(D)
ปัญหาของการเรียนภาษาอังกฤษ (2)
(Copy มาแบ่งกันหาความรู้ครับ.........)
มากันต่อนะครับเกี่ยวกับปัญหาของนักเรียนไทยในการเรียนภาษาอังกฤษ
ปัญหาที่เกิดจาการแปลประโยคไทยไปเป็นประโยคภาษาอังกฤษแบบ word by word ยังมีให้เห็นอยู่อย่างดาษดื่นครับ
ลองดูอีกตัวอย่างหนึ่งครับ
******************************************
A: I don't like being the center of attention.
B: Me too!!
บทสนทนานี้ A กำลังบอกว่า ไม่ชอบเป็นจุดเด่น เจ้า B ก็รีบบอกเลยว่า Me too. เพราะรู้มาว่า too แปลว่า "เหมือนกัน"
ความตั้งใจของ B คือ จะบอกว่า ไม่ชอบเหมือนกัน แต่ฝรั่งเขาก็ไม่ใช้ too กันครับ ถ้าเป็นประโยคปฏิเสธ ฝรั่งเขาจะใช้ either หรือ neither แทนครับ เช่น
I don't, either.
Neither do I.
Me, either หรือ
Me, neither.
สามารถพูดได้ตั้ง 4 แบบ ขอเพียงแค่อย่าใช้ too ละกัน
***********************************
case ด้านบน ไม่ถือว่าผิดอะไรมาก ฝรั่งยังพอเข้าใจ แต่ลองดู case ต่อไปนี้ครับ ฝรั่ง งง แน่ครับ
A: You don't want to get married, do you?
B: Yeah!!
บทสนทนานี้ A ถาม B ว่าไม่อยากแต่งงานใช่ใหม เจ้า B ก็รีบบอกเลยว่า Yeah คือ ใช่ ผมไม่อยากแต่ง เพราะสำหรับ B คำว่า yes แปลว่า "ใช่" เท่านั้น
แต่ในภาษาอังกฤษ หากคุณเจอคำถาม negative แบบนี้ คุณต้องกลับสมองใหม่ครับ
ถ้าคุณอยากแต่ง ต้องตอบว่า Yes, I do.
ถ้าไม่อยากแต่ง ให้ตอบว่า No, I don't.
หลัก คือ มองตัวเองเป็นหลักครับ
ดังนั้น การที่ B ตอบว่า Yeah เนี่ย คนฟังจะเข้าใจผิดว่า B อยากแต่งงานนั่นเอง
เห็นไหมครับ ว่าเราต้องเข้าใจกฏในภาษาของเขาเสียก่อนที่เราจะสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
***********************************
ที่นี่มาดูปัญหาเรื่องการเขียนประโยคที่ "ไม่มีความหลายหลาย" กันบ้างครับ
ลองดูตัวอย่างกลุ่มประโยคด้านล่างนะครับ เห็นเด็กเขียนมาแบบนี้เป็นประจำJohn was very sick. He went to the hospital. The hospital is close to his home. The doctors at the hospital could not identify his symptoms. He died two weeks later. This left his family very sad.
หลายท่านคงสงสัยว่า แล้วมันผิดตรงไหนวะ
คำตอบคือ ไม่ผิดเลยครับ ถูกต้องตามหลัก grammar ทุกประการ
ประโยคมีประธานและส่วนขยาย ถือเป็น complete sentence
แต่ปัญหามันอยู่ที่ความน่าเบื่อของประโยคครับ เป็นประโยคเดี่ยวหมดเลย ไม่มีประโยคผสม หรือประโยคซับซ้อนที่น่าดึงดูดเลยจริงๆ ถ้าเอาไปเขียนรายงานในระดับสูงๆ เช่น โทหรือเอก ผมว่า ไม่ดีแน่ครับ
***************************************
วิธีการในการสร้าง variety ให้กับโครงสร้างประโยค มีหลายวิธีครับ แต่หลักๆ ก็คือ การรวมประโยคครับ (Sentence Combining) นั่นเองครับ เช่น
1) การใช้ subordinating conjunction เช่น Although, whereas, while, because, as (อันนี้ความยากระดับมหาวิทยาลัยครับ)
2) การใช้ relative pronouns เช่น which, that, where, when, why, who, whom, whose (อันนี้ความยากระดับมหาวิทยาลัยครับ)
3) ใช้ conjunction ในการเชื่อมประโยค ได้แก่ fanboys (for and nor but or yet so) (อันนี้ระดับมัธยมครับ)
4) ใช้ conjunctive adverbs หรือ transition words ในการเชื่อมประโยค เช่น therefore, nevertheless, however, nonetheless, on the contrary, likewise (อันนี้ก็ระดับมัธยมครับ)
5) ใช้ preposition ในการเชื่อม phrase เข้ากับประโยค เช่น due to, because of, thanks to, despite, in spite of (ส่วนอันนี้ระดับมหาวิทยาลัยครับ)
6) การลดรูป (adjective และ adverbial reduced clause) (อันนี้ระดับ ป.โทหรือเอกครับ) เช่น
The dog, which was hit by a car, is dead. สามารถลดรูปเป็น The dog, hit by the car, is dead.
ข้อดีของการรวมประโยค คือ จะทำให้ประโยคกระชับขึ้น สั้นลง สวยงาม เกิดความหลากหลายครับ เวลาผมแก้งานเด็ก ก็ใช้หลักการแค่นี่เองนะครับ
เดี๋ยวเราลองเอากลุ่มประโยคข้างต้นมาปรับปรุงให้ดีขึ้นกันดีกว่านะครับ........
*************************************
John was very sick. He went to the hospital. The hospital is close to his home. The doctors at the hospital could not identify his symptoms. He died two weeks later. This left his family very sad.
แบบที่ 1
As he was very sick, John went to the hospital, which is close to his home. However, the doctors could not identify his symptoms. After two weeks, he died, which left his family very sad.
As คือ subordinating conjunction แปลว่า เนื่องจาก
which is คือ relative pronoun เชื่อมคำซ้ำกัน
However คือ transition word แปลว่า "อย่างไรก็ดี" ทำให้ประโยคไหลลื่น
After คือ preposition แปลว่า หลังจาก
which left คือ relative pronoun เชื่อมคำซ้ำกัน
***********************************************
แต่ผมว่าเรายังทำให้ประโยคกระชับได้อีกครับ ลองดูครับ
Due to his illness, John went to the hospital, close to his home. Since the doctors could not identify his symptoms, he died after two weeks, leaving his family very sad.
Due to คือ preposition แปลว่า เนื่องจาก
close to his home ลดรูปมาจาก which is close to his home
Since คือ subordinating conjunction แปลว่า เนื่องจาก
After คือ preposition แปลว่า หลังจาก
leaving ลดรูปมาจาก which left
เป็นไงครับ ประโยคดูมีเหตุมีผลมากขึ้นและเกิดความสัมพันธ์กันระหว่างประโยค ประโยคสั้นลงและกระชับ แต่ใจความสำคัญยังเหมือนเดิมทุกประการ
นี่หละครับ คือ หลักในการเขียนที่ดีครับ ลองนำเทคนิคไปใช้กันดูนะครับ |