เข่นฆ่ากันทำไม
เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งผอง
ไทยฆ่าไทยให้ชาติอื่นครอง วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไร
ไทยฆ่าไทยให้ชาติอื่นครอง วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไร
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไร วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไร
//////////////////////////////////////////////
ถาม : คำว่า " จัญไร " ที่เป็นหัวข้อกระทู้ของผม .... ผมมองว่าในเนื้อเพลงปลุกใจที่ว่า
วิญญานปู่จะร้องให้ลูกหลาน " จัญไร " ถ้าคำนี้หยาบจริงทางการคงไม่นำมาเปิดให้เด็ก น.ร.ฟังเพื่อให้เกิดความสำนึกในชาติเกิดหรอกครับ ?
ตอบ : ตามเนื้อเพลงนั้น เป็นเพลงปลุกใจครับ คำว่า " จัญไร " ในเนื้อเพลง พูดหรือเป็นการแสดงออกมา อย่างที่ตามเนื้อเพลงกล่าวครับ . .
ถาม : ถ้าเราเอาความคิดคำพูดนี้ " จัญไร " ถ้าคำนี้หยาบจริงทางการคงไม่นำมาเปิดให้เด็ก น.ร.ฟังเพื่อให้เกิดความสำนึกในชาติเกิดหรอกครับ ?
ตอบ : ไปพูดต่อว่าคนอื่น ที่คิดไม่เหมือนเรา หรือไปด่าคนอื่น (ในความหมายที่แตกต่างไปจากเนื้อเพลงปลุกใจ) ผมคิดว่าผิดครับ ...
จัญไร คำแปล ชั่วร้าย, เลวทราม.
คำที่ใช้ความหมายไปกล่าวหาใครหรือเปล่าล่ะครับ การกล่าวหาว่าคนอื่นไม่รักชาติ ก็ผิดแล้ว . .
ยกตัวอย่าง กระทู้ . . เพื่อน แบบ เ ห้.....เห้......... ? https://www.g-pra.com/webboard/show.php?Category=general_talktalk&No=163764
ของคุณ รูป ที่ไม่ชัดหายไปไหน กลับไปดูก็ได้ว่าโดนอุ้มไปเช่นกัน . .
กระทู้ . . เพื่อน แบบ เ ห้.....เห้......... ? ไม่ผิดข้อความในกระทู้ก็ไม่ผิดไม่มีปัญหาอะไร
แต่ทำไมรูปที่ไม่ชัด ที่มี 2 คนกอดกันทำไมถึงโดนอุ้มครับ (น่าจะรู้) ว่า คุณไปกล่าวหาเค้าโดยตรง
คุณรู้ได้ไงว่าเค้า เ ห้ อย่างที่คุณคิด 1.ได้ยินมา 2. รู้จริง 3. ข่าวลือ 4. ฟังความข้างเดียว หรือ อย่าเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น . .
สิ่งที่คุณรู้ สิ่งที่คุณเห็น อาจไม่เป็นเช่นที่เห็นนั้นก็ได้ครับ . .อาจจะมีมุมมองที่แตกต่าง หรือหักมุนใด ๆ โดยที่เราไม่ทราบเรื่องที่แท้จริงก็ได้ . .
" มุมมองที่แตกต่างผมเคยยกตัวอย่าง " . .
เช่น . . เหมือนเวลาเรามองเข้าไปในหน้าต่างบ้าน เราเห็นกับอย่างไรเราก็เชื่ออย่างนั้น . .
แต่คนในบ้านเค้ามองออกมา มองเห็นเราชัดกว่า ว่าเรามองอะไรเค้าอยู่
มุมมองต่างกัน มองเข้าไปในหน้าต่าง กับ มองออกมาจากหน้าต่าง
เค้าเห็นคนนอกหน้าต่างชัดเจนมากมุมก็กว้างกว่า สว่างกว่า
เค้ารู้ว่าเรามองเค้าอยู่ และคิดอะไรที่ อคติอะไรเค้า หรือเปล่า
ทั้ง ๆ ที่เค้าถอดเสื้อวิดพื้น แต่มีคนมองเข้ามาทางหน้าต่างคิดว่าเราทำอะไรอยู่
คนนอกหน้าต่างจะมองจินตนาการไปต่าง ๆ นา ๆ ไปในทางที่ลบ ทั้ง ๆ ที่คนในหน้าต่างนั้นเค้าออกกำลังกายแท้ ๆ
คนนอกหน้าต่างต่อให้ปฎิเสธ อย่างไรจะให้ใครเชื่อได้ เพราะเล่นจ้องมองเข้าไปในหน้าต่างบ้านเค้าอย่างตั้งใจ . .
... ในความเห็นที่ผมกล่าวนั้นเพียงประสงค์จะสนทนา ไม่ได้ไปมุ้งเน้นทะเลาะกันนะครับ พูดไปตามธรรมที่เข้าใจ เอาละครับ คราวนี้ผมจะขหมวดเข้าอีกนะครับ ในสิ่งที่น่าสนใจก็คือ สติ และลองเฝ้าสังเกตดู
. . . เมื่อมีสติ ผู้รู้ หรือ สิ่งถูกรู้ นั้นจะหยุด สมาธิ ก็จะคงอยู่ กับผู้รู้ หรือสิ่งถูกรู้นั้น ไม่ไปปรุงแต่ง คือ
หยุดและปรากฏสภาพความจริงนั้นๆ โดยไม่ปรุงแต่ง เมื่อปัญญาบังเกิด (เพราะเห็นไตรลักษณ์มาบ่อยๆ
ไม่ใช่จินตนาการบังเกิด ไม่ใช่หนีสภาพความจริงนั้น ไม่ใช่ยึดสภาพความจริงนั้นเอาไว้) ก็จะปล่อยวางคลายความยึดมั่นถือมั่น
ทั้งที่สติ สมาธิ ยังดำรงปรากฏสภาพความจริงนั้นให้เด่นชัดอยู่ หมายเหตุการเกิดดับหรือการเปลียนแปลง
ของ ผู้รู้ หรือ สิ่งที่ถูกรู้ ก็เปลียนแปลงไปตามสภาพความจริงนั้น แต่สติ กับสมาธิทำให้ปรากฏชัด เมื่อ . .
ปัญญาเกิด ก็จะบังเกิดได้สองกรณี คือ
1. เข้าสู่สมาธิที่ลึกขึ้น จนถึงอัปปนาสมาธิ
2. ปล่อยวาง หลุดพ้นไม่ยึดมั่นถือมั่น(ความจริงแล้วสมาธิสูงขึ้นแต่ไม่ทรงอยู่นาน) สักแต่สภาพความจริงนั้นที่ปรากฏ เพียงแต่เป็นที่ระลึก เป็นที่อาศัย
แต่จะเป็นการละกิเลสได้ชั่วคราวหรือถาวรนั้น ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย(ปัญญา วาสนา บารมี)
ตัวพิสูจน์ก็คือ ญาณรู้ในกิเลสที่ละและทีเหลือเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่เมื่อไม่มั่นใจ ระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
รวม ๆ แล้ว " ระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์กิเลสที่ดีที่สุด "
(คำพูดหรือบางประโยคผมเคยพูดมาครั้งหนึ่งแล้วครับ ผมขอยกมาพูดอีกครั้งหนึ่งครับ) |
|