรรมมาก ท่านมีความปรารถนาอยากรู้แจ้งเห็นจริงตามคำสอนของพระพุทธองค์ จึงเริ่มศึกษาธรรมจากสำนักต่าง ๆ หลายสำนักระยะแรกในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๔๘๖ ศึกษาปริยัติธรรมกับพระมหาแจ้ง วัดเค็งใหญ่ อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี และพระครูอรรถธรรมวิจารณ์ วัดหนองหลัก อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ปี ๒๔๘๖ เมื่อโยมบิดาถึงแก่กรรม หลวงพ่อชาสิ้นภาระห่วงใย มองเห็นความเป็นอนิจจังของชีวิต หลังจากสอบนักธรรมเอกได้เกิดเบื่อหน่ายด้านปริยัติ พิจารณาว่าไม่ใช้ทางพ้นทุกข์ ประสงค์จะศึกษาด้านวิปัสสนาธุระบ้าง จึงออกธุดงค์ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๙ เพื่อค้นหาอาจารย์ที่จะสอนด้านวิปัสสนาธุระ โดยระยะแรกมุ่งหน้าไปจังหวัดสระบุรี-ลพบุรี ที่ลพบุรีมุ่งตรงมาที่สำนักวัดป่าของหลวงพ่อเภา แต่น่าเสียดายที่หลวงพ่อเภามรณภาพเหลือแต่อาจารย์วันลูกศิษย์ จึงได้แต่ศึกษาระเบียบข้อปฏิบัติที่หลวงพ่อเภาวางไว้ และจากอาจารย์วัน อาจารย์ที่สำคัญอีกองค์หนึ่ง คืออาจารย์ชาวเขมร (ซึ่งธุดงค์จากเขมรมาไทย และมุ่งไปพม่า) เป็นผู้วางหลักแนวทางปฏิบัติโดยใช้หนังสือ บุพพสิกขาวรรณนาวินัยกถา ซึ่งแต่งโดยพระอมรมภิรักขิต (เกิด) ในคณะธรรมยุตินิกาย หลวงพ่อชาจึงได้ใช้หนังสือบุพพสิกขาวรรณนาวินัยกถา เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ในวัดหนองป่าพงและสาขามาจนทุกวันนี้

ปี ๒๔๙๐ หลังจากจำพรรษาที่เขาวงกต อยู่ได้หนึ่งพรรษา ได้ทราบข่าวว่าท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) เป็นผู้มีคุณธรรมสูงทั้งเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนาธุระ มีประชาชนเคารพเลื่อมใสมาก จึงเดินทางมาที่วัดหนองผือนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนครวันแรกย่างเหยียบเข้าสำนัก เห็นบริเวณร่มรื่น ปฏิปทาของพระภิกษุเคร่งครัดเป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทธา หลวงปู่มั่นได้เทศนาสั่งสอนเกี่ยวกับหลักธรรม อาทิศีลนิเทศ ปัญญานิเทศ พละ ๕ อิทธิบาท ๔ ให้แก่หลวงพ่อชาและศิษย์จนเป็นที่พอหายสงสัย สิ่งที่น่าสังเกตคือหลวงปู่มั่นไม่มีความคิดที่จะให้หลวงพ่อชาแปลงนิกายเป็นธรรมยุติกาย ท่านให้ข้อชี้แจ้งเป็นปรัชญาคมคายว่าในความเป็นภิกษุที่แท้จริงไม่ได้มีนิกาย ทั้งหมดคือพระสงฆ์สาวกของพระพุทธองค์ ดังคำกล่าวของหลวงปู่มั่นต่อหลวงพ่อชาว่า “ ไม่ต้องสงสัยนิกายทั้งสอง ” หลังจากฟังเทศน์จากหลวงปู่มั่น หลวงพ่อชามีจิตอิ่มเอิบ เป็นสมาธิ และได้ยึดคำสอนปฏิปทาของท่านไว้เป็นแนวปฏิบัติต่อไปองค์ที่ตรัสว่า “ ทำตนให้ตั้งอยู่ในคุณอันสมควรเสียก่อน แล้วจึงสอนคนอื่นทีหลัง จึงจักไม่เป็นบัณฑิตสกปรก ” ดังนั้นไม่ว่าจะทำกิจวัตรอันใด เช่น กวาดวัด จัดที่ฉันล้างบาตร นั่งสมาธิ ตักน้ำ ทำวัตร สวดมนต์ เดินจงกรม ในระหว่างวันพระถือเนสัชชิไม่นอนตลอดคืน หลวงพ่อชาลงมือทำเป็นตัวอย่างของศิษย์โดยถือหลักว่า “ สอนคนด้วยการทำให้ดู ทำเหมือนพูด พูดเหมือนทำ ” ดังนั้นศิษย์และญาติโยมจึงเกิดความเลื่อมใสเคารพยำเกรงในปฏิปทาที่หลวงพ่อดำเนินอยู่

ในระยะแรกของการมาอยู่ป่าพงค่อนข้างลำบาก ชาวบ้าน ญาติโยมผู้ศรัทธาเข้ามาสร้างวัดเป็นกระท่อมเล็ก ๆ ให้ได้อาศัย ไข้ป่าชุกชุม เพราะเป็นป่าทึบ เมื่อเจ็บป่วยยารักษาก็หายาก โยมอุปัฏฐากยังน้อย อาหารการกินฝืดเคือง แต่กระนั้นหลวงพ่อก็ไม่เคยออกปากของญาติโยม แม้จะเลียบเคียงก็ยังไม่ยอมทำ ปล่อยให้ผู้พบเห็นพิจารณาด้วยตนเอง เดือนต่อมาเกิดสำนักชีขึ้นที่วัดเพื่อสนองคุณต่อโยมมารดาให้ได้ปฏิบัติธรรม โยมแม่พิมพ์จึงเป็นแม่ชีคนแรกของวัดหนองป่าพง และมีแม่ชีติดต่อกันมาถึงปัจจุบันเป็นจำนวนมากและทางวัดมีการแบ่งเขตสงฆ์เขตชีไว้เรียบร้อยไม่ก้าวกายปะปนกัน

วัดหนองป่าพงได้รับอนุญาตให้สร้างในปี ๒๕๑๓ ปี ๒๕๑๖ หลวงพ่อได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองป่าพงและได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ “ พระโพธิญาณเถร ” ปี ๒๕๑๙ สิ้นเงิน ๕ ล้านบาท ปี ๒๕๒๐ ได้เดินทางไปประกาศสัจธรรมในภาคพื้นยุโรปเป็นครั้งแรกปี ๒๕๒๒ ได้เดินทางไปอังกฤษ อเมริกา คานาดา เพื่อประกาศสัจธรรม เป็นครั้งที่ ๒

ปี ๒๕๒๕ หลวงพ่อชาอาพาธ เป็นโรคเกี่ยวกับสมอง มีอาการเวียนศีรษะความจำเสื่อม จนต้องผ่าตัดสมอง หลังจากการผ่าตัด ท่านไม่สามารถพูดได้เคลื่อนไหวไม่ได้ ต้องอาศัยพระภิกษุในวัดช่วยปรนนิบัติเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด การบริหารวัดทั้งหมดมอบให้อาจารย์เหลื่อมเป็นผู้รักษาการแทน

หลวงพ่อชาถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๓๖

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:26 น.] #865212 (20/37)
วัดหนองป่าพง เป็นวัดป่าฝ่ายอรัญวาสี ตั้งอยู่ที่ตำบลโนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นสำนักปฎิบัติธรรมที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันสงบเงียบ มีบรรยากาศอันร่มรื่น เหมาะแก่การปฎิบัติธรรม สร้างโดยหลวงพ่อชา สุภทโท หรือ พระโพธิญาณเถระ



ประวัติความเป็นมา

ระหว่างที่มาอยู่วัดหนองป่าพง หลวงพ่อได้ยึดหลักคำสอนของพระพุทธองค์ที่ตรัสว่า " ทำตนให้ตั้งอยู่ในคุณธรรมสมควรเสียก่อน แล้วจึงสอนคนอื่นที่หลัง จึงจะไม่เป็นบัณฑิตสกปรก" ฉะนั้นไม่ว่าจะทำกิจวัตรอันใด เช่น การกวาดลานวัด จัดที่ฉัน ล้างบาตร นั่งสมาธิ ตักน้ำ ทำวัตร หลวงพ่อจะลงมือทำเป็นตัวอย่างของศิษย์โดยยึดหลักว่า "สอนคนด้วยการทำให้ดู ทำเหมือนพูดพูดเหมือนทำ" ดังนั้นศิษย์ และญาติโยมจึงเกิดความเคารพเลื่อมใสในปฏิปทาที่หลวงพ่อดำเนินอยู่

ศิลปสถาปัตยกรรม
นอกจากจะเป็นที่บำเพ็ญสมณธรรมของพระธุดงค์กรรมฐานสายพระอาจาย์มั่น ภูริทตโต แล้ววัดหนองป่าพงยังเป็นที่สำคัญด้านสถาปัตยกรรม ผสมผสานระหว่างศิลปะอีสานกับศิลปะร่วมสมัย อาทิ การก่อสร้างโบสถ์ วิหาร พิพิธภัณฑ์ และเจดีย์ที่บรรจุอัฐิหลวงพ่อชา

โบสถ์วัดหนองป่าพง
เป็นอุโบสถอเนกประสงค์สมัยใหม่ที่เอื้อต่อประโยชน์ใช้สอย พื้นอุโบสถยกลอยจากพื้นดิน เบื้องล่างเป็นถังเก็บน้ำฝนตัดสิ่งประดับฟุ่งเฟื่อย อาทิ ช่อฟ้า ใบระกา ไม่มีผนังประตูหน้าต่าง สามารถจุคนได้จำนวนประมาณ 200 กว่าคน เสาอาคารและผนังประดับด้วยเครื่องปั้นดินเผา อีสานจากบ้านด่านเกวียนวิหาร เป็นลักษณะศิลปแบบอีสานเรียบง่ายแต่เน้นประโยชน์ใช้สอย สามารถจุประชาชนได้ เป็นนับพันคน

เจดีย์บรรจุอัฐิหลวงพ่อชา
มีรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอีสานกับ ล้านช้าง

ความสำคัญต่อชุมชน
วัดหนองป่าพงเป็นต้นแบบของวัดป่ากว่า 100 แห่งในประเทศไทย และอีกหลายแห่งในยุโรป ออสเตรเลีย และแคนาดา หลวงพ่อชาเป็นตัวอย่าง ของพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แม้จะมีศาสนิกชนมากมายแต่ก็ไม่สร้าง ความแตกแยกให้เกิดนิกาย หรือเข้าไปพัวพันกับการเมืองจนเป็นเรื่อง แตกแยก วัดเน้นความเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ฟุ่งเฟือยหรือสะสม คงความเป็นพุทธ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน อย่างแท้จริง หน้าที่หลักของ พระสงฆ์ คือ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ อบรมสั่งสอนให้ศาสนิกชนปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา

วัดหนองป่าพงมีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ ประกอบด้วย โบสถ์ วิหาร พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถระ กุฏิพยาบาลหลวงพ่อชา กุฎิพระ กุฎิแม่ชี กุฎิหลวงพ่อชา
ที่มา
http://www.kanlayanatam.com/special/Bio_LP_Cha.htm

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:30 น.] #865225 (21/37)
และweb แนะนำจะรู้ว่าทำไมพระฝรั่งจึงมีมากที่อุบล และโดยเฉพาะที่วัดหนองป่าพง
มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษครับ

http://www.watnongpahpong.org/acebooks.php

โดยคุณ somsak-poy (662)(2)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:33 น.] #865230 (22/37)
เหมือนผมจะเคยไปนะพี่ จำได้ว่าไปทอดกฐินที่อำนาจเจริญ แล้วได้มีโอกาสแวะไปครับ บรรยากาศร่มรื่นมากๆครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:33 น.] #865231 (23/37)
ตัวอย่างครับ


"ผู้หมดความโกรธ"
เมื่อหลวงพ่อเดินทางมาจนกระทั่งถึงวัดป่าซึ่งตั้งอยู่ในเขต ป่าช้า (เป็นที่พักสงฆ์) อยู่ในเขตจังหวัดนครพนม เป็นเวลาจวนจะเข้าพรรษาอยู่แล้วหลวงพ่อจึงขอพักกับหัวหน้าสงฆ์ มีนามว่า หลวงตาปุ้ม ได้สนทนาธรรมกันนานพอสมควร ได้ยินหลวงตา รูปนั้นพูดว่า ท่านหมดความโกรธแล้ว จึงเป็นเหตุให้หลวงพ่อนึกแปลกใจ เพราะคำพูดเช่นนี้ท่านไม่เคยได้ยินใครพูดมาก่อน จึงคิดว่าพระองค์นี้จะดีแต่พูด หรือว่าดีเหมือนพูด เราจะต้องพิสูจน์ให้รู้ จึงตัดสินใจขออยู่เพื่อการศึกษาธรรมะ แต่เนื่องจากหลวงพ่อไปรูปเดียว ทั้งอัฏฐบริขารก็เก่าเต็มที เขาไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเพราะไม่มีใครรับรอง ถึงแม้จะขอจำพรรษาอยู่ด้วย ท่านเหล่านั้นก็ไม่ยอมเลยตกลงกันว่า จะให้ไปอยู่ที่ป่าช้าคนจีนซึ่งอยู่นอกเขตวัดไม่ไกลนัก หลวงพ่อก็ยินดีจะไปอยู่ที่นั่นแต่พอถึงวันเข้า พรรษาหลวงตาปุ้มและคณะจึงอนุญาตให้จำพรรษาในวัดได้

ตอนหลังๆ ได้ทราบว่าหลวงตาปุ้มเกิดความลังเลใจ ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะให้จำพรรษาอยู่นอกวัดหรือในวัด จึงไปปรึกษาท่านอาจารย์บุญมา ได้ทราบว่าอาจารย์บุญมาได้แนะว่า พระที่มีอายุพรรษามาก มารูปเดียวอย่างนี้จะให้จำพรรษานอกวัดดูจะ ไม่เหมาะ บางทีท่านอาจจะมีดีของท่านอยู่ ควรให้จำพรรษาในวัดนั่นแหละ

ดังนั้นหลวงตาปุ้มและคณะจึงอนุญาตให้อยู่จำพรรษา ในวัดได้ แต่ต้องทำตามข้อกติกาดังนี้

๑.ไม่ให้รับประเคนของจากโยม เป็นแต่เพียงคอยรับจากพระรูปอื่นที่ส่งให้

๒.ไม่ให้ร่วมสังฆกรรม (อุโบสถ) เป็นแต่เพียงให้บอกบริสุทธิ์

๓.เวลาเข้าที่ฉันให้นั่งท้ายแถวของพระต่อกับสามเณร

หลวงพ่อยินดีทำตามทุกอย่าง แม้ท่านจะมีพรรษาได้ ๑๐ พรรษาก็ตาม ท่านกลับภูมิใจและเตือนตนเองว่า จะนั่งหัวแถวหรือหางแถวก็ไม่แปลก เหมือนเพชรนิลจินดา จะวางไว้ที่ไหนก็มีราคาเท่าเดิม และจะได้เป็นการลดทิฏฐิมานะให้น้อยลงด้วย เมื่อปลงตกเสียอย่างนี้ จึงอยู่ได้ด้วยความสงบสุข หลวงพ่อเล่าว่าเมื่อเราเป็นคนพูดน้อย คอยฟัง คนอื่นเขาพูดแล้วนำมาพิจารณาดู ไม่แสดงอาการที่ไม่เหมาะ ไม่ควร คอยสังเกตจริยาวัตรของท่านเหล่านั้นย่อมทำให้ได้ บทเรียนหลายๆอย่าง ภิกษุสามเณรเหล่านั้นก็คอยสังเกตความบกพร่องของหลวงพ่ออยู่ เขายังไม่ไว้ใจ เพราะเพิ่งมาอยู่ร่วมกันเป็นพรรษาแรก

เมื่อการอยู่จำพรรษาได้ผ่านไปประมาณครึ่งเดือน ทั้งๆ ที่ท่านทราบว่า ภิกษุสามเณรยังระแวงสงสัยในตัวท่านอยู่ แต่หลวงพ่อก็วางเฉยเสีย มุ่งหน้าต่อการปฏิบัติธรรม ท่านนึกเสียว่าเขาช่วยระวังรักษาความบกพร่องให้เรานั้นดีแล้ว เปรียบเหมือนมีคนมาช่วยรักษาความสกปรกมิให้แปดเปื้อนจึงเป็นการดีเสียอีก...

ตามปกติหลังจากฉันเช้าเสร็จแล้ว ท่านนำบริขารกลับกุฏิ เมื่อเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อมักจะหลบไปพักเพื่อพิจารณาค้นหาธรรมในเขตป่าช้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัด ตรงกลางป่าช้าเขาปลูกศาลาเล็กไว้หลังหนึ่ง เมื่อมองจากศาลาย่อมมองเห็นหลุมฝังศพและฝังเถ้าถ่านกระดูกของเพื่อนมนุษย์เป็นหย่อมๆ ทำให้นึกถึงข้อธรรมะที่เคยพิจารณาว่า อธุวัง เม ชีวิตัง ชีวิตของเราไม่ยั่งยืน, ธุวัง เมสมรณัง ความตายของเรายั่งยืน,สอนิยะตัง เม ชีวิตัง ชีวิตของเราไม่เที่ยง, นิยะตัง เมสมะระณัง ความตายของเราเที่ยง, สักวันหนึ่งเราก็จะต้องทับถมดินเหมือนคนเหล่านั้น เราเกิดมาเพื่อถมดินให้สูงขึ้นหรือ? หรือเกิดมาทำไม...

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:37 น.] #865235 (24/37)
สวัสดีครับพี่โป่ย
ขอบคุณที่แวะมาครับพี่...ถามีดอกาสอีกก็ต้องแวะมาหาผมด้วยนะครับ

โดยคุณ somsak-poy (662)(2)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 14:56 น.] #865256 (25/37)
ได้ครับ ถ้าไปอุบลไม่พลาดแน่นอนคราบบบ

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 15:34 น.] #865296 (26/37)
อิอิอิ...........เคยไปมาแล้วครับ สวยงามจริงๆครับ อิอิอิ

โดยคุณ น้องกระแต (1.8K)  [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 15:43 น.] #865309 (27/37)
ได้อ่าน ธรรมะ และดูรูป จากที่ได้ถ่ายรูปมาให้ชม......ประทับใจมากครับ.......

........ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ.................


โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 15:56 น.] #865313 (28/37)
สวัสดีครับน้องต้นสุดหล่อ(มาเมื่อไหร่ไปทั่วเลยนะ.สาวอุบลสวยป๊ะ) และสวัสดีครับพี่น้องกระแต
วันนี้วันต้นเดือน ก็เลยเอาสาระมาอ่านกันครับ
เข้าไตรมาส 3 แล้ว ราชการก็เปิดงบประมาณใหม่
ผมก็ต้องเตรียมงบประมาณ ปี53 ปิดบัญชี52


ต้องเอาธรรมมะมาช่วยแล้วหละ..555555

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 16:32 น.] #865370 (29/37)
สวัสดีครับคุณปุ๋ย.......
มีโอกาสต้องไปแวะแน่ครับ...........
ขอบคุณมากๆครับ..........(ไว้รอออกนอกพื้นที่ได้ก่อนเถ๊อะ55555555555)
55555555555555555

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 16:39 น.] #865373 (30/37)
สวัสดีครับป๋าลูกน้ำ......
ออกนอกฟื้นที่ได้ก่อน....ก็ยินดีเลยครับพี่..555

ปุ๋ย...แฟนคลับป๋าน้ำ (หมายเลข23)

โดยคุณ textile007 (10.2K)  [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 16:43 น.] #865381 (31/37)
หลานสาวน่ารักจังครับ คุณปุ๋ย สวสัยต่อไปต้องติดหนวดแล้วละครับ

โดยคุณ siaew (2.1K)  [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 17:27 น.] #865427 (32/37)


(D)


ขอโชว์ด้วยค่ะ

โดยคุณ pk_ubon (1K)(3)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 17:33 น.] #865437 (33/37)
พระแก้วสวยจังเห็นแล้วเสียดายมากๆ แต่น้องคิดถึงเสมอก็ดีใจแล้ว

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 17:41 น.] #865453 (34/37)
สวัสดีครับท่านไซอิ๋ว...คงสะกดถูกนะครับ 555 (พระสวยจัง)
สวัสดีครับท่าน อ.พี่ PK...

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 17:59 น.] #865483 (35/37)
เยี่ยมครับ พาเที่ยว พาเด็กๆ เข้าวัด เขาจะซึมซับสิ่งดีๆ ทำให้จิตใจอ่อนโยนและมีสมาธิครับ..


โดยคุณ บ้านพระ (4.7K)  [พฤ. 01 ต.ค. 2552 - 21:57 น.] #866263 (36/37)
...............<< >>....................

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [ศ. 02 ต.ค. 2552 - 08:59 น.] #866714 (37/37)
สวัสดีครับพี่เจมส์

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM