ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ธรรม.......สำหรับวันมาฆะบูชา............

(D)
วันมาฆะบูชา
มาฆบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะหรือเดือน3 เป็นวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ คือให้ละเว้นความชั่ว ทำความดี และทำจิตใจให้ผ่องใส

เมื่อครั้ง พุทธกาล มีเหตุการณ์เกิดขึ้นใน วันเพ็ญเดือนมาฆะ 4 ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต ณ เวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห์ ได้แก่

๑. พระสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
๒. พระสงฆ์เหล่านั้นได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า เรียกว่า "เอหิภิกขุ"
๓. พระสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์
๔. เป็นวันพระจันทร์เพ็ญเสวยมาฆฤกษ์
เหตุการณ์ทั้ง 4 มาประจวบกันใน วันนั้นถือเป็นเรื่องอัศจรรย์ นอกจากนั้นยังเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงปลงพระชนมายุสังขารว่าอีก 3 เดือน จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [ส. 27 ก.พ. 2553 - 22:43 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 27 ก.พ. 2553 - 22:45 น.] #1061406 (1/14)


(D)


ขอบคุณมากครับสำหรับสาระธรรมดีๆในวันมาฆบูชา

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [ส. 27 ก.พ. 2553 - 22:45 น.] #1061408 (2/14)
หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติ
หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติได้แก่ โอวาทปาติโมกข์ หมายถึง หลักคำสอนคำสำคัญของพระพุทธศาสนาอันเป็นไปเพื่อป้องกัน และแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตเป็นไปเพื่อความหลุดพ้น หรือคำสอน อันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ ๓ อุดมการณ์ ๔ วิธีการ ๖ ดังนี้

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [ส. 27 ก.พ. 2553 - 22:46 น.] #1061410 (3/14)
หลักการ ๓

๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่การงดเว้น การลด ละเลิก ทำบาปทั้งปวง ซึ่งได้แก่ อกุศลกรรมบถ ๑๐ ทางแห่งความชั่ว มีสิบประการ อันเป็น
ความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจ ความชั่วทางกาย ได้แก่ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติ ผิดในกาม
ความชั่วทางวาจา ได้แก่ การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ
ความชั่วทางใจ ได้แก่ การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

๒. การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่างซึ่งได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐ เป็นแบบของการทำฝ่ายดีมี ๑๐ อย่าง อันเป็นความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจ

ความดีทางกาย ได้แก่ การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นมีแต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการไม่ประพฤติผิดในกาม

การทำความดีทางวาจา ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อพูดแต่คำจริง พูดคำอ่อนหวานพูดคำให้เกิดความสามัคคีและพูดถูกกาลเทศะ
การทำความดีทางใจ ได้แก่ การไม่โลภอยากได้ของของผู้อื่นมีแต่คิดเสียสละ การไม่ผูกอาฆาตพยาบาทมีแต่คิดเมตตาและ ปราถนาดีและมีความเห็นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

๓. การทำจิตให้ผ่องใส ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ปราศจากนวรณ์ซึ่งเป็นเครื่องขัดขวางจิตไม่ให้เข้าถึงความสงบ มี ๕ ประการ ได้แก่
๑. ความพอใจในกาม (กามฉันทะ)
๒. ความอาฆาตพยาบาท (พยาบาท)
๓. ความหดหู่ท้อแท้ ง่วงเหงาหาวนอน (ถีนะมิทธะ)
๔. ความฟุ้งซ่าน รำคาญ (อุทธัจจะกุกกุจจะ) และ
๕. ความลังเลสงสัย (วิกิจฉา) เช่น สงสัยในการทำความดีความชั่ว ว่ามีผลจริงหรือไม่ วิธีการทำจิตให้ปฏิบัติสมถะผ่องใส ที่แท้จริงเกิดขึ้นจากการละบาปทั้งปวง ด้วยการถือศืลและบำเพ็ญกุศล ให้ถึงพร้อมด้วยการ และวิปัสสนา จนได้บรรลุอรหัตผล อันเป็นความผ่องใสที่แท้จริง

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [ส. 27 ก.พ. 2553 - 22:47 น.] #1061412 (4/14)
อุดมการณ์ ๔
๑. ความอดทน ได้แก่ ความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งทางกาย วาจา ใจ
๒. ความไม่เบียดเบียน ได้แก่ การงดเว้นจากการทำร้าย รบกวน หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
๓. ความสงบ ได้แก่ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
๔. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นได้จาการดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ ๘

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [ส. 27 ก.พ. 2553 - 22:47 น.] #1061413 (5/14)
วิธีการ ๖

๑. ไม่ว่าร้าย ได้แก่ ไม่กล่าวให้ร้ายหรือ กล่าวโจมตีใคร
๒. ไม่ทำร้าย ได้แก่ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
๓. สำรวมในปาติโมกข์ ได้แก่ ความเคารพระเบียบวินัย กฎกติกา กฎหมาย รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีของสังคม
๔. รู้จักประมาณ ได้แก่ รู้จักความพอดีในการบริโภคอาหารหรือการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ
๕. อยู่ในสถานที่ที่สงัด ได้แก่ อยู่ในสถานที่สงบมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
๖. ฝึกหัดจิตใจให้สงบ ได้แก่ฝึกหัดชำระจิตให้สงบมีสุขภาพคุณภาพและประสิทธิ
ภาพที่ดี


--------------------------------------------------------------------------------

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [ส. 27 ก.พ. 2553 - 22:51 น.] #1061418 (6/14)


หัวใจของพระพุทธศาสนา อยู่ในโอวาทปาฏิโมกข์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้กว่า ๒๕๐๐ ปีมาแล้วครับ

โดยคุณ สยามมีดี (7K)  [อา. 28 ก.พ. 2553 - 00:40 น.] #1061548 (7/14)

โดยคุณ toei89 (625)  [อา. 28 ก.พ. 2553 - 01:46 น.] #1061636 (8/14)

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [อา. 28 ก.พ. 2553 - 02:54 น.] #1061687 (9/14)

โดยคุณ pusit (1.7K)  [อา. 28 ก.พ. 2553 - 04:58 น.] #1061782 (10/14)


(D)
เยี่ยมครับ

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [อา. 28 ก.พ. 2553 - 05:27 น.] #1061804 (11/14)


(D)
ขอบคุณมากจ้า

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 28 ก.พ. 2553 - 05:36 น.] #1061810 (12/14)
ความรักของสมเด็จพระพุทธองค์ สูงส่งบริสุทธิ์ผ่องใส
ไม่ให้ทุกข์ไม่ให้โทษไม่ให้ภัย แก่ชีวิตจิตใจใดทั้งนั้น

ด้วยทรงมีความรักบริสุทธิ์สูงส่ง ไม่มีเสมอเหมือน
พระพุทธองค์จึงทรงแผ่พระมหากรุณาได้กว้างใหญ่ไพศาล
ไม่มีขอบเขต ทั้งแก่พรหมเทพ มนุษย์สัตว์
ปรากฏแจ้งชัดใน โอวาทปาติโมกข์ ที่ทรงแสดงในวันมาฆบูชา

พึงไม่ทำบาปทั้งปวง
พึ่งทำกุศลให้ถึงพร้อม
พึงรักษาจิตของตนให้ผ่องใส

บาปย่อมก่อให้เกิดทุกข์โทษภัยแก่ผู้ทำและผู้อื่น
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนไม่ให้ทำ

กุศลย่อมเป็นคุณแก่ผู้ทำและผู้อื่น
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนให้ทำ

จิตผ่องใสคือจิตที่ไกลได้จากกิเลสโกรธหลง ที่มีอยู่เต็มโลก
ย่อมให้ความสุขสงบอย่างยิ่งจนถึงเป็นบรมสุข
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนให้รักษาจิตของตน

: แสงส่องใจ มาฆบูชา ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕
: สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 28 ก.พ. 2553 - 06:57 น.] #1061834 (13/14)
สาธุ ............

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธังภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ

สวากขาโต ภะคะวาธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ

สุปะฏิปันโน ภะคะะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ

โดยคุณ inta156 (57K)  [อา. 28 ก.พ. 2553 - 14:47 น.] #1062374 (14/14)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1