(D)
กลโกงเซียนพระ
เล่ห์เหลี่ยมวงการพระเครื่อง
เล่ห์ เหลี่ยม ในวงการพระเครื่องเหมือนกับเอาเรื่องสามก๊ก + เรื่องไซอิ๋ว + กรมประชาสัมพันธ์ มีทั้งเล่ห์เหลี่ยม กลยุทธ ผสมเรื่องราวอิทธิฤทธิ์อภินิหารการโฆษณาช่วนเชื่อ หลอกลวงต้มตุ๋น แท้ผสมจริง จริงผสมเทียมสารพัดวิธี เล่ห์เหลี่ยมหรือกลโกงนั้นมีอยู่ทุกวงการ ทุกสังคม ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการพระเครื่อง การที่เราจะรู้เท่าทัน เล่ห์เหลี่ยมของพวกขี้โกง พวกเซียนพระเหล่านี้ได้นั้น จะต้องอาศัยประสบการณ์และสติปัญญา จึงจะสามารถดำรงอยู่ในวงการนี้อย่างมั่งคง บางคนแค่เริ่มเล่นพระและได้มาเจอกลุ่มคนเจ้าเล่ห์พวกนี้ ด้วยความเข็ดขยาดก็ต้องเลิกเล่นพระไปก็เยอะ แต่บางคนถ้าทันเหลี่ยมคนพวกนี้ก็จะอยู่ในวงการนี้ได้อย่างผาสุก ดังนั้นในบทนี้ผู้เขียนจึงได้แนะนำและรวบรวมเล่ห์เหลี่ยมในวงการพระที่ผู้ เขียนได้ประสบมาบางส่วน มานำเสนอให้กับท่านผู้อ่านได้อ่านประดับความรู้กัน เพื่อจะได้เป็นสิ่งคอยเตือนสติและเป็นภูมิคุ้มกันให้กับท่านผู้อ่าน ให้รอดพ้นจากพวกเสี้ยนพระ พวกเหลี่ยมจัดเหล่านี้ไปได้ หวังว่าบทความเหล่านี้จะช่วยก่อประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย ครับ
1.เรื่องคนทำพระเก๊
รุ่นพี่คนหนึ่ง เมื่อก่อนแกก็ปล่อยพระแท้แถวท่าพระจันทร์ โดยปู่กับย่าแกมีพระเก่าๆ มาจากสุพรรณไม่น้อย นาน ๆ เข้าพระของแกเริ่มหมด แกก็เลยเริ่มสรรหาวิธีการสร้างพระปลอมแบบต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าในสมัยนี้ยังใช้วิธีนี้ ทำบุญอีกรึเปล่าครับ ลองมาฟังดูกัน
1.คราบฟองเต้าหู้
รุ่นพี่คนนี้เค้าเล่าว่าเขาจะนำพระเครื่องเป็นพัน ๆ องค์วางเรียงบนลานกว้าง ๆ แล้วนำผงซักฟอกผสมน้ำแล้ว ตีให้เกิดฟองแล้วก็สาดไปที่ลานที่มีพระเครื่อง วางอยู่พอพระเริ่มแห้งก็จะเกิดเป็นคราบฟองเต้าหู้
2.แตกลายงา..
ฟังเรื่องนี้แล้วดูตลกแต่ลองฟังกันดูครับ คือตัวพี่เขาเอากระทะใบบัวขนาดใหญ่ตั้งน้ำมันให้ร้อน แล้วนำพระเครื่อง ลงไปทอดในน้ำมันโอ้โหแตกลายงา ขึ้นสวยเลยครับ
3.พระปลอมง่าย ๆ แบบทำให้แลดูเก่า
บางคนก็นำไปฝังดินไว้เป็นปี ๆ เลยครับ ขึ้นเป็นคราบดินติดกับพระเลย ดูเหมือนเป็นคราบกรุ
4.การใช้น้ำกรดหรือสารเคมี..
วิธีนี้จะทำให้พระดูเหมือนถูกกัดกร่อนดูสึกใช้กับพระแทบทุกชนิดยิ่งถ้าเป็น เนื้อโลหะแล้วนะ ขอบอกกร่อนสมใจ บางคนที่เคยเห็นใช้น้ำยาล้างห้องน้ำก็มีอะไรจะขนาดนั้น
5.วิธีระบายสี..
อย่างคิดว่าเป็นวิธีเด็ก ๆ นะครับ เคยไปดูพระกับเพื่อนๆบอกเนื้อจัดมาก โอ้โหพอเอาเล็บเขี่ยดูคราบกรุเป็นสีโปสเตอร์ ติดมือมาเลย
6.อื่น ๆ..
ยังมีอีกหลายวิธีครับ แต่ที่รู้มามีแค่นี้ ยังมีวิธีสมัยใหม่ที่ผมยังไม่รู้และยังไม่เคยลอง เช่น นำพระเข้าตู้อบไมโครเวฟ เป็นต้น
2.บล็อคคอมพิวเตอร์,เหรียญคอมพิวเตอร์,เหรียญไฮเทค
ก่อนอื่นผู้เขียนขอกล่าวถึงการทำเหรียญปลอมในสมัยก่อน ก่อน การปลอมพระเหรียญ(ปั๊ม) เมื่อก่อนจะใช้ช่างแกะ ผู้ชำนาญงานแกะพิมพ์ ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่ความละเอียดปราณีต ของช่างแต่ละคน เหมือนบ้างไม่เหมือนบ้าง คนเล่นพระที่มีความชำนาญหรือเคยเห็นของจริงสามารถแยกออกว่าแท้หรือปลอมโดย ง่ายในปัจจุบันนี้โลกเราก้าวไปไกลมาก วงการพระก็เช่นกัน ได้มีคนหัวใสกลุ่มหนึ่งพยายามสรรหาวิธีปลอมแปลง จนได้เหรียญปลอมที่แนบเนียนที่เขย่าวงการพระจนปั่นป่วนที่เราทุกคนรู้จักกัน ดี คือ “เหรียญบล็อคคอมพิวเตอร์”
การสร้างบล็อคคอมพิวเตอร์ หรือแม่พิมพ์นั้นเริ่มจาก
1.ต้องมีเหรียญแท้ๆ ของจริง ที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์มาเป็นต้นแบบ
2.นำเหรีญไปทำการถอดแบบ หรือถอดขนาด โดยใช้เครื่องถอดขนาดเครื่องพวกนี้จะมีอยู่ในห้องแล็ป จะให้คำที่ถอดออกมาละเอียดเป็นไมครอนเลย
2.1 เครื่องวัดภาพขยาย (VDO) เครื่องนี้จะเป็นตัววัดค่าตำแหน่งต่างโดยมีคำสั่งต่างผ่านคอมพิวเตอร์ เช่นตำแหน่งเหรียญ ความกว้าง ระยะห่างระหว่างตำแหน่ง รวมถึงตำหนิ บนเหรียญต่าง ๆ แล้วแต่คนถอดแบบ จะเป็นคนวัดโดยภาพที่ขยายได้ เช่น เหรียญ 50 สตางค์สามารถขยายได้ใหญ่กว่าทีวีสี 14 นิ้ว ทำให้คนถอดแบบสามารถถอดตำแหน่งต่างของเหรียญได้โดยสะดวก และได้ค่าละเอียดมาเป็นไมครอน
2.2 เครื่องวัดแนวแกน (CMM) เครื่องนี้จะเป็นเครื่องวัดขนาดรวม คือ วัด รูปร่าง ความหนา แบบเป็น 3 มิติ ความหนาของพื้นผิวต่าง ๆ เป็นต้นให้ค่าละเอียดเป็นไมครอนเหมือนกัน
3. เมื่อได้ค่าขนาดที่ถอดแบบจากเครื่องมือวัดละเอียดต่าง ๆ แล้วก็ส่งข้อมูลที่ได้ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะมีการใช้โปรแกรม CAD/CAM/CAE ทำการสร้างแบบจำลอง 3 มิติขึ้นมา เพื่อทำการสร้างแม่พิมพ์เป็นแบบจำลองบนคอมพิวเตอร์
4. คอมพิวเตอร์จะทำการสร้างคำสั่ง G-CODE หรือค่าขนาดที่เครื่องคอมพิวเตอร์แปลงจากค่าวัดละเอียดเป็นคำสั่ง ส่งไปยังเครื่องจักรอัตโนมัติ
5. เมื่อเครื่องจักรคอมพิวเตอร์ (CNC) รับข้อมูลมาก็จะทำการสร้างแม่พิมพ์โดยการทำการกัดแม่พิมพ์ตามค่าที่ได้มา จนได้แม่พิมพ์เหรียญที่สมบูรณ์
6. นำแม่พิมพ์ที่ได้ไปทำการทดลองปั๊ม แล้วนำเหรียญที่ได้ไปทำการตรวจสอบความเหมือนหรือ แนบเนียน หากคุณภาพไม่ได้ตามต้องการก็จะมีการทำตามวีขั้นต้นซ้ำ ให้ตรงกับความต้องการ
เหรียญปลอมที่ได้มาจากกรรมวิธีนี้ ที่ทำไม่แนบเนียน อาจจะเกิดจาก
ก. ถอดขนาดจากต้นแบบไม่ครบ
ข. เครื่องจักรไม่เที่ยงตรง
ค. และอื่น ๆ อาจจะเกิดจากความชำนาญของช่างที่ดูแล
จากข้อมูลที่ผู้เขียนกล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นวิธีการสร้างเหรียญปลอม (คอมพิวเตอร์) แค่วิธีหนึ่งเท่านั้น ยังมีวิธีสุดยอดอีกหลายวิธีซึ่งผู้เขียนเองก็ยังไม่ทราบวิธีการทำอยู่อีก ถึงแม้ว่าคนที่พยายามจะปลอมเหรียญอย่างไร ผู้เขียนคิดว่ายังไงก็ยังไม่เหมือนของจริง 100% เพราะจุดที่คอมพิวเตอร์ยังทำไม่ได้ก็มีครับ เช่น ลักษณะผิวเหรียญเนื้อเหรียญ ขอบเหรียญ การปั๊มตัด เป็นต้น
ในอดีตท่านผู้อ่านคงจะเคยได้ยินชื่อ “บล็อกฮ่องกง” ซึ่งผู้เขียนคิดว่าการทำบล็อคมาจากฮ่องกง แต่แท้จริงแล้วเมืองไทยเราก็สามารถทำได้หมดทุกขั้นตอนครับ ตามโรงงานใหญ่ เขามีห้องแล็ปทดสอบหลายที่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนมั่นใจ คือ ต้องมีคนในวงการพระหรือพวกที่ชำนาญการด้านเหรียญพระเครื่อง มาเป็นที่ปรึกษาในการแกะบล็อคปลอมแน่นอน ไม่เช่นนั้นจุดตายของบล็อคคอมพิวเตอร์จะใกล้เคียงกับของจริงของแท้ได้อย่าง ไรครับ ขอให้ทุกท่านผู้อ่านมีสติในการเช่าหาพระ
3.พวกหน้าม้าในเว็บไซค์พระเครื่อง
ในเว็บไซต์พระเครื่องต่าง ๆขณะนี้ได้มีพวกที่ไม่ประสงค์ดี ได้เข้ามาทำงานกันเป็นขบวนการ โดยจะส่งรูปพระเข้ามาสอบถามว่า พระแท้หรือพระเก๊ ราคาเล่นหากันประมาณเท่าไร พอทราบข้อมูลแล้ว ก็จะทำตัวเป็นพวกมือใหม่ใจสะอาด โดยการบอกว่าต้องการที่ปล่อยให้เช่าบูชาพระของตัวเองที่พึ่งสอบถามไปพวกนี้ จะทำกันเป็นขบวนการแล้วจะมีหน้าม้าโผล่มาคอยสอบถามราคา และติดต่อขอเช่าซื้อพระองค์นั้น ทำกันแบบแนบเนียน น่าเชื่อถือมาก ทั้ง ๆ ที่พระองค์นั้นเป็นพระเก๊หรือหากเป็นพระแท้ แต่เรากลับเผลอโดนเงินให้ก่อนโดยที่ไม่รู้จักหน้าค่าตา เมื่อเค้าได้เงินไปแล้วเรากลับไม่ได้พระอย่างนี้ช้ำใจครับ หรือในหน้า Board ที่มีการประมูลพระ ทั้งๆ ที่พระองค์ที่ลงประมูลนั้นเป็นพระเก๊ แต่กลับมีหน้าม้าซึ่งทำเป็นขบวนการมาใส่ราคาประมูลเพื่อทำให้พระองค์นั้นน่า เชื่อถือว่าเป็นพระแท้ หากตัวเราขาดสติยั้งคิด ขาดความรอบคอบ เผลอคิดว่าพระองค์นั้นเป็นพระแท้เพราะมีคนเข้ามาประมูลเยอะแบบนี้ก็เสร็จโจร แน่นอนครับ ดังนั้นผู้เขียนแนะนำว่า การเช่าพระควรเช่าพระ กับบุคคลที่มีหน้าร้านเป็นหลักแหล่งร้านที่เปิดเป็นทางการ มีที่อยู่ติดต่อได้แน่นอน จะดีที่สุดครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านผู้อ่านเอง จะได้ไม่ต้องเสียเงินฟรีและที่สำคัญต้องมีสติอย่าเล่นพระด้วยหูให้เล่นด้วย ตาครับ
4.เรื่องเล่าในสนามพระ
ในสนามพระทั่วไป หากท่านผู้อ่านเดินเข้าไปตามรายทางแผงพระ ก็จะพบกับพวก “ขุนส่อง” จำนวนหนึ่ง ถือกล้องส่องพระขนาดเล็ก ๆ ยืนถามอย่างไม่มีมารยาทว่า “มีอะไรให้ดูบ้างไหมพี่ “ หรือ “ห้อยพระอะไร เพ่ ปล่อยไหม” และถ้าหากว่าท่านผู้อ่านเอาพระที่ห้อยให้คนพวกนี้ดู พวกนี้ก็จะจับพระเข้ากล้องและส่งพลิกไปพลิกมา ถ้าไม่สนใจก็จะส่งคืนให้พร้อมด้วยคำพูดว่า “ดีครับ มีอีกไหม” และถ้าหากว่าผู้อ่านยังคงวนเวียนดูพระอยู่แถวๆ นั้น ก็จะเห็นทั้งได้ยินกริยาเช่นนี้ซ้ำๆ ซาก ๆ นั่นแหละคือพวก “มือใหม่หัดขับ” ถือกล้องขอส่องพระเขาฟรี ๆ เพื่อหาประสบการณ์ในการยกระดับขึ้นเป็นเซียน ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่มีเงินเช่าซื้อพระ
แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ “ขุนส่อง” พวกนี้ไปสะดุดตอเข้า คือมีคนบางคนเขาเช่าซื้อพระมาจากแผงพระในสนามพระ แล้วก็ใส่ห้อยคอเดินไปอีกแผงหนึ่ง ซึ่งมีเซียนทั้งใหม่ทั้งเก่าสุมหัวกันอยู่พอดี ทั้งนี้ก็มีการขอดูพระเหมือนอย่างเคย เมื่อเจ้าของพระนำพระองค์นั้นที่เช่ามานั้นออกให้ดูแล้ว พวกที่ว่านั้นก็ส่งดูแล้วคืนให้พร้อมกับคำว่า “ดูไม่ดีครับ พี่” ทีนี้ก็เป็นเรื่องครับ เพราะว่าพระองค์นั้นเจ้าของเพิ่งจะเช่ามาจากแผงตรงข้ามเมื่อไม่กี่วินาทีมา นี่เอง ครั้นเจ้าของพระเมื่อทราบว่า “พระไม่ดี ไม่แท้” ดังนั้น จึงนำพระองค์นั้นไปคืนเจ้าของพระเช่ามา ฝ่ายเจ้าของแผงพระที่ให้เช่ามานั้น ก่อนจะรับคืนก็ถามหาสาเหตุว่าทำไมถึงเอามาคืนครั้นทราบว่า “เพราะแผงโน้นบอกว่าไม่ดี” ดังนี้ ก็เกิดปัญหาขึ้นมาทันที “xxxปาก หมา....” คือคำสบถออกมาจากเจ้าของแผงที่ถูกคืนพระ และจากนั้นก็มีการยกแผงพระแลกหมัดกัน กว่าเรื่องจะยุติลงได้ก็ต้องเรียกเซียนเก่าหลายต่อหลายคนที่เป็นเป็นกรรมการ ตัดสินพระเครื่อง ให้มาเป็นกรมการตัดสินมวยแทนตั้งแต่นั้นมา ถ้าใครเอาพระไปให้เซียนในสนามพระดู ก็จะได้รับคำตอบกลับมาทุกครั้งว่า “ดีครับพี่ มีอีกไหม” ก็เป็นด้วยประการฉะนี้
ผู้เขียนขอเล่าให้ฟังอีกเรื่อง เรื่อง “พระใบสั่ง” เป็นพระที่ผู้เช่าต้องการแล้วไปสั่งเซียนพระให้ช่วยหาให้ เรื่องนี้ผู้เขียนฟังจากปากเพื่อนของผู้เขียนเล่าว่ามีกระบวนการก่อนกวนโดย ทำงานกันเป็นทีม โดยการเริ่มจากการโทรมาสั่งพระที่ตนเองอยากได้เป็นจำนวนมากกับเซียน เมื่อถึงเวลารับพระกลับไม่มาเอาพระที่ตนเองสั่งไว้ แบบนี้เซียนก็จุกสิครับ เพราะต้องแบกรับพระชุดที่เป็น “พระใบสั่ง” นี้ ถึงตรงนี้เซียนก็ต้องยอมปล่อยในราคาถูกกว่าต้นทุน เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะปล่อยใคร พวกก่อกวนพวกนี้จึงได้พระไปในราคาถูกกว่าท้องตลาด |