(D)
เวลาที่ต้องการพูดว่า "และอื่นๆ" หรือ "เป็นต้น" หรือ "ฯลฯ" ในภาษาอังกฤษ เราจะเลือกใช้วลีไหนดี
ที่แน่ๆ เราคงพอจะจำกันได้นะครับ ว่าในภาษาเขียน เรามักเห็นฝรั่งใช้ตัวย่อ etc (ให้อ่านว่า เอเซ็ตทร่า นะครับ เพราะมันมาจากคำว่า et cetera - ห้ามอ่านว่า อีทีซี โดยเด็ดขาด) เช่น
B2S sells stationary, books, electronic gadgets, toys etc.
ร้าน B2S ขายสินค้าหลายอย่าง ตั้งแต่เครื่องเขียน หนังสือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น และอื่นๆ อีกหลายอย่าง
นอกจากนั้น ยังมีวลีอื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้อีกนะครับ ฯลฯ
*******************************************
1) and so on หมายถึง "และอื่นๆ" ใช้ได้ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนครับ
He told me about all his health problems, including his heart disease and so on.
เขาบอกผมว่า เขาเป็นโรคนู้น โรคนี้ และอีกหลายโรค
********************************************
2) and so forth มีความหมายเหมือน and so on แต่เป็นทางการกว่า ใช้ได้ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนเช่นเดียวกันครับ
There are a lot of things to prepare before going abroad such as getting a visa, planning an itinerary, packing stuff and so forth.
มีอะไรต้องเตรียมหลายอย่างก่อนเดินทางไปต่างประเทศ ตั้งแต่ขอ visa วางแผนการเดินทางจัดกระเป๋า และอีกมากมาย
**********************************************
3) and the list goes on (and on and on and on) อันนี้ออกแนวเป็นภาษาพูดมากกว่า ไม่ควรใช้ใน academic writing
My favourite pop artists include Lady Gaga, Robbie wiliiams, Jason Mraz and the list goes on.
นักร้องเพลง pop ในใจผมมีหลายคน เช่น Lady Gaga, Robbie wiliiams, Jason Mraz และอีกหลายคน
***********************************************
4) สำหรับ etc อย่างที่บอกไปในตอนต้น นอกจากจะใช้ในภาษาเขียนได้แล้ว จะใช้พูดก็ได้นะครับ ผมว่าดูดีแบบ professional เหมือนกัน ตอนผมเรียน จำได้ว่า มีอาจารย์หลายท่านชอบใช้ etc ในภาษาพูด
There are a number of components within the HR subject: staffing, training, compensation, performance management etc. (เวลาพูด ต้องออกเสียงว่า เอเซ็ตทร่า ด้วยนะครับ)
ในวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วยเนื้อหาหลายส่วนทีเดียว เริ่มตั้งแต่ การจัดหาคนเข้าองค์กร การฝึกอบรม การให้เงินเดือน การบริหารผลงาน และอื่นๆ อีกหลายส่วน
***********************************************
5) สุดท้ายเป็น slang ที่ฝรั่งชอบใช้ครับ นั่นคือ สำนวน "blah blah blah" ซึ่งมีนัยสำคัญว่า ผู้พูดกำลังเริ่มขี้เกียจพูด หรือสิ่งที่จะพูดถึงนั้น เป็นสิ่งที่เราๆ ท่านๆ ก็ทราบกันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาพูดให้ยืดเยื้อ
และที่สำคัญต้องมี 3 blah เท่านั้นนะครับ จะมี่สองหรือสี่ไม่ได้เชียว ฮา (แต่ทำไมวง Calorie Blah Blah มี 2 blah ได้ไง)
You know how it goes, everyone says "Jane is so sweet and I just love her and she is such a good student, blah blah blah".
ทุกคนชอบพูดว่า เจนดีอย่างงั้น เก่งอย่างนี้ และโอ้ย อีกมากมาย ก็อย่างที่รู้ๆ กันนั้นล่ะ
********************************************* |