ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ขอให้หายไวไวครับ



(D)


ทราบมาว่า ท่านสิทธิโชติ ไม่ค่อยสบายเล็กน้อย ตั้งแต่ 2-3 วันก่อน เริ่มด้วย เจ็บขา อาจจะเป็นเพราะเดินรังวัดที่ดินมาก หรือ เดินมองหาสาวๆมากก็ไม่ทราบ หรือว่าทานของแสลง จนโรคเก้าต์มาเยือน ... หลังจากนั้น ท่านก็ต่อด้วย ท้องร่วง/ท้องเดินอย่างแรง (อันนี้มั่นใจอาหารเป็นพิษแน่ ไม่ใช่คุณนายPepsi เป็นพิษ)

เช้านี้ ทราบว่า อาการดีขึ้นมากไปทำงานได้ตามปกติแล้ว ก็ขออวยพรให้หายเป็นปกติไวไว นะครับ จะได้นำสาระดีดี มาเสนอเหมือนที่เคยครับ เป็นห่วงครับ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 10:08 น.]



โดยคุณ poppoomi (401)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 10:09 น.] #1084744 (1/44)
รักษาสุขภาพด้วยครับ
ขอให้หายในเร็ววันนะครับ

โดยคุณ เบเร่ต์แดง (1.1K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 10:25 น.] #1084757 (2/44)


(D)

โดยคุณ เบเร่ต์แดง (1.1K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 10:30 น.] #1084762 (3/44)


(D)
มีพยาบาลคอยดูแลหรือเปล่า?

โดยคุณ wichean15 (6.2K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 10:34 น.] #1084768 (4/44)
ขอให้หายเป็นปกติไวๆๆๆ นะครับ พี่โชติ

โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 10:35 น.] #1084770 (5/44)

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 10:41 น.] #1084775 (6/44)
รักษาสุขภาพ หายไวๆนะครับ
เดียวไปกินข้าวขาหมูไม่ได้นะครับ

โดยคุณ kaiser (73)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 10:41 น.] #1084777 (7/44)


(D)


....หายไวๆนะครับอาเฮียสิทธิโชติ....

โดยคุณ nuknik2 (7.7K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 10:42 น.] #1084778 (8/44)
หายไว ไว น๊าคร้าาาาา

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 11:21 น.] #1084809 (9/44)
อ่านลวกๆ ข้อความคุณ nuknik2 บวกกับแว่นตาผมไม่ค่อยชัด .... เกือบเป็นเรื่องแล้วผม .... อ่านเป็นว่า ..... "หา ไวอากร้าาาาาา"

โดยคุณ โชติอนันต์ (5K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 11:41 น.] #1084837 (10/44)


(D)
หายไวๆครับ

โดยคุณ อาจารย์คง (526)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 12:32 น.] #1084871 (11/44)
หายป่วยเร็วๆวันครับ

โดยคุณ พรสิบประการ (4.4K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 12:35 น.] #1084877 (12/44)
หายป่วยไวๆ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับพี่

โดยคุณ ปฏิพัทธ์2539 (1.4K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 13:44 น.] #1084961 (13/44)
หายไวๆนะครับ.........

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 13:53 น.] #1084968 (14/44)
หาย..เอ่อ......มาม่าครับ........
(เห็นไวๆเยอะแล้วครับ)

โดยคุณ skith (1.4K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 14:18 น.] #1084986 (15/44)
รักษาสุขภาพน่ะครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พ. 17 มี.ค. 2553 - 14:32 น.] #1085001 (16/44)
หายเร็วฯครับ

โดยคุณ suriyan04 (3.8K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 14:41 น.] #1085005 (17/44)
ดูแลสุขภาพด้วยครับ

โดยคุณ Lerm_kawilo (621)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 14:55 น.] #1085017 (18/44)
ขอให้หายไวๆนะครับท่าน

โดยคุณ นราลัย (10.5K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 16:05 น.] #1085062 (19/44)
รักษาสุขภาพด้วยครับ
ขอให้หายในเร็ววันนะครับ

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 16:12 น.] #1085089 (20/44)


(D)
รักษาสุขภาพด้วยครับ
ขอให้หายในเร็ววันนะคะ....

โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 16:13 น.] #1085091 (21/44)
ขอให้หายไวๆ นะคะ ดูแลสุขภาพด้วยน๊า ... เปนห่วงคร๊า

โดยคุณ inta156 (57K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 17:14 น.] #1085248 (22/44)


(D)
เดี๋ยวส่ง..น้องๆ...ไปเยี่ยม...

โดยคุณ หาญชัย (578)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 17:50 น.] #1085304 (23/44)
หายป่วยไวๆนะครับ

โดยคุณ สยามมีดี (7K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 18:23 น.] #1085347 (24/44)


(D)
หายไวๆนะค่ะ พี่ สิทธิโชติ(((=^_^=)))

รักษาสุขภาพหน่อยนะค่ะ......เดี่ยวตีเลย


สาเหตุ

สาเหตุของเก๊าท์ เกิดเนื่องจากร่างกายมีกรดยูริคสูงเกิน เป็นเวลานาน สำหรับผู้ชาย ระดับยูริคจะสูงตั้งแต่ ในช่วงวัยรุ่น แต่ผู้หญิงด้วยฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศ จะไม่สูง แต่จะสูงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนแล้ว ระดับยูริคที่สูงจะไม่ทำให้เกิดอาการ แต่จะสะสมตกตะกอน
ไปเรื่อย ๆ จนเริ่มมีอาการทางข้อเมื่อกรดยูริค ในเลือดสูงไปประมาณ 10-20 ปีแล้ว
ยูริคในเลือดที่สูงกว่าร้อยละ 90 เกิดจากร่างกายผลิตเอง ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องให้ผู้ป่วย โรคเก๊าท์งดอาหารใด ๆ ที่มียูริคสูงเลยและการกินอาหารที่มียูริคสูง (ที่คนทั่วไปเข้าใจกันเช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก) ก็ไม่ได้ทำให้ เกิดโรคเก๊าท์แต่อย่างใดและเนื่องจากโรคเก๊าท์มักเป็นในผู้ป่วยที่มีอายุค่อนข้างมาก ซึ่งมักจะมีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง ซึ่งจำเป็นต้องงดอาหารหวาน อาหารเค็มอยู่แล้ว การให้ผู้ป่วยเก๊าท์งดอาหารอีก จะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถกินอาหารอะไรได้เลย (ยกเว้นไปกินแกลบ กินหญ้า) เป็นการทรมานผู้ป่วยเปล่า ๆ

อาการ

อาการของเก๊าท์ที่สำคัญคือ ข้ออักเสบ มักเกิดที่บริเวณนิ้วหัวแม่เท้า, ข้อเท้า เป็นต้น โดยข้อที่อักเสบ จะบวม แดง ร้อน และปวดมาก ชัดเจน (ถ้าข้อที่ปวด ไม่บวม แดง ร้อน หรือมีอาการไม่ชัดเจนให้สงสัยไว้ ก่อนว่าไม่ใช่เก๊าท์) โดยมากมักเป็นข้อเดียวและมีอาการอักเสบอยู่ประมาณ 5-7 วัน อาการจะค่อย ๆ ทุเลาไปได้เอง จนหายสนิท ระหว่างที่ไม่มีอาการ จะไม่มีความผิดปกติใด ๆ ให้เห็น เมื่อข้ออักเสบขึ้นใหม่ จะมีอาการเช่นเดิมอีก อาการจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นมากขึ้น อาการข้ออักเสบจะเป็นมากขึ้นหลายข้อมากขึ้น เป็นนานและรุนแรงขึ้น รวมทั้งเกิดปุ่มก้อนของยูริค สะสมมากขึ้น ผู้ป่วยระยะนี้มักมีไตวายร่วมด้วย

การรักษาเก๊าท์แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่

1. การรักษาข้ออักเสบ ในช่วงนี้แพทย์จะใช้ยาลดการอักเสบของข้อก่อน โดยใช้ยา โคลชิซิน หรือยาแก้ปวดลดอักเสบ หรือใช้ร่วมกัน เพื่อลดอาการปวดข้อและอักเสบ ยาโคลชิซินโดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ ไม่เกินวันละ 3-4 เม็ด โดยกินยาทุก 4 ชั่วโมง จนกว่าจะหายปวด

การใช้ยาตามคำแนะนำของต่างประเทศที่ว่าให้กินทุก 1 ชั่วโมงจนหายปวดหรือจนเกิดผลข้างเคียงคือท้องเสียนั้น ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะข้อไม่เคยหายอักเสบก่อนท้องเสียเลย ดังนั้นผู้ป่วยจะท้องเสียทุกรายและมีความรู้สึก ที่ไม่ดีต่อการใช้ยานี้ การกินยาไม่เกิน 3-4 เม็ดต่อวัน โอกาสเกิดผลข้างเคียงนี้ น้อยมาก ผู้ป่วยเก๊าท์ในระยะข้ออักเสบ ห้ามนวด! เด็ดขาด เพราะจะทำให้ข้ออักเสบเป็นรุนแรงขึ้นหายช้าลงได้

2. การลดกรดยูริคในเลือด โดยใช้ยาลดกรดยูริค ในผู้ป่วยที่มีข้ออักเสบมากกว่า 1 ครั้ง ควรให้ยาลดกรดยูริคถ้าทำได้ การกินยาดังกล่าวจำเป็นต้องกินยาต่อเนื่องสม่ำเสมอไปนานหลายปี ทั้งนี้เพื่อลดระดับยูริคในเลือดลง ทำให้ตะกอนยูริคที่สะสมอยู่ละลายออกจนหมดผู้ป่วยจะสามารถหายจากโรคเก๊าท์ได้ แต่ข้อควรระวังคือ

- ยาลดกรดยูริค มีผลข้างเคียงที่แม้จะพบไม่มากแต่สำคัญ คือทำให้เกิดผื่นแพ้ยารุนแรง และลอก เป็นอันตรายมาก
การกินยาไม่สม่ำเสมอ กิน ๆ หยุด ๆ เสี่ยงต่อการแพ้ยามาก ดังนั้นผู้ป่วยที่ไม่สามารถจะกินยาสม่ำเสมอได้ ไม่แนะนำให้กินยา
- เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นเก๊าท์ ให้การวินิจฉัยโดยลักษณะอาการทางคลินิค ไม่ได้อาศัยการเจาะตรวจยูริคในเลือด

ดังนั้นผู้ที่เจาะเลือดแล้วมียูริคสูง ไม่ได้บอกว่าเป็นเก๊าท์ ถ้าไม่มีอาการข้ออักเสบแบบเก๊าท์มาก่อน ไม่จำเป็นต้องรักษา

มีผู้เข้าใจผิดอยู่มาก โดยให้กินยาลดกรดยูริคเมื่อตรวจพบเพียงแต่ยูริคในเลือดสูง เพราะยูริคในเลือดสูง ไม่ได้เป็นเก๊าท์ทุกราย แต่การกินยาจะเสี่ยงต่อการแพ้ยาข้างต้นได้











อีกบทความหนึ่งวึ่งจะกล่าวถึงการดูแลเรื่องอาหารของผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์ด้วย

โรคเก๊าท์ เกิดจากการเผาผลาญพิวรีนในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีกรดยูริคคั่งในเลือดสูงแ ลตามข้อเล็ก ๆ และอวัยวะบางแห่ง อาจเกลือโซเดียมยูเรตเกาะอยู่ทำให้เกิดอาการที่อวัยวะนั้นๆ ส่วนมากอากาศจะเกิดเป็นครั้งคราว มักจะกำเริบมากขึ้น เมื่อบริโภคอาหารพวก นิวคลีโอโปรตีน และไขมันมาก หรือขณะดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกาย ทำให้กรดยูริคมากขึ้น




การกรดยูริคในร่างกายเกิดได้ 2 ทางคือ




1.เกิดจากกสารพิวรีน หรือนิวคลิโอโปรตีน ที่เป็นส่วนประกอบของอาหารที่บริโภคส่วนนี้เป็นกรดยูริคที่เกิดจากสาเหตุภายนอก จำนวนพิวรีนที่เกิดจากอาหารบริโภค จะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนพิวรีนที่มีในอาหาร ถ้าบริโภคอาหาร เครื่องในสัตว์ จะทำให้มีกรดยูริคสูงขึ้น อาหารบางชนิดกระตุ้นให้ระบบทางเดินอาหารให้ทำงานเพิ่มมากขึ้น จะทำให้มีกรดยูริคเพิ่มมากขึ้น จึงสรุปได้ว่า กรดยูริคจะเปลี่ยนแปลงไปตามอาหารบริโภคที่มีโปรตีน การออกกำลังกาย และตามการทำงานของต่อมต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร

2.เกิดจากสารพิวรีน ที่ได้จากการสลายตัวของพวกเซลล์ของอวัยวะในร่างกาย เป็นกรดยูริคที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย กรดยูริคที่เกิดจากส่วนนี้ ย่อมจะเปลี่ยนไปตามการสลายตัวของอวัยวะ เช่น เซลล์มีการทำงานมากขึ้น หรือมีการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น

อาการของโรคเก๊าท์

1.ระยะแรกมักมีอาการปวดรุนแรงอย่างทันทีทันใด มักพบอาการปวดที่หัวแม่เท้าก่อน อาการมักเกิดขึ้นภายหลังการกินอาหารที่มีแคลอรี่สูงมาก ๆ การดื่มเหล้ามาก หรือการสวมรองเท้าที่คับ บริเวณผิวหนังตรงข้อที่อักเสบจะตึงร้อน เป็นมัน ผู้ป่วยมักจะมีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย มีเม็ดเลือดขาวสูง อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น ใน 2-3 วัน และหายไปเองในระยะ 5-7 วัน

2.ระยะพัก เป็นระยะที่ไม่มีอาการแสดง แต่กรดยูริคในเลือดมักสูง และอาการอักเสบอาจเกิดขึ้นอีกจนถึงขึ้นเรื้อรัง อาจมีอาการเป็นระยะ ๆ เนื่องจากผลึกยูเรตเป็นจำนวนมากสะสมอยู่ในข้อกระดูกเยื่ออ่อนของข้อต่อ และบริเวณเส้นเอ็น ทำให้เกิดโรคข้อกระดูกเสื่อม เมื่อเป็นมากจะมีการสะสมของผลึกนี้ที่เยื่อบุภายในปลอกหุ้มข้อ และเกิดปุ่มขึ้นที่ใต้ผิวหนัง มักเริ่มที่หัวแม่เท้า และปลายใบหูก่อน ข้อที่มีผลึกยูเรตเกาะอยู่ อาจเปลี่ยนแปลงจนผิดรูป และเกิดความพิการที่ข้อกระดูกนั้น ๆ

3.อาการแทรกซ้อน พบว่า ร้อยละ 25 ของผู้ป่วยข้ออักเสบเฉียบพลันจากเก๊าท์มักมีนิ่วในไตด้วย ผลึกยูเรตอาจสะสมอยู่ในส่วนหมวกไต ทำให้มีอาการเลือดออกทางปัสสาวะ ถ้ามีการสะสมในไตมาก ๆ จะขัดการทำงานของไต หรือทำลายเนื้อไต ทำให้เกิดภาวะไตล้มเหลว

การควบคุมอาหาร เนื่องจาก กรดยูริคจะได้จากการเผาผลาญสารพิวรีน ดังนั้น ในการรักษาโรคเก๊าท์ จึงต้องควบคุมสารพิวรีนในอาหารด้วย อาหารที่มีพวรีน อาจแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ

อาหารที่มีสารพิวรีนน้อย ( 0-50 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)

1.นมและผลิตภัณฑ์จากนม 2.ไข่ 3.ธัญญพืชต่าง ๆ 4.ผักต่าง ๆ 5.ผลไม้ต่าง ๆ 6.น้ำตาล
7.ผลไม้เปลือกแข็ง(ทุกชนิด) 8.ไขมัน

อาหารที่มีสารพิวรีนปานกลาง (50-150 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)

1.เนื้อหมู 2.เนื้อวัว 3.ปลากระพงแดง 4.ปลาหมึก 5.ปู 6.ถั่วลิสง 7.ใบขี้เหล็ก
8.สะตอ 9.ข้าวโอ๊ต 10.ผักโขม 11.เมล็ดถั่วลันเตา 12.หน่อไม้

อาหารที่มีพิวรีนสูง (150 มิลลิกรัมขึ้นไป) * อาหารที่ควรงด

1.หัวใจไก่ 2.ไข่ปลา 3.ตับไก่ 4.มันสมองวัว 5.กึ๋นไก่ 6.หอย 7.เซ่งจี้(หมู) 8.ห่าน 9.ตับหมู 10.น้ำต้มกระดูก 11.ปลาดุก 12.ยีสต์ 13.เนื้อไก่,เป็ด 14.ซุปก้อน 15.กุ้งชีแฮ้ 16.น้ำซุปต่าง ๆ 17.น้ำสกัดเนื้อ 18.ปลาไส้ตัน 19.ถั่วดำ 20.ปลาขนาดเล็ก 21.ถั่วแดง 22.เห็ด 23.ถั่วเขียว 24.กระถิน 25.ถั่วเหลือง 26.ตับอ่อน 27.ชะอม 28.ปลาอินทรีย์ 29.กะปิ 30.ปลาซาดีนกระป๋อง

การกำหนดอาหาร

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ ควรมีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอ ประกอบด้วยอาหารหลัก 5 หมู่ เพื่อให้ได้ สารอาหารครบถ้วน และงดเว้นอาหารที่มีพิวรีนมากดังกล่าวแล้ว

1.พลังงาน ผู้ป่วยที่อ้วน จำเป็นต้องจำกัดพลังงานในอาหาร เพื่อให้น้ำหนักลดลงทั้งนี้ เนื่องจากความอ้วน ทำให้เกิดอาการโรคเก๊าท์รุนแรงขึ้น แต่ต้องระมัดระวังในระยะที่มีอาการรุนแรง ไม่ควรให้อาหารที่มีพลังงานต่ำเกินไป เพราะอาจทำให้มีการสลายของไขมันในเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งจะทำให้สารยูริคถูกขับออกจากร่างกายได้น้อย และอาการของโรคเก๊าท์รุนแรงขึ้นได้ ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ไม่ควรอดอาหาร และควรได้พลังงานประมาณวันละ 1,200-1,600 แคลอรี่

2.โปรตีน ผู้ป่วยควรได้รับอาหารโปรตีนตามปรกติ ไม่เกิน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยหลีกเลี่ยงโปรตีนที่มีสารพิวรีนมาก

3.ไขมัน ผู้ป่วยควรได้รับอาหารที่มีไขมันให้น้อยลง โดยจำกัดให้ได้รับประมาณวันละ 60 กรัม เพื่อให้น้ำหนักลดลง การได้รับอาหารที่มีไขมันมากเกินไป จะทำให้มีการสะสมสารไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น ซึ่งการมีสารไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้น จะทำให้ขับถ่ายสารยูนิคได้ไม่ดี และพบว่า ผู้ป่วยที่อ้วน และมียูริคในเลือดสูง เมื่อลดน้ำหนักลง กรดยูริคในเลือดจะลดลงด้วย

4.คาร์โปไฮเดรท ควรได้รับให้พอเพียงในรูปของข้าว แป้งต่าง ๆ และผลไม้ ส่วนน้ำตาลไม่ควรกินมาก เพราะการกินน้ำตาลมาก ๆ จะทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ซึ่งจะมีผลต่อการขับถ่ายสารยูริคด้วย

5.แอลกอฮอล์ ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการดื่มเหล้ามาก ๆ เพราะการเผาผลาญแอลกอฮอล์ จะทำให้มีกรดแลคติคเกิดขึ้น และมีการสะสมแลคเตตเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลให้กรดยูริคถูกขับถ่ายได้น้อยลง

การจัดอาหาร




ในการจัดอาหารให้ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ที่แพทย์ให้จำกัดสารพิวรีนอย่างเข้มงวด ผู้จัดต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งในด้านโภชนาการ และรสชาติ ลักษณะอาหาร เพื่อที่จะให้ผู้ป่วยกินอาหารได้ตามที่กำหนด และได้รับสารอาหารเพียงพอ

1.ในระยะที่มีอาการรุนแรง ควรงดเว้นอาหารที่มีพิวรีนมาก ในระหว่างมื้ออาหารให้ผู้ป่วยดื่มน้ำให้มาก ๆ จะช่วยขับกรดยูริค ช่วยรักษาสุขภาพของไตและป้องกันมิให้เกิดก้อนนิ่ว พวกยูเรตขึ้นได้ที่ไต
2.งดเว้นอาหารที่ให้พลังงานมาก ได้แก่ ขนมหวานต่าง ๆ อาหารที่มีไขมันมาก เช่น อาหารทอด และขนมหวาน ที่มีน้ำตาล และไขมันมาก
3.จัดอาหารที่มีใยอาหารมาก แก่ผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้น้ำหนักลดลง
4.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การดื่มเหล้ามีส่วนช่วยให้อาการของโรคเก๊าท์รุนแรงขึ้น
5.อาหารที่มีไขมันมาก จะทำให้ขับกรดยูริคน้อยลง ทำให้มีการคั่งของกรดยูริคในเลือดมากขึ้น

โดยคุณ jcainfo (6K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 18:53 น.] #1085371 (25/44)
ขอให้หายไวไวนะครับพี่

โดยคุณ aragon_ttt (5K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 20:36 น.] #1085567 (26/44)
รักษาสุขภาพด้วยครับ
ขอให้หายในเร็ววันนะครับ

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 20:38 น.] #1085572 (27/44)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:05 น.] #1085649 (28/44)
หัวข้อกระทู้ : ขอให้หายไวไวครับ


ทราบมาว่า ท่านสิทธิโชติ ไม่ค่อยสบายเล็กน้อย ตั้งแต่ 2-3 วันก่อน เริ่มด้วย เจ็บขา อาจจะเป็นเพราะเดินรังวัดที่ดินมาก หรือ เดินมองหาสาวๆมากก็ไม่ทราบ หรือว่าทานของแสลง จนโรคเก้าต์มาเยือน ... หลังจากนั้น ท่านก็ต่อด้วย ท้องร่วง/ท้องเดินอย่างแรง (อันนี้มั่นใจอาหารเป็นพิษแน่ ไม่ใช่คุณนายPepsi เป็นพิษ)

เช้านี้ ทราบว่า อาการดีขึ้นมากไปทำงานได้ตามปกติแล้ว ก็ขออวยพรให้หายเป็นปกติไวไว นะครับ จะได้นำสาระดีดี มาเสนอเหมือนที่เคยครับ เป็นห่วงครับ


ขอบพระคุณท่านอาวิบูลย์สำหรับความห่วงใยที่มีให้ผมมาตลอด
ทั้งที่สอบถามทางโทรศัพท์ตลอดเวลาวันละหลายๆครั้ง
หลังจากที่หยุดทานยาไปเมื่อเช้านี้ และทานเกลือแร่เสริม
ทำให้หายอ่อนเพลียครับ



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:06 น.] #1085654 (29/44)
โดยคุณ poppoomi (118.172.142.*) [17 Mar 2010 10:09] #1084744 (1/28)

รักษาสุขภาพด้วยครับ
ขอให้หายในเร็ววันนะครับ

ขอบพระคุณท่านพี่ป๊อบมากครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:08 น.] #1085659 (30/44)
โดยคุณ เบเร่ต์แดง (125.25.202.*) [17 Mar 2010 10:30] #1084762 (3/29)


มีพยาบาลคอยดูแลหรือเปล่า?

ขอบพระคุณท่านเบเร่ต์แดงที่กรุณาส่งพยาบาลสาวมาดูแลครับ
ขอไปรับที่พิษณุโลกได้ไม๊ครับ




โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:09 น.] #1085663 (31/44)
โดยคุณ wichean15 (202.122.130.*) [17 Mar 2010 10:34] #1084768 (4/30)

ขอให้หายเป็นปกติไวๆๆๆ นะครับ พี่โชติ

พี่วิเชียรครับ ขอบคุณมากครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:11 น.] #1085664 (32/44)
โดยคุณ Ting_sathu (125.24.129.*) [17 Mar 2010 10:35] #1084770 (5/31)



พี่ติ่งครับ ขอบคุณมากครับ และต้องขออภัยที่ไม่ได้ไปร่วมงานมิตติ้งเฮียคิมน่ะครับ
และฝากขอบพระคุณท่านพี่ตงด้วยครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:12 น.] #1085671 (33/44)
โดยคุณ ลูกพระใส (124.157.149.*) [17 Mar 2010 10:41] #1084775 (6/32)

รักษาสุขภาพ หายไวๆนะครับ
เดียวไปกินข้าวขาหมูไม่ได้นะครับ

คุณแทนครับ ขอบพระคุณมากครับ
"ขาหมูคือส่วนหนึ่งของชีวิต" ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:13 น.] #1085675 (34/44)
โดยคุณ kaiser (114.128.213.*) [17 Mar 2010 10:41] #1084777 (7/33)


....หายไวๆนะครับอาเฮียสิทธิโชติ....

น้ำใจจากแดนไกล ปลื้มจริงๆครับ ขอบพระคุณมากครับ



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:14 น.] #1085682 (35/44)
โดยคุณ nuknik2 (180.180.155.*) [17 Mar 2010 10:42] #1084778 (8/34)

หายไว ไว น๊าคร้าาาาา


ขอบพระคุณมากครับน้อง nuknik2


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:15 น.] #1085689 (36/44)
โดยคุณ โชติอนันต์ (58.9.5.*) [17 Mar 2010 11:41] #1084837 (10/35)



หายไวๆครับ

ขอบพระคุณท่านโชติอนันต์มากครับ
เห็นรูปนี้คิดถึง "กาตัง" ครับ



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:16 น.] #1085695 (37/44)
ขอบพระคุณท่านอาจารย์คง และท่านพรสิบประการ มากๆครับ
อาการดีขึ้นมากครับ คงต้องงด "เป็ด ไก่" ไปอีกนาน ครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:22 น.] #1085711 (38/44)
ขอบพระคุณท่านปฏิพัทธ์ 2539 ท่าน skith ท่าน pui_l ท่าน suriyan04 ท่าน Lerm_kawilo ท่านนราลัย ท่านศรารีย์ ท่าน เชอรี่(น้องหวาน) ท่านพี่หาญชัย ท่านเจ ท่านตู่ ท่านพี่ป๊อก ท่านพี่วี
กำลังใจจากท่านพี่ทั้งหลายครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:25 น.] #1085719 (39/44)
ขอบคุณน้องหยกมากๆครับที่กรุณาส่งข้อมูลมาให้ครับ
ข้อมูลนี้ควรค่าแก่การศึกษา บางครั้งเราประมาทในการใช้ชีวิตมากครับ
เป็นข้อคิดที่ต้องนำมาพิจารณาครับ



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:27 น.] #1085725 (40/44)
ขอบขอบพระคุณท่านอาวิบูลย์และทุกๆท่านมาอีกครั้ง
กำลังใจทั้งหลายที่รับมานั้น เป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีมากๆครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:28 น.] #1085731 (41/44)
โดยคุณ looknam1 (124.121.96.*) [17 Mar 2010 13:53] #1084968 (14/40)

หาย..เอ่อ......มาม่าครับ........
(เห็นไวๆเยอะแล้วครับ


ท่านพี่ลูกน้ำครับ ขอรสเป็ดได้ไม๊ครับ 5555555555555


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 17 มี.ค. 2553 - 21:29 น.] #1085734 (42/44)
พี่วีครับ พยาบาลที่ส่งมา คุณนายไม่ให้เข้าบ้านล่ะครับ ทำไงดีครับ

โดยคุณ toei89 (625)  [พฤ. 18 มี.ค. 2553 - 00:05 น.] #1085966 (43/44)
ขอให้หายในเร็วๆนะครับพี่ รักษาสุขภาพด้วยครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 18 มี.ค. 2553 - 06:04 น.] #1086044 (44/44)
ขอบคุณมากครับคุณหนุ่ม

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1