 (D)
เมื่อปี พ.ศ.2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และทูลกระหม่อมเจ้าฟ้า ได้เสด็จพระราชดำเนินไปกราบนมัสการหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ถึงวัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร.....
ในคราวเสด็จพระราชทานผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ครั้งแรก พ.ศ.2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นมัสการถามหลวงปู่ฝั้น ความสำคัญว่า.....
1)ปุจฉา-ทำอย่างไร ประเทศชาติ ประชาชน จะอยู่ดีกินดี มีความสามัคคีปรองดองกัน?
หลวงปู่ฝั้นฯ วิสัชนา-ให้เข้าหาพระศาสนา เพราะศาสนาสอนให้ละชั่ว-กระทำความดี-ทำใจให้ผ่องใส
2)ปุจฉา-คนส่วนมากทำดี คนส่วนน้อยทำชั่ว จะให้คนส่วนมากเดือดร้อนไหม? ทำอย่างไรจึงจะแก้ไขได้?
หลวงปู่ฝั้นฯ วิสัชนา-ขอถวายพระพร ทุกวันนี้ คนไม่รู้ศาสนา จึงเบียดเบียนกัน ถ้าคนเรานึกถึงศาสนาแล้ว ก็ไม่เบียดเบียนกัน เพราะต้องการความสุข ความเจริญ คนอื่นก็เช่นกัน
คนทุกวันนี้ เข้าใจว่า ศาสนาอยู่กับวัด อยู่ในตู้ ใน***บ(ห+สระอี+บ....Admin) ในใบลาน อยู่กับพระพุทธเจ้า ประเทศอินเดียโน่น จึงไม่สนใจ บ้านเมืองจึงเดือดร้อนวุ่นวาย มองหน้ากันไม่ได้
ถ้าคนเราถือกันเป็นบิดามารดา เป็นพี่น้องกันแล้ว ก็สบาย ไปมาหาสู่กันได้ เพราะใจเราไม่มีเวร เวรก็ไม่มี ใจเราไม่มีกรรม กรรมก็ไม่มี
ฉะนั้น ให้มีพรหมวิหารธรรม อย่างมหาบพิตรเสด็จมานี้ ทุกอย่างเรียบร้อยหมด
ในคราวเดียวกันนั้น สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ และทูลกระหม่อมสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงทั้งสองพระองค์ เสด็จเข้านมัสการหลวงปู่ฝั้น อาจาโร โดยประทับบนพื้นพรม
3)สมเด็จฯรับสั่งถาม-ท่านอาจารย์ไปพักวัดบวรฯบ่อยไหม?
หลวงปู่ฝั้นฯ-สมัยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ไปพักบ่อย ทุกวันนี้ไม่ได้ไป ท่านเจ้าคุณศาสนโสภณนิมนต์เหมือนกัน
(ท่านเจ้าคุณพระศาสนโสภณ ต่อมาได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระญาณสังวร และก็คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ในเวลาต่อมา)
4)สมเด็จฯ ปุจฉา-ถ้าท่านอาจารย์ไปพักที่วัดบวรฯ ดิฉันจะไปนมัสการ ดิฉันสนใจภาวนามานานแล้ว แต่เมื่อนั่ง จิตไม่ค่อยสงบ ได้ไปเรียนท่านเจ้าคุณศาสนโสภณ ท่านบอกว่า เป็นเรื่องยุ่งยาก
หลวงปู่ฝั้นฯวิสัชนา-ไม่ว่าจะนั่ง-จะนอน-จะยืน-จะเดิน ทำได้
5)สมเด็จฯปุจฉา-ทำอะไร? ให้รู้อยู่หรือ?
หลวงปู่ฝั้นฯวิสัชนา-ขอถวายพระพร
หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ หลวงปู่ฝั้น เดินทางเข้ามาเมืองหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย ทูลกระหม่อมสมเด็จฟ้าหญิง ได้เสด็จพระราชดำเนินไปที่วัดบวรนิเวศวิหาร.....
ในหลวงฯทรงพระราชปฏิสันถารว่า
"ท่านอาจารย์มากรุงเทพฯรู้สึกเหนื่อยไหม?"
"ขอถวายพระพร อาตมาถือเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องได้เคยฝึกมาสมัยออกปฏิบัติ ครั้งแรกไม่มีรถยนต์ มีแต่เดินด้วยเท้า ขอถวายพระพร"
6)สมเด็จพระนางเจ้าฯทรงปรารภว่า-คนทุกวันนี้เข้าใจว่า ตายแล้วไม่ได้เกิด ถ้าคนตายแล้วเกิด ทำไมมนุษย์จึงเกิดมาก? หากเดียรัจฉานเขาพัฒนาตนเอง จะถึงขั้นเกิดเป็นมนุษย์ได้ไหม?
หลวงปู่ฝั้นฯ วิสัชนา-ได้ เกี่ยวกับจิตใจ ใจคนมีหลายนัย ตัวเป็นมนุษย์ แต่ใจเป็นสัตว์ ตัวเป็นมนุษย์ แต่ใจเป็นเปรต ตัวเป็นมนุษย์ แต่ใจเป็นนรก ตัวเป็นมนุษย์ ใจเป็นมนุษย์ หรือเทวดา เป็นพรหม เป็นพระอรหันต์ เป็นพระพุทธเจ้า ก็มาจากคน
จะรู้ได้อย่างไร?ให้นั่งพิจารณาดู ที่ใจไม่อยู่ คิดโน้นคิดนี่ นั่นแหละ เรียกว่า มันไปต่อภพต่อชาติ ที่ว่าเกิด
ถ้าตาย ก็ไปเกิดตามบุญตามบาปที่ทำไว้ เป็นเปรต-คือ ใจที่มีโมโห โทโส ริษยา พยาบาท ใจนรก-คือ ใจทุกข์ กลุ้มอกกลุ้มใจ.....
ใจเป็นมนุษย์-คือ ใจที่มีศีล 5 มีทาน มีภาวนา ใจเป็นเศรษฐี ท้าวพระยามหากษัตริย์ คือ ใจดี.....
ใจเป็นเทวดา-คือ มีเทวธรรม มี หิริ- ความละอายบาป โอตตัปปะ-ความเกรงกลัวบาป น้อยหนึ่งไม่อยากกระทำ...
ใจเป็นพรหม-มีพรหมวิหารธรรม.....
ใจว่างเหมือนอากาศ-ใจพระอรหันต์ คือ ท่านพิจารณาความว่างนั้น จนรู้เท่า แล้วปล่อย เหลือแต่รู้ ใจพระพุทธเจ้า รู้แจ้งแทงตลอดหมดทุกอย่าง.....
หลวงปู่ฝั้น ได้รับความศรัทธาจากองค์พระประมุข และราชสกุลเป็นอย่างสูง เห็นได้จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดอุดมสมพรหลายครั้ง......
เมื่อหลวงปู่ฝั้นเข้ามาในกรุง ก็ทรงโปรดให้อาราธนาเข้าไปแสดงธรรมในพระราชฐาน บางคราวรับสั่งสนทนากับหลวงปู่อยู่จนดึกมาก เวลาหลวงปู่จะลุกขึ้น เพราะหลวงปู่นั่งอยู่อิริยาบถเดียวนานเกินควร จึงลุกขึ้นไม่ได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดฯเสด็จเข้าทรงช่วยพยุงหลวงปู่ด้วยพระองค์เอง......ขอจงทรงพระเจริญ..... |