 (D)
ความทุกข์อันประเสริฐ
ความทุกข์เป็นสิ่งประเสริฐ ทำไมหลวงพี่จึงกล่าวเช่นนี้... ก็เพราะความทุกข์เป็นของเรา เป็นความจริงอย่างที่สุด เป็นสัจจะ อันประเสริฐ เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เป็นของเราอย่างแท้จริง มีเพียงความทุกข์เท่านั้นที่จะทำให้เราเข้าใจถึงความเมตตา ความอดทน ความรัก หากเราไร้ซึ่งความทุกข์ เราจะไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ เมื่อเราไม่เข้าใจ เราก็จะฝึกปฏิบัติไม่ได้ นี่คือความประเสริฐ ของทุกข์
เมื่อเธอตระหนักรู้ในความทุกข์ เธอจะหยุดความทุกข์ได้ เมื่อเธอหยุดความทุกข์ได้ในแต่ละก้าวย่างของเธอ นั่นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะนั่นหมายถึงเธอกำลังฝึกปฏิบัติด้วยความเข้าใจ หากเธอไม่เข้าใจไม่ว่าจะฝึกแค่ไหนก็เป็นเพียงรูปแบบ แต่หากเธอเข้าใจ เมื่อเธอมีความทุกข์เธอจะกลับไปสู่การฝึกปฏิบัติได้เสมอ การฝึกปฏิบัติไม่ใช่ภาระหนัก แต่เธอต้องฝึกปฏิบัติด้วยความเข้าใจ
การปฏิบัติด้วยความเข้าใจคือเมื่อเธอก้าวเดินในวิถีแห่งสติ เธอตระหนักรู้ในก้าวแรกว่า ความทุกข์เป็นของเรา ก้าวต่อมาเธอรู้ว่า ความทุกข์นั้นสืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษของเธอด้วย ความทุกข์นั้นมาจาก พ่อ แม่ ครู คนรอบข้างของเธอด้วยเช่นกัน เมื่อเธอเข้าใจ ในความทุกข์ เธอจะเข้าใจในผู้อื่น และเธอจะสามารถรัก
เมื่อเธอเห็นเช่นนี้เธอจะรู้ว่าไม่ใช่เพียงตัวเธอที่ถูกต้อง เธอจะเห็นความทุกข์ของคนทั้งหมด นี่คือการฝึกปฏิบัติที่เรียกว่า ไร้ตัวตน อนัตตา ปลดปล่อยตัวเราด้วยความตระหนักรู้ ก่อนที่จะตระหนักรู้ในทุกข์ของผู้อื่น เธอต้องตระหนักรู้ในทุกข์ของเธอก่อน ยอมรับว่า มันมีอยู่จริง ยอมรับอย่างสัตย์ซื่อว่า ฉันเป็นทุกข์ ฉันมีความทุกข์ เคยมีชายผู้หนึ่งประกาศตนว่า ผมไม่มีความทุกข์ ไม่เคยมี ความทุกข์เลย แต่หลวงพี่ไม่เชื่อ เขาเป็นชายที่น่าสงสาร น่าเห็นใจ เพราะเขามีความภาคภูมิ ทะนงตนมากเกินไป เกินกว่าจะยอมรับ ได้ว่า เขาก็มีความทุกข์เช่นกัน
เมื่อเรามีความคิดเห็นที่ถูกต้อง นั่นคือเราลดทอนเมล็ดพันธุ์ไม่ดีไปบ้างแล้ว การฝึกปฏิบัติไม่ใช่การกำจัดเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดี ให้หมดไป การฝึกปฏิบัติคือการเข้าไปทำความรู้จักกับเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดี ตระหนักรู้ว่าเขามีอยู่ เขากำลังพยายามแสดงตน บางครั้ง เราก็แบ่งแยก ขาว-ดำ ดี-ชั่ว จนเกินไป ทำให้เราเก็บกดความทุกข์เอาไว้ นี่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หากเราต้องการดูแลคนอื่น เราต้อง ดูแลตนเองให้ได้ก่อน การฝึกปฏิบัติก็คือการฝึกถอดถอนการแบ่งแยก ยอมรับว่าเราก็มีสิ่งไม่ดีอยู่ เราต้องกล้าหาญเพียงพอที่จะ ยอมรับว่าเราก็เป็นทุกข์ มีความทุกข์ การกล้ายอมรับจะทำให้เราช่วยผู้อื่นได้ ให้เวลากับตัวเองสักหน่อย ให้เวลาในการฝึกฝน เช่นการเดิน การอยู่เฉยๆ บ้าง ธรรมมะนั้นอยู่ในตัวของเราอยู่แล้ว มีอยู่แล้ว และความทุกข์ก็ไม่ใช่ศัตรูที่เราจะต้องทำลายให้สิ้นซาก ขอเพียงความเข้าใจความทุกข์อย่างลึกซึ้งก็จะสามารถหยุดความทุกข์ได้
ต้นเหตุสำคัญของความทุกข์ก็คือการหลงลืม ไม่ตระหนักรู้ หลายคนบอกว่า มันสายไปแล้วล่ะ ฉันแก่ป่านนี้แล้ว ฉันป่วยอยู่ คงทำอะไรไม่ได้หรอก... เหล่านี้ไม่เป็นความจริง ไม่มีคำว่าสายเกินไป แก่เกินไป หรือป่วยเกินไปสำหรับการฝึกปฏิบัติ ความทุกข์นั้น เป็นของเรา เรียนรู้ได้ด้วยตัวของเรา เธออย่าเพิ่งเชื่อขอให้ฝึกปฏิบัติ เพราะการเชื่อเป็นเพียงเทคนิค แต่หากเธอเริ่มฝึกเธอจะเข้าใจ และนั่นคือการปฏิบัติที่แท้ หลวงพี่เป็นได้เพียงแรงบันดาลใจเท่านั้น เป็นกำลังใจ และอำนวยพร ขอให้เธอเกิดใหม่ในความทุกข์ ความทุกข์เป็นของเธอ เป็นของเธออย่างแท้จริง และเธอเท่านั้นที่สามารถค้นหาธรรมะเพื่อการดับทุกข์นั้นด้วยตัวของเธอ ฝึกด้วย ตนเอง
เมื่อเธอฝึก ความมั่นคงจะเกิดขึ้นในวิถีของการฝึกปฏิบัติ แล้วทางจะเผยออก แม้จะเป็นเพียงแวบเดียว ก็ขอให้เธอมั่นใจว่า ทางนั้นได้เปิดสู่เธอแล้ว และจะเปิดออกตลอดกาล ขอให้ฝึกปฏิบัติด้วยความเข้าใจ ค้นหาธรรมมะในตัวของเธอเอง การบรรลุ และ การรู้แจ้งก็คือการที่เธอสามารถเห็นตัวเธออย่างแท้จริง หลวงพี่ขอเป็นกำลังใจ ...๐ |