ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : การให้



(D)
การให้
๑. การให้ทานเพื่อการทำบุญนั้น เป็นการกระทำที่เป็นไป
เพื่อการกำจัด เพื่อการทำลาย เพื่อลดละ ซึ่งความโลภ ความตระหนี่ ความเห็นแก่ตัว
ที่มีอยู่ในจิตสันดานของคนเราให้หมดไป เพื่อให้กุศลธรรม คือ ความรัก ความเมตตา
ความเสียสละให้เกิดให้มีขึ้นแทนที่

๒. พระพุทธเจ้าทรงเน้นการให้ ที่อยู่ในหลักที่ว่า " คิดก่อนให้ พิจารณาก่อนให้ ให้ด้วยปัญญา "
คือ การให้ในแต่ละครั้งนั้น ควรพิจารณาว่า เป็นเหตุที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สุข
ต่อโลก ต่อสังคม ต่อบุคคล หรือไม่เพียงไร
ไม่ทรงสอนให้มุ่งการให้แบบหวังผลดลบันดาลหรือการตอบแทนเฉพาะตน
เช่น การให้เพื่อการได้ซึ่งหน้าตาได้ชื่อเสียงได้รับการชมเชย การคุ้มครองป้องกัน
หรือว่า ให้แล้วต้องได้รับสิ่งตอบแทน ในรูปแบบของระบบผลประโยชน์ เป็นต้น

๓. การให้นั้นควรมุ่งให้อยู่ในระบบบุญกุศลที่จะก่อให้เกิดความดีงามแก่ตนเองขูดเกลาตนเอง
และช่วยให้สังคมเกิดความดีงามในปัจจุบันเป็นสำคัญ
ส่วนประโยชน์ในชาติหน้า หรือว่าพรุ่งนี้นั้นถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่จะตามมา
ไม่ใช่ทำบุญ เพื่อเป็นการซื้อตั๋วไปสวรรค์ แลกความเป็นเศรษฐี มีโชคมีลาภ
นั้นไม่ใช่บุญ มันเป็นกิเลส เป็นความโลภ แบบนี้ทำแบบไม่ใช้ปัญญา

๔. การให้ทุกครั้งนั้น ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นเหตุทำให้ตนเดือดร้อน
เข้าในลักษณะเป็นการเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น
การให้ที่ดีนั้นต้องก่อให้เกิด ความผ่องใส แช่มชื่น เบิกบาน อิ่มอกอิ่มใจ
มีความสุข ทั้งก่อนให้ ในขณะให้ และเมื่อให้เสร็จแล้วทั้งแก่ตนเอง และผู้อื่น

๕. การให้นั้น ควรทำบ่อยๆ เพื่อฝึกฝนจนเป็นนิสัยในการให้ จนเกิดเป็นคุณธรรมภายในที่มีประสิทธิภาพ
ประจำชีวิตจิตใจของตน เมื่อคิดที่จะให้ ก็ให้คิดได้เอง ไม่ใช่เกิดจากการชักชวนจากผู้อื่น
และเมื่อให้ทุกครั้งก็เป็นการให้ที่มีคุณภาพก่อให้เกิดบุญเต็มเม็ดเต็มหน่วย เป็นมรรค เป็นผลทุกครั้งเสมอไป

๖. การให้นั้นเป็นวิธีการทำบุญที่ทำได้ง่ายกว่าการทำบุญโดยวิธีอื่น
เพราะฉะนั้นควรที่จะปฎิบัติให้ถูกต้องและให้เกิดคุณภาพอย่างแท้จริง
เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำบุญอย่างอื่นที่มีผลมากกว่าการให้
เช่น การรักษาศีล การเจริญสมาธิภาวนา สวดมนต์ แผ่เมตตา เป็นต้น

"นัตถิ จิตเต ปะสันนัมหิ อุปปะกานามะทักขิณา"
เมื่อจิตมีความเลื่อมใสแล้ว บุญนั้นจะชื่อว่าเล็กน้อยนั้นไม่มี

********************************************************
มหาทานนี้อันยิ่งใหญ่นัก ยากที่เราท่านทั้งหลายจะได้มีโอกาสทำกันได้
นับจากอดีตกาลผ่านมานับพันปี หลังพระพุทธองค์ทรงพระปรินิพพานแล้ว กว่า ๒๕๐๐ ปี
ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะมีใครได้ทำเหตุเช่นนี้
ผมมิได้เป็นกระบอกเสียงให้แก่วัดพระธรรมกาย แต่ผมขอเป็นกระบอกเสียงให้แก่พระพุทธศาสนา
เพื่อให้ทุกท่านได้มีโอกาสที่ยากยิ่งนักจะได้ทำกัน
ก็ขอให้ท่าน คิด พิจารณา ด้วยปัญญา เอาเถิด ว่าเมื่อไหร่เราจะมีโอกาสได้ทำเช่นนี้
บัดนี้เรามีอายุเท่าไร ถ้าเราไม่ตัดสินใจเสียแต่ครั้งนี้ เราไม่รู้วันตาย เรารู้แต่วันเกิด
การได้บวชพระแม้เพียงรูปเดียวก็มีอานิงส์มากแล้ว แต่เราได้มีโอกาสบวชถึง ๑๐๐,๐๐๐ รูปจะมีอานิสงส์เพียงใด
"นัตถิ จิตเต ปะสันนัมหิ อุปปะกานามะทักขิณา"
เมื่อจิตมีความเลื่อมใสแล้ว บุญนั้นจะชื่อว่าเล็กน้อยนั้นไม่มี

ผมเป็นเพียงสะพานบุญ เพื่อให้ท่านผู้มีศรัทธาได้มีโอกาสร่วมบุญเท่านนั้น
เป็นเพียงผู้ช่วยเหลืองานพระพุทธศาสนาโดยสุจริต ท่านใดมีความศรัทธาเพียงใด
ก็ทำตามแต่ท่านศรัทธาและตั้งใจ ผมเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่นำทานที่ท่านทำแล้วไปถวายให้ทุกท่าน
ตามที่ทุกท่านประสงค์และอธิฐานไว้ อย่างที่ทุกท่านได้เคยร่วมบุญกันมาแล้วในอดีต
ขอจงทำด้วยศรัทธา อย่าทำด้วยความเกรงใจ อย่าทำบุญเอาหน้า อย่าทำบุญแบบเสียไม่ได้
เพราะบุญนั้นจะไม่มีผลแก่ท่านเลย


หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อธรรมนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้ใฝ่ศึกษาธรรมได้ไม่มากก็น้อย
ขออานิสงส์ในเผยแผ่ธรรมนี้จงเป็นมหาธรรมทาน เพื่ออบรมหนทางความดับสิน ไม่มีเหลือเชื้อแห่งอาวสะกิเลสตน
แด่ผู้ใฝ่ในธรรม และผู้เคารพเลื่อมใสองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอส่งผลบุญกุศลจากการเผยแผ่ธรรมนี้
อุทิศให้ มารดา บิดา พ่อเกิด แม่เกิด ครูอุปัชฌาย์อาจารย์สืบๆ ต่อกันมา ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรในทุกภพทุกชาติ
ที่ข้าพเจ้าได้เคยสบประมาท และมีสัมพันธ์เกี่ยวข้อง จงโมทนาบุญ และอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้านับจากบัดนี้เป็นต้นไปเถิด
พร้อมนี้ขอให้ท่านทั้งหลายพึงปราศจากความทุกข์และขอให้มีความสุข เกิดปัญญาญาณยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุแห่งบุญนี้ด้วยเทอญ

***ศึกษาธรรมจบแล้วอย่าลืมอธิฐาน แผ่เมตตา เพียงเท่านี้ ในวันนี้ท่านก็ได้ทำบุญแล้ว***

อะระหัง พุทโธ ภะคะวา มหาสำเร็จ
ขอความสำเร็จ มหาสำเร็จ
ในสรรพสิ่งมงคล มหามงคลที่ข้าพเจ้าปรารถนาไว้ดีแล้ว
ทั้งทางโลก ทางธรรม ทั้งทางบุญ ทางกุศล
จงเป็นผลสำเร็จให้แก่ข้าพเจ้าอย่างง่ายดาย ฉับพลันทันที
ด้วยอานุภาพแห่งบุญนี้ ด้วยเทอญ ฯ

สัพเพ สัตตา

ขอให้สัพพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย ที่สละชีวิตเพื่อการดำรงชีวิตของข้าพเจ้า
ขอให้ท่านทั้งหลายทั้งปวงหลุดพ้นจากความทุกข์ ประสบความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไปและตลอดไป
สัพเพ สัตตา สะทาโหตุ อะเวรา อัพญาปัชฌา สุขะ ชีวิโณ
ขอให้สัพพสัตว์ทั้งหลาย อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
จงดำรงค์ชีพอยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด
กะตัง ปุญญัง พะลังมัยหัง สัพเพภาคี ภะวันตุเต
ขอให้สัพพสัตว์ทั้งหลาย พึงมีส่วนได้เสวยผลบุญที่ข้าพเจ้า
ได้ตั้งใจกระทำด้วยกาย วาจา ใจ แล้วนั้นด้วยเทอญ

โดยคุณ เอกประจวบฯ (1.4K)  [พฤ. 21 ม.ค. 2553 - 19:16 น.]



โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [พฤ. 21 ม.ค. 2553 - 19:21 น.] #1011716 (1/9)
สาธุ

ขอบคุณ จขกท มากมายนะคะ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พฤ. 21 ม.ค. 2553 - 19:52 น.] #1011752 (2/9)
สาธุ .....

สัพเพ สัตตา สะทาโหตุ อะเวรา อัพญาปัชฌา สุขะ ชีวิโณ
ขอให้สัพพสัตว์ทั้งหลาย อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
จงดำรงค์ชีพอยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด

........

โดยคุณ nat-36 (213)  [พฤ. 21 ม.ค. 2553 - 20:22 น.] #1011800 (3/9)


(D)

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [พฤ. 21 ม.ค. 2553 - 20:44 น.] #1011828 (4/9)
สาธุ .....สาธุ .....สาธุ .....

โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [พฤ. 21 ม.ค. 2553 - 21:05 น.] #1011864 (5/9)


(D)
สาธุ .....สาธุ .....สาธุ .....

โดยคุณ ลูกพระพรหม (2K)  [พฤ. 21 ม.ค. 2553 - 22:17 น.] #1011955 (6/9)
การให้ .... ธรรม ... เป็นการชนะการให้ทั้งปวง
.สละทรัพย์สิน ให้ทาน.. เป็นทานบารมี
สละเลือดเนื้อ ให้ทาน เป็นทานขั้น อุปบารมี
สละบุตรธิดาภรรยาเป็นทาน เป็นทานขั้น ปรมัตถบารมี ส่วนมากทานขั้นนี้จะเป็นพระโพธิ์สัตว์ที่สร้างบารมีในขั้นปรมัต
ทั้งหมดเรียกว่า บารมี 30 ทัศ

โดยคุณ catalyya (101)  [พฤ. 21 ม.ค. 2553 - 23:02 น.] #1012005 (7/9)
สุดยอดของความยากที่จะให้ คือการให้อภัยค่ะ
ขอสาธุชนพึงพิจารณา

โดยคุณ toei89 (625)  [พฤ. 21 ม.ค. 2553 - 23:27 น.] #1012047 (8/9)
สาธุ .....

โดยคุณ skith (1.4K)  [ศ. 22 ม.ค. 2553 - 00:26 น.] #1012088 (9/9)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1