ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ให้อภัยด้วยเมตตาธรรม



(D)
ให้อภัยด้วยเมตตาธรรม

ถ้าคุณเกิดเป็นลูกฝรั่ง พ่อแม่และสังคมก็จะสอนลูก ๆ ว่า เมื่อทำผิดต้องรีบสำนึกรู้ตัวว่าผิด แล้วต้องกล่าวต่อผู้ที่ตนเองล่วงเกิน .."ข้าพเจ้ามีความเสียใจ ที่ได้ทำผิดต่อคุณในสิ่งนี้" เมื่อผู้ทำผิดพูดดังนี้แล้ว ต้องพูดต่อไปว่า " กรุณายกโทษให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด"...

ฝ่ายที่ได้ฟังคำสำนึกผิดก็จะตอบด้วยเมตตาและความสุภาพว่า .."อย่าไปใส่ใจเลย หรือ อย่าไปพูดถึงเรื่องนั้นอีกเลย..และทั้งสองฝ่ายก็จะจับมือกัน ถ้าอายุรุ่นราวคราวเดียวกันก็จะกอดกัน เป็นเครื่องหมายแห่งความรัก ดี สามัคคีกัน ฝรั่งที่เขาสอนกันอย่างนี้เพราะเห็นโทษและภัยอันเกิดจากความผิดพลาด กระทบกระทั่ง วิวาทบาดหมาง อันจะเป็นผลให้เกิดการอาฆาต พยาบาท ทำร้าย จองล้างจองผลาญกัน จึงเห็นว่าน้อยครั้งที่ฝรั่งจะชกต่อยกัน ดักยิงดักฒฆ่ากัน หรือหาทางทำลายกัน ฝรั่งถือว่า.."ใครขอโทษก่อนคนนั้นเป็นผู้มีเกียรติ เป็นผู้ที่ควรคบหาสมาคมเพราะจะไม่เป็นผู้นำภัยสู่การคบกัน และผู้ที่ให้อภัยด้วยคำดั่งกล่าวข้างต้น ก็ย่อมได้รับการนับถือ เคารพบูชา"...

คนไทยเรามีอะไรมากมายที่อวดดื้อถือดี มีทิฎฐิอติมานะ สังคมไทยส่งเสริมยศศักดิ์ มีข้าทาสบริวาร เมื่อการล่วงเกินกัน ทำผิดต่อกันและกัน จึงไม่มีทั้งคำขอโทษและการให้อภัย เพราะคนไทยเห็นว่า .. "การขอโทษเป็นการเสียเกียรติ และการให้อภัยเป็นการขาดทุนที่ถูกล่วงเกิน" ..คนไทยจึงมีความคิดว่า ..."ต้องเอาคืน" กอปรกับคนไทยเรามีบริวาร ลิ้วล้อ พวกประจบสอพลอมาก ทั้งยุยุงส่งเสริม ยุแยงตะแคงแหย่ ยุให้รำตำให้รั่ว บางทีคนที่ทำผิดคิดจะขอโทษ ก็มีพวกยุยื้อให้ว่าไม่ต้องขอโทษ เป็นอะไรเป็นกัน บางทีคนที่ถูกล่วงเกินจะให้อภัย ก็มีพวกยุยงว่าอย่ายอม ความไม่สามัคคีจึงมีในคนไทย นับแต่ระดับบุคคล หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงระดับชาติ

การที่จะบังคับด้วยกำลังให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมขอขมาโดยที่เขาไม่ยินยอมถึงจับหัวกดลงกับพื้นก็ไม่จัดว่าเป็นการขอขมา เพราะเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเราอาจจะเห็นลายลายกองอยู่ตรงนั้นก็ได้ เห็นได้จากหนังฝรั่งหนังจีนหนังไทย การขอขมาและการให้อภัยจึงต้องเกิดจากใจเท่านั้น เกิดโดยที่... "ผู้น้อยสำนึกผิดคลานเข้าไปหา ผู้ใหญ่เมตตาอโหสิกรรม " นี่คือ...วิธีการ...ตัดกรรม และเมื่องเรื่องจบแล้วต้องไม่นำไปพูดและวิจารณ์ลับหลัง.

"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"



อยากเห็นสังคมไทยเป็นแบบนี้ครับ

โดยคุณ karn_999 (96)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 07:22 น.]



โดยคุณ หาญชัย (578)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 07:38 น.] #905534 (1/15)

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 07:40 น.] #905536 (2/15)
อิอิอิ............อยากเห็นเหมือนกันครับ............อิอิอิ

โดยคุณ toei89 (625)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 08:32 น.] #905580 (3/15)

โดยคุณ pupu2511 (1.3K)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 08:44 น.] #905592 (4/15)

โดยคุณ p_sak (662)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 08:53 น.] #905599 (5/15)

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 09:02 น.] #905613 (6/15)

โดยคุณ PRAPAS-JATUKARM (4.4K)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 09:04 น.] #905621 (7/15)
เยี่ยมครับ

โดยคุณ น้องกระแต (1.8K)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 09:07 น.] #905623 (8/15)
..........เห็นด้วย สุดชีวิตครับ............

......วันนี้..ผมก็ยังทำไม่ได้หรอกครับ แต่จะพยายาม " ฝึก " ไปเรื่อยๆ.....


โดยคุณ pusit (1.7K)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 09:51 น.] #905662 (9/15)
เยี่ยมยอด

โดยคุณ aey11 (1.2K)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 10:00 น.] #905678 (10/15)
ถูกๆๆๆๆต้อง...นะครับ


โดยคุณ poppoomi (401)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 10:05 น.] #905687 (11/15)
ถูกต้องเยี่ยมครับสิ่งที่หลาย ๆ ท่านต้องการ

/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/

** ใครอยากเห็นและอยากให้/อยากเห็นสังคมไทยเป็นแบบนี้ต้อง . .
ลบ อคติกับทิฐิ ในใจเราออกไปให้ได้ก่อนครับ . .

อคติ คำแปลคือ ความลําเอียง มี ๔ อย่าง คือ ..
ฉันทาคติ = ความลําเอียงเพราะรัก
โทสาคติ = ความลําเอียงเพราะโกรธ
ภยาคติ = ความลําเอียงเพราะกลัว
โมหาคติ = ความลําเอียงเพราะเขลา.

. . ทิฐิ คำแปลคือ ความถือดี,ความเย่อหยิ่ง,ความทระนง,ความอวดดื้อถือดี ดึงดัน
ความเห็น เช่น . .
สัมมาทิฐิ = ความเห็นชอบ คือ เห็นถูก เห็นตรงกับความเป็นจริง
มิจฉาทิฐิ = ความเห็นผิด คือ เห็นไม่ตรงกับความเป็นจริง จะต่างกับ " อคติ " ตรงที่ เห็นถูกเป็นผิดแต่เพียงหน้าเดียว

อคติ + ทิฐิ จะแปลงกายเป็น " โมหาคติ " ความลําเอียงเพราะความเขลา เป็นอคติ ๑ ในอคติ ๔ โดยตรง พาลให้เกิด โทสะ

โทสะ ความหมายคือ ความโกรธ - ความฉุนเฉียว - ความคิดร้าย - ความคิดที่จะทำลายผู้ที่ทำให้ตนโกรธ คิดวิธีการแนบแนม เช่น . . คิดจะด่า คิดจะฆ่า เป็นต้น
ความคิดที่เป็นโทสะนั้นกำเริบขึ้นมาตามลำดับดังนี้
๑. อรติ (ความไม่ชอบใจ)
๒. ปฏิฆะ (ความขัดเคือง)
๓. โกธะ (ความคิดเดือดดาลแห่งจิต)
๔. โทสะ (ความคิดจะทำร้าย)
๕. พยาบาท (ปองร้าย) (เหมือน โทโส).

สรุป . . อย่างไปโกรธเขาเพียงแค่เอาตัวเองเป็นใหญ่ คิดแต่ตนเองถูกต้องเพียงฝ่ายเดียว
พยายามทุกวิถีทางเพื่อบอกคนอื่นว่าคนนั้นคนนี้ไม่ดีเพราะสรุปเพียงแค่ความคิดของตนเพียงเท่านั้น
ปิดประตู มิยอมรับฟัังเหตุและผลของคนอื่น และจ้องหาวิธีการกลยุทธ ทุกอย่างเพื่อทำลายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่กับยกย่องบุคคลที่เห็นด้วยกับตนเองเพียงเท่านั้น . .

.

โดยคุณ JOMPOL10 (4K)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 11:52 น.] #905776 (12/15)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 12:26 น.] #905808 (13/15)

โดยคุณ nat-36 (213)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 14:29 น.] #905911 (14/15)

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [พฤ. 29 ต.ค. 2552 - 19:20 น.] #906193 (15/15)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM