ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์



(D)


ความเป็นมาของพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ นั้นมีความเป็นมาสรุปพอสังเขปได้คือในอดีตนั้นการสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ จะกระทำตามคำสั่งของกองทัพบกเป็นครั้งคราว ไม่มีกำหนดแน่นอนจนกระทั่งในวันคล้ายวันสถาปนา กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ ครบรอบ ๘๕ ปี เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้กองทัพภาคที่ ๑ ดำเนินการจัดงานวันราชวัลลภที่ กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ ๆ และให้มีการสวนสนามของทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ ที่ลานพระราช-วังดุสิต โดยใช้กำลังสวนสนามเฉพาะทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เท่านั้น ซึ่งในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน ต่อมาเมื่อปี ๒๕๐๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรปตั้งแต่เดือนมิถุนายน และเสด็จนิวัติพระนคร เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๐๔ ดังนั้นในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๐๔ ได้มีพิธีสวนสนาม “วันพระบารมีปกเกล้า” ของทหารทั้ง ๓ เหล่าทัพ ซึ่งไม่เฉพาะหน่วยทหารรักษาพระองค์เท่านั้น ในปีนี้เอง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้ กองทัพบก โดย กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาขึ้นใน ๕ ธันวาคม ๒๕๐๔ โดยใช้หน่วยทหารรักษาพระองค์ ซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานครเข้าดำเนินการสวนสนามมีทั้งหมด ๘ กองพัน จัดเป็น ๒ กรมสวนสนาม ในกรมสวนสนามที่ ๑ นั้น ประกอบด้วย กองพัน จากกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และอีก ๓ กองพันจาก กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ รวมเป็น ๔ กองพัน สำหรับกรมสวนสนามที่ ๒ จัดจาก กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ๑ กองพัน จัดจาก กองพันทหารม้าที่ ๑ รักษาพระองค์ ๑ กองพัน (สำหรับกองพันทหารม้าในสมัยนั้น ยังไม่ได้ใช้ม้าร่วมในพิธี แต่ใช้ทหารม้าลงเดินเท้า) จัดจาก กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ๑ กองพัน และจาก กองพันทหารช่างที่ ๑ รักษาพระองค์ ๑ กองพัน รวมเป็น ๔ กองพัน


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 16:47 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 16:47 น.] #946142 (1/14)


(D)


ดังนั้นนับตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๐๔ เป็นต้นมา ก็ได้มีการจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิพระชนมพรรษา เป็นประจำทุกปี แต่เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกรณียกิจมากในห้วงวันที่ ๔ - ๖ ธันวาคม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนฯ ในวันที่ ๓ ธันวาคม ของทุกปี จนถึงปี ๒๕๔๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนฯ ในวันที่ ๒ ธันวาคม


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 16:48 น.] #946143 (2/14)


(D)


สำหรับการจัดกำลังทหารรักษาพระองค์สวนสนามนั้นได้ใช้กำลัง ๘ กองพันมาโดยตลอด จนกระทั่งปี ๒๕๒๕ จึงได้มีหน่วยทหารรักษาพระองค์ในต่างจังหวัดเข้าร่วมพิธีด้วย รวมทั้งเหล่าทัพอื่น ก็ได้จัดกำลังร่วมพิธีในปีเดียวกัน คือมีทั้ง ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ จึงได้กำหนดให้มีการจัดหน่วยเข้าร่วมสวนสนามเพิ่มขึ้นเป็น ๑๒ กองพัน โดยจัดเป็น ๔ กรมสวนสนาม ๆ ละ ๓ กองพัน

ต่อมาในปี ๒๕๓๐ ก็ได้นำเอาม้ามาร่วมในพิธีสวนสนามด้วย โดยทหารม้าได้ขี่ม้าจริง ๆ ทั้งนี้จากเดิมจัด ๑๒ กองพัน จึงได้กลายมาเป็น ๑๓ กองพัน แต่ยังคงแบ่งเป็น ๔ กรม เช่นเดิม คือ กรมละ ๓ กองพันส่วนกองพันทหารม้านั้นจะเป็นกองพันสุดท้ายที่ปิดท้ายขบวน


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 16:49 น.] #946146 (3/14)


(D)


สำหรับในปี ๒๕๔๗ จะกระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ในวันที่ ๒ ธันวาคม โดยหน่วยที่เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญานตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ในปีนี้ประกอบด้วย ๔ กรมทหารรักษาพระองค์ ซึ่งแต่ละกรมจัด ๓ กองพันทหารรักษาพระองค์ กับอีกหนึ่งกองพันทหารม้ารักษาพระองค์ รวมเป็น ๑๓ กองพัน ทหารรักษาพระองค์ ตามลำดับริ้วขบวนและการแต่งกายดังนี้

- กรมที่ ๑ กองบังคับการกรม จัดจาก กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ การแต่งกาย สวมเสื้อสักหลาดสีแดง กางเกงดำมีแถบสีแดง สวมหมวกยอดมีพู่สีดำ

- กองพันที่ ๑ จัดจากกองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ การแต่งกาย สวมเสื้อสักหลาดสีแดง กางเกงดำมีแถบสีแดง สวมหมวกยอดมีพู่สีดำ

- กองพันที่ ๒ จัดจากกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีขาว กางเกงดำมีแถบสีบานเย็น สวมหมวกยอดมีพู่สีบานเย็น

- กองพันที่ ๓ จัดจากกองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ฯ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีเขียว กางเกงดำมีแถบสีเขียว สวมหมวกยอดมีพู่สีดำ

- กรมที่ ๒ กองบังคับการกรม จัดจากกรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรืออากาศ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีฟ้า กางเกงสีเทา มีแถบสีเหลืองสวมหมวกยอดมีพู่สีฟ้า

- กองพันที่ ๔ จัดจากกองพันนักเรียนนายร้อย กรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีแดง กางเกงดำมีแถบสีแดง สวมหมวกยอดมีพู่สีดำ

- กองพันที่ ๕ จัดจากกองพันนักเรียนนายเรือ กรมนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีน้ำเงินดำ กางเกงสีน้ำเงินดำมีแถบสีทอง สวมหมวกทรงหม้อตาลสีขาว

- กองพันที่ ๖ จัดจากกองพันนักเรียนนายเรืออากาศ กรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรืออากาศ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีฟ้า กางเกงสีเทามีแถบสีเหลือง สวมหมวกยอดมีพู่สีฟ้า

- กรมที่ ๓ กองบังคับการกรม จัดจากกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีน้ำเงินแก่ กางเกงสีดำมีแถบสีแดง สวมหมวกยอดมีพู่สีน้ำเงิน

- กองพันที่ ๗ จัดจากกองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีน้ำเงินแก่ กางเกงสีดำมีแถบสีแดง สวมหมวกยอดมีพู่สีน้ำเงิน

- กองพันที่ ๘ จัดจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีเหลือง กางเกงสีดำมีแถบสีเหลือง สวมหมวกยอดมีพู่สีดำ

- กองพันที่ ๙ จัดจากกองพันทหารช่างที่ ๑ รักษาพระองค์ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีขาว กางเกงสีเทามีแถบสีดำ สวมหมวกยอดมีพู่สีดำ

- กรมที่ ๔ กองบังคับการกรม จัดจากกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีม่วง กางเกงสีดำมีแถบสีม่วง สวมหมวกยอดมีพู่สีดำ

- กองพันที่ ๑๐ จัดจากกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ การแต่งกาย สวมเสื้อคอปิดสีม่วง กางเกงสีดำมีแถบสีม่วง สวมหมวกยอดมีพู่สีดำ

- กองพันที่ ๑๑ จัดจากกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน การแต่งกาย สวมเสื้อสีแดง กางเกงสีดำมีแถบสีทอง สวมหมวกยอดมีพู่สีดำ

- กองพันที่ ๑๒ จัดจากกองพันอากาศโยธินที่ ๑ รักษาพระองค์ กรมทหารอากาศโยธิน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน การแต่งกาย สวมเสื้อสีบานเย็น กางเกงสีดำมีแถบสีเหลือง สวมหมวกยอดมีพู่สีบานเย็น

- กองพันที่ ๑๓ จัดจากกองพันทหารม้าที่ ๒๙ รักษาพระองค์ การแต่งกาย สวมเสื้อสักหลาดคอปิดสีน้ำเงินหม่น กางเกงสีน้ำเงินมีแถบสีเหลือง สวมหมวกยอดมีพู่สีน้ำเงินหม่น


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 16:50 น.] #946148 (4/14)
ขอบคุณข้อมูลและที่มา http://web.archive.org/web/20050117133753/www.rta.mi.th/21100u/parade/parade.htm


โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 16:59 น.] #946157 (5/14)
สาระความรู้ จริงๆครับ และเข้ากับสถานะการณ์ที่จะมาถึงใหัพวกเราพสกนิกรได้ชื่นชม ในเร็ววันนี้ครับ .... ขอบพระคุณครับ

โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 17:16 น.] #946168 (6/14)
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

โดยคุณ มดแดง (2.2K)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 17:38 น.] #946182 (7/14)
ขอบคุณครับพี่สิทธิโชติ..สำหรับความรู้สาระดี ๆ .. ชอบอ่านเรื่องแบบนี้ครับ



ปล.สมัยเด็ก ๆ ดูทีวีแล้วอยากเป็นทหารรักษาพระองค์ครับ.. แต่ได้แค่ "ฝัน" ครับ

โดยคุณ mu101 (2.2K)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 19:09 น.] #946240 (8/14)
สมัยผมเป็นทหารเกณฑ์ ซ้อมเดินแทบตายเลยครับแต่สุดท้ายโดนคัดออกเนื่องจากความสูงไม่เข้าเกณฑ์ ผมเป็นทหารช่างรักษาพระองค์ครับ

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 19:26 น.] #946250 (9/14)

โดยคุณ เกียรตินิรันดร์ (1)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 19:57 น.] #946274 (10/14)
ขอบคุณมากค่ะ

โดยคุณ nat-36 (213)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 21:03 น.] #946337 (11/14)
งดงามสุดยอดครับ แม้จะไม่เคยเป็นทหาร แต่ก็ไม่เคยหนีทหาร ดูทีไร ปลื้มใจ ภูมิใจครับ

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [อา. 29 พ.ย. 2552 - 21:10 น.] #946350 (12/14)


(D)

โดยคุณ toei89 (625)  [จ. 30 พ.ย. 2552 - 00:19 น.] #946561 (13/14)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ ต้นอุบล (899)  [ศ. 18 ธ.ค. 2552 - 22:32 น.] #970775 (14/14)
ขอบคุณครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM