(D)
ภาษาอังกฤษ : วลีที่ฝรั่งเบื่อหน่ายที่สุด (most hated phrases) (3)
ก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงไปแล้วใน 2 entry ที่ผ่านมาครับ
มาว่ากันต่อเกี่ยวกับวลีที่ฝรั่งเบื่อที่สุด เพราะใช้กันจนเกล่อ (cliche' ) ครับ
อย่างที่สัญญากันเอาไว้นะครับ วันนี้ผมจะนำเสนอ business jargon ซึ่งนอกจากนักธุรกิจจะชอบใช้กันแล้ว ต้องยอมรับว่า ฝรั่งทั่วไปก็นิยมใช้เหมือนกัน (ผมขอเดาเองว่า การพูดคำเหล่านี้ น่าจะทำให้พวกเขารู้สึกว่า พวกเขาดูมีการศึกษา เลยใช้กันจนเป็นคำติดปากไปเลย)
มีหลายวลีทีเดียว มาลองดูกันครับว่ามีอะไรกันบ้าง
ใช้เป็น Adverb มักจะอยู่หน้าประโยค
At the end of the day,
The bottomline is
Going forward,
From a business perspective,
In Plain English,
ใช้เป็นคำกริยา (Verb)
to touch base
to bring to the table
to commoditize
to incentivize
to look at the big picture
to roll out
to tap into
to think outside the box
ใช้เป็นคำนาม (Noun)
buy-in
deliverables
drivers
economy of scale
mission statement
quick win
synergy
takeaway
ใช้เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective)
to be actionable
to be real time
to be on the same page
เห็นคำศัพท์เยอะ อย่าเพิ่งตกใจกันนะครับ เป็นคำที่ใช้ง่าย ไม่ยากเท่าไหร่ครับ ที่สำคัญนี่เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้นครับ
ก่อนที่จะแจกแจงให้ฟังที่ละคำ ขอเรียนว่า วลีเหล่านี้ ในแวดวงธุรกิจ ฝรั่งเขาใช้กันเรียกได้ว่า แทบจะทุกคนครับ ซึ่งพอฟังแล้ว ก็อดขำไม่ได้ ว่า แหม!! พูดเป็น pattern เดียวกันเลยนะ
ตอนผมเรียนอยู่ที่ Cornell ผมเรียนทางด้าน HR ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้าน business ล้วนๆ อาจารย์ที่สอนส่วนใหญ่ ก็เป็น consultant ให้กับบริษัทฝรั่งดังๆ ส่วนเพื่อนที่เรียนด้วยกัน ก็ไม่ธรรมดาครับ ส่วนใหญ่จะผ่านการทำงานใน corporate หรือองค์กรธุรกิจในอเมริกามาแล้ว หรือไม่ก็เป็นนักเรียน MBA ที่ Johnson School of Management ดังนั้น เขาก็จะมีภาษาหรือวิธีการพูดคล้ายๆ กัน ซึ่งฟังแล้วเป็น block ผมว่าทำไปทำมา บางทีคนต่างชาติอย่างสิงค์โปร์ จีน หรืออินเดีย ยังพูดจาดูเข้าท่ากว่าฝรั่งด้วยซ้ำไปครับ ฮา
ok ครับ เรามาดูกันทีละสำนวนดีกว่าครับ !!!!!
*******************************************************
ที่ใช้เป็น Adverb มักจะอยู่หน้าประโยค
1) At the end of the day แปลว่า สุดท้ายแล้ว (finally) หรือเมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว (All things considered) ได้ยินบอกมากจริงๆ ครับในแวดวงธุรกิจ
At the end of the day, the good performers will leave if the poor performers are tolerated.
สุดท้ายแล้ว หากเราไม่ทำอะไรซักอย่างกับพวกที่ทำงานไม่ได้เรื่อง คนเก่งๆ ก็จะทยอกลาออกไปกันหมด
It is true that the most important thing is for organizations to clearly define their business objectives. But at the end of the day, what really matters is the continuous communication of those objectives throughout the organization.
มันก็ถูกอยู่ที่องค์กรจะต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนเสียก่อน แต่สุดท้ายแล้วเนี่ย สิ่งที่สำคัญที่สุดจริงๆ ก็คือ การถ่ายทอดและสื่อสารเป้าหมายนั้นให้คนทั้งองค์กรได้รับทราบ
******************************************************************
2) The bottomline is that แปลว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ
สำนวนนี้มีที่มาจากวิชาบัญชี ตัวเลขในบรรทัดสุดท้ายทางบัญชี ก็คือ ผลกำไร หรือ net income ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุดนั่นเองครับ
The bottomeline is that we need to restore our airline's reputation.
เรื่องสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดในเวลานี้ คือ เราต้องกู้ชื่อเสียงของสายการบินกลับคืนมาให้จงได้
At the end of the day, what really matters is not only the bottomline of the company but our contribution to to the society.
ท้ายที่สุด สิ่งที่มีความสำคัญหาใช่เรื่องของกำไรเพียงอย่างเดียว แต่คำถามสำคัญ คือ เราได้ทำอะไรให้สังคมบ้าง
******************************************************************
3) Going forward, แปลว่า ในอนาคต หรือ มองไปในอนาคต เหมือนคำว่า look into the future หรือ in the future
Going forward, if we can't differentiate our products and services, it is going to be very difficult for us to thrive in this competitive environment.
เมื่อมองไปในอนาคต หากเราไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าของเราได้ เราคงจะอยู่ลำบากในภาวะที่มีการแข่งขันสูงแบบนี้
Google decided to buy Youtube because going forward, social media seems to be the next big trend.
Google ตัดสินใจซื้อ Youtube เพราะเมื่อมองไปในอนาคตแล้ว เรื่องของ social media เป็นแนวโน้มสำคัญในอนาคต
หมายเหตุ พอจะสังเกตุเห็นไหมครับ ว่าสำนวน going forward ไม่ค่อยจะมีความจำเป็นในประโยค เพราะเราพูดถึงอนาคตอยู่แล้ว
******************************************************************
4) From a business perspective แปลว่า จากมุมมองในเชิงธุรกิจ
Your suggestion makes sense from a business perspective.
จากมุมมองในเชิงธุรกิจเนี่ย คำแนะนำของคุณถือว่าใช่เลยนะ (เพราะมันจะทำกำไรให้กับเรา)
From a business perspective, this product is not making any profit and should be spun off.
จากมุมมองในเชิงธุรกิจ สินค้าตัวนี้ไม่ได้ทำกำไรให้กับเราเท่าไหร่ ควรจะขายๆ มันไปเถอะนะ
******************************************************************
5) In plain English ถ้าจะแปลให้สวย คือ ช่วยพูดให้เข้าใจง่ายหน่อยจะได้ไหม หรือถ้าแปลให้น่าเกลียด ก็คือ ช่วยพูดภาษาคนหน่อยเถอะ
After the 30 minute of dull and boring presentation full of technical terms, I asked the presenter, "In plain English, please".
หลังจากนั่งทนฟังการนำเสนอที่แสนจะน่าเบื่อและทีแต่คำพูดทางเทคนิค ผมยกมือขึ้นถามผู้พูดว่า "ช่วยพูดให้เข้าใจง่ายหน่อยจะได้ไหมครับ เห็นแก่พระเจ้าเถิด"
******************************************************************
ใช้เป็นคำกริยา (Verb)
1) to touch base ผมว่าสำนวนนี้ ฟังแล้วดูน่าหมั่นใส้ชอบกลครับ แปลว่า การติดต่อ การ update ข้อมูลให้อีกฝ่ายทราบ เป็นคำที่คนทำงานเอกชนและพวก sales ชอบใช้มากอีกคำหนึ่ง ที่มาของมันน่าจะมาจากการเล่น baseball ครับ
We need to touch base with the client as soon as possible to close the deal.
เราต้องรีบไปติดต่อพูดคุยกับลูกค้าทันทีเลยนะ จะได้ปิดสัญญาการซื้อขายกันซักที
******************************************************************
2) to bring something to the table หมายถึง การนำข้อเสนอของตนเองมาพูดคุยกับอีกฝ่ายหนึ่ง (คือ เอาของดีของตนเอง หรือสิ่งที่ตนเองพอจะยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ มาคุยหรือแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่จะเอาแต่ฝ่ายเดียว)
When you are applying for a job, make sure that you bring something to the table.
เวลาไปสมัครงาน ก็พยายามเอาข้อดีของตนเองไปบอกเขาหน่อยนะ ไม่ใช่คิดแต่จะเอาฝ่ายเดียว
******************************************************************
3) to commoditize หมายถึง ภาวะที่สินค้าบางอย่างที่เคยเป็นสินค้าที่มีเพียงบางบริษัทผลิตได้ แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นสินค้าที่ใครๆ ก็ผลิตได้ หาซื้อได้ง่าย ในราคาถูก ถ้าจะแปลเป็นไทย ก็คือ สินค้าตลาดนั้นเองครับ
Computers and softwares have become a commoditized product.
ตอนนี้ Computer กับ software ได้กลายเป็นสินค้าตลาดไปแล้ว
Intense global competition, outsourcing, increasing customer price sensitivity make it harder for firms to sustain brand differentiation thus many products today have become commoditized.
ภาวะที่มีการแข่งขันสูง การ outsource ความอ่อนไหวต่อราคาของผู้บริโภค ทำให้ปัจจุบัน เป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า (blue ocean) ดังนั้น จึงจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบัน สินค้าต่างๆ ได้กลายเป็นสินค้าตลาดไปกันหมดแล้ว
******************************************************************
4) to incentivize แปลว่า การสร้างแรงจูงใจ มาจากคำว่า incentive ที่แปลว่าแรงจูงใจนั่นเองครับ
During the period of low unemployement where employers are headhunting talents, the best way to retain the best employees is to incentivize them.
ในช่วงที่มีการว่างงานต่ำ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จะมีการแย่งคนเก่งกันมาก วิธีในการเก็บคนเก่งเอาไว้ในองค์กร ก็คือ การสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานนั่นเอง
******************************************************************
5) to look at the big picture แปลว่า การมองภาพใหญ่ การมองภาพรวม ไม่มองแต่ประเด็นยิบย่อย
Let's look at the big picture and forget the details.
เราต้องหันมามองภาพใหญ่และลืมเรื่องของรายละเอียดปลีกย่อยไปก่อน
******************************************************************
6) to roll out แปลว่า การผลิตอะไรใหม่ๆ ออกมา คำนี้เป็นอีกคำ ที่เหมือนเป็นคำมหัศจรรย์ สามารถใช้แทนคำว่า make หรือ manufacture หรือ produce ได้อย่างดี
Dell is attempting to roll out new products to compete with HP.
บริษัท Dell พยายามผลิตสินค้าใหม่ๆ ออกมาแข่งกับกับ HP
Apple has just rolled out its new Iphone.
บริษัท apple เพิ่งจะปล่อย Iphone ตัวใหม่ออกมา
******************************************************************
7) to tap into แปลว่า การใช้ประโยชน์จาก
There are a lot of resources we can tap into at Google.
ผมทำงานที่บริษัท google นี่ดีมากๆเลยครับ มีทรัพยากรให้ผมเลือกให้ประโยชน์เยอะมากๆ
******************************************************************
8) to think outside the box หมายถึง การคิดนอกกรอบ ไม่ยึดติดกับ traditional way of thinking คนไทยได้ยินคำนี้บ่อยมากขึ้นในสมัยนายกฯ คนก่อนครับ
After the president steps down, we as the board need to find someone who can think outside the box to become the next president.
หลังจากที่ประธานบริษัทคนเก่า ลงจากตำแหน่งแล้ว เราในฐานะ board ของบริษัท ก็ต้องรีบหาคนเก่งที่คิดนอกกรอบเป็น มาเป็นประธานบริษัทคนต่อไป |