(D)
 ประวัติพระบรมสารีริกธาตุในพระธาตุพุทธเจดีย์ศรีเซกา (พระธาตุกตัญญู)
วัดบ้านเซกา อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย
เขียนโดยพระครูสันติปัญญาภรณ์ (หลวงปู่เทพา ภูริปัญโญ)
.......................................................
เมื่อ 50 กว่าปีมาแล้วประมาณ พ.ศ.2493 นายสำราญ หัวหน้าค่ายมวยแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครปฐม ขึ้นไปเที่ยวป่าทางภาคเหนือเขตจังหวัดเชียงราย เขาชอบล่าสัตว์ป่ามาเป็นอาหารเวลาไปพักค้างคืนในป่า คืนหนึ่งเขาฝันเห็นผู้หญิงกำลังตีเด็ก ตีแบบไม่ปราณีไม่มีเหตุผล ในฝันนายสำราญเข้าไปห้ามๆ เท่าไหร่เขายิ่งตี จนนายสำราญทนไม่ไหว เลยเข้าไปพูดคุยแบบใจดีสู้เสือ มีเหตุผล ผู้หญิงคนนั้นไม่ฟังยังตีเด็กเรื่อยไป นายสำราญจึงพูดว่า คุณไม่มีเมตตาสงสารเด็กบ้างหรือ อย่างน้อยคุณก็อายผมบ้าง เท่านั้นเอง ผู้หญิงคนนั้นหยุดตีเด็กแล้วหันมาพูดกับนายสำราญว่า ทีเวลาคุณฆ่าสัตว์ตัดชีวิตยังไม่มีเมตตาสงสารและไม่ละอายต่อฉันบ้าง ทำไมคุณทำได้ เท่านั้นเอง นายสำราญก็คิดได้ ผู้หญิงคนนั้นก็ถามต่อไปอีกว่าคุณจะเลิกฆ่าสัตว์ตัดชีวิตได้ไหม ถ้าฉันจะบอกของดีของวิเศษให้ ฝันอยู่อย่างนี้ 3 คืน จนนายสำราญรับปากว่าจะเลิกฆ่าสัตว์ ตัดชีวิตไม่ทำอีกต่อไป ผู้หญิงคนนั้นก็หยุดตีเด็กและทำหน้ามาเป็นมิตร ชี้ไปที่เนินดินว่าให้ไปขุดเอาของดีของวิเศษ วันถัดมานายสำราญได้ชักชวนชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไปขุด แต่ชาวบ้านไม่กล้าเพราะที่ตรงนั้นเล่าลือกันว่าผีดุ นายสำราญเลยเล่าความฝันให้ชาวบ้านฟัง ชาวบ้าน บางคนอยากได้เลยพร้อมกันไปขุด พอเข้าไปดูใกล้ๆ เนินดินนั้นพบว่าเป็นฐานเจดีย์ใหญ่ซึ่งล้มพังทลายมานานแสนนานแล้ว รอบฐานเจดีย์มีเป็นซุ้มๆ อยู่โดยรอบทุกช่องจะมีรอยคนขุดเอาของเก่า เห็นเหลืออยู่ช่องเดียวไม่มีคนขุดเพราะดินถมกลบเอาไว้ นายสำราญและชาวบ้านที่ไป เลยขุดตรงที่ซุ้มนั้น ขุดลงไปพอประมาณไม่ลึกนัก พบเจดีย์สัมฤทธิ์ ชาวบ้านถามนายสำราญว่านั่นเป็นอะไร นายสำราญตอบว่าโกฎิเจดีย์เก่า ข้างในมีแต่เม็ดกรวดทรายเต็มไปหมด เพราะอยู่ในดินนานจนผุ ชาวบ้านเชื่อจึงขุดต่อไป ในขณะที่ชาวบ้านขุดอยู่นั้น นายสำราญเอาโกฎิเจดีสัมฤทธิ์ไปเปิดดู พบผอบทองคำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่เต็ม เขาเลยเทออกไว้ที่ก้อนหินใหญ่อีกก้อนหนึ่งทำเป็นเหมือนไม่สนใจ ขณะที่ชาวบ้านขุดได้พบพระแก้วขาว 2 องค์ จนรู้ว่าหมดทุกอย่างแล้ว จึงหยุดพักและหลับนอนพอตกดึกทุกคนกำลังนอนหลับ เกิดเหตุอัศจรรย์เมื่อมีแสงขนาดเท่าลำตาล จากพระบรมสารีริกธาตุที่กองเอาไว้บนก้อนหินใหญ่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ชาวบ้านที่นอนไม่หลับเห็นเหตุการณ์ปลุกกันตื่นขึ้นมาดูด้วยความตื่นเต้นตกใจ แล้วเล่าลือกันไปต่างๆนาๆ ว่าต้องเป็นของดีวิเศษหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือผีภูมิเจ้าที่แสดงให้เห็นเป็นแน่ ชาวบ้านกลัวได้รับอันตรายพร้อมกันกลับบ้านหมดทุกคน นายสำราญก็กลับกับเขาเหมือนกัน รุ่งขึ้นวันใหม่เขาจึงลอบไปเอาพระบรมสารีริธาตุคนเดียว ส่วนพระแก้วขาว 2 องค์มอบให้ชาวบ้านที่ไปขุดด้วยกันแต่ชาวบ้านกลัวไม่กล้าเอา นายสำราญขอบูชา (ซื้อ) เอาคนเดียว หลายวันต่อมา นายสำราญก็นำของเหล่านั้นกลับไปบ้านที่นครปฐม ทำการสักการบูชาครอบครองเรื่อยมา โดยไม่ยอมบอกให้ใครรู้ว่ามีพระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงวิเศษสุด เมื่อคราวหนึ่งเขาได้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุไปบรรจุในเจดีย์ที่วัดแห่งหนึ่งในเมืองเหนือ และได้นำไปบรรจุเจดีย์อีกหลายที่ จนกระทั่งเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 อาตมาได้รับนิมนต์ไปร่วมพุธาภิเษก ที่วัดประยงค์กิตติวรารามกรุงเทพมหานคร หลังจากเลิกพิธีมีญาติโยมลูกศิษย์กลับไปเกือบหมดโยมที่ไม่เคยรู้จักกันพูดขึ้นมาว่า เมื่อคืนนี้ผมฝันว่าพ่อผมมาบอกให้นำของดีมาถวายพระ โดยในความฝันนั้นพ่อบอกลักษณะพระ รูปร่างผิวพรรณ อายุเท่านั้น ซึ่งพระรูปนั้นมาร่วมงานที่วัดกำลังมีงานพุทธาภิเษกอยู่ในขณะนี้ เสร็จแล้วเขาถามอายุอาตมาๆ บอกไปว่าอายุ 57 ปี เขายกมือสาธุแล้วเขาถามว่าท่านจะกลับวัดเมื่อไหร่ อาตมาบอกว่าจะกลับพรุ่งนี้ และอาตมาถามว่าโยมชื่ออะไรเขาบอกว่า ชื่อเอก บ้านอยู่แถวคลอง
. นี้แหละ คุยกันไปหลายเรื่องพอสมควรเขาก็ลากลับ ตื่นขึ้นตอนสายๆ นายเอกกลับมาหาแล้วเอาผอบเงินเก่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุถวาย พร้อมทั้งเล่าประวัติให้ฟังตามที่พ่อเขาบอกคราวมีชีวิตอยู่ อาตมาอนุโมทนาให้พรก่อนเขากลับ แล้วยังบอกเขาว่า มีโอกาสจะสร้างเจดีย์บรรจุเอาไว้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาสืบไป เขาก็ ลากลับ แล้วยังไม่เจอเขาอีกจนกาลบัดนี้
เมื่อ พ.ศ.2550 เป็นปีมหามงคลที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา ปวงไพร่ฟ้าประชาราชทุกหมู่เหล่าต่างแซ่ซ้องสาธุการ ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน คณะญาติโยมและศิษยานุศิษย์ของวัดนี้พร้อมด้วยผู้มีจิตศรัทธาทั้งใกล้และไกลได้พร้อมใจกันนำกฐินมหาสามัคคี รุ่นกตัญญู มาทอดถวายที่วัดบ้านเซกานี้ โดยได้ทุนทรัพย์ทั้งหมด จำนวน 1,199,999 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน) อาตมาในนาม พสกนิกรผู้หนึ่งจึงได้เชิญชวนญาติโยมศิษยานุศิษย์ และผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายพร้อมสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับไว้แล้วนั้น เพื่อจะได้เป็นที่กราบไว้สักการบูชาของทวยเทพเทวาและเหล่ามนุษย์พุทธบริษัท ผู้ใคร่ในบุญกุศลสืบต่อไปชั่วกาลนาน โดยเจดีย์องค์นี้ ฐานกว้าง 12 เมตร ยาว 12 เมตร สูง 25 เมตรเศษ โดยขุดลงรากฐานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2550 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำพาญาติโยมศิษยา- นุศิษย์ยกเสาเอก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2551 เมื่อลงรากฐานปากพานเอวขันแรกสิ้นทุนทรัพย์ไป จำนวนเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทเศษ) (เหตุที่ได้ชื่อว่าพระธาตุกตัญญู เพราะเอาเงินกฐินรุ่นกตัญญู ปี 2550 มาสร้างลงรากฐานเจดีย์องค์นี้) ต่อมาเจ้าภาพไม่ประสงค์ออกนามส่งฉัตร 9 ชั้น ทำด้วยทองเหลืองปิดทองคำแท้ทั้งองค์สูง 5 เมตรเศษ ยอดสุดมีที่บรรจุพระบรมสารี ริกธาตุเป็นรูปดอกบัวตูมมาถวายโดยมีรถมาส่งดูทะเบียนรถมาจากจังหวัดขอนแก่น แต่ฉัตร 9 ชั้น เป็นลักษณะของเมืองเหนือ ถามคนขับเขาบอกว่ามีคนให้มาส่ง เรื่องนี้ยังเป็นปริศนาอยู่จนถึงทุกวันนี้
ฉัตรมาถึงเมื่อวันพุธที่ 5 มีนาคม 2551 ทางวัดให้พระเณรแกะลังที่บรรจุฉัตรแล้วประกอบเป็นองค์ฉัตร 9 ชั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2551
คำบูชา พระธาตุพุทธเจดีย์ศรีเซกา (พระธาตุกตัญญู)
อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ ทูระโต
อะหัง วันทามิ สัพพะโส อะหัง วันทามิ สัพพะทา
มหาลาโภ มหาลาภัง ภะวันตุเม
*************************************** |
|